<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>mk's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/blog/mk"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://blognone.com/blog/4/atom/feed"/>
  <id>http://blognone.com/blog/4/atom/feed</id>
  <updated>2008-08-26T18:20:54+07:00</updated>
  <entry>
    <title>Android Developer Challenge I ประกาศผลแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8792" />
    <id>http://blognone.com/node/8792</id>
    <published>2008-08-29T19:40:43+07:00</published>
    <updated>2008-08-29T19:55:09+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Android" />
    <category term="Google" />
    <category term="Mobile" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ผมเขียนบทความ <a href="http://www.blognone.com/node/6306">Android Developer Challenge - โอกาสทองของเด็กไทย</a> ไป ตอนนี้เวลาผ่านมาอีกเกือบปี (เกือบ 10 เดือน) แพลตฟอร์ม Android ฝ่าฟันอุปสรรคนานานับประการจนใกล้ความจริง และกูเกิลได้ประกาศผลผู้ชนะ Android Developer Challenge I แล้ว</p>

<p>คัดมาเฉพาะกลุ่มที่ได้รางวัล $275,000 (เกือบสิบล้านบาทไทย) นะครับ ยังมีอีกกลุ่มที่ได้ $100,000 และกลุ่ม 50 ทีมที่เข้ารอบแต่ไม่ได้รางวัลอีก รบกวนดูในลิงก์กันเอง</p>

<ul>
<li>cab4me - เรียกรถแท็กซี่</li>
<li>CompareEverywhere - เปรียบเทียบราคา และอ่านรีวิวสินค้า</li>
<li>Ecorio - ช่วยนับ carbon footprint ที่เราใช้ไปในการเดินทาง ช่วยลดโลกร้อน (มั้ง)</li>
<li>GoCart - ถ่ายภาพบาร์โค้ดของสินค้า และเทียบราคาออนไลน์กับที่อื่น</li>
<li>Life360 - social network สำหรับคนท้องถิ่น เช่น แจ้งไฟไหม้ในชุมชน</li>
<li>Locale - setting manager สำหรับโทรศัพท์ อิงตามที่อยู่ ณ ขณะนั้น เช่นถ้าอยู่ในผับ ก็ปรับเสียงริงโทนให้ดังสุด อะไรแบบนี้</li>
<li>PicSay - โปรแกรมแต่งภาพแบบง่ายๆ เหมือนที่กล้องดิจิทัลหลายตัวมีกันแล้ว</li>
<li>Softrace - แข่งวิ่งแข่งรถแข่งจักรยานตามเส้นทางต่างๆ โดยสามารถแข่งได้ทั้งแบบเรียลไทม์และแข่งกับสถิติ</li>
<li>TuneWiki - โปรแกรมฟังเพลงแบบมีฟีเจอร์​ social network เช่น เนื้อเพลง แฟนคลับ ชาร์ทวิทยุ ตารางคอนเสิร์ต</li>
<li>Wertago - ค้นหาผับที่น่าสนใจในเมือง พร้อมทั้งรายชื่อคนที่อยู่ในผับ ณ เวลานั้น (ถ้าใช้โปรแกรมเดียวัน) สำหรับคนกลางคืนโดยเฉพาะ</li>
</ul>

<p>ส่วน Android Developer Challenge II เค้าบอกว่าจะเริ่มหลังวางจำหน่ายเครื่องแล้ว ถ้าใครคิดว่า Android กลับมาน่าสนใจ และอยากได้ 10 ล้านก็เตรียมตัวกันได้แล้วครับ</p>

<p>ผมเห็นมีชื่อ Virachat Boondharigaputra อยู่ใน finalist ที่ไม่ได้รับรางวัลใหญ่ ไม่ทราบมีใครรู้จักบ้างไหมครับ จะขอเชิญมาสัมภาษณ์หน่อย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://code.google.com/android/adc_gallery/">Android Developer Challenge Gallery</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ผมเขียนบทความ <a href="http://www.blognone.com/node/6306">Android Developer Challenge - โอกาสทองของเด็กไทย</a> ไป ตอนนี้เวลาผ่านมาอีกเกือบปี (เกือบ 10 เดือน) แพลตฟอร์ม Android ฝ่าฟันอุปสรรคนานานับประการจนใกล้ความจริง และกูเกิลได้ประกาศผลผู้ชนะ Android Developer Challenge I แล้ว</p>

<p>คัดมาเฉพาะกลุ่มที่ได้รางวัล $275,000 (เกือบสิบล้านบาทไทย) นะครับ ยังมีอีกกลุ่มที่ได้ $100,000 และกลุ่ม 50 ทีมที่เข้ารอบแต่ไม่ได้รางวัลอีก รบกวนดูในลิงก์กันเอง</p>

<ul>
<li>cab4me - เรียกรถแท็กซี่</li>
<li>CompareEverywhere - เปรียบเทียบราคา และอ่านรีวิวสินค้า</li>
<li>Ecorio - ช่วยนับ carbon footprint ที่เราใช้ไปในการเดินทาง ช่วยลดโลกร้อน (มั้ง)</li>
<li>GoCart - ถ่ายภาพบาร์โค้ดของสินค้า และเทียบราคาออนไลน์กับที่อื่น</li>
<li>Life360 - social network สำหรับคนท้องถิ่น เช่น แจ้งไฟไหม้ในชุมชน</li>
<li>Locale - setting manager สำหรับโทรศัพท์ อิงตามที่อยู่ ณ ขณะนั้น เช่นถ้าอยู่ในผับ ก็ปรับเสียงริงโทนให้ดังสุด อะไรแบบนี้</li>
<li>PicSay - โปรแกรมแต่งภาพแบบง่ายๆ เหมือนที่กล้องดิจิทัลหลายตัวมีกันแล้ว</li>
<li>Softrace - แข่งวิ่งแข่งรถแข่งจักรยานตามเส้นทางต่างๆ โดยสามารถแข่งได้ทั้งแบบเรียลไทม์และแข่งกับสถิติ</li>
<li>TuneWiki - โปรแกรมฟังเพลงแบบมีฟีเจอร์​ social network เช่น เนื้อเพลง แฟนคลับ ชาร์ทวิทยุ ตารางคอนเสิร์ต</li>
<li>Wertago - ค้นหาผับที่น่าสนใจในเมือง พร้อมทั้งรายชื่อคนที่อยู่ในผับ ณ เวลานั้น (ถ้าใช้โปรแกรมเดียวัน) สำหรับคนกลางคืนโดยเฉพาะ</li>
</ul>

<p>ส่วน Android Developer Challenge II เค้าบอกว่าจะเริ่มหลังวางจำหน่ายเครื่องแล้ว ถ้าใครคิดว่า Android กลับมาน่าสนใจ และอยากได้ 10 ล้านก็เตรียมตัวกันได้แล้วครับ</p>

<p>ผมเห็นมีชื่อ Virachat Boondharigaputra อยู่ใน finalist ที่ไม่ได้รับรางวัลใหญ่ ไม่ทราบมีใครรู้จักบ้างไหมครับ จะขอเชิญมาสัมภาษณ์หน่อย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://code.google.com/android/adc_gallery/">Android Developer Challenge Gallery</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>YouTube เพิ่มฟีเจอร์ซับไตเติล</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8787" />
    <id>http://blognone.com/node/8787</id>
    <published>2008-08-29T06:06:48+07:00</published>
    <updated>2008-08-29T06:20:01+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Digital Media" />
    <category term="YouTube" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>YouTube ได้เปิดบริการใส่ซับไตเติล (หรือที่ YouTube เรียกว่า caption) ในวิดีโอแล้ว โดยหนึ่งไฟล์วิดีโอจะสามารถมีซับไตเติลหลายไฟล์หลายภาษาได้ ตอนนี้ YouTube มีภาษาให้เลือกถึง 120 ภาษา (เช็คแล้วมีภาษาไทย) ไฟล์ที่สนับสนุนคือ SubViewer (.SUB) กับ SubRip (.SRT) ผู้ที่อัพโหลดได้คือเจ้าของวิดีโอเท่านั้น</p>

<p>ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด/ปิดซับไตเติลภาษาต่างๆ (ถ้ามี) โดยคลิกที่ปุ่มเมนูของตัวเล่นวิดีโอ ภาพดูด้านใน <a href="http://www.youtube.com/watch?v=XraeBDMm2PM">วิดีโอตัวอย่างตามลิงก์</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://uk.youtube.com/blog?entry=7RN6iHLHX_w">YouTube Blog</a> ผ่าน <a href="http://www.techcrunch.com/2008/08/28/youtube-adds-closed-captioning/">TechCrunch</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>YouTube ได้เปิดบริการใส่ซับไตเติล (หรือที่ YouTube เรียกว่า caption) ในวิดีโอแล้ว โดยหนึ่งไฟล์วิดีโอจะสามารถมีซับไตเติลหลายไฟล์หลายภาษาได้ ตอนนี้ YouTube มีภาษาให้เลือกถึง 120 ภาษา (เช็คแล้วมีภาษาไทย) ไฟล์ที่สนับสนุนคือ SubViewer (.SUB) กับ SubRip (.SRT) ผู้ที่อัพโหลดได้คือเจ้าของวิดีโอเท่านั้น</p>

<p>ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด/ปิดซับไตเติลภาษาต่างๆ (ถ้ามี) โดยคลิกที่ปุ่มเมนูของตัวเล่นวิดีโอ ภาพดูด้านใน <a href="http://www.youtube.com/watch?v=XraeBDMm2PM">วิดีโอตัวอย่างตามลิงก์</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://uk.youtube.com/blog?entry=7RN6iHLHX_w">YouTube Blog</a> ผ่าน <a href="http://www.techcrunch.com/2008/08/28/youtube-adds-closed-captioning/">TechCrunch</a>
<!--break-->
ปุ่มเพิ่มซับไตเติล</p>

<p><a href="http://www.flickr.com/photos/isriya/2807360202/" title="Picture 1 by isriya, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3220/2807360202_b6ed39055d_o.png" width="378" height="174" alt="Picture 1" /></a></p>

<p>ส่วนอัพโหลดไฟล์ซับไตเติล</p>

<p><a href="http://www.flickr.com/photos/isriya/2807360198/" title="Picture 2 by isriya, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3134/2807360198_389b50d757_o.png" width="350" height="293" alt="Picture 2" /></a></p>

