<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>keng's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/blog/41"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://blognone.com/blog/41/atom/feed"/>
  <id>http://blognone.com/blog/41/atom/feed</id>
  <updated>2006-11-22T21:06:04+07:00</updated>
  <entry>
    <title>ขอความเห็นการเลือกเว็บไซต์ไว้ในหน้า Firefox Start Page ของไทย</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8450" />
    <id>http://blognone.com/node/8450</id>
    <published>2008-07-25T17:22:34+07:00</published>
    <updated>2008-07-25T23:16:25+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Ask Blognone" />
    <category term="Firefox" />
    <category term="Localization" />
    <category term="Mozilla" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สืบเนื่องมาจากทางทีมแปลภาษาไทยของ Firefox กำลังเร่งจัดการแปลทั้งตัวโปรแกรมและหน้าเว็บของ Firefox ให้เป็นภาษาไทยรวมถึงพวกการตั้งค่าต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง mk ได้มาทำการ<a href="http://blognone.com/node/8240">ขอความเห็น</a> เรื่องการตั้งค่าของตัวโปรแกรม Firefox ไปแล้ว ผมซึ่งตอนนี้กำลังจัดการแปลหน้าเว็บทั้งหมดของ Mozilla อยู่จึงมีคำถามมาถามเช่นกัน เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาว่าเป็นการตัดสินจากทีมภาษาไทยโดยลำพังครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สืบเนื่องมาจากทางทีมแปลภาษาไทยของ Firefox กำลังเร่งจัดการแปลทั้งตัวโปรแกรมและหน้าเว็บของ Firefox ให้เป็นภาษาไทยรวมถึงพวกการตั้งค่าต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง mk ได้มาทำการ<a href="http://blognone.com/node/8240">ขอความเห็น</a> เรื่องการตั้งค่าของตัวโปรแกรม Firefox ไปแล้ว ผมซึ่งตอนนี้กำลังจัดการแปลหน้าเว็บทั้งหมดของ Mozilla อยู่จึงมีคำถามมาถามเช่นกัน เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาว่าเป็นการตัดสินจากทีมภาษาไทยโดยลำพังครับ
<!--break-->
บั๊กที่เกี่ยวข้อง : <a href="https://bugzilla.mozilla.org/show_bug.cgi?id=447701">447701</a></p>

<p>ในหน้าเริ่มต้นของ Firefox สำหรับผู้ใช้ใหม่ของภาษาอังกฤษในปัจจุบันนี้ (<a href="http://www.mozilla.com/en-US/firefox/central/">หน้าเว็บ</a>) จะมีการแนะนำเว็บใน 4 หมวดคือ Work, Learn, Play, Connect โดยจะเป็นการแนะนำบริการ พร้อมทั้งคำโปรยย่อ ๆ ของบริการนั้น ๆ โดยมีรายละเอียดคือ</p>

<h4>Work</h4>

<ul>
<li><a href="http://docs.google.com/">Google Docs</a></li>
<li><a href="http://www.rememberthemilk.com/">Remember the <strike>Mile</strike> Milk</a></li>
<li><a href="http://www.linkedin.com/">LinkedIn</a></li>
</ul>

<h4>Learn</h4>

<ul>
<li><a href="http://www.wikipedia.org/">Wikipedia</a></li>
<li><a href="http://www.topix.com/">Topix</a></li>
<li><a href="http://www.howstuffworks.com/">HowStuffWorks.com</a></li>
</ul>

<h4>Play</h4>

<ul>
<li><a href="http://www.youtube.com/">YouTube</a></li>
<li><a href="http://www.hypem.com/">Hype Machine</a></li>
<li><a href="http://www.getmiro.com/">Miro</a></li>
</ul>

<h4>Connect</h4>

<ul>
<li><a href="http://www.craigslist.org/">craigslist</a></li>
<li><a href="http://www.yelp.com/">yelp</a></li>
<li><a href="http://www.facebook.com/">Facebook</a></li>
</ul>

<p>ในกรณีของหน้าเริ่มต้นของภาษาไทย มีคำถามขึ้นสองคำถามคือ</p>

<ul>
<li>เว็บที่จะอยู่ในหน้าเริ่มต้นควรจะเป็นเว็บใดบ้าง?</li>
<li>ในกรณีหาเว็บไซต์ของไทยใด ๆ ไปไว้ที่หน้าเว็บไม่ได้ เราจะยังต้องการที tab ทั้ง 4 อันนั้นอยู่หรือไม่?</li>
</ul>

<p>ความเห็นของผมคือ เว็บไซต์ของไทยที่จะเอาขึ้นหน้าเริ่มต้นของ Firefox จะต้องเป็นเว็บไซต์ที่ไม่แสดงหาผลกำไร อย่าง MCOT? และไม่จำเป็นต้องเป็น tab เพราะนึกไม่ออกว่าจะหารายการเว็บไซต์ที่ไม่แสวงหาผลกำไรในเมืองไทยไปหยอดลงตามแต่ละหมวดหมู่จากที่ไหน</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ผู้บริหารระดับสูงของ Yahoo! ลาออกไปแล้วถึง 114 คนตั้งแต่ มกราคม 2550</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8131" />
    <id>http://blognone.com/node/8131</id>
    <published>2008-06-22T11:36:39+07:00</published>
    <updated>2008-06-22T11:37:09+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Yahoo!" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>TechCrunch ได้ทำการสรุปรายชื่อผู้บริหารระดับสูงของ Yahoo! ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2550 ซึ่งมีจำนวนถึง 114 คน โดยจุดที่น่าสังเกตอย่างมากคือ เฉพาะเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2551 ก็มีผู้บริหารระดับสูงลาออกไปแล้วถึง 18 คน (อนุมานได้คร่าวๆ ว่าวันละ 1 คน!) ซึ่งนี่อาจจะเป็นการบ่งชี้อะไรสักอย่างที่น่าวิตกกับสถานะการณ์ภายในของ Yahoo! เอง</p>

<p>พอดีผมไม่มีข้อมูลการลาออกของผู้บริหารระดับสูงในบริษัทอื่น ๆ เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเลข 114 คนนี่ถือว่าเป็นปกติหรือไม่</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/21/updated-yahoo-exec-tracker-114-execs-left-since-january-2007/">TechCrunch (พร้อมตารางรายชื่อ)</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>TechCrunch ได้ทำการสรุปรายชื่อผู้บริหารระดับสูงของ Yahoo! ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2550 ซึ่งมีจำนวนถึง 114 คน โดยจุดที่น่าสังเกตอย่างมากคือ เฉพาะเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2551 ก็มีผู้บริหารระดับสูงลาออกไปแล้วถึง 18 คน (อนุมานได้คร่าวๆ ว่าวันละ 1 คน!) ซึ่งนี่อาจจะเป็นการบ่งชี้อะไรสักอย่างที่น่าวิตกกับสถานะการณ์ภายในของ Yahoo! เอง</p>

