<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>infernohellion's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/blog/653"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://blognone.com/blog/653/atom/feed"/>
  <id>http://blognone.com/blog/653/atom/feed</id>
  <updated>2008-07-14T20:51:14+07:00</updated>
  <entry>
    <title>Comcast: เราให้คุณโหลดแค่ 250GB ต่อเดือน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8795" />
    <id>http://blognone.com/node/8795</id>
    <published>2008-08-30T07:51:47+07:00</published>
    <updated>2008-08-30T07:51:47+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Comcast" />
    <category term="Internet" />
    <category term="USA" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>CNET News Daily Podcast ได้มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องการ Cap ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตโดย Comcast</p>

<p>Comcast กล่าวว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ลูกค้าที่ทำการดาวน์โหลดสูงกว่า 250GB ต่อเดือนจะถูกยกเลิกการใช้งานทันที</p>

<p>การ Cap ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทุกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จะจำกัดจำนวน GB ที่ดาวน์โหลดได้ต่อเดือนแล้วแต่โปรโมชั่น ส่วนใหญ่แล้วหากใช้งานเกินจำนวนที่กำหนด อินเทอร์เน็ตจะถูกลดความเร็วลงมาเหลือแค่ 64kbps แต่สำหรับบางรายแล้ว อาจจะโดนคิดเงินต่อจำนวน MB ที่โหลดเกิน</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://news.cnet.com/8301-11424_3-10029116-90.html?part=rss&amp;subj=news&amp;tag=2547-1_3-0-20">C|net News Daily Podcast</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>CNET News Daily Podcast ได้มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องการ Cap ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตโดย Comcast</p>

<p>Comcast กล่าวว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ลูกค้าที่ทำการดาวน์โหลดสูงกว่า 250GB ต่อเดือนจะถูกยกเลิกการใช้งานทันที</p>

<p>การ Cap ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทุกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จะจำกัดจำนวน GB ที่ดาวน์โหลดได้ต่อเดือนแล้วแต่โปรโมชั่น ส่วนใหญ่แล้วหากใช้งานเกินจำนวนที่กำหนด อินเทอร์เน็ตจะถูกลดความเร็วลงมาเหลือแค่ 64kbps แต่สำหรับบางรายแล้ว อาจจะโดนคิดเงินต่อจำนวน MB ที่โหลดเกิน</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://news.cnet.com/8301-11424_3-10029116-90.html?part=rss&amp;subj=news&amp;tag=2547-1_3-0-20">C|net News Daily Podcast</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>โฆษณาไอโฟนถูกแบนในสหราชอาณาจักร</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8762" />
    <id>http://blognone.com/node/8762</id>
    <published>2008-08-27T17:02:40+07:00</published>
    <updated>2008-08-27T17:02:40+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="iPhone" />
    <category term="Legal" />
    <category term="UK" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>The Guardian รายงานว่าโฆษณาไอโฟน 3G ที่ออกอากาศผ่านทางโทรทัศน์ได้ถูกแบน โดยหน่วยควบคุมมาตราฐานโฆษณา (Advertising Standards Authority) ของสหราชอาณาจักร หลังจากที่มีเสียงเรียกร้องว่าแอปเปิลได้อ้างข้อมูลที่ไม่เป็นจริงในโฆษณาชุดนี้</p>

<p>โดย<a href="http://www.guardian.co.uk/media/video/2008/aug/27/apple.advertising">ในโฆษณา</a>นี้นั้น ได้มีการกล่าวว่า &#8220;ทุก ๆ ส่วนของอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้จากไอโฟน&#8221; แต่จากความเป็นจริงแล้ว ไอโฟนยังไม่รองรับการใช้งาน Flash หรือ Java ที่เว็บไซต์หลาย ๆ แห่งใช้แต่อย่างใด โดยหน่วยควบคุมมาตราฐานโฆษณาได้สรุปว่า &#8220;โฆษณาชิ้นนี้ทำให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสามารถทางด้านอินเทอร์เน็ตของไอโฟน&#8221;</p>

