<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>mrfreeman's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/blog/1504"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://blognone.com/blog/1504/atom/feed"/>
  <id>http://blognone.com/blog/1504/atom/feed</id>
  <updated>2007-07-30T21:44:08+07:00</updated>
  <entry>
    <title>ว้าว Linux พร้อมใช้ใน 2.97 วินาที</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9537" />
    <id>http://blognone.com/node/9537</id>
    <published>2008-11-10T15:51:09+07:00</published>
    <updated>2008-11-11T08:04:38+07:00</updated>
    <author>
      <name>mrfreeman</name>
    </author>
    <category term="Embedded" />
    <category term="Linux" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>บริษัท <a href="http://www.lineo.co.jp/" title="Lineo.co.jp">Lineo</a> ประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ทำให้สามารถทำการให้สามารถใช้งาน Embedded Linux ได้ภายใน 2.97 วินาที โดยให้ชื่อเทคโนโลยีนี้ว่า Warp 2</p>

<p>Warp 2 ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายๆกับ &#8220;suspend-to-disk&#8221; แต่ทำงานได้เร็วกว่า ซึ่ง Warp 2 ประกอบด้วย bootloader, linux kernel และ &#8220;hibernation driver&#8221; หลักการทำงานคือเมื่อต้องการปิดเครื่อง ระบบจะทำการจดจำค่าใน RAM ณ เวลานั้น (snapshot) ให้อยู่ในรูปแบบไฟล์ RAM image แล้วทำการเก็บไฟล์ RAM images ไว้ในแฟลช โดยอาจจะเลือกให้มีการบีบอัดข้อมูลด้วย เมื่อเวลาทำการเปิดเครื่อง ก็นำข้อมูลในแฟลชคลายออกแล้วย้ายข้อมูลไปสู่ RAM แล้วก็สามารถใช้งานต่อจากครั้งที่แล้วได้</p>

<p>บริษัท Lineo กล่าวว่า Warp 2 นั้นใช้เนื้อที่หน่วยความจำในการ hibernation ที่น้อย โดยสามารถทำการบีบอัดไฟล์ RAM image ให้มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งที่ใช้งานอยู่ เช่น จาก RAM image จาก 32 MB ให้เหลือเพียง 19 MB เท่านั้น แถมยังสามารถทำ Multiple-snapshot ได้อีกด้วย</p>

<p>จากการทดสอบ จะเห็นว่าถ้าไม่มีการใช้งาน Warp 2 จะใช้เวลาในการบูตระบบประมาณ 31 วินาที แต่ถ้าใช้งาน Warp 2 จะใช้เวลาประมาณ 3 วินาที</p>

<p>ต่อไป อาจจะมีระบบที่บูตระบบ Embedded Linux ต่ำกว่า 1 วินาทีก็เป็นได้</p>

<p>คนไทยก็อยากศึกษา Embedded Linux น่ะครับ แต่บอร์ดพัฒนาก็แพงเหลือเกิน จะมีหน่วยงานไหนมาสนับสนุนบ้างครับ ขอเสียงหน่อย</p>

<p>ที่มา : <a href="http://www.linuxdevices.com/news/NS5185504436.html">LinuxDevice.com</a>, <a href="http://www.lineo.co.jp/products-services/services/warp.html">Flash การทดสอบ</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>บริษัท <a href="http://www.lineo.co.jp/" title="Lineo.co.jp">Lineo</a> ประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ทำให้สามารถทำการให้สามารถใช้งาน Embedded Linux ได้ภายใน 2.97 วินาที โดยให้ชื่อเทคโนโลยีนี้ว่า Warp 2</p>

<p>Warp 2 ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายๆกับ &#8220;suspend-to-disk&#8221; แต่ทำงานได้เร็วกว่า ซึ่ง Warp 2 ประกอบด้วย bootloader, linux kernel และ &#8220;hibernation driver&#8221; หลักการทำงานคือเมื่อต้องการปิดเครื่อง ระบบจะทำการจดจำค่าใน RAM ณ เวลานั้น (snapshot) ให้อยู่ในรูปแบบไฟล์ RAM image แล้วทำการเก็บไฟล์ RAM images ไว้ในแฟลช โดยอาจจะเลือกให้มีการบีบอัดข้อมูลด้วย เมื่อเวลาทำการเปิดเครื่อง ก็นำข้อมูลในแฟลชคลายออกแล้วย้ายข้อมูลไปสู่ RAM แล้วก็สามารถใช้งานต่อจากครั้งที่แล้วได้</p>

<p>บริษัท Lineo กล่าวว่า Warp 2 นั้นใช้เนื้อที่หน่วยความจำในการ hibernation ที่น้อย โดยสามารถทำการบีบอัดไฟล์ RAM image ให้มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งที่ใช้งานอยู่ เช่น จาก RAM image จาก 32 MB ให้เหลือเพียง 19 MB เท่านั้น แถมยังสามารถทำ Multiple-snapshot ได้อีกด้วย</p>

