<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>rulaz07's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/blog/rulaz07"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://blognone.com/blog/4100/atom/feed"/>
  <id>http://blognone.com/blog/4100/atom/feed</id>
  <updated>2008-03-04T09:48:34+07:00</updated>
  <entry>
    <title>Fubar โต 3 ล้านเปอร์เซ็นต์ต่อปี</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7193" />
    <id>http://blognone.com/node/7193</id>
    <published>2008-03-08T16:28:41+07:00</published>
    <updated>2008-03-08T21:53:31+07:00</updated>
    <author>
      <name>rulaz07</name>
    </author>
    <category term="Social Network" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>สถิติการเติบโตของ social network จัดทำโดย <a href="http://www.compete.com/">compete</a>  แสดงให้เห็นว่า Fubar ซึ่งมีสโลแกนเท่ๆ "the first online bar and happy hour" เป็น social network ที่เติบโตเร็วที่สุด  โดยมี traffic เพิ่มขึ้นถึง 3,272,217 เปอร์เซ็นต์ภายใน 12 เดือน ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 14 ของ social network ทั่วโลก</p>
<p>อันดับหนึ่งยังเป็น Myspace ซึ่งผ่านมาทั้งปีไม่ได้โตขึ้นเลย แถมติดลบอีก 1 เปอร์เซ็นต์ ทำผลงานได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับอันดับสอง คือ Facebook ซึ่งเติบโต 77 เปอร์เซ็นต์</p>
<p>social network อีกสองตัวที่เติบโตได้เร็วรองลงมาคือ Ning ที่ 4803 เปอร์เซ็นต์ และ Twitter ที่ 4368 เปอร์เซ็นต์<br />
ที่มา : <a href="http://www.techcrunch.com/2008/03/07/fubar-grows-over-3-million-percent-in-a-year/">Techcrunch</a>, <a href="http://blog.compete.com/2008/03/07/top-social-networks-traffic-feb-2008/">Compete</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>สถิติการเติบโตของ social network จัดทำโดย <a href="http://www.compete.com/">compete</a>  แสดงให้เห็นว่า Fubar ซึ่งมีสโลแกนเท่ๆ "the first online bar and happy hour" เป็น social network ที่เติบโตเร็วที่สุด  โดยมี traffic เพิ่มขึ้นถึง 3,272,217 เปอร์เซ็นต์ภายใน 12 เดือน ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 14 ของ social network ทั่วโลก</p>
<p>อันดับหนึ่งยังเป็น Myspace ซึ่งผ่านมาทั้งปีไม่ได้โตขึ้นเลย แถมติดลบอีก 1 เปอร์เซ็นต์ ทำผลงานได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับอันดับสอง คือ Facebook ซึ่งเติบโต 77 เปอร์เซ็นต์</p>
<p>social network อีกสองตัวที่เติบโตได้เร็วรองลงมาคือ Ning ที่ 4803 เปอร์เซ็นต์ และ Twitter ที่ 4368 เปอร์เซ็นต์<br />
ที่มา : <a href="http://www.techcrunch.com/2008/03/07/fubar-grows-over-3-million-percent-in-a-year/">Techcrunch</a>, <a href="http://blog.compete.com/2008/03/07/top-social-networks-traffic-feb-2008/">Compete</a><br />
<br />
<img src="http://farm3.static.flickr.com/2082/2317570865_7afc3178b2.jpg" /></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Ask.com ยกธงขาว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7166" />
    <id>http://blognone.com/node/7166</id>
    <published>2008-03-05T22:24:00+07:00</published>
    <updated>2008-03-05T22:29:07+07:00</updated>
    <author>
      <name>rulaz07</name>
    </author>
    <category term="Search Engine" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Ask.com ล้มเลิกความพยายามที่จะแข่งกับ Google ในการเป็นผู้นำด้าน Search Engine และจะมุ่งไปยังตลาดที่แคบกว่า เช่น ผู้หญิงที่มีครอบครัว โดยจะปลดพนักงานออกประมาณ 40 คน หรือ 8 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด บริษัทจะกลับไปยังจุดเริ่มต้น โดยมุ่งเน้นเรื่องการหาคำตอบให้กับคำถามทั่วไป เกี่ยวกับเคล็ดลับ ตำราอาหาร งานอดิเรก และการบ้านของเด็กๆ</p>