<p>ทางแอปเปิลเอง ได้ตอบสนองสั้น ๆ ว่าบริษัท ตั้งใจที่จะชี้ให้เห็นถึงความสามารถของไอโฟนที่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ &#8220;ทั่ว ๆ ไป&#8221; ได้ แต่ไม่สามารถที่จะรอบรองว่าไอโฟนสามารถใช้งานได้กับทุก ๆ เทคโนโลยีจากบุคคลที่สามได้หมด</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/08/27/u-k-iphone-ad-banned-due-to-misleading-claims/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>The Guardian รายงานว่าโฆษณาไอโฟน 3G ที่ออกอากาศผ่านทางโทรทัศน์ได้ถูกแบน โดยหน่วยควบคุมมาตราฐานโฆษณา (Advertising Standards Authority) ของสหราชอาณาจักร หลังจากที่มีเสียงเรียกร้องว่าแอปเปิลได้อ้างข้อมูลที่ไม่เป็นจริงในโฆษณาชุดนี้</p>

<p>โดย<a href="http://www.guardian.co.uk/media/video/2008/aug/27/apple.advertising">ในโฆษณา</a>นี้นั้น ได้มีการกล่าวว่า &#8220;ทุก ๆ ส่วนของอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้จากไอโฟน&#8221; แต่จากความเป็นจริงแล้ว ไอโฟนยังไม่รองรับการใช้งาน Flash หรือ Java ที่เว็บไซต์หลาย ๆ แห่งใช้แต่อย่างใด โดยหน่วยควบคุมมาตราฐานโฆษณาได้สรุปว่า &#8220;โฆษณาชิ้นนี้ทำให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสามารถทางด้านอินเทอร์เน็ตของไอโฟน&#8221;</p>

<p>ทางแอปเปิลเอง ได้ตอบสนองสั้น ๆ ว่าบริษัท ตั้งใจที่จะชี้ให้เห็นถึงความสามารถของไอโฟนที่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ &#8220;ทั่ว ๆ ไป&#8221; ได้ แต่ไม่สามารถที่จะรอบรองว่าไอโฟนสามารถใช้งานได้กับทุก ๆ เทคโนโลยีจากบุคคลที่สามได้หมด</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/08/27/u-k-iphone-ad-banned-due-to-misleading-claims/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Nvidia อ้าง Larrabee จากอินเทลเป็นเพียง &quot;GPU จากปี 2006&quot;</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8736" />
    <id>http://blognone.com/node/8736</id>
    <published>2008-08-25T19:23:20+07:00</published>
    <updated>2008-08-25T19:23:20+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="AMD" />
    <category term="ATI" />
    <category term="GPU" />
    <category term="intel" />
    <category term="Nvidia" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สงครามน้ำลายระหว่าง Nvidia และอินเทลดูเหมือนจะยังไม่จบลงง่าย ๆ ล่าสุด จาก PC Pro ทาง Nvidia ได้ออกมาวิจารณ์ว่าเทคโนโลยี CPU/GPU มัลติคอร์จากอินเทลภายใต้โค้ดเนม Larrabee ที่จะออกมาในปี 2010 นั้นจะมีความสามารถพอ ๆ กับ GPU ขอ Nvidia หรือ ATI เมื่อปี 2006 เท่านั้น</p>

<p>นอกจากนี้ Nvidia ได้ออกมาชมเชย ATI มากมาย เริ่มด้วยการยอมรับว่าทาง Nvidia จะต้องไล่ตาม GPU จาก AMD และยังได้พูดว่า &#8220;เราประเมิน ATI ต่ำไปหน่อย&#8221;</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://tech.slashdot.org/tech/08/08/24/1213251.shtml">Slashdot</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สงครามน้ำลายระหว่าง Nvidia และอินเทลดูเหมือนจะยังไม่จบลงง่าย ๆ ล่าสุด จาก PC Pro ทาง Nvidia ได้ออกมาวิจารณ์ว่าเทคโนโลยี CPU/GPU มัลติคอร์จากอินเทลภายใต้โค้ดเนม Larrabee ที่จะออกมาในปี 2010 นั้นจะมีความสามารถพอ ๆ กับ GPU ขอ Nvidia หรือ ATI เมื่อปี 2006 เท่านั้น</p>