<p>พอดีผมไม่มีข้อมูลการลาออกของผู้บริหารระดับสูงในบริษัทอื่น ๆ เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเลข 114 คนนี่ถือว่าเป็นปกติหรือไม่</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/21/updated-yahoo-exec-tracker-114-execs-left-since-january-2007/">TechCrunch (พร้อมตารางรายชื่อ)</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ผู้ก่อตั้ง del.icio.us ลาออกจาก Yahoo!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8125" />
    <id>http://blognone.com/node/8125</id>
    <published>2008-06-21T18:04:33+07:00</published>
    <updated>2008-06-21T18:04:33+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="del.icio.us" />
    <category term="Internet" />
    <category term="Yahoo!" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สถานะการณ์ของ Yahoo! เหมือนจะแย่ลงไปเรื่อยๆ หลังจาก Joshua Schachter ผู้ก่อตั้งออนไลน์บุคมาร์ค del.icio.us ที่ Yahoo! ซื้อมาในปี พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) (<a href="http://www.blognone.com/node/1370">ข่าวเก่า</a>) ประกาศลาออกจาก Yahoo! เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ที่ผ่านมา โดยกเหตุผลในการลาออกครั้งนี้ยังไม่แน่ชัด แต่คาดว่าต้นเหตุน่าจะเหมือนๆ กับผู้บริหารรายก่อนหน้ารวมไปถึงผู้ก่อตั้ง Flickr ด้วย (<a href="http://www.blognone.com/node/8092">ข่าวเก่า</a>)</p>

<p>ฤ จะถึงกาลอวสานของ Yahoo!</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/19/it-gets-worse-for-yahoo-delicious-founder-leaving/">TechCrunch</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สถานะการณ์ของ Yahoo! เหมือนจะแย่ลงไปเรื่อยๆ หลังจาก Joshua Schachter ผู้ก่อตั้งออนไลน์บุคมาร์ค del.icio.us ที่ Yahoo! ซื้อมาในปี พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) (<a href="http://www.blognone.com/node/1370">ข่าวเก่า</a>) ประกาศลาออกจาก Yahoo! เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ที่ผ่านมา โดยกเหตุผลในการลาออกครั้งนี้ยังไม่แน่ชัด แต่คาดว่าต้นเหตุน่าจะเหมือนๆ กับผู้บริหารรายก่อนหน้ารวมไปถึงผู้ก่อตั้ง Flickr ด้วย (<a href="http://www.blognone.com/node/8092">ข่าวเก่า</a>)</p>

<p>ฤ จะถึงกาลอวสานของ Yahoo!</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/19/it-gets-worse-for-yahoo-delicious-founder-leaving/">TechCrunch</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สองผู้ก่อตั้ง Flickr ลาออกจาก Yahoo!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8092" />
    <id>http://blognone.com/node/8092</id>
    <published>2008-06-18T06:09:11+07:00</published>
    <updated>2008-06-18T10:54:26+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Flickr" />
    <category term="Yahoo!" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สถานการณ์ของ Yahoo! ยังคงดูไม่ค่อยดีหลังจากสรุปผลการเจรจากับทางไมโครซอฟท์เมื่อสองผู้ก่อตั้ง (สามี-ภรรยา) ของ Flickr บริการแลกเปลี่ยนรูปออนไลน์ที่ Yahoo! ซื้อมาในปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) ได้ลาออกจากบอร์ดบริหารซึ่ง Caterina Fake ได้ลาออกจาก Yahoo! ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมาและ Stewart Butterfield จะลาออกในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งจนถึงบัดนี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการลาออกในครั้งนี้</p>

<p>ผมคาดเดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ภายในที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักของ Yahoo! เอง ซึ่งลูกค้ารุ่นแรกๆ ของ Flickr อย่างผมก็อดเสียวไม่ได้กับอนาคตของ Flickr <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/17/flickr-co-founders-join-mass-exodus-from-yahoo/#comment-2377586">หวังว่า</a>จะ Outsource ไป Picasa Web เร็วๆ นี้ :-P</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/17/flickr-co-founders-join-mass-exodus-from-yahoo/">TechCrunch</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สถานการณ์ของ Yahoo! ยังคงดูไม่ค่อยดีหลังจากสรุปผลการเจรจากับทางไมโครซอฟท์เมื่อสองผู้ก่อตั้ง (สามี-ภรรยา) ของ Flickr บริการแลกเปลี่ยนรูปออนไลน์ที่ Yahoo! ซื้อมาในปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) ได้ลาออกจากบอร์ดบริหารซึ่ง Caterina Fake ได้ลาออกจาก Yahoo! ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมาและ Stewart Butterfield จะลาออกในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งจนถึงบัดนี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการลาออกในครั้งนี้</p>

<p>ผมคาดเดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ภายในที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักของ Yahoo! เอง ซึ่งลูกค้ารุ่นแรกๆ ของ Flickr อย่างผมก็อดเสียวไม่ได้กับอนาคตของ Flickr <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/17/flickr-co-founders-join-mass-exodus-from-yahoo/#comment-2377586">หวังว่า</a>จะ Outsource ไป Picasa Web เร็วๆ นี้ :-P</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2008/06/17/flickr-co-founders-join-mass-exodus-from-yahoo/">TechCrunch</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สรุป WWDC08 แบบรวดรัด</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8025" />
    <id>http://blognone.com/node/8025</id>
    <published>2008-06-10T02:08:08+07:00</published>
    <updated>2008-06-10T02:08:10+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="WWDC" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ปีนี้เป็นปีแห่ง iPhone หยิบจับอะไรก็ต้องเอา iPhone ขึ้นหน้ามาก่อน ในช่วงแรกๆ เลยอาจจะชวนง่วงไปหน่อยเพราะ 70% นั้นซ้ำกับ Special Event ตอนเดือนมีนาคม 2551</p>

<p>สำหรับ Mac OS X 10.6 ที่คาดว่าจะมาเร็วกว่าที่คิดก็คงไม่เร็วขนาดนั้น คาดว่าคงต้องรออีกประมาณ 1 ปีถึงจะได้เห็น (ประมาณ 18 เดือนหลังจาก Leopard พอดี &#8212; WWDC09) อย่างน้อยตอน MacWorld 2009 ก็น่าจะมาโชว์ Top Secret Features ที่แกล้งลืมไปตอน WWDC ปีที่แล้วไปได้ สำหรับ WWDC08 พอจะสรุปรายการโชว์ของได้ประมาณนี้</p>