<p>Ask เป็น search engine อันดับ 5 ในอเมริกา ซึ่งมีส่วนแบ่งเพียง 4.5 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ Google ซึ่งครองอยู่ 58.5 เปอร์เซนต์ &#8220;ไม่ว่า Ask จะทำยังไงก็ตาม มันไม่มีทางเพียงพอ ที่จะทำให้คนเปลี่ยนใจจาก Google&#8221; Chris Winfield ที่ปรึกษาทางด้าน search engine กล่าว</p>

<p>Ask ตั้งขึ้นในปีคศ. 1996 โดยมีเป้าหมายจะเป็น search engine ที่สามารถค้นหาคำตอบได้จากประโยคคำถาม แทนที่จะค้นหาออกเป็นคำศัพท์ในประโยค แต่ผลลัพธ์ในภายหลัง Ask ถูกเรียกว่า AskJeeves เพราะการแปลคำถามผิดๆ และให้แต่คำตอบไร้สาระออกมา ทำให้ Ask ถูกเยาะเย้ยไปในวงกว้าง</p>

<p>หลังจากการลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น Ask พยายามเปลี่ยนตัวเอง ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้ Google แต่ก็ยังไม่สำเร็จ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.nytimes.com/reuters/business/business-ask-ceo.html">New York Times</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Ask.com ล้มเลิกความพยายามที่จะแข่งกับ Google ในการเป็นผู้นำด้าน Search Engine และจะมุ่งไปยังตลาดที่แคบกว่า เช่น ผู้หญิงที่มีครอบครัว โดยจะปลดพนักงานออกประมาณ 40 คน หรือ 8 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด บริษัทจะกลับไปยังจุดเริ่มต้น โดยมุ่งเน้นเรื่องการหาคำตอบให้กับคำถามทั่วไป เกี่ยวกับเคล็ดลับ ตำราอาหาร งานอดิเรก และการบ้านของเด็กๆ</p>

<p>Ask เป็น search engine อันดับ 5 ในอเมริกา ซึ่งมีส่วนแบ่งเพียง 4.5 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ Google ซึ่งครองอยู่ 58.5 เปอร์เซนต์ &#8220;ไม่ว่า Ask จะทำยังไงก็ตาม มันไม่มีทางเพียงพอ ที่จะทำให้คนเปลี่ยนใจจาก Google&#8221; Chris Winfield ที่ปรึกษาทางด้าน search engine กล่าว</p>

<p>Ask ตั้งขึ้นในปีคศ. 1996 โดยมีเป้าหมายจะเป็น search engine ที่สามารถค้นหาคำตอบได้จากประโยคคำถาม แทนที่จะค้นหาออกเป็นคำศัพท์ในประโยค แต่ผลลัพธ์ในภายหลัง Ask ถูกเรียกว่า AskJeeves เพราะการแปลคำถามผิดๆ และให้แต่คำตอบไร้สาระออกมา ทำให้ Ask ถูกเยาะเย้ยไปในวงกว้าง</p>