<p>นอกจากนี้ Nvidia ได้ออกมาชมเชย ATI มากมาย เริ่มด้วยการยอมรับว่าทาง Nvidia จะต้องไล่ตาม GPU จาก AMD และยังได้พูดว่า &#8220;เราประเมิน ATI ต่ำไปหน่อย&#8221;</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://tech.slashdot.org/tech/08/08/24/1213251.shtml">Slashdot</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไอโฟนเยือนอินเดีย 8GB ราคา 25,000 บาท</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8700" />
    <id>http://blognone.com/node/8700</id>
    <published>2008-08-22T22:40:20+07:00</published>
    <updated>2008-08-22T22:41:57+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="India" />
    <category term="iPhone" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>บริษัท Bharti Airtel Ltd หนึ่งในเครือ SingTel และบริษัท Vodafone ได้เริ่มวางขายไอโฟน 3G แล้วในวันนี้ ในตลาดที่มีความต้องการมือถือที่สูงที่สุดในโลก &#8220;ประเทศอินเดีย&#8221;</p>

<p>คล้าย ๆ กับเมืองไทย ชาวอินเดียไม่ค่อยคุ้นเคยกับมือถือพ่วงสัญญา ทำให้ต้องเจอราคาจริง ๆ ของไอโฟน โดยรุ่นความจุ 8GB มีราคาที่ 31,000 รูปีหรือประมาณ 25,000 บาท ส่วนรุ่นความจุ 16GB มีราคาที่ 36,100 รูปี หรือประมาณ 28,000 บาท</p>

<p>แม้ว่าจะไม่มีสัญญาทาสพ่วงมาหนึ่งถึงสองปีเหมือนในประเทศอื่น ๆ แต่ไอโฟน 3G ทุกเครื่องในอินเดีย จะถูกล็อกเครือข่าย</p>

<p>ราคาเอง ยังไม่รวมบริการ 3G ซึ่งยังไม่มีการเปิดให้บริการในประเทศอินเดีย เช่นเดียวกับไทย</p>

<p>หากไอโฟน 3G เปิดตัวเมืองไทยจริงละก็ คงพอเดาราคากันได้แล้วสินะ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://money.cnn.com/news/newsfeeds/articles/djf500/200808201226DOWJONESDJONLINE000577_FORTUNE5.htm">CNN Money</a>, <a href="http://www.monstersandcritics.com/news/business/news/article_1426130.php/Apple_iPhone_3G_launched_in_India">M&amp;C Business</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>บริษัท Bharti Airtel Ltd หนึ่งในเครือ SingTel และบริษัท Vodafone ได้เริ่มวางขายไอโฟน 3G แล้วในวันนี้ ในตลาดที่มีความต้องการมือถือที่สูงที่สุดในโลก &#8220;ประเทศอินเดีย&#8221;</p>

<p>คล้าย ๆ กับเมืองไทย ชาวอินเดียไม่ค่อยคุ้นเคยกับมือถือพ่วงสัญญา ทำให้ต้องเจอราคาจริง ๆ ของไอโฟน โดยรุ่นความจุ 8GB มีราคาที่ 31,000 รูปีหรือประมาณ 25,000 บาท ส่วนรุ่นความจุ 16GB มีราคาที่ 36,100 รูปี หรือประมาณ 28,000 บาท</p>

<p>แม้ว่าจะไม่มีสัญญาทาสพ่วงมาหนึ่งถึงสองปีเหมือนในประเทศอื่น ๆ แต่ไอโฟน 3G ทุกเครื่องในอินเดีย จะถูกล็อกเครือข่าย</p>

<p>ราคาเอง ยังไม่รวมบริการ 3G ซึ่งยังไม่มีการเปิดให้บริการในประเทศอินเดีย เช่นเดียวกับไทย</p>

<p>หากไอโฟน 3G เปิดตัวเมืองไทยจริงละก็ คงพอเดาราคากันได้แล้วสินะ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://money.cnn.com/news/newsfeeds/articles/djf500/200808201226DOWJONESDJONLINE000577_FORTUNE5.htm">CNN Money</a>, <a href="http://www.monstersandcritics.com/news/business/news/article_1426130.php/Apple_iPhone_3G_launched_in_India">M&amp;C Business</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>จ็อบส์ให้สัมภาษณ์ App Store ทำยอดเดือนเดียว 30 ล้านดอลลาร์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8593" />
    <id>http://blognone.com/node/8593</id>
    <published>2008-08-11T13:19:03+07:00</published>
    <updated>2008-08-12T06:10:01+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สตีฟ จ็อบส์ได้ให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า iTunes App Store นั้นมีรายได้ประมาณวันละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และได้ปล่อยให้ดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 60 ล้านครั้ง ทำให้แอปเปิลมียอดถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเดือนเดียวหลังจากการเปิดตัว โดยจ็อบส์กล่าวว่าเขา &#8220;ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เขาอยู่ในวงการซอฟต์แวร์&#8221;</p>