<p>สั่งเปิด-ปิดซับไตเติลตอนเล่นวิดีโอ</p>

<p><a href="http://www.flickr.com/photos/isriya/2807363702/" title="Picture 4 by isriya, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3246/2807363702_67321f49a0_o.jpg" width="366" height="161" alt="Picture 4" /></a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Samsung X360 &quot;เบากว่า MacBook Air&quot;</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8786" />
    <id>http://blognone.com/node/8786</id>
    <published>2008-08-29T05:52:06+07:00</published>
    <updated>2008-08-29T06:01:00+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="laptop" />
    <category term="Notebook" />
    <category term="Samsung" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ซัมซุงเปิดตัวโน้ตบุ๊กสุดบางรุ่นใหม่ X360 สเปกตามนี้</p>

<ul>
<li>Centrino 2 ULV</li>
<li>แรม 1GB ขึ้นไป</li>
<li>ฮาร์ดดิสก์ 5400RPM 120G หรือ 64GB/128GB SSD</li>
<li>การ์ดจอมาตรฐาน X4500 (เข้าใจว่ามีรุ่นสูงกว่านี้ให้เลือก)</li>
<li>หน้าจอ 13.3&#8221; 1280 x 800</li>
<li>ไม่มีไดร์ฟอ่านแผ่นใดๆ มาให้</li>
<li>USB x3, card reader, PCI ExpressCard/34, HDMI, VGA, LAN, Bluetooth, Wi-Fi และกล้อง 1.3MP</li>
<li>แบตเตอรี่อยู่ได้ 6-10 ชม. ตามสเปก</li>
<li>ส่วนบางสุด 0.66 นิ้ว หนาสุด 1.2 นิ้ว (MacBook Air 0.16–0.76 นิ้ว)</li>
<li><strong>หนัก 2.8 ปอนด์</strong> (MacBook Air 3.0 ปอนด์ หรือ 1.36 กิโล)</li>
</ul>

<p>ราคายังไม่เปิดเผยครับ ภาพตามลิงก์ด้านล่าง นอกจากนี้ Engadget ยังเป็นเสือปืนไว เอามา<a href="http://www.engadget.com/2008/08/28/samsung-x360-handled-fights-macbook-air-to-the-death/">วางเทียบขนาดกับ MacBook Air</a> ให้ดูเล่นก่อนเลือกด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.engadget.com/2008/08/28/samsung-debuts-x360-lighter-than-air-ultraportable/">Engadget</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ซัมซุงเปิดตัวโน้ตบุ๊กสุดบางรุ่นใหม่ X360 สเปกตามนี้</p>

<ul>
<li>Centrino 2 ULV</li>
<li>แรม 1GB ขึ้นไป</li>
<li>ฮาร์ดดิสก์ 5400RPM 120G หรือ 64GB/128GB SSD</li>
<li>การ์ดจอมาตรฐาน X4500 (เข้าใจว่ามีรุ่นสูงกว่านี้ให้เลือก)</li>
<li>หน้าจอ 13.3&#8221; 1280 x 800</li>
<li>ไม่มีไดร์ฟอ่านแผ่นใดๆ มาให้</li>
<li>USB x3, card reader, PCI ExpressCard/34, HDMI, VGA, LAN, Bluetooth, Wi-Fi และกล้อง 1.3MP</li>
<li>แบตเตอรี่อยู่ได้ 6-10 ชม. ตามสเปก</li>
<li>ส่วนบางสุด 0.66 นิ้ว หนาสุด 1.2 นิ้ว (MacBook Air 0.16–0.76 นิ้ว)</li>
<li><strong>หนัก 2.8 ปอนด์</strong> (MacBook Air 3.0 ปอนด์ หรือ 1.36 กิโล)</li>
</ul>

<p>ราคายังไม่เปิดเผยครับ ภาพตามลิงก์ด้านล่าง นอกจากนี้ Engadget ยังเป็นเสือปืนไว เอามา<a href="http://www.engadget.com/2008/08/28/samsung-x360-handled-fights-macbook-air-to-the-death/">วางเทียบขนาดกับ MacBook Air</a> ให้ดูเล่นก่อนเลือกด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.engadget.com/2008/08/28/samsung-debuts-x360-lighter-than-air-ultraportable/">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิลโชว์ภาพ Android Market พร้อมข้อมูลเบื้องต้น</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8785" />
    <id>http://blognone.com/node/8785</id>
    <published>2008-08-29T05:40:16+07:00</published>
    <updated>2008-08-29T05:58:03+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Android" />
    <category term="Google" />
    <category term="Mobile" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>นักพัฒนาของกูเกิลโชว์หน้าตาของ &#8220;Android Market&#8221; ลงในบล็อกของ Android แล้ว โดยบลัฟแอปเปิลเล็กๆ ว่ากูเกิลจงใจใช้ &#8220;Market&#8221; แทน &#8220;Store&#8221; เพื่อต้องการบอกว่านักพัฒนามีอิสระในการเผยแพร่เนื้อหาของตัวเองมากกว่า วิธีการนั้นมีแค่ 3 ขั้นคือ ลงทะเบียน อัพโหลด และสั่งเผยแพร่เท่านั้น ซึ่งกูเกิลยกการอัพโหลดวิดีโอขึ้น YouTube มาเป็นการเปรียบเทียบเลยทีเดียว</p>

<p>กูเกิลบอกว่ามือถือ Android เครื่องแรก (ซึ่งน่าจะหมายถึง HTC Dream) จะมี Android Market มาให้ ส่วนจะเต็มรูปแบบแค่ไหนทางกูเกิลกำลังตัดสินใจอยู่ แต่ที่มีแน่ๆ คือระบบแจกจ่ายซอฟต์แวร์แบบแจกฟรี จากนั้นกูเกิลจะออกตัวอัพเดตเป็นระยะ เพื่อสนับสนุนฟีเจอร์เพิ่มเติม อย่างเช่น ซอฟต์แวร์ขาย, ตัวตรวจสอบสถิติ, ระบบจัดการเวอร์ชัน เป็นต้น</p>

<p>ภาพหน้าจอดูได้ด้านในครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://android-developers.blogspot.com/2008/08/android-market-user-driven-content.html">Android Developers Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>นักพัฒนาของกูเกิลโชว์หน้าตาของ &#8220;Android Market&#8221; ลงในบล็อกของ Android แล้ว โดยบลัฟแอปเปิลเล็กๆ ว่ากูเกิลจงใจใช้ &#8220;Market&#8221; แทน &#8220;Store&#8221; เพื่อต้องการบอกว่านักพัฒนามีอิสระในการเผยแพร่เนื้อหาของตัวเองมากกว่า วิธีการนั้นมีแค่ 3 ขั้นคือ ลงทะเบียน อัพโหลด และสั่งเผยแพร่เท่านั้น ซึ่งกูเกิลยกการอัพโหลดวิดีโอขึ้น YouTube มาเป็นการเปรียบเทียบเลยทีเดียว</p>

<p>กูเกิลบอกว่ามือถือ Android เครื่องแรก (ซึ่งน่าจะหมายถึง HTC Dream) จะมี Android Market มาให้ ส่วนจะเต็มรูปแบบแค่ไหนทางกูเกิลกำลังตัดสินใจอยู่ แต่ที่มีแน่ๆ คือระบบแจกจ่ายซอฟต์แวร์แบบแจกฟรี จากนั้นกูเกิลจะออกตัวอัพเดตเป็นระยะ เพื่อสนับสนุนฟีเจอร์เพิ่มเติม อย่างเช่น ซอฟต์แวร์ขาย, ตัวตรวจสอบสถิติ, ระบบจัดการเวอร์ชัน เป็นต้น</p>

<p>ภาพหน้าจอดูได้ด้านในครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://android-developers.blogspot.com/2008/08/android-market-user-driven-content.html">Android Developers Blog</a>
<!--break--></p>

<div align="center"><img src="http://3.bp.blogspot.com/_-e06f1q-QQE/SLbW0tDkvKI/AAAAAAAAAF8/0eQVyZFDSCo/s320/1.png" alt="Android Marketplace" /><img src="http://1.bp.blogspot.com/_-e06f1q-QQE/SLbXI1U1D5I/AAAAAAAAAGU/PXiiPQS42q0/s320/4.png" alt="Android Marketplace" /></div>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>โตชิบาเปิดตัวจอ LCD พลัง Cell</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8781" />
    <id>http://blognone.com/node/8781</id>
    <published>2008-08-28T20:25:59+07:00</published>
    <updated>2008-08-28T20:31:51+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Cell" />
    <category term="Display" />
    <category term="LCD" />
    <category term="Toshiba" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>เราเห็นข่าว <a href="http://www.blognone.com/node/8383">Qosmio G55 โน้ตบุ๊กพลัง Cell</a> ของโตชิบากันไปแล้ว คราวนี้มาเป็นทีวี LCD พลัง Cell กันบ้าง</p>

<p>จอ LCD ซีรีย์ ZF ของโตชิบาจะใช้ซีพียู Cell ในการแปลงสัญญาณภาพแบบ Standard Definition (SD) มาเป็น HD (หรือที่เรียกกันว่า upscaling) แบบเดียวกับใน PS3 แต่เป็นเทคโนโลยีที่โตชิบาพัฒนาขึ้นมาเองโดยไม่ต้องผ่านเครื่องเล่นตัวกลาง ทำในจอโดยตรง ชื่อทางการค้าของเทคโนโลยีนี้เรียกว่า Resolution+</p>

<p>โตชิบาเปิดตัวจอสองรุ่นในยุโรป โดยมีแบบ 40&#8221; กับ 46&#8221; นิ้วให้เลือก ยังไม่มีข้อมูลเรื่องราคาและวันวางจำหน่าย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.engadget.com/2008/08/28/toshibas-new-zf-lcds-include-cell-based-resolution-upscaling/">Engadget</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>เราเห็นข่าว <a href="http://www.blognone.com/node/8383">Qosmio G55 โน้ตบุ๊กพลัง Cell</a> ของโตชิบากันไปแล้ว คราวนี้มาเป็นทีวี LCD พลัง Cell กันบ้าง</p>