<p>หลังจากการลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น Ask พยายามเปลี่ยนตัวเอง ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้ Google แต่ก็ยังไม่สำเร็จ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.nytimes.com/reuters/business/business-ask-ceo.html">New York Times</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Facebook จ้างผู้บริหารจาก Google</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7161" />
    <id>http://blognone.com/node/7161</id>
    <published>2008-03-05T20:49:52+07:00</published>
    <updated>2008-03-05T22:26:23+07:00</updated>
    <author>
      <name>rulaz07</name>
    </author>
    <category term="Facebook" />
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook ไม่เดินตามรอย Google และ Yahoo ที่จ้างคนอื่น มาทำงานเป็นหัวหน้าผู้บริหาร เขาทำตาม Bill Gates โดยทำหน้าที่เป็นผู้บริหารใหญ่เอง และจ้าง Sheryl Sandberg ซึ่งเป็นผู้บริหารจาก Google มาเป็น <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Chief_Operating_Officer">Chief Operations Officer (COO)</a> เป็นรองเพียง Zuckerberg เท่านั้น</p>
<p>Ms. Sandberg ทำงานเป็นรองผู้บริหารการจัดการตลาดออนไลน์ ให้กับ Google เข้าทำงานกับ Google ในปี คศ. 2001 เธอช่วยพัฒนาระบบโฆษณา เช่นโปรแกรม AdWords และ Adsense ซึ่งสร้างรายได้ให้กับ Google อย่างมหาศาล</p>
<p>Ms. Sandberg จะมาช่วย Facebook พัฒนาระบบเครือข่ายโฆษณา และขยายตลาดไปทั้วโลก ซึ่งจะช่วยพิสูจน์ถึงมูลค่าของ Facebook ที่ถูกตีไว้ว่าสูงถึง 15 พันล้านดอลลาร์ เมื่อตอน Microsoft เข้ามาลงทุน 240 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว</p>
<p>Ms. Sandberg เข้าร่วม Google ตั้งแต่ 3 ปี ก่อนเข้าตลาดหุ้น ตั้งแต่ Google ยังมีลูกจ้างเพียง 260 คน ซึ่งก็เหมือนกับผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่นๆ ที่เป็นมหาเศรษฐีจากราคาหุ้นที่ทวีคูณของ Google</p>
<p>"นี่เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง" Sandberg กล่าวอีกว่า "ชั้นดีใจที่เคยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง Google แต่การช่วยให้บริษัทเกิดใหม่ อีกบริษัทหนึ่งสามารถเติบโตเป็นผู้นำในตลาดโลก เป็นโอกาสที่สำคัญอีกอันนึงในชีวิต"</p>
<p>การย้ายมาของ Sandberg คงจะทำให้การแข่งขันระหว่าง Facebook และ Google เข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.nytimes.com/2008/03/05/technology/05facebook.html?_r=1&amp;oref=slogin">New York Times</a> </p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook ไม่เดินตามรอย Google และ Yahoo ที่จ้างคนอื่น มาทำงานเป็นหัวหน้าผู้บริหาร เขาทำตาม Bill Gates โดยทำหน้าที่เป็นผู้บริหารใหญ่เอง และจ้าง Sheryl Sandberg ซึ่งเป็นผู้บริหารจาก Google มาเป็น <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Chief_Operating_Officer">Chief Operations Officer (COO)</a> เป็นรองเพียง Zuckerberg เท่านั้น</p>
<p>Ms. Sandberg ทำงานเป็นรองผู้บริหารการจัดการตลาดออนไลน์ ให้กับ Google เข้าทำงานกับ Google ในปี คศ. 2001 เธอช่วยพัฒนาระบบโฆษณา เช่นโปรแกรม AdWords และ Adsense ซึ่งสร้างรายได้ให้กับ Google อย่างมหาศาล</p>
<p>Ms. Sandberg จะมาช่วย Facebook พัฒนาระบบเครือข่ายโฆษณา และขยายตลาดไปทั้วโลก ซึ่งจะช่วยพิสูจน์ถึงมูลค่าของ Facebook ที่ถูกตีไว้ว่าสูงถึง 15 พันล้านดอลลาร์ เมื่อตอน Microsoft เข้ามาลงทุน 240 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว</p>
<p>Ms. Sandberg เข้าร่วม Google ตั้งแต่ 3 ปี ก่อนเข้าตลาดหุ้น ตั้งแต่ Google ยังมีลูกจ้างเพียง 260 คน ซึ่งก็เหมือนกับผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่นๆ ที่เป็นมหาเศรษฐีจากราคาหุ้นที่ทวีคูณของ Google</p>
<p>"นี่เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง" Sandberg กล่าวอีกว่า "ชั้นดีใจที่เคยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง Google แต่การช่วยให้บริษัทเกิดใหม่ อีกบริษัทหนึ่งสามารถเติบโตเป็นผู้นำในตลาดโลก เป็นโอกาสที่สำคัญอีกอันนึงในชีวิต"</p>
<p>การย้ายมาของ Sandberg คงจะทำให้การแข่งขันระหว่าง Facebook และ Google เข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.nytimes.com/2008/03/05/technology/05facebook.html?_r=1&amp;oref=slogin">New York Times</a> </p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Drupal ตั้งบริษัท Acquia เพื่อพัฒนา Commercial Drupal</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7141" />
    <id>http://blognone.com/node/7141</id>
    <published>2008-03-04T07:21:59+07:00</published>
    <updated>2008-03-04T17:42:25+07:00</updated>
    <author>
      <name>rulaz07</name>
    </author>
    <category term="Drupal" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จากยอดดาวน์โหลดกว่า 2 ล้านครั้ง และอัตราการเติบโตกว่าเท่าตัว Drupal ซึ่งถือว่าเป็น CMS ที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ ได้ตั้งบริษัทเพื่อพัฒนา Drupal ในทางการค้าขึ้น ชื่อว่า <a href="http://acquia.com/">Acquia</a></p>