<p>จากการทดสอบ จะเห็นว่าถ้าไม่มีการใช้งาน Warp 2 จะใช้เวลาในการบูตระบบประมาณ 31 วินาที แต่ถ้าใช้งาน Warp 2 จะใช้เวลาประมาณ 3 วินาที</p>

<p>ต่อไป อาจจะมีระบบที่บูตระบบ Embedded Linux ต่ำกว่า 1 วินาทีก็เป็นได้</p>

<p>คนไทยก็อยากศึกษา Embedded Linux น่ะครับ แต่บอร์ดพัฒนาก็แพงเหลือเกิน จะมีหน่วยงานไหนมาสนับสนุนบ้างครับ ขอเสียงหน่อย</p>

<p>ที่มา : <a href="http://www.linuxdevices.com/news/NS5185504436.html">LinuxDevice.com</a>, <a href="http://www.lineo.co.jp/products-services/services/warp.html">Flash การทดสอบ</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Firebird ออกเวอร์ชั่นใหม่</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7944" />
    <id>http://blognone.com/node/7944</id>
    <published>2008-05-31T09:36:30+07:00</published>
    <updated>2008-05-31T19:49:28+07:00</updated>
    <author>
      <name>mrfreeman</name>
    </author>
    <category term="Database" />
    <category term="Firebird" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>อย่างพึ่งเข้าใจผิด เหมือนผมน่ะ ว่าโปรแกรม Firebird เป็น Add-ons ของ Firefox แต่จริงๆ แล้ว Firebird เป็นฐานข้อมูลที่มีขนาดเล็ก แถมยังเป็นโอเพนซอร์สอีกต่างหาก Firebird นี้ได้รับการพัฒนามาจาก Borland Interbase และเป็น small SQL RDBMS ได้รับการนำไปใช้ในแอพพลิเคชันกันอย่างมาก อย่างโปรแกรม SAM broadcast เป็นต้น</p>

<p>ซึ่ง Firebird ได้ทำการประกาศว่า ได้ทำการปล่อย Firebird 2.1 RC2 ออกมาให้ได้ใช้งานกัน และจะติดมากับ Debian &#8220;experimental&#8221;, OpenSUSE 11 RC1, Ubuntu &#8220;Intrepid Ibex&#8221; แต่ก็สามารถนำไปใช้กับ Linux, Unix, และ Windows ได้ โดยตัว Firebird เองประกอบด้วย database engine, ODBC driver,  &#8220;Jaybird&#8221; เป็น JCA-JDBC driver, เอกสารต่างๆ, เครื่องมือทดสอบ อย่างเช่น &#8220;FlameRobin&#8221; ที่เป็นโปรแกรมแบบกราฟิกอินเตอร์เฟสให้ผู้ใช้งานได้ทดสอบติดต่อกับฐานข้อมูล</p>

<p>และในเวอร์ชั่นนี้ ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ขึ้นมา ได้แก่ database triggers, temporary and monitoring tables, common table expressions, และ recursive queries</p>

<p>และอีกอย่างหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของ Firebird คือ การที่สามารถใช้งานได้ในหลายๆ สถาปัตยกรรม เช่น ARM, MIPS, PowerPC เป็นต้น</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.linuxdevices.com/news/NS2269520802.html" title="LinuxDevices.com">Linux Devices</a></p>

<p>ป.ล. ผมไม่ทราบว่า Debian &#8220;experimental&#8221; นี้คือ Debian เวอร์ชั่นใหม่หรือเปล่าครับ<br />
ป.ล.2 คุณสมบัติใหม่นี้ทำอะไรได้บ้างครับ ใครทราบบอกผมหน่อยน่ะครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>อย่างพึ่งเข้าใจผิด เหมือนผมน่ะ ว่าโปรแกรม Firebird เป็น Add-ons ของ Firefox แต่จริงๆ แล้ว Firebird เป็นฐานข้อมูลที่มีขนาดเล็ก แถมยังเป็นโอเพนซอร์สอีกต่างหาก Firebird นี้ได้รับการพัฒนามาจาก Borland Interbase และเป็น small SQL RDBMS ได้รับการนำไปใช้ในแอพพลิเคชันกันอย่างมาก อย่างโปรแกรม SAM broadcast เป็นต้น</p>

<p>ซึ่ง Firebird ได้ทำการประกาศว่า ได้ทำการปล่อย Firebird 2.1 RC2 ออกมาให้ได้ใช้งานกัน และจะติดมากับ Debian &#8220;experimental&#8221;, OpenSUSE 11 RC1, Ubuntu &#8220;Intrepid Ibex&#8221; แต่ก็สามารถนำไปใช้กับ Linux, Unix, และ Windows ได้ โดยตัว Firebird เองประกอบด้วย database engine, ODBC driver,  &#8220;Jaybird&#8221; เป็น JCA-JDBC driver, เอกสารต่างๆ, เครื่องมือทดสอบ อย่างเช่น &#8220;FlameRobin&#8221; ที่เป็นโปรแกรมแบบกราฟิกอินเตอร์เฟสให้ผู้ใช้งานได้ทดสอบติดต่อกับฐานข้อมูล</p>