<p>จอ LCD ซีรีย์ ZF ของโตชิบาจะใช้ซีพียู Cell ในการแปลงสัญญาณภาพแบบ Standard Definition (SD) มาเป็น HD (หรือที่เรียกกันว่า upscaling) แบบเดียวกับใน PS3 แต่เป็นเทคโนโลยีที่โตชิบาพัฒนาขึ้นมาเองโดยไม่ต้องผ่านเครื่องเล่นตัวกลาง ทำในจอโดยตรง ชื่อทางการค้าของเทคโนโลยีนี้เรียกว่า Resolution+</p>

<p>โตชิบาเปิดตัวจอสองรุ่นในยุโรป โดยมีแบบ 40&#8221; กับ 46&#8221; นิ้วให้เลือก ยังไม่มีข้อมูลเรื่องราคาและวันวางจำหน่าย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.engadget.com/2008/08/28/toshibas-new-zf-lcds-include-cell-based-resolution-upscaling/">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>กูเกิลต่อสัญญากับ Mozilla อีกสามปี</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8780" />
    <id>http://blognone.com/node/8780</id>
    <published>2008-08-28T20:14:39+07:00</published>
    <updated>2008-08-28T20:21:46+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="Mozilla" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ถ้าใช้ Firefox อยู่ลองเหลือบไปดูไอคอนกูเกิลอันเล็กๆ ตรงมุมขวาบนนะครับ ไอคอนอันนี้สำคัญมากเพราะเป็นแหล่งรายได้หลัก (เหมือนจะเป็นอันเดียวด้วยซ้ำ) ของมูลนิธิ Mozilla ไม่มีใครรู้ว่ามูลค่าของมันเป็นเท่าไรเพราะ Mozilla ไม่ยอมเปิดเผย (เป็นจุดหนึ่งที่โดนโจมตีอยู่เรื่อยๆ) เอาเป็นว่าเยอะจนจ่ายค่าเครื่องบินให้ผมและนักพัฒนาของ Mozilla อีก 400 กว่าคนไปประชุม <a href="http://www.blognone.com/node/8584">Firefox Summit</a> ได้สบาย</p>

<p>สัญญาของทั้งสองฝ่ายจะหมดลงในเดือนพฤศจิกายน 2008 นี้ แต่ทาง Mozilla โดยซีอีโอ Mitchell Baker ออกมาเปิดเผยแล้วว่า กูเกิลต่อสัญญาไปอีกสามปีไปเป็นเดือนพฤศจิกายน 2011 ด้วยมูลค่าไม่มีใครทราบเช่นเดิม</p>

<p>สำหรับผู้ใช้ Firefox แปลว่าทาง Mozilla มีรายได้ต่อเนื่องเข้ามาบริหารงาน และจ้างพนักงานเพื่อพัฒนา Firefox รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไปอีก 3 ปี ระหว่างนี้ก็ยังไม่ต้องห่วงถึงอนาคตทางการเงินของ Mozilla แต่อย่างใด</p>

<p>ที่มา - <a href="http://standblog.org/blog/post/2008/08/28/Mozilla-s-future%3A-financial-resources-secured">Standblog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ถ้าใช้ Firefox อยู่ลองเหลือบไปดูไอคอนกูเกิลอันเล็กๆ ตรงมุมขวาบนนะครับ ไอคอนอันนี้สำคัญมากเพราะเป็นแหล่งรายได้หลัก (เหมือนจะเป็นอันเดียวด้วยซ้ำ) ของมูลนิธิ Mozilla ไม่มีใครรู้ว่ามูลค่าของมันเป็นเท่าไรเพราะ Mozilla ไม่ยอมเปิดเผย (เป็นจุดหนึ่งที่โดนโจมตีอยู่เรื่อยๆ) เอาเป็นว่าเยอะจนจ่ายค่าเครื่องบินให้ผมและนักพัฒนาของ Mozilla อีก 400 กว่าคนไปประชุม <a href="http://www.blognone.com/node/8584">Firefox Summit</a> ได้สบาย</p>

<p>สัญญาของทั้งสองฝ่ายจะหมดลงในเดือนพฤศจิกายน 2008 นี้ แต่ทาง Mozilla โดยซีอีโอ Mitchell Baker ออกมาเปิดเผยแล้วว่า กูเกิลต่อสัญญาไปอีกสามปีไปเป็นเดือนพฤศจิกายน 2011 ด้วยมูลค่าไม่มีใครทราบเช่นเดิม</p>

<p>สำหรับผู้ใช้ Firefox แปลว่าทาง Mozilla มีรายได้ต่อเนื่องเข้ามาบริหารงาน และจ้างพนักงานเพื่อพัฒนา Firefox รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไปอีก 3 ปี ระหว่างนี้ก็ยังไม่ต้องห่วงถึงอนาคตทางการเงินของ Mozilla แต่อย่างใด</p>

<p>ที่มา - <a href="http://standblog.org/blog/post/2008/08/28/Mozilla-s-future%3A-financial-resources-secured">Standblog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แบ่งปันอย่างเสรีบนโลกออนไลน์ด้วยครีเอทีฟคอมมอนส์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8779" />
    <id>http://blognone.com/node/8779</id>
    <published>2008-08-28T20:01:46+07:00</published>
    <updated>2008-08-30T01:54:11+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Special Report" />
    <category term="Creative Commons" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หมายเหตุ: งานชิ้นนี้ผมไม่ได้เป็นคนเขียน (เป็นคนยุให้แปล) แต่เห็นว่าเกี่ยวข้องกับ Creative Commons เลยขอมาเผยแพร่บน Blognone ด้วย คนจะได้อ่านเยอะๆ ผู้แปลคือ<a href="http://gotoknow.org/blog/guopai">คุณชิตพงษ์ กิตตินราดร</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หมายเหตุ: งานชิ้นนี้ผมไม่ได้เป็นคนเขียน (เป็นคนยุให้แปล) แต่เห็นว่าเกี่ยวข้องกับ Creative Commons เลยขอมาเผยแพร่บน Blognone ด้วย คนจะได้อ่านเยอะๆ ผู้แปลคือ<a href="http://gotoknow.org/blog/guopai">คุณชิตพงษ์ กิตตินราดร</a>
<!--break-->
<strong>แบ่งปันอย่างเสรีบนโลกออนไลน์ด้วยครีเอทีฟคอมมอนส์</strong></p>

<p>ไม่นานหลังจากโจอิชิ อิโตะ (Joichi Ito) ได้นำภาพถ่ายของวินตัน เซิร์ฟ (Vinton Cerf) ผู้บุกเบิกวงการอินเทอร์เน็ต ที่เขาเป็นผู้ถ่าย ขึ้นไปไว้ที่สารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดีย (Wikipedia) เมื่อปีก่อน เขาสังเกตว่ามีอะไรแปลกๆ  ในตอนนั้น รูปถ่ายของคนที่มีชื่อเสียงในวงการอินเทอร์เน็ตและผู้นำทางเทคโนโลยี ที่มีประวัติอยู่ในวิกิพีเดีย มักจะมีคุณภาพต่ำหรือไม่มีรูปเลย มันไม่สมควรจะเป็นเช่นนั้น</p>

<p>อิโตะ ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการศึกษาในสหรัฐอเมริกา นักลงทุนร่วมจัดตั้งกิจการและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทดิจิตอล การาจ (Digital Garage) ซึ่งทำธุรกิจสนับสนุนกิจการอินเทอร์เน็ตที่เกิดใหม่ในญี่ปุ่น กล่าวว่า  “ผมได้ตระหนักว่า คนมีชื่อเสียงหลายคน ไม่มีภาพถ่ายที่เผยแพร่อย่างเสรีบนอินเทอร์เน็ต”</p>

<p>อิโตะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานั้น เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เขาเริ่มตระเวนถ่ายภาพคนที่เขาพบในระหว่างการเดินทางเกือบทุกคน ด้วยกล้อง Leica และกล้องถ่ายรูปขนาดกลาง เขาใช้เวลาครึ่งปีในการเดินทางทั่วโลก เข้าร่วมประชุมและสัมนาหลายแห่ง และภายในไม่กี่เดือน เขาก็ได้ภาพถ่ายนับพันภาพ</p>

<p>ตั้งแต่ภาพของทิม โอเรียลลี่ (Tim O’Reilly) ผู้ก่อตั้งโอเรียลลีมีเดีย (O’Reilly Media) จิมมี เวลส์ (Jimmy Wales) ผู้ร่วมก่อตั้งวิกิพีเดีย , จนถึงจอร์จ ลูคัส (George Lucas) ผู้กำกับภาพยนต์และเจเจ อับรามส์ (J.J. Abrams) ที่โด่งดังจากภาพยนต์เรื่อง Cloverfield และ Mission Impossible III แม้แต่ภาพของมิซูโกะ (Mizuko) น้องสาวของอิโตะและสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวก็ถ่ายมาด้วย</p>

<p>ตอนนี้ เขาวางแผนที่จะตีพิมพ์หนังสือรวมภาพถ่ายเหล่านั้น ชื่อว่า ฟรีโซลส์ (Freesouls) แต่อิโตะไม่ได้คาดหวังว่า จะทำกำไรจากการขายหนังสือ โดยในเดือนกันยายน เมื่อหนังสือวางจำหน่ายที่เว็บไซ้ท์อเมซอน  อิโตะจะแจกจ่ายภาพเหล่านั้นฟรีบนอินเทอร์เน็ต ทุกคนสามารถดาวน์โหลด นำไปใช้ เผยแพร่และแก้ไขภาพเหล่านั้นได้ โดยมีเงื่อนไขข้อเดียวคือ ต้องอ้างชื่ออิโตะว่า เป็นเจ้าของภาพ เขาคิดว่าคนส่วนมากคงดาวน์โหลดภาพมากกว่าซื้อหนังสือ  อิโตะที่ดูอ่อนกว่าวัย 42 กล่าวว่า “ถ้าเราขายหนังสือได้เพียงไม่กี่พันเล่ม (ให้คุ้มกับต้นทุน) ก็เพียงพอแล้ว”</p>