<p>โดยแอพพลิเคชั่นยอดนิยมนั้นรวมไปถึง Super Monkey Ball <a href="http://ax.phobos.apple.com.edgesuite.net/WebObjects/MZStore.woa/wa/browserRedirect?url=itms%253A%252F%252Fphobos.apple.com%252FWebObjects%252FMZStore.woa%252Fwa%252FviewSoftware%253Fid%253D281966695%2526mt%253D8%2526partnerId%253D30%2526siteID%253DJ2shFQg6J_U-gk3SAhE0vznoY2BLioffIQ">[เปิดดูใน iTunes]</a> จาก Sega ที่ถูกดาวน์โหลดไปแล้วกว่าสามแสนครั้งใน 20 วันแรก นั่นหมายความว่าเกมนี้เกมเดียวเอารายได้ไปทั้งหมด 2 ล้านดอลลาร์</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/08/11/30-million-in-app-store-sales-in-one-month/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สตีฟ จ็อบส์ได้ให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า iTunes App Store นั้นมีรายได้ประมาณวันละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และได้ปล่อยให้ดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 60 ล้านครั้ง ทำให้แอปเปิลมียอดถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเดือนเดียวหลังจากการเปิดตัว โดยจ็อบส์กล่าวว่าเขา &#8220;ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เขาอยู่ในวงการซอฟต์แวร์&#8221;</p>

<p>โดยแอพพลิเคชั่นยอดนิยมนั้นรวมไปถึง Super Monkey Ball <a href="http://ax.phobos.apple.com.edgesuite.net/WebObjects/MZStore.woa/wa/browserRedirect?url=itms%253A%252F%252Fphobos.apple.com%252FWebObjects%252FMZStore.woa%252Fwa%252FviewSoftware%253Fid%253D281966695%2526mt%253D8%2526partnerId%253D30%2526siteID%253DJ2shFQg6J_U-gk3SAhE0vznoY2BLioffIQ">[เปิดดูใน iTunes]</a> จาก Sega ที่ถูกดาวน์โหลดไปแล้วกว่าสามแสนครั้งใน 20 วันแรก นั่นหมายความว่าเกมนี้เกมเดียวเอารายได้ไปทั้งหมด 2 ล้านดอลลาร์</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/08/11/30-million-in-app-store-sales-in-one-month/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>อินเทลปล่อยรายละเอียดเพิ่มเติม GPU ใหม่ &quot;Larrabee&quot;</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8532" />
    <id>http://blognone.com/node/8532</id>
    <published>2008-08-04T21:09:59+07:00</published>
    <updated>2008-08-05T15:10:10+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="GPU" />
    <category term="intel" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>อินเทลได้ปล่อยรายละเอียดเพ่ิมเติมเกี่ยวกับ GPU ที่จะออกมาใหม่ในโค้ดเนม Larrabee โดยการ์ดกราฟฟิคใหม่จากอินเทลนี้นั้นจะใช้เทคโนโลยีที่ทำมาเพื่อแข่งกับ Nvidia และ ATI โดยตรง โดย Larrabee นั้นเป็นดีไซน์แบบ Hybrid ที่ประกอบไปด้วย CPU และ GPU</p>

<p>ความได้เปรียบของดีไซน์นี้ก็คือ Scalability ที่สูงขึ้นจากจำนวนคอร์ที่มากขึ้น โดยอินเทลอ้างว่า Performance ในการเล่มเกมต่าง ๆ นั้นดีขึ้นตามจำนวนคอร์ที่เพิ่มขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ อินเทลเองยังได้อธิบายว่า API ที่ใช้ในการโปรแกรมปัจจุบันต่าง ๆ เช่น DirectX และ OpenCL นั้นสามารถนำมาใช้ได้ ทำให้เกมในปัจจุบันนั้นสามารถที่จะใช้ขุมพลังของ Larrabee ได้อย่างเต็มที่</p>