<ul>
<li>ยืนยันการมาของ Mac OS X 10.6 Snow Leopard</li>
<li>ปีนี้เป็นปีแห่ง iPhone</li>
<li>iPhone Software 2.0 ออกต้นเดือนกรกฎาคม ฟรีสำหรับผู้ใช้ iPhone US$9.95 สำหรับผู้ใช้ iPod Touch</li>
<li>หลายบริษัทเตรียมพร้อมแล้วสำหรับ iPhone Software, ย้อนรอย Special Event ตอนเดือนมีนาคม</li>
<li>Push events สำหรับ 3rd Party application เพื่อลดการเขียนโปรแกรมแบบ background ให้รันตลอดเวลา</li>
<li>.mac เปลี่ยนเป็น MobileMe สามารถ sync contacts, mail, calendar ได้ ราคา US$99 สำหรับการใช้งาน 1 ปีและพื้นที่ 20GB</li>
<li>iPhone Software 2.0 มาพร้อม hand writing recognition ภาษาจีนและญี่ปุ่น</li>
<li>iPhone 3G ยืนยัน พร้อมวางขายในกว่า 70 ประเทศในปีนี้ และแน่นอน ไม่มีประเทศไทย</li>
<li>iPhone 3G 8GB ราคา US$199, 16GB ราคา US$299</li>
<li>วางขาย 22 ประเทศทั่วโลก วันที่ 11 กรกฎาคม 2551 ซึ่งแน่นอนว่า ไม่มีประเทศไทย ฮ่ะๆ</li>
</ul>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumorslive.com/">MacRumorLive</a>, <a href="http://www.engadget.com">Engadget</a> และ การถ่ายทอดเสียงทาง <a href="http://www.ustream.tv/channel/205852">UStream</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ปีนี้เป็นปีแห่ง iPhone หยิบจับอะไรก็ต้องเอา iPhone ขึ้นหน้ามาก่อน ในช่วงแรกๆ เลยอาจจะชวนง่วงไปหน่อยเพราะ 70% นั้นซ้ำกับ Special Event ตอนเดือนมีนาคม 2551</p>

<p>สำหรับ Mac OS X 10.6 ที่คาดว่าจะมาเร็วกว่าที่คิดก็คงไม่เร็วขนาดนั้น คาดว่าคงต้องรออีกประมาณ 1 ปีถึงจะได้เห็น (ประมาณ 18 เดือนหลังจาก Leopard พอดี &#8212; WWDC09) อย่างน้อยตอน MacWorld 2009 ก็น่าจะมาโชว์ Top Secret Features ที่แกล้งลืมไปตอน WWDC ปีที่แล้วไปได้ สำหรับ WWDC08 พอจะสรุปรายการโชว์ของได้ประมาณนี้</p>

<ul>
<li>ยืนยันการมาของ Mac OS X 10.6 Snow Leopard</li>
<li>ปีนี้เป็นปีแห่ง iPhone</li>
<li>iPhone Software 2.0 ออกต้นเดือนกรกฎาคม ฟรีสำหรับผู้ใช้ iPhone US$9.95 สำหรับผู้ใช้ iPod Touch</li>
<li>หลายบริษัทเตรียมพร้อมแล้วสำหรับ iPhone Software, ย้อนรอย Special Event ตอนเดือนมีนาคม</li>
<li>Push events สำหรับ 3rd Party application เพื่อลดการเขียนโปรแกรมแบบ background ให้รันตลอดเวลา</li>
<li>.mac เปลี่ยนเป็น MobileMe สามารถ sync contacts, mail, calendar ได้ ราคา US$99 สำหรับการใช้งาน 1 ปีและพื้นที่ 20GB</li>
<li>iPhone Software 2.0 มาพร้อม hand writing recognition ภาษาจีนและญี่ปุ่น</li>
<li>iPhone 3G ยืนยัน พร้อมวางขายในกว่า 70 ประเทศในปีนี้ และแน่นอน ไม่มีประเทศไทย</li>
<li>iPhone 3G 8GB ราคา US$199, 16GB ราคา US$299</li>
<li>วางขาย 22 ประเทศทั่วโลก วันที่ 11 กรกฎาคม 2551 ซึ่งแน่นอนว่า ไม่มีประเทศไทย ฮ่ะๆ</li>
</ul>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumorslive.com/">MacRumorLive</a>, <a href="http://www.engadget.com">Engadget</a> และ การถ่ายทอดเสียงทาง <a href="http://www.ustream.tv/channel/205852">UStream</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>[April Fools]Blognone เปิดเผยพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ก่อนสิ้นไตรมาสที่สองของปีนี้</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7378" />
    <id>http://blognone.com/node/7378</id>
    <published>2008-04-01T00:00:58+07:00</published>
    <updated>2008-04-07T23:55:15+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="April Fool" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ผู้ก่อตั้ง Blognone เปิดเผยต่อสาธารณะว่า หลังจากที่ได้ก่อตั้งมาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี ถึงเวลาแล้วที่ Blognone จะเป็นของประชาชนที่แท้จริง โดย Blognone จะทำการเข้าตลาดหลักทรัพย์และเปิดให้จองหุ้นภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยการกระจายหุ้นจะกระทำแบบสุ่มด้วยคำสั่ง Math.rand() ในภาษาจาวา ซึ่งทางผู้ก่อตั้งยังไม่สามารถให้ข้อมูลในเบื้องลึกของผลลัพธ์ของคำสั่งได้ เนื่องจากต้องทำการศึกษาภาษาจาวาให้ลึกซึ้งก่อน แต่ทางผู้ก่อตั้งให้คำมั่นสัญญาว่า ขั้นตอนทั้งหมดจะเปิดเผยและตรวจสอบได้อย่างแน่นอน</p>

<p>ทางสำนักค้าหุ้นแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ได้ทำการประเมินมูลค่าเบื้องต้นของ Blognone ไว้ที่ 100,000,000 บาท ซึ่งราคาคาดการณ์อยู่ที่หุ้นละ 10 บาท</p>

<p>ทางผู้ก่อตั้งได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การเข้าตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จะเป็นผลดีต่อประชาชนทั่วไปเนื่องจากผู้ถือหุ้นทุกคนเป็นเจ้าของ Blognone เหมือนกันหมด และมั่นใจว่าจะสามารถครองตำแหน่งเว็บไซต์ข่าวไอที อันดับต้นของประเทศไทยไปได้อย่างน้อยอีก 29 ปี</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.blognone.com">Blognone</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ผู้ก่อตั้ง Blognone เปิดเผยต่อสาธารณะว่า หลังจากที่ได้ก่อตั้งมาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี ถึงเวลาแล้วที่ Blognone จะเป็นของประชาชนที่แท้จริง โดย Blognone จะทำการเข้าตลาดหลักทรัพย์และเปิดให้จองหุ้นภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยการกระจายหุ้นจะกระทำแบบสุ่มด้วยคำสั่ง Math.rand() ในภาษาจาวา ซึ่งทางผู้ก่อตั้งยังไม่สามารถให้ข้อมูลในเบื้องลึกของผลลัพธ์ของคำสั่งได้ เนื่องจากต้องทำการศึกษาภาษาจาวาให้ลึกซึ้งก่อน แต่ทางผู้ก่อตั้งให้คำมั่นสัญญาว่า ขั้นตอนทั้งหมดจะเปิดเผยและตรวจสอบได้อย่างแน่นอน</p>

<p>ทางสำนักค้าหุ้นแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ได้ทำการประเมินมูลค่าเบื้องต้นของ Blognone ไว้ที่ 100,000,000 บาท ซึ่งราคาคาดการณ์อยู่ที่หุ้นละ 10 บาท</p>