<p>อิโตะไม่ใช่แค่ผู้หวังดีมือสมัครเล่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาเข้ารับตำแหน่งผู้นำของครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่พัฒนาและเผยแพร่สัญญาอนุญาตให้ใช้งานสร้างสรรค์ตามลิขสิทธิ์ ครีเอทีฟคอมมอนส์ก่อตั้งโดยลอว์เรนซ์ เลสซิก (Lawrence Lessig) ศาสตราจารย์กฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด</p>

<p>ในปี 2001 เลสซิก ได้จัดทำสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ขึ้น เพราะเขารู้สึกว่ากฎหมายลิขสิทธิ์แบบเดิม อาจเป็นอุปสรรคต่อการแบ่งปันงานสร้างสรรค์อย่างเสรีบนอินเทอร์เน็ต โดยทั่วไปสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์ สามารถเผยแพร่ผลงานบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างเสรี แต่ก็สามารถกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ใช้นำผลงานไปใช้เพื่อการค้าได้ ถ้าเจ้าของต้องการ ซึ่งเป็นแบบสัญญาอนุญาตที่หนังสือของอิโตะใช้ หรืออาจให้นำผลงานไปใช้ในลักษณะที่ไม่ใช่เพื่อการค้าก็ได้</p>

<p>การส่งผ่านตำแหน่งผู้นำจากเลสซิกไปสู่อิโตะเป็นการเปิดยุคใหม่ เลสซิกเป็นเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่ใช้ความน่าเชื่อถือ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอดีตเสมียนศาลสูงสุด ในการสร้างความน่าเชื่อถือในวงการกฎหมาย แต่อิโตะมีสิ่งอื่นที่ต่างออกไป เขาเป็นผู้สร้างเว็บหน้าแรกๆในโลก เคยทดลองเจาะเข้าระบบเครือข่าย ก่อตั้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพานิชย์รายแรกในญี่ปุ่น ก่อนที่กระแสอินเทอร์เน็ตจะมาแรง และเขียนบลอกบนอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 90 ก่อนที่การเขียนบล็อกจะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทั่วไป</p>

<p>หลายคนคาดหวังว่าอิโตะจะนำผู้ประกอบการ นักธุรกิจและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปเข้ามาในครีเอทีฟคอมมอนส์มากขึ้น  รอยเบน สไตเกอร์ (Reuben Steiger) อดีตผู้สนับสนุนหลักของลินเดนแล็บส์ (Linden Labs) และประธานบริหารบริษัทที่ปรึกษามิลเลียนออฟอัส (Million of Us) ที่ซานฟรานซิสโก กล่าวว่า “อิโตะนำมาซึ่งประสบการณ์ประยุกต์จากโลกธุรกิจ ที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”</p>

<p>อิโตะได้ตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานไว้ นั่นคือ การทำให้ครีเอทีฟคอมมอนส์ เป็นตราสินค้าระดับโลกสำหรับตลาดของคนส่วนใหญ่ เขากล่าวว่า ” เป้าหมายคือการทำให้สัญญาอนุญาตเข้าใจได้ง่าย ทำให้คนธรรมดาสามารถใช้สัญญาอนุญาตได้ โดยไม่ต้องจ้างที่ปรึกษากฎหมาย” หนทางไปสู่เป้าหมายนั้น ยังยาวไกล ครีเอทีฟคอมมอนส์ได้ประเมินว่า มีผลงานสร้างสรรค์บนอินเทอร์เน็ตเพียง 140 ล้านชิ้นที่ติดป้ายครีเอทีฟคอมมอนส์ นักวิจารย์กล่าวว่า สัญญาอนุญาตดังกล่าว เพิ่มความซับซ้อนทางกฎหมาย เมื่อเกิดกรณีพิพาทด้านลิขสิทธิ์</p>

<p>แม้กระนั้น การเคลื่อนไหวนี้ ก็มีผู้สนับสนุนที่ทรงอิทธิพล โปรแกรมเวิร์ด (Microsoft Word) เอ็กซ์เซล (Excel) และเพาเวอร์พอยท์ (Powerpoint) รุ่นล่าสุดของบริษัทไมโครซอฟท์ มาพร้อมกับเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของงาน สามารถเลือกใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ส่วนกูเกิ้ล (Google) และยาฮู (Yahoo!) อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์กับวีดีโอ ภาพถ่าย และหนังสือ</p>

<p>สถาบันการศึกษากว่า 200 แห่งทั่วโลกได้เข้าร่วมโครงการโอเพนคอร์สแวร์ (Open CourseWare) เพื่อเผยแพร่สื่อการศึกษาอย่างเสรี   ธนาคารชินไซ (Shinsei Bank) ของญี่ปุ่น กล่าวเมื่อเดือนเมษายนว่า โอเพนคอร์สแวร์ทำให้ สถาบันเทคโนโลยี่ของอินเดีย ( Indian Institute of Technology ) สามารถสอนเนื้อหาที่ซับซ้อนของระบบเครือข่ายของธนาคารได้</p>

<p>เมื่อเดือนมีนาคม วงดนตรี ร็อคไนน์อินช์เนลส์ (Nine Inch Nails) ได้เผยแพร่เพลงโดยใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ และเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์แห่งสหรัฐอเมริกาที่กรุงวอร์ชิงตัน ได้ตัดสินคดีที่ระบุว่า ศิลปินและโปรแกรมเมอร์ สามารถใช้สัญญาทางพาณิชย์ เพื่อเผยแพร่ซอฟท์แวร์และงานศิลปกรรมดิจิตอล เพื่อประโยชน์ของสาธารณะได้โดยชอบด้วยกฎหมาย</p>

<p>การจัดพิมพ์หนังสือฟรีโซลส์ของอิโตะ ทำให้เขากลายเป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับครีเอทีฟคอมมอนส์ และนั่นก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะค้นพบจุดอ่อนของครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากในเวลาที่ การเผยแพร่งานสร้างสรรค์อย่างเสรี กำลังพัฒนาไปอย่างกว้างขวาง  อิโตะกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าคนจำนวนมาก จะหาเงินได้จากผลงานที่เผยแพร่ ผมต้องการพิสูจน์ว่า การหาเงินจากการเผยแพร่ผลงานนั้นทำได้จริง โดยการเขียนหนังสือและการลงทุน ในบริษัทที่สร้างผลตอบแทนจากงานสร้างสรรค์ และหวังว่าคนจำนวนมาก คงทำตาม”</p>

<p>แต่อิโตะก็แสดงความกังวลถึง ความเป็นไปได้ที่อาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์จากบทบาทของเขา ที่เป็นทั้งนักธุรกิจและประธานบริหารของครีเอทีฟคอมมอนส์ เพื่อลดเสียงวิจารณ์ เขาได้เปิดเผยข้อมูลการลงทุนมูลค่ากว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงข้อมูลการเป็นสมาชิกบอร์ดในบริษัทต่างๆของเขา ต่อสาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ</p>

<p>ตามหลักการ เมื่อศิลปินเผยแพร่งานของตนอย่างเสรี เพื่อแสดงความสามารถต่อสาธารณชน อาจทำให้เขาได้รับงานที่มีค่าจ้างในภายหลัง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เผยแพร่งานใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ จะรู้กฎในการใช้งาน</p>

<p>ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนกรกฎาคม นิตยสารบิซิเนสวีค (BusinessWeek) ได้เผยแพร่งานภาพสไลด์ของอิโตะ ซึ่งเป็นภาพถ่ายของปีแอร์ โอมิดยาร์ (Pierre Omidyar) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ประมูลอีเบย์ (eBay) ที่เว็บไซต์แลกเปลี่ยนภาพฟลิกเกอร์ (Flickr) แต่ไม่ได้อ้างอิงว่าอิโตะเป็นเจ้าของภาพ หลังจากนั้นมีคนพบและแจ้งไปที่อิโตะ เขาได้ส่งอีเมลมาเพื่อขอให้มีอ้างอิงชื่อของเขาในงานดังกล่าว วันรุ่งขึ้น บิซิเนสวีคได้ใส่ชื่อของเขาไว้ที่คำบรรยายภาพ</p>

<p>เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นอีกกับหนังสือฟรีโซลส์ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น อิโตะได้ขอให้คนที่ปรากฏในภาพถ่ายทุกคนเซ็นยินยอม (ซึ่งอิโตะกล่าวว่าเป็นเรื่องยุ่งยากมาก ) โดยเขาได้อธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า พวกเขาไม่เพียงอนุญาตให้อิโตะใช้ภาพถ่ายเหล่านั้น แต่สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ยังอนุญาตให้ใครก็ตาม สามารถดาวน์โหลดภาพและเผยแพร่ภาพนั้นออกไป รวมถึงการได้รับผลกำไรทั้งหมดไว้ด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.businessweek.com/globalbiz/content/aug2008/gb20080815_901512.htm?campaign_id=rss_tech">BusinessWeek</a> เผยแพร่ครั้งแรกที่ <a href="http://cc.in.th/archives/73">ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Internet Explorer 8 Beta 2</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8773" />
    <id>http://blognone.com/node/8773</id>
    <published>2008-08-28T04:13:34+07:00</published>
    <updated>2008-08-28T04:29:09+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Browser" />
    <category term="Microsoft" />
    <category term="IE" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผมเขียนข่าวข้างล่างไป ข่าวใหม่ก็มาพอดี IE8 Beta 2 ออกมาให้ทดสอบแล้วครับ ระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนคือ XP, Vista, 2003 และ 2008 ทุกตัวมีทั้งแบบ 32/64 บิต โดย IE8 มีฟีเจอร์ใหม่แบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ</p>

<ol>
<li>Everyday Browsing

<ul>
<li>เมื่อเปิดแท็บใหม่ - แทนที่จะแสดงเป็นแท็บว่าง ก็จะแสดงรายการแท็บที่เพิ่งปิดไปให้เลือกกดง่ายๆ พร้อมทั้งลิงก์แนะนำอื่นๆ</li>
<li>จัดหมวดแท็บด้วยสี - เหมือนกับ <a href="https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/1368">ColorfulTabs</a></li>
<li>Smart Address Bar - เหมือนกับ Awesome Bar ของ Firefox</li>
<li>เปลี่ยนชื่อ Activities มาเป็น Accelerator (รายละเอียดดูในข่าวเก่า: <a href="http://www.blognone.com/node/7176">IE8 Beta 1</a>)</li>
<li>ปรับช่องค้นหาใหม่ - มีระบบ suggest เหมือนกับของ Firefox แต่เหนือกว่าตรงแสดงรูปภาพได้ด้วย (เช่น ค้น eBay ก็จะ suggest รายการสินค้าและภาพประกอบ หรือค้น New York Times เป็นหัวข่าวและภาพประกอบ)</li>
<li>ปรับปรุงประสิทธิภาพ</li>
</ul></li>
<li>Safety