<p>อินเทลเพิ่มเติมว่า <strong>Larrabee ก็ไม่เชิงเป็น GPU แต่เป็นมัลติคอร์โปรเซสเซอร์</strong> ที่สามารถนำไปใช้ได้หลายอย่าง นอกเหนือจากการเล่นเกม</p>

<p>คาดว่า Larrabee นั้นจะออกมาในตลาดภายในปี 2009 หรือ 2010 โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ทั่วไป</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/08/04/intel-details-upcoming-gpu-project-larrabee-due-in-2009/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>อินเทลได้ปล่อยรายละเอียดเพ่ิมเติมเกี่ยวกับ GPU ที่จะออกมาใหม่ในโค้ดเนม Larrabee โดยการ์ดกราฟฟิคใหม่จากอินเทลนี้นั้นจะใช้เทคโนโลยีที่ทำมาเพื่อแข่งกับ Nvidia และ ATI โดยตรง โดย Larrabee นั้นเป็นดีไซน์แบบ Hybrid ที่ประกอบไปด้วย CPU และ GPU</p>

<p>ความได้เปรียบของดีไซน์นี้ก็คือ Scalability ที่สูงขึ้นจากจำนวนคอร์ที่มากขึ้น โดยอินเทลอ้างว่า Performance ในการเล่มเกมต่าง ๆ นั้นดีขึ้นตามจำนวนคอร์ที่เพิ่มขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ อินเทลเองยังได้อธิบายว่า API ที่ใช้ในการโปรแกรมปัจจุบันต่าง ๆ เช่น DirectX และ OpenCL นั้นสามารถนำมาใช้ได้ ทำให้เกมในปัจจุบันนั้นสามารถที่จะใช้ขุมพลังของ Larrabee ได้อย่างเต็มที่</p>

<p>อินเทลเพิ่มเติมว่า <strong>Larrabee ก็ไม่เชิงเป็น GPU แต่เป็นมัลติคอร์โปรเซสเซอร์</strong> ที่สามารถนำไปใช้ได้หลายอย่าง นอกเหนือจากการเล่นเกม</p>

<p>คาดว่า Larrabee นั้นจะออกมาในตลาดภายในปี 2009 หรือ 2010 โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ทั่วไป</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/08/04/intel-details-upcoming-gpu-project-larrabee-due-in-2009/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Square Enix ยังเอาใจโซนี่ ในงาน DKS3713</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8521" />
    <id>http://blognone.com/node/8521</id>
    <published>2008-08-03T11:55:42+07:00</published>
    <updated>2008-08-03T12:05:44+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Final Fantasy" />
    <category term="Games" />
    <category term="Sony" />
    <category term="Square Enix" />
    <category term="PlayStation" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจาก<a href="http://www.blognone.com/node/8341">ข่าวสะเทือนวงการเกม</a> จากการที่ Square Enix ได้ขึ้นมาประกาศบนเวที Microsoft ในงาน E3 ที่ผ่านมาว่า Final Fantasy XIII นั้นจะลงบน Xbox 360 ด้วยในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่จากงาน DKS3713 ของ Square Enix เองในญี่ปุ่น ยืนยันว่า Final Fantasy Versus XIII จะมีเฉพาะบน PS3 เท่านั้น</p>

<p>โดยหลังจากที่มีการแสดงเทรลเลอร์ใหม่ของ Final Fantasy Versus XIII จบแล้ว ได้มีการระบุว่า PlayStation 3 Only Worldwide ซึ่งหมายความว่าขณะนี้ เกมนี้ยังคงเป็นเกม Exclusive สำหรับ PS3 เพียงเครื่องเดียวอยู่</p>

<p>นอกจากนี้แล้ว ยังได้ทำการประกาศเพ่ิมเติมว่าเกม Parasite Eve 3 และ Final Fantasy Agito XIII ที่เคยจะลงแต่โทรศัพท์มือถืออย่างเดียว ตอนนี้ จะทำลงเครื่อง PSP เพิ่มเติมอีกเช่นกัน โดยทั้งคู่นั้นจะวางขายภายในปีหน้า</p>