<p>Acquia ซึ่งร่วมก่อตั้งโดย Dries Buytaert (ผู้สร้าง Drupal) และ Jay Batson จะเป็นผู้พัฒนา Commercial Drupal โดยแนวทางการพัฒนาจะคล้ายๆกับ Red Hat</p>

<p>Acquia จะมี 2 โปรเจคคือ Carbon และ Spoke</p>

<ul>
<li>Carbon จะเป็นการการซัพพอร์ทแบบเสียเงินของ Drupal 6 โดยจะรวมถึงโมดูลที่เป็นที่นิยมอีก 30 ตัว</li>
<li>Spoke คือบริการอัพเดท Drupal จากโปรเจค Carbon</li>
</ul>

<blockquote>Money was needed to make Drupal bigger, stronger and better</blockquote>

<p>&#8220;หากต้องการให้ Drupal เติบโตกว่านี้ 10 เท่า ถ้ายังคงทำ Drupal เป็นแค่งานอดิเรก และทำงานหลักเป็นโปรแกรมเมอร์ คงไม่มีทางเป็นไปได้ในเร็วๆนี้&#8221; Buytaert กล่าว</p>

<p>Drupal มีชุมชนซึ่งมีสมาชิกกว่า 240,000 คน ถ้า Acquia เปิดตัวได้ดี จะได้รับประโยชน์จากสมาชิกเก่าของ Drupal เป็นอย่างมาก</p>

<p>ที่มา - <a href=http://www.technewsworld.com/rsstory/61935.html>technewsworld</a>, <a href=http://blogs.cnet.com/8301-13505_1-9878387-16.html?part=rss&amp;subj=news&amp;tag=2547-1_3-0-20 >CNET</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จากยอดดาวน์โหลดกว่า 2 ล้านครั้ง และอัตราการเติบโตกว่าเท่าตัว Drupal ซึ่งถือว่าเป็น CMS ที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ ได้ตั้งบริษัทเพื่อพัฒนา Drupal ในทางการค้าขึ้น ชื่อว่า <a href="http://acquia.com/">Acquia</a></p>

<p>Acquia ซึ่งร่วมก่อตั้งโดย Dries Buytaert (ผู้สร้าง Drupal) และ Jay Batson จะเป็นผู้พัฒนา Commercial Drupal โดยแนวทางการพัฒนาจะคล้ายๆกับ Red Hat</p>

<p>Acquia จะมี 2 โปรเจคคือ Carbon และ Spoke</p>

<ul>
<li>Carbon จะเป็นการการซัพพอร์ทแบบเสียเงินของ Drupal 6 โดยจะรวมถึงโมดูลที่เป็นที่นิยมอีก 30 ตัว</li>
<li>Spoke คือบริการอัพเดท Drupal จากโปรเจค Carbon</li>
</ul>

<blockquote>Money was needed to make Drupal bigger, stronger and better</blockquote>

<p>&#8220;หากต้องการให้ Drupal เติบโตกว่านี้ 10 เท่า ถ้ายังคงทำ Drupal เป็นแค่งานอดิเรก และทำงานหลักเป็นโปรแกรมเมอร์ คงไม่มีทางเป็นไปได้ในเร็วๆนี้&#8221; Buytaert กล่าว</p>

<p>Drupal มีชุมชนซึ่งมีสมาชิกกว่า 240,000 คน ถ้า Acquia เปิดตัวได้ดี จะได้รับประโยชน์จากสมาชิกเก่าของ Drupal เป็นอย่างมาก</p>