<ul>
<li><a href="http://www.blognone.com/node/8772">InPrivate</a> เพิ่งเขียนไปสดๆ</li>
<li>Loosely-Coupled IE - แยกตัวโครงของ IE (เช่น เมนู ทูลบาร์) ออกจากแท็บ ดังนั้นถ้าแท็บนึงเกิดแครชไป เบราว์เซอร์ก็มีโอกาสรอดสูงขึ้น</li>
<li>อย่างอื่นเช่น XSS Filter, SmartScreen, เปิดใช้ NX bit ดูในข่าวเก่า <a href="http://www.blognone.com/node/8256">ฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ใน IE8</a></li>
</ul></li>
<li>Platform

<ul>
<li>ฟีเจอร์ที่ทุกคนรอคอยนั่นคือสนับสนุนมาตรฐานเว็บมากขึ้น</li>
<li>ปุ่ม <a href="http://blogs.msdn.com/ie/archive/2008/08/27/introducing-compatibility-view.aspx">Compatibility View</a> สำหรับเลือกโหมดการแสดงผล ในกรณีเว็บที่สร้างสำหรับ IE6 เปิดด้วย IE8 แล้วพัง ยังพอมีทางออก ปุ่มนี้จะอยู่ข้างๆ Refresh ใน Address Bar (ภาพประกอบตามลิงก์)</li>
</ul></li>
</ol>

<p>ดาวน์โหลดได้ที่ <a href="http://www.microsoft.com/windows/internet-explorer/beta/">Windows Internet Explorer 8</a> อ่านดูแล้วดีทุกอย่าง ขอเพิ่มอีกอย่างเดียวคือถ้าออกตัวจริงแล้ว ช่วยโผล่​ (แบบบังคับ) ใน Windows Update ด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blogs.msdn.com/ie/archive/2008/08/27/internet-explorer-8-beta-2-now-available.aspx">IE Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผมเขียนข่าวข้างล่างไป ข่าวใหม่ก็มาพอดี IE8 Beta 2 ออกมาให้ทดสอบแล้วครับ ระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนคือ XP, Vista, 2003 และ 2008 ทุกตัวมีทั้งแบบ 32/64 บิต โดย IE8 มีฟีเจอร์ใหม่แบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ</p>

<ol>
<li>Everyday Browsing

<ul>
<li>เมื่อเปิดแท็บใหม่ - แทนที่จะแสดงเป็นแท็บว่าง ก็จะแสดงรายการแท็บที่เพิ่งปิดไปให้เลือกกดง่ายๆ พร้อมทั้งลิงก์แนะนำอื่นๆ</li>
<li>จัดหมวดแท็บด้วยสี - เหมือนกับ <a href="https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/1368">ColorfulTabs</a></li>
<li>Smart Address Bar - เหมือนกับ Awesome Bar ของ Firefox</li>
<li>เปลี่ยนชื่อ Activities มาเป็น Accelerator (รายละเอียดดูในข่าวเก่า: <a href="http://www.blognone.com/node/7176">IE8 Beta 1</a>)</li>
<li>ปรับช่องค้นหาใหม่ - มีระบบ suggest เหมือนกับของ Firefox แต่เหนือกว่าตรงแสดงรูปภาพได้ด้วย (เช่น ค้น eBay ก็จะ suggest รายการสินค้าและภาพประกอบ หรือค้น New York Times เป็นหัวข่าวและภาพประกอบ)</li>
<li>ปรับปรุงประสิทธิภาพ</li>
</ul></li>
<li>Safety

<ul>
<li><a href="http://www.blognone.com/node/8772">InPrivate</a> เพิ่งเขียนไปสดๆ</li>
<li>Loosely-Coupled IE - แยกตัวโครงของ IE (เช่น เมนู ทูลบาร์) ออกจากแท็บ ดังนั้นถ้าแท็บนึงเกิดแครชไป เบราว์เซอร์ก็มีโอกาสรอดสูงขึ้น</li>
<li>อย่างอื่นเช่น XSS Filter, SmartScreen, เปิดใช้ NX bit ดูในข่าวเก่า <a href="http://www.blognone.com/node/8256">ฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ใน IE8</a></li>
</ul></li>
<li>Platform

<ul>
<li>ฟีเจอร์ที่ทุกคนรอคอยนั่นคือสนับสนุนมาตรฐานเว็บมากขึ้น</li>
<li>ปุ่ม <a href="http://blogs.msdn.com/ie/archive/2008/08/27/introducing-compatibility-view.aspx">Compatibility View</a> สำหรับเลือกโหมดการแสดงผล ในกรณีเว็บที่สร้างสำหรับ IE6 เปิดด้วย IE8 แล้วพัง ยังพอมีทางออก ปุ่มนี้จะอยู่ข้างๆ Refresh ใน Address Bar (ภาพประกอบตามลิงก์)</li>
</ul></li>
</ol>

<p>ดาวน์โหลดได้ที่ <a href="http://www.microsoft.com/windows/internet-explorer/beta/">Windows Internet Explorer 8</a> อ่านดูแล้วดีทุกอย่าง ขอเพิ่มอีกอย่างเดียวคือถ้าออกตัวจริงแล้ว ช่วยโผล่​ (แบบบังคับ) ใน Windows Update ด้วย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blogs.msdn.com/ie/archive/2008/08/27/internet-explorer-8-beta-2-now-available.aspx">IE Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>InPrivate ฟีเจอร์ใหม่ด้านความเป็นส่วนตัวใน IE8</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8772" />
    <id>http://blognone.com/node/8772</id>
    <published>2008-08-28T04:05:32+07:00</published>
    <updated>2008-08-28T04:11:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Privacy" />
    <category term="IE" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ช่วงหลังๆ ข่าว IE8 ดูจะเงียบไปหน่อย แต่ล่าสุดไมโครซอฟท์ได้ออกมาเปิดเผยฟีเจอร์ด้านการท่องเว็บแบบรักษาความเป็นส่วนตัวใน IE8 โดยใช้ชื่อว่า InPrivate</p>

<p>InPrivate ประกอบด้วยฟีเจอร์ 4 ส่วนได้แก่</p>

<ul>
<li>InPrivate Browsing - โหมดล่องหน คือ IE8 จะไม่เก็บข้อมูลใดๆ (เช่น คุกกี้ ฟอร์ม รหัสผ่าน ประวัติ แคช ฯลฯ) ถ้าเราเข้าโหมดนี้ แถมตรงไอคอน favicon จะกลายเป็นไอคอน InPrivate เพื่อบอกว่าอยู่ในโหมดไหน</li>
<li>Delete Browsing History - เหมือนเมนู Clear Private Data ของ Firefox</li>
<li>InPrivate Blocking - สามารถบล็อคเนื้อหาเว็บที่จ้องจะเอาข้อมูลส่วนตัวของคุณไปได้ ได้แก่พวกโค้ด JavaScript สำหรับตามรอยที่ฝังอยู่ในเว็บต่างๆ (เช่น Google Analytics)</li>
<li>InPrivate Subscriptions - ใช้ร่วมกับ InPrivate Blocking เวลาขี้เกียจมานั่งเลือกว่าจะบล็อคเว็บอะไรทีละเว็บ ก็บอกรับข้อมูลจากผู้ให้บริการด้านความเป็นส่วนตัว ช่วยคิดแทนเราได้</li>
</ul>

<p>ที่มา - <a href="http://blogs.msdn.com/ie/archive/2008/08/25/ie8-and-privacy.aspx">IE Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ช่วงหลังๆ ข่าว IE8 ดูจะเงียบไปหน่อย แต่ล่าสุดไมโครซอฟท์ได้ออกมาเปิดเผยฟีเจอร์ด้านการท่องเว็บแบบรักษาความเป็นส่วนตัวใน IE8 โดยใช้ชื่อว่า InPrivate</p>

<p>InPrivate ประกอบด้วยฟีเจอร์ 4 ส่วนได้แก่</p>

<ul>
<li>InPrivate Browsing - โหมดล่องหน คือ IE8 จะไม่เก็บข้อมูลใดๆ (เช่น คุกกี้ ฟอร์ม รหัสผ่าน ประวัติ แคช ฯลฯ) ถ้าเราเข้าโหมดนี้ แถมตรงไอคอน favicon จะกลายเป็นไอคอน InPrivate เพื่อบอกว่าอยู่ในโหมดไหน</li>
<li>Delete Browsing History - เหมือนเมนู Clear Private Data ของ Firefox</li>
<li>InPrivate Blocking - สามารถบล็อคเนื้อหาเว็บที่จ้องจะเอาข้อมูลส่วนตัวของคุณไปได้ ได้แก่พวกโค้ด JavaScript สำหรับตามรอยที่ฝังอยู่ในเว็บต่างๆ (เช่น Google Analytics)</li>
<li>InPrivate Subscriptions - ใช้ร่วมกับ InPrivate Blocking เวลาขี้เกียจมานั่งเลือกว่าจะบล็อคเว็บอะไรทีละเว็บ ก็บอกรับข้อมูลจากผู้ให้บริการด้านความเป็นส่วนตัว ช่วยคิดแทนเราได้</li>
</ul>

<p>ที่มา - <a href="http://blogs.msdn.com/ie/archive/2008/08/25/ie8-and-privacy.aspx">IE Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ประชัน text editor บนลินุกซ์ 21 ตัว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8771" />
    <id>http://blognone.com/node/8771</id>
    <published>2008-08-28T03:59:19+07:00</published>
    <updated>2008-08-28T04:03:34+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Linux" />
    <category term="Software" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Text editor เป็นเรื่องของศาสนาพอๆ กับเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ และ IDE แต่ก่อนจะเลือกนับถือศาสนาสักอัน คุณรู้จักศาสนาครบกันหรือยัง?</p>