<p>ทางผู้ก่อตั้งได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การเข้าตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จะเป็นผลดีต่อประชาชนทั่วไปเนื่องจากผู้ถือหุ้นทุกคนเป็นเจ้าของ Blognone เหมือนกันหมด และมั่นใจว่าจะสามารถครองตำแหน่งเว็บไซต์ข่าวไอที อันดับต้นของประเทศไทยไปได้อย่างน้อยอีก 29 ปี</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.blognone.com">Blognone</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Creative Commons โดนฟ้อง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/5882" />
    <id>http://blognone.com/node/5882</id>
    <published>2007-09-22T14:28:24+07:00</published>
    <updated>2007-09-22T14:42:55+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Creative Commons" />
    <category term="Flickr" />
    <category term="Intellectual Property" />
    <category term="Lawsuits" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ในโอกาสที่ Creative Commons ภาษาไทยจะออกมาเร็วๆ นี้ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจพอสมควรเลย</p>

<p>เรื่องนี้เริ่มจาก ครอบครัวชาวเท็กซัสครอบครัวหนึ่ง ไดทำการฟ้องร้อง Virgin Mobile ออสเตรเลียและ Creative Commons ในกรณีทำให้เกิดความอับอายและอดสู (grief and humiliation) ด้วยการนำรูปภาพของลูกสาวของครอบครัวนี้ ไปใช้ในป้ายโฆษณาของทาง Virgin โดยไม่ได้รับอนุญาต</p>

<p>ปัญหาเริ่มไม่ธรรมมาเนื่องจาก รูปดังกล่าวนั้น เป็นรูปที่ถูกโพสไว้ใน <a href="http://www.flickr.com" title="Flickr Photo Sharing">Flickr</a> และมีการเลือกสัญญาอนุญาตการใช้งานไว้เป็น <a href="http://creativecommons.org/licenses/by/2.0/" title="CC by 2.0">Creative Commons Attribution 2.0</a> ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใดก็ตาม สามารถทำซ้ำ แจกจ่าย รวมทั้งแก้ไขรูปนั้นได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของ ผลงาน เพียงแค่ต้องทำการอ้างถึงเจ้าของผลงานที่แท้จริงเท่านั้น โดยป้ายโฆษณาที่มีปัญหา ก็มีการอ้างอิงถึงที่มีของรูป ด้วยการบอกถึงที่มาของรูปภาพไว้ที่ด้านล่างของโฆษณาด้วย แต่มีการใส่คำโฆษณา &#8220;DUMP YOUR PEN FRIEND&#8221; และ &#8220;FREE TEXT VIRGIN TO VIRGIN&#8221; ไว้บนรูปดังกล่าว ซึ่งทางครอบครัวกล่าวว่า เป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนโฆษกของทาง Virgin Mobile ออสเตรเลีย ยังไม่ได้ให้ความเห็นอะไรกับเรื่องนี้ และทางด้าน Creative Commons ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ กับเรื่องนี้ (ผู้เขียน - <em>ยังไม่พบการกล่าวถึงความเคลื่อนไหวจากทาง Creative Commons ในข่าวต้นฉบับ</em>)</p>

<p>ประเด็นนี้เป็นเรื่องน่าสนใจคือ <a href="http://creativecommons.org/licenses/by/2.0/" title="CC by 2.0">Creative Commons Attribution 2.0</a> อนุญาตให้ทำการดัดแปลงผลงานได้ ถ้ามีการอ้างอิงถึงที่มา และ Virgin Mobile ออสเตรเลียก็ทำถูกต้องทุกอย่าง แต่การที่มีการใส่ข้อความที่อาจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้ไปขัดกับเรื่องสิทธิมนุษยชน และยังมีเรื่อง model release ที่กล่าวถึงการต้องได้รับอนุญาตจากตัวบุคคลในรูปก่อนทำการ กระทำการใดๆ อีก จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อ</p>

<p>อ้างอิง:
<a href="http://flickr.com/photos/sesh00/515961023/" title="DUMP YOUR PEN FRIEND">รูปที่เป็นปัญหา</a> และ <a href="http://www.flickr.com/groups/central/discuss/72157600541608353/" title="FlickrCentral">ประเด็นถกกันยาวใน FlickrCentral</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.smh.com.au/news/technology/virgin-sued-for-using-teens-photo/2007/09/21/1189881735928.html" title="The Sydney Morning Herald">The Sydney Morning Herald</a> via <a href="http://yro.slashdot.org/yro/07/09/22/0319252.shtml" title="Slashdot">Slashdot</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ในโอกาสที่ Creative Commons ภาษาไทยจะออกมาเร็วๆ นี้ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจพอสมควรเลย</p>

<p>เรื่องนี้เริ่มจาก ครอบครัวชาวเท็กซัสครอบครัวหนึ่ง ไดทำการฟ้องร้อง Virgin Mobile ออสเตรเลียและ Creative Commons ในกรณีทำให้เกิดความอับอายและอดสู (grief and humiliation) ด้วยการนำรูปภาพของลูกสาวของครอบครัวนี้ ไปใช้ในป้ายโฆษณาของทาง Virgin โดยไม่ได้รับอนุญาต</p>

<p>ปัญหาเริ่มไม่ธรรมมาเนื่องจาก รูปดังกล่าวนั้น เป็นรูปที่ถูกโพสไว้ใน <a href="http://www.flickr.com" title="Flickr Photo Sharing">Flickr</a> และมีการเลือกสัญญาอนุญาตการใช้งานไว้เป็น <a href="http://creativecommons.org/licenses/by/2.0/" title="CC by 2.0">Creative Commons Attribution 2.0</a> ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใดก็ตาม สามารถทำซ้ำ แจกจ่าย รวมทั้งแก้ไขรูปนั้นได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของ ผลงาน เพียงแค่ต้องทำการอ้างถึงเจ้าของผลงานที่แท้จริงเท่านั้น โดยป้ายโฆษณาที่มีปัญหา ก็มีการอ้างอิงถึงที่มีของรูป ด้วยการบอกถึงที่มาของรูปภาพไว้ที่ด้านล่างของโฆษณาด้วย แต่มีการใส่คำโฆษณา &#8220;DUMP YOUR PEN FRIEND&#8221; และ &#8220;FREE TEXT VIRGIN TO VIRGIN&#8221; ไว้บนรูปดังกล่าว ซึ่งทางครอบครัวกล่าวว่า เป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนโฆษกของทาง Virgin Mobile ออสเตรเลีย ยังไม่ได้ให้ความเห็นอะไรกับเรื่องนี้ และทางด้าน Creative Commons ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ กับเรื่องนี้ (ผู้เขียน - <em>ยังไม่พบการกล่าวถึงความเคลื่อนไหวจากทาง Creative Commons ในข่าวต้นฉบับ</em>)</p>