<p>ที่มา - <a href=http://www.technewsworld.com/rsstory/61935.html>technewsworld</a>, <a href=http://blogs.cnet.com/8301-13505_1-9878387-16.html?part=rss&amp;subj=news&amp;tag=2547-1_3-0-20 >CNET</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์ รุกตลาดซอฟแวร์ออนไลน์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7139" />
    <id>http://blognone.com/node/7139</id>
    <published>2008-03-04T03:16:15+07:00</published>
    <updated>2008-03-04T09:48:34+07:00</updated>
    <author>
      <name>rulaz07</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ไมโครซอฟท์ ประกาศ จะเปิดให้ธุรกิจขนาดเล็กใช้งานแอปพลิเคชั่นสำคัญๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตภายในปีนี้<br />
เป็นสัญญาณ ว่าบริษัทจะขยายตัวไปสู่ตลาด แอปพลิเคชั่น ออนไลน์ ซึ่ง <a href="http://google.com" />Google</a> และ <a href="http://salesforce.com" />Salesforce</a> นำหน้าไปก่อนแล้ว</p>
<p>จากกันยายนปีที่แล้วไมโครซอฟท์ ได้เปิดบริการซอฟแวร์ออนไลน์ ชื่อว่า Microsoft Online Services ให้บริการแก่ธุรกิจทั่วโลก โดยคิดค่าบริการต่อ user ในการเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่น เช่น e-mail ซึ่งโฮสโดย Server ของไมโครซอฟท์ มีผู้ใช้งานมากกว่า 5,000 คน บริษัทที่ใช้บริการ อาทิเช่น Autodesk, Blockbuster และ Coca-Cola Enterprises</p>
<p>แอปพลิเคชั่นที่ใช้งานได้ประกอบไปด้วย Exchange Server 2007 ใช้สำหรับ e-mail, Office SharePoint Server 2007 โปรแกรมจัดการเนื้อหาในองค์กรณ์ และ Office Live Meeting สำหรับวิดีโอคอนเฟอเรนซ์</p>
<p>การใช้งานแอปพลิเคชั่นออนไลน์โดยคิดค่าบริการเป็น user สำหรับบริษัทแล้ว จะมีราคาถูกกว่าการซื้อซอฟแวร์มาติดตั้งบนเครื่องของตัวเอง นอกจากนั้นยังดีกว่าในแง่ของการอัพเดท และค่าบำรุงรักษา</p>
<p>บริการใหม่จะเปิดในปลายปีนี้ ซึ่งราคายังไม่เปิดเผย</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.nytimes.com/idg/IDG_002570DE00740E18C12574010037054E.html?ex=1362286800&amp;en=9a9a706f85c78393&amp;ei=5088&amp;partner=rssnyt&amp;emc=rss">New York Times</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ไมโครซอฟท์ ประกาศ จะเปิดให้ธุรกิจขนาดเล็กใช้งานแอปพลิเคชั่นสำคัญๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตภายในปีนี้<br />
เป็นสัญญาณ ว่าบริษัทจะขยายตัวไปสู่ตลาด แอปพลิเคชั่น ออนไลน์ ซึ่ง <a href="http://google.com" />Google</a> และ <a href="http://salesforce.com" />Salesforce</a> นำหน้าไปก่อนแล้ว</p>
<p>จากกันยายนปีที่แล้วไมโครซอฟท์ ได้เปิดบริการซอฟแวร์ออนไลน์ ชื่อว่า Microsoft Online Services ให้บริการแก่ธุรกิจทั่วโลก โดยคิดค่าบริการต่อ user ในการเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่น เช่น e-mail ซึ่งโฮสโดย Server ของไมโครซอฟท์ มีผู้ใช้งานมากกว่า 5,000 คน บริษัทที่ใช้บริการ อาทิเช่น Autodesk, Blockbuster และ Coca-Cola Enterprises</p>
<p>แอปพลิเคชั่นที่ใช้งานได้ประกอบไปด้วย Exchange Server 2007 ใช้สำหรับ e-mail, Office SharePoint Server 2007 โปรแกรมจัดการเนื้อหาในองค์กรณ์ และ Office Live Meeting สำหรับวิดีโอคอนเฟอเรนซ์</p>
<p>การใช้งานแอปพลิเคชั่นออนไลน์โดยคิดค่าบริการเป็น user สำหรับบริษัทแล้ว จะมีราคาถูกกว่าการซื้อซอฟแวร์มาติดตั้งบนเครื่องของตัวเอง นอกจากนั้นยังดีกว่าในแง่ของการอัพเดท และค่าบำรุงรักษา</p>
<p>บริการใหม่จะเปิดในปลายปีนี้ ซึ่งราคายังไม่เปิดเผย</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.nytimes.com/idg/IDG_002570DE00740E18C12574010037054E.html?ex=1362286800&amp;en=9a9a706f85c78393&amp;ei=5088&amp;partner=rssnyt&amp;emc=rss">New York Times</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