<p>เว็บไซต์ LinuxLinks ได้รีวิว text editor บนลินุกซ์จำนวน 21 ตัวอย่างละเอียด นอกจากจะพูดถึง text editor ทั่วๆ ไปอย่าง gedit หรือ Kate แล้ว ยังมีพวกใช้งานเฉพาะทาง อย่างเช่น เอาไว้เขียน HTML โดยเฉพาะ (เช่น Bluefish) หรือเขียน TeX/LaTex อีกด้วย</p>

<p>ถ้าลองนับดูแล้วยังรู้จัก text editor ไม่ถึง 21 ตัวก็แนะนำให้เข้าไปอ่านกันครับ ส่วนของผมใช้ Vim เขียนโค้ดและ gedit เขียนภาษาไทย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.linuxlinks.com/article/20080824052425167/Editors.html">LinuxLinks</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Text editor เป็นเรื่องของศาสนาพอๆ กับเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ และ IDE แต่ก่อนจะเลือกนับถือศาสนาสักอัน คุณรู้จักศาสนาครบกันหรือยัง?</p>

<p>เว็บไซต์ LinuxLinks ได้รีวิว text editor บนลินุกซ์จำนวน 21 ตัวอย่างละเอียด นอกจากจะพูดถึง text editor ทั่วๆ ไปอย่าง gedit หรือ Kate แล้ว ยังมีพวกใช้งานเฉพาะทาง อย่างเช่น เอาไว้เขียน HTML โดยเฉพาะ (เช่น Bluefish) หรือเขียน TeX/LaTex อีกด้วย</p>

<p>ถ้าลองนับดูแล้วยังรู้จัก text editor ไม่ถึง 21 ตัวก็แนะนำให้เข้าไปอ่านกันครับ ส่วนของผมใช้ Vim เขียนโค้ดและ gedit เขียนภาษาไทย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.linuxlinks.com/article/20080824052425167/Editors.html">LinuxLinks</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สัมภาษณ์ Guillaume Laforge ผู้ดูแลโครงการ Groovy</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8770" />
    <id>http://blognone.com/node/8770</id>
    <published>2008-08-28T03:45:28+07:00</published>
    <updated>2008-08-28T03:54:48+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Interview" />
    <category term="Question" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จากบทความ <a href="http://www.blognone.com/node/8722">ประสบการณ์ Google Summer of Code 2008</a> ทำให้คนสนใจภาษา <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Groovy_(programming_language)">Groovy</a> กันพอสมควร ทางคุณ <a href="http://www.blognone.com/user/cblue">cblue</a> เลยติดต่อคุณ Guillaume Laforge ผู้จัดการ<a href="http://groovy.codehaus.org/">โครงการ Groovy</a> มาให้สัมภาษณ์กัน</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จากบทความ <a href="http://www.blognone.com/node/8722">ประสบการณ์ Google Summer of Code 2008</a> ทำให้คนสนใจภาษา <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Groovy_(programming_language)">Groovy</a> กันพอสมควร ทางคุณ <a href="http://www.blognone.com/user/cblue">cblue</a> เลยติดต่อคุณ Guillaume Laforge ผู้จัดการ<a href="http://groovy.codehaus.org/">โครงการ Groovy</a> มาให้สัมภาษณ์กัน</p>

<p><!--break-->
<a href="http://glaforge.free.fr/weblog/">Guillaume Laforge</a> เป็นชาวฝรั่งเศส (ถ้าอยากเห็นหน้าดู<a href="http://g2one.com/company.html#guillaume">ภาพประกอบ</a> เป็นหนึ่งในผู้เริ่มโครงการ Groovy และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง VP of Technology ของบริษัท <a href="http://g2one.com/">G2One</a> ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและเจ้าของโครงการ Groovy</p>

<p>Laforge ถือเป็นผู้นำของโครงการ Groovy เท่าที่ผมค้นดู มีงานไหนเกี่ยวกับ Groovy พี่แกรับเชิญไปพูดหมด แถมยังเป็นผู้ร่วมแต่งหนังสือ <a href="http://www.amazon.com/Groovy-Action-Dierk-Koenig/dp/1932394842/ref=sr_1_1?ie=UTF8&amp;s=books&amp;qid=1219870176&amp;sr=8-1">Groovy in Action</a> ดังนั้นถามอะไรเกี่ยวกับภาษา Groovy พี่แกตอบได้หมดแน่นอน รวมไปถึงเฟรมเวิร์คที่เกี่ยวข้องกันคือ <a href="http://grails.org">Grails</a> ด้วย</p>

<p>นานๆ ทีจะมีแขกรับเชิญระดับโลกมาให้สัมภาษณ์กัน ดังนั้นขอเชิญชวนผู้อ่าน Blognone มาช่วยกันตั้งคำถามเยอะๆ ครับ จะตั้งเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ตามสะดวก เรื่องการแปลทั้งแปลไปและแปลกลับเดี๋ยวผมจัดการต่อให้เองไม่ต้องเป็นห่วง</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>อนาคตของ Flash 10, Flex 4 และ Adobe Thermo</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8754" />
    <id>http://blognone.com/node/8754</id>
    <published>2008-08-27T01:18:55+07:00</published>
    <updated>2008-08-28T14:03:06+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Special Report" />
    <category term="Adobe" />
    <category term="Adobe Flex" />
    <category term="Flash" />
    <category term="RIA" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ถอดความมาจากวิดีโอ Keynote ในงานสัมมนา <a href="http://www.360conferences.com/360flex/">360 Flex</a> ของ Adobe โดย Mark Anders ตำแหน่ง Senior Principal Scientist ของ Adobe เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ถอดความมาจากวิดีโอ Keynote ในงานสัมมนา <a href="http://www.360conferences.com/360flex/">360 Flex</a> ของ Adobe โดย Mark Anders ตำแหน่ง Senior Principal Scientist ของ Adobe เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา
<!--break-->
<embed src="http://services.brightcove.com/services/viewer/federated_f8/1596744118" bgcolor="#FFFFFF" flashVars="videoId=1741161343&amp;playerId=1596744118&amp;viewerSecureGatewayURL=https://console.brightcove.com/services/amfgateway&amp;servicesURL=http://services.brightcove.com/services&amp;cdnURL=http://admin.brightcove.com&amp;domain=embed&amp;autoStart=false&amp;" base="http://admin.brightcove.com" name="flashObj" width="486" height="412" seamlesstabbing="false" type="application/x-shockwave-flash" swLiveConnect="true" pluginspage="http://www.macromedia.com/shockwave/download/index.cgi?P1_Prod_Version=ShockwaveFlash"></embed></p>

<p>วิดีโอจาก <a href="http://www.insideria.com/2008/08/flex-4-thermo-flash-10-and-deg.html">InsideRIA</a> และ <a href="http://www.onflex.org/ted/2008/08/360flex-day-1-keynote-by-mark-anders.php">On Flex</a></p>

<p>Mark Anders มาพูดเรื่องเทคโนโลยีใหม่ของ Adobe ที่มีข่าวออกมาบ้างแล้ว 3 ตัว คือ Flash Player 10, Flex 4 และ Adobe Thermo ซึ่งเกี่ยวข้องกับสมรภูมิ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Rich_Internet_application">RIA</a> โดยตรง</p>

<p>ข้อมูลในวิดีโอนี้อาจจะไม่ใหม่เท่าไรนัก เพราะว่าโปรแกรมบางตัวอย่าง Flash 10 นั้นก็ใกล้ออกตัวจริงเต็มทน แต่ที่น่าสนใจในวิดีโอคือเดโมที่บอกว่า ของใหม่พวกนี้มันทำอะไรได้บ้าง ส่วนรายละเอียดในข่าวนี้ผมพยายามสรุปใจความสำคัญนะครับ</p>

<h4>Flash Player 10 &#8220;Astro&#8221;</h4>

<p>ผมเชื่อว่าตอนนี้มีหลายคนใช้ Flash Player 10 กันบ้างแล้ว (ตอนที่เขียนนี้มีสถานะเป็น RC) Blognone เองก็เคยรายงานข่าวไปหลายที (<a href="http://www.blognone.com/node/7797">Adobe Flash Player 10 Beta</a>, <a href="http://www.blognone.com/node/8251">Flash 10 Beta 2 บนแมคเร็วขึ้น 3 เท่า!</a>) ของใหม่ใน Flash 10 แบ่งได้เป็น 4 อย่าง</p>

<ol>
<li>สนับสนุนลินุกซ์อย่างจริงจังเสียที (เย่)</li>
<li>ปรับปรุงประสิทธิภาพ</li>
<li>เพิ่มฟีเจอร์</li>
<li>เปิดกว้างเรื่องสเปก</li>
</ol>

<p>สำหรับข้อแรกแปลว่าลินุกซ์ไม่ใช่แพลตฟอร์มลูกเมียน้อย ที่ว่าได้ใช้ Flash เวอร์ชันใหม่ช้ากว่าชาวบ้านอีกต่อไป ส่วนข้อสองทาง Adobe บอกว่าเป็นการปรับปรุงด้านเวอร์ชวลแมชีนและตัวภาษาเอง (ActionScript Virtual Machine 2 ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่เปิดซอร์สให้ในโครงการ Tamarin) กับการสนับสนุนเทคโนโลยีประมวลผลแบบใหม่ๆ เช่น มัลติคอร์, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Pixel_shaders">Pixel shader</a> และการเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ (พวกนี้เริ่มเข้ามาใน Flash 9 R3)</p>