<p>ประเด็นนี้เป็นเรื่องน่าสนใจคือ <a href="http://creativecommons.org/licenses/by/2.0/" title="CC by 2.0">Creative Commons Attribution 2.0</a> อนุญาตให้ทำการดัดแปลงผลงานได้ ถ้ามีการอ้างอิงถึงที่มา และ Virgin Mobile ออสเตรเลียก็ทำถูกต้องทุกอย่าง แต่การที่มีการใส่ข้อความที่อาจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้ไปขัดกับเรื่องสิทธิมนุษยชน และยังมีเรื่อง model release ที่กล่าวถึงการต้องได้รับอนุญาตจากตัวบุคคลในรูปก่อนทำการ กระทำการใดๆ อีก จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อ</p>

<p>อ้างอิง:
<a href="http://flickr.com/photos/sesh00/515961023/" title="DUMP YOUR PEN FRIEND">รูปที่เป็นปัญหา</a> และ <a href="http://www.flickr.com/groups/central/discuss/72157600541608353/" title="FlickrCentral">ประเด็นถกกันยาวใน FlickrCentral</a></p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.smh.com.au/news/technology/virgin-sued-for-using-teens-photo/2007/09/21/1189881735928.html" title="The Sydney Morning Herald">The Sydney Morning Herald</a> via <a href="http://yro.slashdot.org/yro/07/09/22/0319252.shtml" title="Slashdot">Slashdot</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ร่วมทดสอบ patch ตัดคำไทย Firefox 3 บน Mac OS X</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/5349" />
    <id>http://blognone.com/node/5349</id>
    <published>2007-07-25T13:33:55+07:00</published>
    <updated>2007-07-25T13:44:35+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Firefox" />
    <category term="Mac OS X" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลังจากคุณเทพพิทักษ์ ได้ทำการแก้ไขการตัดคำภาษาไทยใน Firefox ด้วยระบบพื้นฐานบนระบบปฏิบัติการ ไปแล้ว (<a href="https://bugzilla.mozilla.org/show_bug.cgi?id=336959">Pango บนลินุกซ์</a>)(<a href="http://www.blognone.com/node/4789">ข่าวเก่า</a>) ก็ได้มีการรวมกันเฉพาะกิจของกลุ่มนักพัฒนาชาวไทย ในการที่จะแก้ไข patch ของคุณเทพพิทักษ์มาใช้กับ Mac OS X และวินโดวส์ด้วย<a href="http://thep.blogspot.com/2007/07/mozilla-pango-break-really-checked-in.html">แนวทาง</a>ที่คุณทพฯ ได้แนะนำไว้</p>
<p>ตอนนี้ patch บน Mac OS X ได้ออกมาในระดับ Developer Preview Alpha 1 (ชื่อเรียกเท่ไหม? :P) ด้วยพลังของคุณ<a>วีร์</a> และผมได้ทดสอบแล้ว ใช้ได้ดี เลยอยากให้ Alpha Geek ทั้งหลายที่อยากลองของใหม่และใช้ Mac OS X มาช่วยการทดสอบ โดยผมได้ทำการ build เป็น Universal Binary ไว้แล้ว ไปดาวโหลด <a href="http://scratchpad.wikia.com/wiki/Firefox_Thai#Nightly_Build_.28Build_.E0.B9.81.E0.B8.A5.E0.B9.89.E0.B8.A7.E0.B8.AB.E0.B8.A5.E0.B8.B1.E0.B8.9A.29">Nightly Build</a> กันได้</p>
<p>อนึ่ง ตัว Firefox ตัวนี้ผม checkout มาจาก cvs trunk เพราะฉนั้น จะไม่เสถียรอย่างมากในการใช้งานจริง ดังนั้นไม่แนะนำให้ใช้งานในงานที่ต้องการความสำคัญสูงครับ และความเสียหายใดๆ อันเกิดจากโปรแกรมนี้ ทางกลุ่มผู้พัฒนา ไม่รับผิดชอบนะจ๊ะ แต่ถ้ามีปัญหาใดๆ เกี่ยวกับ patch ก็มาแปะไว้ใน comment ได้ครับ</p>
<p>คาดว่า Mac OS X น่าจะตัดคำไทยด้วยระบบพื้นฐานบนระบบปฏิบัติการได้เป็นอันดับที่สอง และวินโดวส์น่าจะมาอันดับสาม แฟนๆ วินโดวส์ ถ้ายอมไม่ได้ก็มาร่วมด้วยช่วยกันเร็ว</p>
<p>ที่มา - <a href="http://scratchpad.wikia.com/wiki/Firefox_Thai">Firefox Thai Wikia</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลังจากคุณเทพพิทักษ์ ได้ทำการแก้ไขการตัดคำภาษาไทยใน Firefox ด้วยระบบพื้นฐานบนระบบปฏิบัติการ ไปแล้ว (<a href="https://bugzilla.mozilla.org/show_bug.cgi?id=336959">Pango บนลินุกซ์</a>)(<a href="http://www.blognone.com/node/4789">ข่าวเก่า</a>) ก็ได้มีการรวมกันเฉพาะกิจของกลุ่มนักพัฒนาชาวไทย ในการที่จะแก้ไข patch ของคุณเทพพิทักษ์มาใช้กับ Mac OS X และวินโดวส์ด้วย<a href="http://thep.blogspot.com/2007/07/mozilla-pango-break-really-checked-in.html">แนวทาง</a>ที่คุณทพฯ ได้แนะนำไว้</p>
<p>ตอนนี้ patch บน Mac OS X ได้ออกมาในระดับ Developer Preview Alpha 1 (ชื่อเรียกเท่ไหม? :P) ด้วยพลังของคุณ<a>วีร์</a> และผมได้ทดสอบแล้ว ใช้ได้ดี เลยอยากให้ Alpha Geek ทั้งหลายที่อยากลองของใหม่และใช้ Mac OS X มาช่วยการทดสอบ โดยผมได้ทำการ build เป็น Universal Binary ไว้แล้ว ไปดาวโหลด <a href="http://scratchpad.wikia.com/wiki/Firefox_Thai#Nightly_Build_.28Build_.E0.B9.81.E0.B8.A5.E0.B9.89.E0.B8.A7.E0.B8.AB.E0.B8.A5.E0.B8.B1.E0.B8.9A.29">Nightly Build</a> กันได้</p>
<p>อนึ่ง ตัว Firefox ตัวนี้ผม checkout มาจาก cvs trunk เพราะฉนั้น จะไม่เสถียรอย่างมากในการใช้งานจริง ดังนั้นไม่แนะนำให้ใช้งานในงานที่ต้องการความสำคัญสูงครับ และความเสียหายใดๆ อันเกิดจากโปรแกรมนี้ ทางกลุ่มผู้พัฒนา ไม่รับผิดชอบนะจ๊ะ แต่ถ้ามีปัญหาใดๆ เกี่ยวกับ patch ก็มาแปะไว้ใน comment ได้ครับ</p>
<p>คาดว่า Mac OS X น่าจะตัดคำไทยด้วยระบบพื้นฐานบนระบบปฏิบัติการได้เป็นอันดับที่สอง และวินโดวส์น่าจะมาอันดับสาม แฟนๆ วินโดวส์ ถ้ายอมไม่ได้ก็มาร่วมด้วยช่วยกันเร็ว</p>
<p>ที่มา - <a href="http://scratchpad.wikia.com/wiki/Firefox_Thai">Firefox Thai Wikia</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ประกวดพัฒนาโปรแกรม Ruby on Rails ชิงรางวัล 1,000,000 เยน กับ DRECOM</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/5175" />