<p>สำหรับไฮท์ไลท์อื่น ๆ ของงานนี้นั้น ก็คงจะหนีไม่พ้นการประกาศวันจำหน่ายเกมแฟรนไชส์ดัง Kingdom Hearts ต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่แล้ว จะวางจำหน่ายปลายปีนี้ นอกเสียจาก Kingdom Hearts -Birth by Sleep- บน PSP ที่จะจำหน่ายภายในปี 2009</p>

<p>Final Fantasy XIII เองก็มีกำหนดวางจำหน่ายภายในปี 2009</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.1up.com/do/newsStory?cId=3169128">1UP</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจาก<a href="http://www.blognone.com/node/8341">ข่าวสะเทือนวงการเกม</a> จากการที่ Square Enix ได้ขึ้นมาประกาศบนเวที Microsoft ในงาน E3 ที่ผ่านมาว่า Final Fantasy XIII นั้นจะลงบน Xbox 360 ด้วยในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่จากงาน DKS3713 ของ Square Enix เองในญี่ปุ่น ยืนยันว่า Final Fantasy Versus XIII จะมีเฉพาะบน PS3 เท่านั้น</p>

<p>โดยหลังจากที่มีการแสดงเทรลเลอร์ใหม่ของ Final Fantasy Versus XIII จบแล้ว ได้มีการระบุว่า PlayStation 3 Only Worldwide ซึ่งหมายความว่าขณะนี้ เกมนี้ยังคงเป็นเกม Exclusive สำหรับ PS3 เพียงเครื่องเดียวอยู่</p>

<p>นอกจากนี้แล้ว ยังได้ทำการประกาศเพ่ิมเติมว่าเกม Parasite Eve 3 และ Final Fantasy Agito XIII ที่เคยจะลงแต่โทรศัพท์มือถืออย่างเดียว ตอนนี้ จะทำลงเครื่อง PSP เพิ่มเติมอีกเช่นกัน โดยทั้งคู่นั้นจะวางขายภายในปีหน้า</p>

<p>สำหรับไฮท์ไลท์อื่น ๆ ของงานนี้นั้น ก็คงจะหนีไม่พ้นการประกาศวันจำหน่ายเกมแฟรนไชส์ดัง Kingdom Hearts ต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่แล้ว จะวางจำหน่ายปลายปีนี้ นอกเสียจาก Kingdom Hearts -Birth by Sleep- บน PSP ที่จะจำหน่ายภายในปี 2009</p>

<p>Final Fantasy XIII เองก็มีกำหนดวางจำหน่ายภายในปี 2009</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.1up.com/do/newsStory?cId=3169128">1UP</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สภาสหรัฐเตรียมแบนการใช้มือถือบนเครื่องบิน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8511" />
    <id>http://blognone.com/node/8511</id>
    <published>2008-08-01T09:19:06+07:00</published>
    <updated>2008-08-11T08:21:31+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Aviation" />
    <category term="Law" />
    <category term="Mobile" />
    <category term="USA" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สภา House of Representative แห่งสหรัฐได้ทำการลงมติผ่านร่าง &#8220;Hang Up Act&#8221; ที่ได้ถูกเสนอขึ้นมาเมื่อต้นปี</p>

<p>โดยตาม Hang Up Act นี้นั้น จะเพิ่มกฏหมายต้องห้ามการใช้เครื่องมือการสื่อสารด้วยการพูดคุยทุกชนิด กับผู้โดยสารทุกคน ยกเว้นเพียงพนักงานบนเครื่องบินและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับอนุญาต โดยกฏหมายนี้จะไม่รวมถึงการส่งข้อความ SMS หรือการใช้ Wi-Fi และอีเมลบนเครื่องบิน แต่รวมไปถึงโทรศัพท์ที่มีให้บริการโดยสายการบินเองด้วย</p>

<p>จากการพูดของสมาชิกสภา Peter DeFezio นั้น เขาได้กล่าวว่าการใช้เครื่องมือสื่อสารด้วยการพูดบนเครื่องบินนั้น เป็นการรบกวนผู้โดยสารคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ที่ความพึงพอใจของลูกค้าในธุรกิจการบินตกต่ำสุด ๆ สายการบินเองก็ไม่ควรจะหากินด้วยการให้บริการประเภทนี้เช่นกัน</p>