<p>และในเวอร์ชั่นนี้ ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ขึ้นมา ได้แก่ database triggers, temporary and monitoring tables, common table expressions, และ recursive queries</p>

<p>และอีกอย่างหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของ Firebird คือ การที่สามารถใช้งานได้ในหลายๆ สถาปัตยกรรม เช่น ARM, MIPS, PowerPC เป็นต้น</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.linuxdevices.com/news/NS2269520802.html" title="LinuxDevices.com">Linux Devices</a></p>

<p>ป.ล. ผมไม่ทราบว่า Debian &#8220;experimental&#8221; นี้คือ Debian เวอร์ชั่นใหม่หรือเปล่าครับ<br />
ป.ล.2 คุณสมบัติใหม่นี้ทำอะไรได้บ้างครับ ใครทราบบอกผมหน่อยน่ะครับ</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ระบบที่ใช้ลีนุกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/5396" />
    <id>http://blognone.com/node/5396</id>
    <published>2007-07-28T01:23:47+07:00</published>
    <updated>2007-07-30T21:44:08+07:00</updated>
    <author>
      <name>mrfreeman</name>
    </author>
    <category term="Hardware" />
    <category term="intel" />
    <category term="Linux" />
    <category term="NASA" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>Nasa ได้เลือกที่จะใช้ Supercomputer ของบริษัท SGI ในการแก้ปัญหาของ Nasa ที่จะต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ในการคำนวณ ในปริมาณมหาศาล</p>
<p>โดย Nasa ได้เลือกใช้ Supercomputer ในตระกูล SGI Altix ที่มี 2,048 processor cores และมี RAM ถึง 4 TB(Terabytes) </p>
<p>Supercomputer เครื่องนี้ทำงานโดยใช้ Intel Itanium 2 processors แบบ Dual-Core ถึง 1024 CPU ด้วยการมี CPU เป็นจำนวนมากนี้ ทำให้สามารถประมวลผลได้ถึง 13.1 TFLOPS(Teraflops) และยังได้มีการใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ ultra-dense 240TB SGI InfiniteStorage 10000 (ผมดูจาก Website ของ SGI เป็นระบบ Storage ที่เชื่อมต่อด้วย Optic)</p>
<p>และที่สำคัญ ใช้ลีนุกซ์แบบ single-kernel ในการควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมด</p>
<p>จึงถือว่าระบบนี้เป็นระบบที่ใช้ลีนุกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบบใช้ single-kernel</p>
<p>Supercomputer เครื่องนี้เทียบเท่ากับ Supercomputer ลำดับที่ 64 เลยที่เดียว</p>
<p>เห็นเขาว่าจะเอาไปออกแบบยานอวกาศน่ะครับ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.linuxdevices.com/news/NS9254503858.html">LinuxDevices.com</a></p>
<p>เมื่อไรบ้านเราจะมีเครื่องแบบนี้ไว้บ้างครับ</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>Nasa ได้เลือกที่จะใช้ Supercomputer ของบริษัท SGI ในการแก้ปัญหาของ Nasa ที่จะต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ในการคำนวณ ในปริมาณมหาศาล</p>
<p>โดย Nasa ได้เลือกใช้ Supercomputer ในตระกูล SGI Altix ที่มี 2,048 processor cores และมี RAM ถึง 4 TB(Terabytes) </p>
<p>Supercomputer เครื่องนี้ทำงานโดยใช้ Intel Itanium 2 processors แบบ Dual-Core ถึง 1024 CPU ด้วยการมี CPU เป็นจำนวนมากนี้ ทำให้สามารถประมวลผลได้ถึง 13.1 TFLOPS(Teraflops) และยังได้มีการใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ ultra-dense 240TB SGI InfiniteStorage 10000 (ผมดูจาก Website ของ SGI เป็นระบบ Storage ที่เชื่อมต่อด้วย Optic)</p>
<p>และที่สำคัญ ใช้ลีนุกซ์แบบ single-kernel ในการควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมด</p>
<p>จึงถือว่าระบบนี้เป็นระบบที่ใช้ลีนุกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบบใช้ single-kernel</p>
<p>Supercomputer เครื่องนี้เทียบเท่ากับ Supercomputer ลำดับที่ 64 เลยที่เดียว</p>
<p>เห็นเขาว่าจะเอาไปออกแบบยานอวกาศน่ะครับ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.linuxdevices.com/news/NS9254503858.html">LinuxDevices.com</a></p>
<p>เมื่อไรบ้านเราจะมีเครื่องแบบนี้ไว้บ้างครับ</p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