    <id>http://blognone.com/node/5175</id>
    <published>2007-07-09T22:48:42+07:00</published>
    <updated>2007-07-09T23:20:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Development" />
    <category term="Drecom" />
    <category term="Japan" />
    <category term="Ruby" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>DRECOM บริษัทซอฟท์แวร์และผู้ให้บริการบนอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของญี่ปุ่น จัดประกวดพัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่น ที่สร้างด้วย Ruby on Rails โดยมีรางวัลชนะเลิศถึง 1,000,000 เยน ซึ่งการพัฒนาไม่จำกัดว่าจะต้องใช้งานบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปแต่อย่างเดียว ผู้เข้าแข่งขันสามารถส่งประกวดเป็นแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือก็ได้</p>
<p>การรับสมัครเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม - 25 กันยายน 2550 ใครสนใจอยากหาโอกาสเพิ่ม GDP ให้กับประเทศก็ลุยกันได้</p>
<p>ปล. DRECOM เป็นบริษัทที่ตั้งเมื่อปี 2001 และสามารถ<a href="http://finance.google.com/finance?q=TYO3%3A3793">เข้าตลาดหลักทรัพย์โตเกียว</a> ได้ภายในเวลาไม่กี่ปี ธุรกิจหลักๆ คือ บริการบล็อก, ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ฯ ผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมอยู่ครึ่งวัน ประทับใจอยู่ 3 อย่าง คือ DRECOM เลือกใช้ OSS โดยเฉพาะ RoR เป็นฐานในการพัฒนาซอฟท์แวร์ทั้งหมดของตน, บรรยากาศการทำงานที่ไม่เหมือนคนญี่ปุ่นทำงานเลย เป็นกันเองดีมากๆ และ ลักษณะของออฟฟิศที่มีโต๊ะพูลอยู่ข้างในด้วย (แอบถาม CEO ปรากฎว่าได้แรงบันดาลใจมาจากกูเกิ้ล)</p>
<p>ใครว่างๆ อยู่ลุยโลด</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.thinkruby.org/2007/07/42">ThinkRuby</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>DRECOM บริษัทซอฟท์แวร์และผู้ให้บริการบนอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของญี่ปุ่น จัดประกวดพัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่น ที่สร้างด้วย Ruby on Rails โดยมีรางวัลชนะเลิศถึง 1,000,000 เยน ซึ่งการพัฒนาไม่จำกัดว่าจะต้องใช้งานบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปแต่อย่างเดียว ผู้เข้าแข่งขันสามารถส่งประกวดเป็นแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือก็ได้</p>
<p>การรับสมัครเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม - 25 กันยายน 2550 ใครสนใจอยากหาโอกาสเพิ่ม GDP ให้กับประเทศก็ลุยกันได้</p>
<p>ปล. DRECOM เป็นบริษัทที่ตั้งเมื่อปี 2001 และสามารถ<a href="http://finance.google.com/finance?q=TYO3%3A3793">เข้าตลาดหลักทรัพย์โตเกียว</a> ได้ภายในเวลาไม่กี่ปี ธุรกิจหลักๆ คือ บริการบล็อก, ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ฯ ผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมอยู่ครึ่งวัน ประทับใจอยู่ 3 อย่าง คือ DRECOM เลือกใช้ OSS โดยเฉพาะ RoR เป็นฐานในการพัฒนาซอฟท์แวร์ทั้งหมดของตน, บรรยากาศการทำงานที่ไม่เหมือนคนญี่ปุ่นทำงานเลย เป็นกันเองดีมากๆ และ ลักษณะของออฟฟิศที่มีโต๊ะพูลอยู่ข้างในด้วย (แอบถาม CEO ปรากฎว่าได้แรงบันดาลใจมาจากกูเกิ้ล)</p>
<p>ใครว่างๆ อยู่ลุยโลด</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.thinkruby.org/2007/07/42">ThinkRuby</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>OpenOffice.org สำหรับ Mac OS X ของแท้ ออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4862" />
    <id>http://blognone.com/node/4862</id>
    <published>2007-06-06T09:28:08+07:00</published>
    <updated>2007-08-05T22:26:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Mac OS X" />
    <category term="OpenOffice" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลังจากผู้ใช้ OpenOffice.org บน Mac OS X เป็นลูกเมียน้อยคนที่แปดมานาน เพราะต้องใช้ X11 ในการใช้งาน ทำให้หลายๆ คนรวมถึงผม ต้องหนีไปใช้ NeoOffice ที่กว่าจะ build ตามทันก็รอกันเงก</p>
<p>แต่ลูกเมียน้อยอย่างเราๆ ก็ได้เริ่มมีความหวังเมื่อซันประกาศให้ความร่วมมือในการพัฒนา OpenOffice.org ให้ใช้ได้บนแมคจริงๆ [<a href="http://www.blognone.com/node/4600">ข่าวเก่า</a>] จนในที่สุดความหวังก็ได้เป็นความจริงขึ้นมาอีกนิด เมื่อได้มีการปล่อย OpenOffice.org Native Aqua  แบบ Developer Preview มาให้ลองใช้กันแล้ว</p>
<p>Beta Geek <a href="http://porting.openoffice.org/mac/download/aqua.html">ไปลองกันได้</a></p>
<p>ที่มา - <a href="http://porting.openoffice.org/mac/download/aqua.html">OpenOffice.org</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลังจากผู้ใช้ OpenOffice.org บน Mac OS X เป็นลูกเมียน้อยคนที่แปดมานาน เพราะต้องใช้ X11 ในการใช้งาน ทำให้หลายๆ คนรวมถึงผม ต้องหนีไปใช้ NeoOffice ที่กว่าจะ build ตามทันก็รอกันเงก</p>
<p>แต่ลูกเมียน้อยอย่างเราๆ ก็ได้เริ่มมีความหวังเมื่อซันประกาศให้ความร่วมมือในการพัฒนา OpenOffice.org ให้ใช้ได้บนแมคจริงๆ [<a href="http://www.blognone.com/node/4600">ข่าวเก่า</a>] จนในที่สุดความหวังก็ได้เป็นความจริงขึ้นมาอีกนิด เมื่อได้มีการปล่อย OpenOffice.org Native Aqua  แบบ Developer Preview มาให้ลองใช้กันแล้ว</p>
<p>Beta Geek <a href="http://porting.openoffice.org/mac/download/aqua.html">ไปลองกันได้</a></p>