<p>ฟีเจอร์ที่เพิ่มมาใน Flash 10 นั้นมาครบทุกด้าน แยกเป็นข้อๆ</p>

<ul>
<li>ภาพ 

<ul>
<li>pixel shader ช่วยให้สร้างเอฟเฟคต์กับ output ของ Flash บางส่วนได้ แปลว่าเราสามารถมีฟิลเตอร์ให้กับการแสดงผลของ Flash ได้โดยตรง และปรับแก้ฟิลเตอร์ขณะรันได้เลย ตัวอย่างเช่น เอาวิดีโอมาแล้วมีฟิลเตอร์ทำให้ภาพเบลอ โดยที่ไม่ต้อง encode วิดีโอใหม่ ทำให้การพัฒนาง่ายขึ้นมาก อันนี้เป็นเทคโนโลยีจาก After Effect</li>
<li>นอกจากนี้ยังสามารถสั่งบันทึกภาพ output จากหน้าจอ (เฉพาะส่วนที่เป็น Flash) ได้โดยไม่ต้องพึ่งฟีเจอร์จับภาพของโปรแกรมภายนอก</li>
<li>3D อันนี้คงไม่มีอะไรพิสดารมาก แต่ดูจากเดโมที่โชว์แล้วเร็วทีเดียว (เดโมที่โชว์เป็นการสร้างเกม FPS โดยรันเทียบกับ Flash 9 แล้วดูดีขึ้นมาก)</li>
</ul></li>
<li>เสียง - อนุญาตให้เข้าถึง sound buffer ได้โดยตรง จะได้เล่นอะไรได้มากขึ้น</li>
<li>ค้นหาข้อมูลจากเนื้อหาภายใน Flash - ดูข่าวเก่า <a href="http://www.blognone.com/node/8210">ต่อไปนี้ค้นหาข้อมูลใน Flash ผ่านกูเกิลและยาฮูได้แล้ว</a></li>
<li>ข้อความ - สนับสนุนฟีเจอร์การแสดงผลข้อความในระดับสูงๆ เช่น ligature หรือสนับสนุนการแสดงข้อความแนวดิ่งของภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น (ภาษาไทยไม่น่าจะมีเอี่ยวตามเคย)</li>
</ul>

<p>ฟีเจอร์เหล่านี้จะเข้าไปอยู่ใน Adobe AIR เวอร์ชันถัดไป รหัส &#8220;Cosmo&#8221; ด้วย</p>

<p>ส่วนข้อ 4 ก็ตามข่าวเก่า <a href="http://www.blognone.com/node/7676">Adobe เปิดสเปก Flash เตรียมรุกตลาดมือถือ</a> คือลดเงื่อนไขในการเข้าร่วมพัฒนา Flash ลง ถึงแม้จะยังไม่โอเพนซอร์สแต่ก็เปิดสเปก และฐานข้อมูลบั๊ก</p>

<p>โดยสรุปคือ Flash 10 ปรับปรุงด้านฟีเจอร์และประสิทธิภาพ (ข้อ 2-3) เพื่อให้ใกล้เคียงกับแอพพลิเคชันที่เราใช้กันในเดสก์ท็อปทุกวันนี้มากขึ้น (ต่อไปโปรแกรมที่เขียนด้วย AIR จะได้ &#8220;เร็วและหรูหรา&#8221; ดั่งโปรแกรมที่เขียนด้วย .NET/WPF หรือ Cocoa) ส่วนข้อ 1-4 ก็เป็นการลดเงื่อนไข ขยายแพลตฟอร์มของ Flash ให้มากขึ้น ดูแล้วน่ากลัวทีเดียว</p>

<h4>Flex 4 &#8220;Gumbo&#8221;</h4>

<p>Flash Player เปรียบเสมือนรันไทม์สำหรับเทคโนโลยีฝั่งของ Adobe ส่วน Flex ก็เป็นเฟรมเวิร์คในการพัฒนา</p>

<p>สำหรับของใหม่ใน Flex 4 รหัส Gumbo อันที่สำคัญที่สุดคือเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงระบบกราฟฟิกได้อย่างเต็มรูปแบบ เดิมทีการสร้างแอพพลิเคชันด้วย Flex ผ่านภาษา MXML นั้น เราจะสามารถควบคุมได้แค่ระดับ widget (เช่น ปุ่มหรือสกรอลบาร์) เท่านั้น แต่ใน Flex 4 ทาง Adobe อนุญาตให้เราลงไปถึงระดับควบคุมการวาดสามเหลี่ยม วงกลม เส้น บนหน้าจอได้โดยตรง (เหมือนกับ XAML ของไมโครซอฟท์) โดยภาษาใหม่เป็น XML และเรียกว่า <a href="http://opensource.adobe.com/wiki/display/flexsdk/FXG+1.0+Specification">FXG</a> (เข้าใจว่าไม่มีชื่อเต็มนะครับ)</p>

<p>Adobe บอกว่าตอนแรกอยากใช้ SVG แต่พบข้อจำกัดทางเทคนิคหลายประการ เลยต้องสร้างภาษาใหม่ขึ้นมาเอง แต่พยายามให้รูปแบบจาก SVG ให้มากเท่าที่เป็นไปได้ นอกจากนี้ในงาน Adobe ยังประกาศความร่วมมือกับโครงการ <a href="http://www.degrafa.com">Degrafa</a> (Declarative Graphics Framework) ซึ่งเป็นโครงการภายนอกที่พยายามสร้างระบบกราฟฟิกแบบเดียวกับ FXG ให้กับ Flex โดยผลสรุปคือ Degrafa จะย้ายมาใช้ FXG เป็นแกน และพัฒนาต่อจาก FXG แทน</p>

<p>ฟีเจอร์อื่นๆ ของ Flex 4 Gumbo ก็มีเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างแต่ละคอมโพเนนต์ในแอพพลิเคชันที่เราพัฒนา ซึ่งแยกแต่ละคอมโพเนนต์เป็นสัดส่วนมากขึ้น ส่งผลให้สร้างธีมได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ในมุมมองของนักพัฒนา Flex คือสร้างโปรแกรมได้สะดวกขึ้นในภาพรวมนั่นเอง</p>

<h4>Adobe Thermo</h4>

<p>Thermo เป็นโปรแกรมใหม่ของ Adobe ที่สร้างขึ้นบน Eclipse (เช่นเดียวกับ Flex Builder) ชื่อจริงยังไม่มีแต่คงเข้าไปในชุด CS ค่อนข้างแน่ คำนิยามแบบสั้นของมันคือ Expression Blend ของ Adobe</p>

<p>ส่วนคำนิยามแบบยาวคือ Thermo เป็นโปรแกรมที่มาเชื่อมขั้นตอนการออกแบบแอพพลิเคชัน จากดีไซเนอร์ที่วาดรูปใน Photoshop กับโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโค้ดใน Flex Builder โดยโปรแกรม Thermo จะสามารถแปลงไฟล์ .PSD ที่วาดแยกเป็นเลเยอร์ใน Photoshop ให้เป็นคอมโพเนนต์อย่างปุ่มหรือสกรอลบาร์ ในภาษา MXML ได้สะดวก (สะดวกแค่ไหนดูเดโมในวิดีโอประกอบ)</p>

<p>ตัวอย่างเช่น ผมวาดสามเหลี่ยมกับวงกลมใน Photoshop เพื่อทำเป็นสกรอลบาร์ พออิมพอร์ตเข้า Thermo ก็แค่เลือกเลเยอร์แล้วสั่ง convert โดยระบุว่าสามเหลี่ยมชี้ด้านซ้ายเป็นปุ่มเลื่อนซ้าย สามเหลี่ยมชี้ขวาเป็นปุ่มเลื่อนขวา วงกลมเป็นตัว thumb ของสกรอลบาร์ แค่นี้เราก็จะได้ส่วนติดต่อผู้ใช้ของโปรแกรมที่ทำงานได้ เหลือแต่เอาโค้ดที่เป็น logic การทำงานไปใส่ต่อเท่านั้น</p>

<p>แนวทางของ Thermo เลยสนับสนุน Expression Studio ของไมโครซอฟท์ (โดยเฉพาะ Expression Blend) ว่าไปถูกทางแล้ว ต่อไปโปรแกรมสามสหายในค่าย Adobe สำหรับพัฒนา RIA ก็จะเป็น Photoshop/Thermo/Flex Builder</p>

<h4>สรุป</h4>

<p>Adobe มารอบนี้ค่อนข้างน่ากลัวครับ ดูจากรายการฟีเจอร์แล้วกะยึดตลาด RIA ที่ตัวเองได้เปรียบให้มั่นคงยิ่งขึ้น ตามที่เขียนไปแล้วว่าตัวรันไทม์คือทั้ง Flash Player และ AIR จะมีฟีเจอร์ด้านกราฟฟิกและมัลติมีเดียที่เกือบสมบูรณ์เท่ากับโปรแกรมแบบ native บนวินโดวส์หรือแมคแล้ว (ประสิทธิภาพอาจเป็นรองนิดหน่อย แต่ชดเชยได้ด้วยฮาร์ดแวร์) นั่นแปลว่า Adobe จะกลายเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มการพัฒนาแอพพลิเคชันอันใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องมี OS เลย (แบบเดียวกับซันเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม Java นั่นล่ะ)</p>

<p>ในส่วนของ Flex และ Thermo ก็เป็นการเอาใจทั้งนักพัฒนาและดีไซเนอร์ให้มากขึ้น เพื่อเรียกคนมาสร้างแอพพลิเคชันบน Flex/Flash/AIR ให้มากๆ จะได้เกิดตลาด ส่วนของดีไซเนอร์คงไม่มีอะไรเพราะ Adobe ได้เปรียบตรงเป็นเจ้าของ Photoshop และโปรแกรมตระกูล CS เองอยู่แล้ว แต่ส่วนของเครื่องมือสำหรับนักพัฒนานั้น Adobe (Flex Builder บน Eclipse) ยังตามทางไมโครซอฟท์ (Visual Studio) และซัน (NetBeans) อยู่บ้าง รอบนี้คงเริ่มใกล้เคียงกันมากขึ้น</p>

<p>สมรภูมิ RIA ซึ่งมีผู้เล่นคือ Adobe (Flex/Flash/AIR), ไมโครซอฟท์ (Silverlight), ซัน (JavaFX) และผมแอบแถมอีกอันคือ Mozilla (XUL) นั้น Adobe ซึ่งเป็นผู้นำตลาดอยู่ น่าจะนำไปอีกหลายช่วงตัวหลังจากออกโปรแกรมชุดนี้มา แถมยังมองไปถึงการท้าทายแอพพลิเคชันแบบ native บ้างแล้ว</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เผยหน้าตา HTC Dream</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8751" />
    <id>http://blognone.com/node/8751</id>
    <published>2008-08-26T23:02:54+07:00</published>
    <updated>2008-08-26T23:15:38+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Android" />
    <category term="Gadget" />
    <category term="HTC" />
    <category term="Mobile" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จากที่ทางพันธมิตร T-Mobile/HTC/Google ได้ทำตามกระบวนการคือยื่น HTC Dream ให้กับทาง FCC ของสหรัฐตรวจสอบฮาร์ดแวร์ ทำให้มีข้อมูลของตัวเครื่องหลุดออกมามากขึ้น คราวนี้เป็นแผนผังแสดงการทำงานของตัวเครื่อง</p>