<p>ที่มา - <a href="http://porting.openoffice.org/mac/download/aqua.html">OpenOffice.org</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>SP ลาออกแล้ว ลั่นหากประชาชนเรียกร้อง พร้อมกลับเข้ามารับตำแหน่ง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4304" />
    <id>http://blognone.com/node/4304</id>
    <published>2007-04-01T15:25:00+07:00</published>
    <updated>2007-04-02T15:53:15+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Fun" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลังจากมีการกดดันอย่างมากจากเว็บไซต์ข่าวไอทีอันดับหนึ่งของประเทศ SP ประกาศออกมาเมื่อเย็นวันนี้ว่า จะขอลาออกจากตำแหน่ง แต่ถ้าหากประชาชนเรียกร้อง ก็พร้อมที่จะกลับเข้ามารับตำแหน่งใหม่</p>
<p>ด้านผู้นำกลุ่มพันธมิตร BN ได้กล่าวว่า การที่ SP ทำแบบนี้ไม่ถือว่าเป็นลูกผู้ชาย และไม่สมศักดิ์ศรี SP ควรจะพิจารณาตนเองและลาออกไปได้ตั้งนานแล้ว และไม่ควรจะหลงเหลือทายาทสืบทอดตำแหน่งไว้ เพราะไม่เช่นนั้นวงการไอทีประเทศนี้ ก็ยังคงย่ำต๊อกอยู่กับที่</p>
<p>ด้านกลุ่มผู้สนับสนุน SP ได้ทำการยื่นเรื่องขอใช้พื้นที่บางส่วนบนโลก เพื่อใช้ในการปักหลักชุมนุมสนับสนุน SP ซึ่งทางคณะปกครองได้พิจารณาอนุมัติให้ใช้พื้นที่ แต่ในทางตรงกันข้าม ทางกลุ่มพันธมิตร BN กลับไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าอาจจะเกิดการประทะใหญ่กันขึ้น จึงขอให้ทุกท่านงดเดินทาง ทางอินเทอร์เน็ตชั่วคราว</p>
<p>อนึ่ง การลาออกของ SP ในครั้งนี้ เป็นผลให้ ลิเวอร์พูลชนะอาร์เซนอลไป 4 ประตูต่อ 1</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลังจากมีการกดดันอย่างมากจากเว็บไซต์ข่าวไอทีอันดับหนึ่งของประเทศ SP ประกาศออกมาเมื่อเย็นวันนี้ว่า จะขอลาออกจากตำแหน่ง แต่ถ้าหากประชาชนเรียกร้อง ก็พร้อมที่จะกลับเข้ามารับตำแหน่งใหม่</p>
<p>ด้านผู้นำกลุ่มพันธมิตร BN ได้กล่าวว่า การที่ SP ทำแบบนี้ไม่ถือว่าเป็นลูกผู้ชาย และไม่สมศักดิ์ศรี SP ควรจะพิจารณาตนเองและลาออกไปได้ตั้งนานแล้ว และไม่ควรจะหลงเหลือทายาทสืบทอดตำแหน่งไว้ เพราะไม่เช่นนั้นวงการไอทีประเทศนี้ ก็ยังคงย่ำต๊อกอยู่กับที่</p>
<p>ด้านกลุ่มผู้สนับสนุน SP ได้ทำการยื่นเรื่องขอใช้พื้นที่บางส่วนบนโลก เพื่อใช้ในการปักหลักชุมนุมสนับสนุน SP ซึ่งทางคณะปกครองได้พิจารณาอนุมัติให้ใช้พื้นที่ แต่ในทางตรงกันข้าม ทางกลุ่มพันธมิตร BN กลับไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าอาจจะเกิดการประทะใหญ่กันขึ้น จึงขอให้ทุกท่านงดเดินทาง ทางอินเทอร์เน็ตชั่วคราว</p>
<p>อนึ่ง การลาออกของ SP ในครั้งนี้ เป็นผลให้ ลิเวอร์พูลชนะอาร์เซนอลไป 4 ประตูต่อ 1</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Mac OS X 10.4.9 ออกมาเสียที</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4126" />
    <id>http://blognone.com/node/4126</id>
    <published>2007-03-14T11:00:49+07:00</published>
    <updated>2007-03-14T12:19:30+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="Mac" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ในที่สุด minor update ที่คาดว่าจะเป็นตัวสุดท้ายของ Mac OS X Tiger ก็ได้ออกมาเสียที โดยมีการแก้ไขข้อบกพร่องในหลายส่วน เช่น</p>
<ul>
<li>ปัญหาการ sync ของ .Mac</li>
<li>รองรับการเข้ารหัส WPA2</li>
<li>ปัญหาของ Rosetta</li>
<li>และอีกมากมาย อาทิ Bluetooth, iCal ..</li>
</ul>
<p>เชิญอัพเดทกันได้ด้วย Software Update หรือ<a href="http://www.apple.com/support/downloads/">ดาวน์โหลด</a>กันเองโลด</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.betanews.com/article/Apple_Releases_Mac_OS_X_1049/1173820298">BetaNews</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ในที่สุด minor update ที่คาดว่าจะเป็นตัวสุดท้ายของ Mac OS X Tiger ก็ได้ออกมาเสียที โดยมีการแก้ไขข้อบกพร่องในหลายส่วน เช่น</p>
<ul>
<li>ปัญหาการ sync ของ .Mac</li>
<li>รองรับการเข้ารหัส WPA2</li>
<li>ปัญหาของ Rosetta</li>
<li>และอีกมากมาย อาทิ Bluetooth, iCal ..</li>
</ul>
<p>เชิญอัพเดทกันได้ด้วย Software Update หรือ<a href="http://www.apple.com/support/downloads/">ดาวน์โหลด</a>กันเองโลด</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.betanews.com/article/Apple_Releases_Mac_OS_X_1049/1173820298">BetaNews</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ทางการสวีเดนสร้างโลกเสมือนบนอินเทอร์เน็ต</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/3846" />
    <id>http://blognone.com/node/3846</id>
    <published>2007-01-30T09:29:51+07:00</published>
    <updated>2007-01-30T10:39:35+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Internet" />
    <category term="Second Life" />
    <category term="Sweden" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>กระทรวงการต่างประเทศแห่งสวีเดน ได้ทำการเปิดบริการบนอินเทอร์เน็ตในชื่อว่า Second Life โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็น ช่องทางในการเผยแพร่วัฒนธรรม, ข้อมูลการท่องเที่ยว, ความรู้-ความเข้าใจ เกี่ยวกับประเทศสวีเดน โดยมีกลุุ่มเป้าหมายเป็น นักท่องเที่ยว หรือ นักศึกษา รวมทั้งกลุ่มวัยรุ่นด้วย</p>
<p>ลักษณะของบริการก็จะเป็นการสร้างโลกเสมือนจริง ที่ทุกคนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ รวมไปถึงสามารถที่จะสร้างบ้าน หรือ ธุรกิจของตนได้ในโลกเสมือนจริง ถึงขนาดมีสกุลของตัวเอง ซึ่งลักษณะนี้เราอาจจะเห็นอยู่ทั่วไปแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทางการมาให้การสนับสนุน และให้บริการเอง</p>
<p>สนใจอยากเป็นพลเมืองสวีเดน (แบบดิจิทัล) ก็ไปลองกันได้ที่ <a href="http://www.secondlife.com">www.secondlife.com</a></p>
<p><strong>ที่มา</strong> - AP ผ่าน Wii NEWS Channel</p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>กระทรวงการต่างประเทศแห่งสวีเดน ได้ทำการเปิดบริการบนอินเทอร์เน็ตในชื่อว่า Second Life โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็น ช่องทางในการเผยแพร่วัฒนธรรม, ข้อมูลการท่องเที่ยว, ความรู้-ความเข้าใจ เกี่ยวกับประเทศสวีเดน โดยมีกลุุ่มเป้าหมายเป็น นักท่องเที่ยว หรือ นักศึกษา รวมทั้งกลุ่มวัยรุ่นด้วย</p>
<p>ลักษณะของบริการก็จะเป็นการสร้างโลกเสมือนจริง ที่ทุกคนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ รวมไปถึงสามารถที่จะสร้างบ้าน หรือ ธุรกิจของตนได้ในโลกเสมือนจริง ถึงขนาดมีสกุลของตัวเอง ซึ่งลักษณะนี้เราอาจจะเห็นอยู่ทั่วไปแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทางการมาให้การสนับสนุน และให้บริการเอง</p>
<p>สนใจอยากเป็นพลเมืองสวีเดน (แบบดิจิทัล) ก็ไปลองกันได้ที่ <a href="http://www.secondlife.com">www.secondlife.com</a></p>
<p><strong>ที่มา</strong> - AP ผ่าน Wii NEWS Channel</p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>IE7 ถูกติดตั้งไปแล้ว 100 ล้านครั้ง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/3750" />
    <id>http://blognone.com/node/3750</id>
    <published>2007-01-13T21:20:54+07:00</published>
    <updated>2007-01-13T21:20:54+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="Internet" />
    <category term="Microsoft" />
    <category term="IE" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ถึงแม้ว่า Blognone จะมีนโยบายชัดเจนในการสนับสนุนการใช้งาน Firefox แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข่าวของ IE7 คู่แข่งสำคัญ</p>
<p>Tony Chor, Group Program Manager เขียนลง <a href="http://blogs.msdn.com/ie/default.aspx">IEBlog</a> ว่าเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา IE7 ได้ถูกติดตั้งไปถึง 100 ล้านครั้งแล้ว ซึ่งถ้าดูตามสถิติของ Firefox แล้วถือว่า IE7 ใช้เวลาน้อยกว่า Firefox อยู่โข (ความเห็นผมเอง)</p>
<p>แต่เหนืออื่นใด Tony ได้บอกอีกว่า จากการตรวจสอบจำนวนการใช้งาน เว็บเบราเซอร์ของ <a href="http://www.websidestory.com/">WebSideStory</a> พบว่า IE7 มีส่วนแบ่งตลาดในอเมริกาถึง 25% เป็นรองจาก IE6 ซึ่งหลังจากวินโดวส์ วิสต้า ออกวางจำหน่ายก็จะทำให้ส่วนแบ่งของ IE7 เพิ่มขึ้นไปอีก (แหงสิ)</p>
<p>ใครจะเยอะยังไงก็ช่าง Blognone ยังคงสนับสนุนให้ร่วมแรง ร่วมใจใช้ Firefox เช่นเคย</p>
<p>ที่มา - <a href="http://blogs.msdn.com/ie/archive/2007/01/12/100-million-ie7-installations.aspx">IEBlog</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ถึงแม้ว่า Blognone จะมีนโยบายชัดเจนในการสนับสนุนการใช้งาน Firefox แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข่าวของ IE7 คู่แข่งสำคัญ</p>
<p>Tony Chor, Group Program Manager เขียนลง <a href="http://blogs.msdn.com/ie/default.aspx">IEBlog</a> ว่าเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา IE7 ได้ถูกติดตั้งไปถึง 100 ล้านครั้งแล้ว ซึ่งถ้าดูตามสถิติของ Firefox แล้วถือว่า IE7 ใช้เวลาน้อยกว่า Firefox อยู่โข (ความเห็นผมเอง)</p>
<p>แต่เหนืออื่นใด Tony ได้บอกอีกว่า จากการตรวจสอบจำนวนการใช้งาน เว็บเบราเซอร์ของ <a href="http://www.websidestory.com/">WebSideStory</a> พบว่า IE7 มีส่วนแบ่งตลาดในอเมริกาถึง 25% เป็นรองจาก IE6 ซึ่งหลังจากวินโดวส์ วิสต้า ออกวางจำหน่ายก็จะทำให้ส่วนแบ่งของ IE7 เพิ่มขึ้นไปอีก (แหงสิ)</p>
<p>ใครจะเยอะยังไงก็ช่าง Blognone ยังคงสนับสนุนให้ร่วมแรง ร่วมใจใช้ Firefox เช่นเคย</p>
<p>ที่มา - <a href="http://blogs.msdn.com/ie/archive/2007/01/12/100-million-ie7-installations.aspx">IEBlog</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ข่าวการเข้าพบ รมว. ICT ในไทยรัฐ ออนไลน์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/3404" />
    <id>http://blognone.com/node/3404</id>
    <published>2006-11-22T09:25:30+07:00</published>
    <updated>2006-11-22T21:06:04+07:00</updated>
    <author>
      <name>keng</name>
    </author>
    <category term="MICT" />
    <category term="Open Source" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>จาก <a href="http://www.blognone.com/node/3401">การเข้าพบ รมว. ICT</a> เมื่อวานนี้ ทางไทยรัฐออนไลน์ ก็ได้นำข่าวนี้ไปลงแล้วครับ</p>
<p>เป็นนิมิตรหมา่ยที่ดี ที่สื่อหลักก็หันมาสนใจข่าวนี้เช่นกันครับ</p>
<p>ผมไม่แน่ใจสื่อฉบับอื่นจะลงด้วยหรือเปล่า ยังไงก็อัพเดทกันในนี้ด้วยก็ดีครับ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03b&amp;content=27480">ไทยรัฐ ออนไลน์</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>จาก <a href="http://www.blognone.com/node/3401">การเข้าพบ รมว. ICT</a> เมื่อวานนี้ ทางไทยรัฐออนไลน์ ก็ได้นำข่าวนี้ไปลงแล้วครับ</p>
<p>เป็นนิมิตรหมา่ยที่ดี ที่สื่อหลักก็หันมาสนใจข่าวนี้เช่นกันครับ</p>
<p>ผมไม่แน่ใจสื่อฉบับอื่นจะลงด้วยหรือเปล่า ยังไงก็อัพเดทกันในนี้ด้วยก็ดีครับ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03b&amp;content=27480">ไทยรัฐ ออนไลน์</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