<p>HTC Dream จะเป็นมือถือแบบสไลด์ แต่แทนที่จะสไลด์คีย์บอร์ดออกมาจากใต้จอ กลับเป็นการสไลด์จอออกมาแทน (อ่านแล้วงงๆ ดู<a href="http://www.engadget.com/2008/08/26/htcs-dream-a-super-skinny-qwerty/">ภาพประกอบ</a>ง่ายกว่าครับ) ขนาดของตัวเครื่องคือ 115 x 55 มิลลิเมตร ซึ่งสั้นกว่า iPhone เล็กน้อย ความหนาคือ 16.35 มิลลิเมตร หนากว่า iPhone ที่ 12.3 มิลลิเมตร</p>

<p>T-Mobile จะเรียกชื่อรุ่นว่า G1 มีข่าวลือว่าจะเปิดตัววันที่ 17 กันยายนนี้ และส่งมอบเครื่อง-ขายจริงวันที่ 13 ตุลาคม ราคาเครื่อง 199 ดอลลาร์พร้อมสัญญา 2 ปี เว็บข่าวหลายแห่งแซวว่าตอนนี้ข้อมูลหลุดออกมาเกือบหมดแล้ว วันจริงคงไม่มีข้อมูลอะไรใหม่</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.engadget.com/2008/08/26/htcs-dream-a-super-skinny-qwerty/">Engadget</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จากที่ทางพันธมิตร T-Mobile/HTC/Google ได้ทำตามกระบวนการคือยื่น HTC Dream ให้กับทาง FCC ของสหรัฐตรวจสอบฮาร์ดแวร์ ทำให้มีข้อมูลของตัวเครื่องหลุดออกมามากขึ้น คราวนี้เป็นแผนผังแสดงการทำงานของตัวเครื่อง</p>

<p>HTC Dream จะเป็นมือถือแบบสไลด์ แต่แทนที่จะสไลด์คีย์บอร์ดออกมาจากใต้จอ กลับเป็นการสไลด์จอออกมาแทน (อ่านแล้วงงๆ ดู<a href="http://www.engadget.com/2008/08/26/htcs-dream-a-super-skinny-qwerty/">ภาพประกอบ</a>ง่ายกว่าครับ) ขนาดของตัวเครื่องคือ 115 x 55 มิลลิเมตร ซึ่งสั้นกว่า iPhone เล็กน้อย ความหนาคือ 16.35 มิลลิเมตร หนากว่า iPhone ที่ 12.3 มิลลิเมตร</p>

<p>T-Mobile จะเรียกชื่อรุ่นว่า G1 มีข่าวลือว่าจะเปิดตัววันที่ 17 กันยายนนี้ และส่งมอบเครื่อง-ขายจริงวันที่ 13 ตุลาคม ราคาเครื่อง 199 ดอลลาร์พร้อมสัญญา 2 ปี เว็บข่าวหลายแห่งแซวว่าตอนนี้ข้อมูลหลุดออกมาเกือบหมดแล้ว วันจริงคงไม่มีข้อมูลอะไรใหม่</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.engadget.com/2008/08/26/htcs-dream-a-super-skinny-qwerty/">Engadget</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ทดสอบสัญญาณ iPhone 3G รอบโลก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8750" />
    <id>http://blognone.com/node/8750</id>
    <published>2008-08-26T21:49:19+07:00</published>
    <updated>2008-08-26T21:59:24+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="3G" />
    <category term="Apple" />
    <category term="iPhone" />
    <category term="Telecom" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จากข่าวเดิม <a href="http://www.blognone.com/node/8654">iPhone 3G มีปัญหาเรื่องรับสัญญาณ</a> ทางนิตยสาร Wired เลยเชิญชวนให้ผู้ใช้ iPhone 3G จากทั่วโลก รายงานสถานะสัญญาณของตัวเองเข้ามา ซึ่งมีผู้ตอบรับถึงกว่า 2,600 ราย โดยมากมาจากสหรัฐแต่ก็มีประเทศอื่นๆ มาร่วมอยู่พอสมควร</p>

<p>Wired ได้นำข้อมูลไปประมวลผล และสร้างแผนที่สัญญาณออกมา เข้าไปดูกันได้ที่ <a href="http://www.zeemaps.com/pub?group=99034&amp;x=-20.3906&amp;y=37.7186&amp;z=15">Zeemaps</a> (ซูมอินเข้าไปจนจุดม่วงๆ กลายเป็นขีดสัญญาณ)</p>

<p>โดยสรุปคือความเร็วสูงสุดของ iPhone 3G นั้นเร็วกว่า EDGE 7 เท่า แต่ในกรณีแย่หน่อยคือเร็วเท่ากัน ส่วนแย่ที่สุดคือติดต่อกับเครือข่าย 3G ไม่ได้เลย</p>

<p>ประเทศที่ความเร็ว 3G เฉลี่ยต่ำสุดคือออสเตรเลีย ส่วนเร็วที่สุดคือเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ เครือข่ายมือถือที่ 3G ดีที่สุดคือ T-Mobile ในยุโรป ตามมาด้วย Roger ของแคนาดา และ AT&amp;T ของสหรัฐ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.wired.com/gadgets/2008/08/global-iphone-3.html">Wired</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จากข่าวเดิม <a href="http://www.blognone.com/node/8654">iPhone 3G มีปัญหาเรื่องรับสัญญาณ</a> ทางนิตยสาร Wired เลยเชิญชวนให้ผู้ใช้ iPhone 3G จากทั่วโลก รายงานสถานะสัญญาณของตัวเองเข้ามา ซึ่งมีผู้ตอบรับถึงกว่า 2,600 ราย โดยมากมาจากสหรัฐแต่ก็มีประเทศอื่นๆ มาร่วมอยู่พอสมควร</p>

<p>Wired ได้นำข้อมูลไปประมวลผล และสร้างแผนที่สัญญาณออกมา เข้าไปดูกันได้ที่ <a href="http://www.zeemaps.com/pub?group=99034&amp;x=-20.3906&amp;y=37.7186&amp;z=15">Zeemaps</a> (ซูมอินเข้าไปจนจุดม่วงๆ กลายเป็นขีดสัญญาณ)</p>

<p>โดยสรุปคือความเร็วสูงสุดของ iPhone 3G นั้นเร็วกว่า EDGE 7 เท่า แต่ในกรณีแย่หน่อยคือเร็วเท่ากัน ส่วนแย่ที่สุดคือติดต่อกับเครือข่าย 3G ไม่ได้เลย</p>

<p>ประเทศที่ความเร็ว 3G เฉลี่ยต่ำสุดคือออสเตรเลีย ส่วนเร็วที่สุดคือเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ เครือข่ายมือถือที่ 3G ดีที่สุดคือ T-Mobile ในยุโรป ตามมาด้วย Roger ของแคนาดา และ AT&amp;T ของสหรัฐ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.wired.com/gadgets/2008/08/global-iphone-3.html">Wired</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Google Maps Street View ไม่สนป้ายห้ามเข้า</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8748" />
    <id>http://blognone.com/node/8748</id>
    <published>2008-08-26T18:14:49+07:00</published>
    <updated>2008-08-26T18:20:54+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="Privacy" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>คิดว่าหลายคนคงรู้จัก Google Maps Street View ซึ่งเป็นฟีเจอร์ของ Google Maps ที่ให้เราดูสภาพถนนแบบเหมือนเดินอยู่จริงๆ ได้ ล่าสุดมีประชาชนจำนวนหนึ่งในสหรัฐแสดงความไม่พอใจในเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะรถถ่ายภาพของกูเกิล ได้บุกรุกเข้าไปถ่ายทุกถนนและซอกซอย โดยไม่สนใจป้าย &#8220;ห้ามบุกรุก&#8221; (No Trespassing) และหมาเฝ้าบ้านที่เห่าใส่ (มีรายงานว่ามีหมาเห่าอย่างน้อยหนึ่งตัว) แม้แต่น้อย</p>

<p>โฆษกของกูเกิลตอบโต้ว่า &#8220;การขับรถไปตามถนนส่วนบุคคล และถ่ายภาพเฉพาะภายนอกอาคาร ไม่ถือเป็นการรุกร้ำความเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด&#8221; และบอกว่าสามารถแจ้งรูปภาพที่อยากให้เอาออกไปยังกูเกิลได้</p>

<p>ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ต้องรอการตัดสินคดีในชั้นศาล ซึ่งมีเจ้าของบ้านบางคนส่งฟ้องไปแล้ว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/news.ars/post/20080824-google-no-tresspassing-signs-wont-stop-street-view.html">Ars Technica</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>คิดว่าหลายคนคงรู้จัก Google Maps Street View ซึ่งเป็นฟีเจอร์ของ Google Maps ที่ให้เราดูสภาพถนนแบบเหมือนเดินอยู่จริงๆ ได้ ล่าสุดมีประชาชนจำนวนหนึ่งในสหรัฐแสดงความไม่พอใจในเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะรถถ่ายภาพของกูเกิล ได้บุกรุกเข้าไปถ่ายทุกถนนและซอกซอย โดยไม่สนใจป้าย &#8220;ห้ามบุกรุก&#8221; (No Trespassing) และหมาเฝ้าบ้านที่เห่าใส่ (มีรายงานว่ามีหมาเห่าอย่างน้อยหนึ่งตัว) แม้แต่น้อย</p>

<p>โฆษกของกูเกิลตอบโต้ว่า &#8220;การขับรถไปตามถนนส่วนบุคคล และถ่ายภาพเฉพาะภายนอกอาคาร ไม่ถือเป็นการรุกร้ำความเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด&#8221; และบอกว่าสามารถแจ้งรูปภาพที่อยากให้เอาออกไปยังกูเกิลได้</p>

<p>ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ต้องรอการตัดสินคดีในชั้นศาล ซึ่งมีเจ้าของบ้านบางคนส่งฟ้องไปแล้ว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/news.ars/post/20080824-google-no-tresspassing-signs-wont-stop-street-view.html">Ars Technica</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