<p>แม้ว่าทุกวันนี้ในสหรัฐจะมีการแบนการใช้โทรศัพท์บนเครื่องบินอยู่แล้ว แต่ Hang Up Act นี้ จะเพิ่มข้อกฏหมายการแบนการใช้โทรศัพท์เข้าไปเป็นกฏหมายของประเทศ</p>

<p>ในขณะเดียวกัน กลุ่มสหภาพยุโรปเริ่มมีการผ่อนผันเกี่ยวกับข้อบังคับการใช้โทรศัพท์มือถือในเครื่องบิน แต่ตาม Hang Up Act นี้ หากเครื่องบินจะบินเข้าสหรัฐอเมริกา ก็จะไม่มีสิทธิใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ดี</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.cnet.com/8301-17938_105-10004170-1.html?part=rss&amp;subj=news&amp;tag=2547-1_3-0-20">C|net Crave</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สภา House of Representative แห่งสหรัฐได้ทำการลงมติผ่านร่าง &#8220;Hang Up Act&#8221; ที่ได้ถูกเสนอขึ้นมาเมื่อต้นปี</p>

<p>โดยตาม Hang Up Act นี้นั้น จะเพิ่มกฏหมายต้องห้ามการใช้เครื่องมือการสื่อสารด้วยการพูดคุยทุกชนิด กับผู้โดยสารทุกคน ยกเว้นเพียงพนักงานบนเครื่องบินและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับอนุญาต โดยกฏหมายนี้จะไม่รวมถึงการส่งข้อความ SMS หรือการใช้ Wi-Fi และอีเมลบนเครื่องบิน แต่รวมไปถึงโทรศัพท์ที่มีให้บริการโดยสายการบินเองด้วย</p>

<p>จากการพูดของสมาชิกสภา Peter DeFezio นั้น เขาได้กล่าวว่าการใช้เครื่องมือสื่อสารด้วยการพูดบนเครื่องบินนั้น เป็นการรบกวนผู้โดยสารคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ที่ความพึงพอใจของลูกค้าในธุรกิจการบินตกต่ำสุด ๆ สายการบินเองก็ไม่ควรจะหากินด้วยการให้บริการประเภทนี้เช่นกัน</p>

<p>แม้ว่าทุกวันนี้ในสหรัฐจะมีการแบนการใช้โทรศัพท์บนเครื่องบินอยู่แล้ว แต่ Hang Up Act นี้ จะเพิ่มข้อกฏหมายการแบนการใช้โทรศัพท์เข้าไปเป็นกฏหมายของประเทศ</p>

<p>ในขณะเดียวกัน กลุ่มสหภาพยุโรปเริ่มมีการผ่อนผันเกี่ยวกับข้อบังคับการใช้โทรศัพท์มือถือในเครื่องบิน แต่ตาม Hang Up Act นี้ หากเครื่องบินจะบินเข้าสหรัฐอเมริกา ก็จะไม่มีสิทธิใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ดี</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.cnet.com/8301-17938_105-10004170-1.html?part=rss&amp;subj=news&amp;tag=2547-1_3-0-20">C|net Crave</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Firewire 2008 ความเร็ว 3.2Gbit/s ได้รับการรับรองแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8510" />
    <id>http://blognone.com/node/8510</id>
    <published>2008-08-01T09:01:19+07:00</published>
    <updated>2008-08-01T09:03:49+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Firewire" />
    <category term="IEEE" />
    <category term="USB" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>IEEE ได้ทำการรับรอง IEEE 1394 แล้ว หรือที่รู้จักกันในนาม Firewire โดยมาตราฐานนี้ได้ถูกเรียกว่า IEEE 1394-2008 โดยจะมีสเปคความเร็วอยู่ที่ 1.6 Gbit/s และ 3.2 Gbit/s โดย Firewire ใหม่นี้จะใช้เคเบิลแบบ 9 pin เหมือนกับ Firewire 800</p>

<p>แม้ว่า Firewire 400 นั้นจะไม่เป็นที่นิยมเท่ากับ USB แต่กลับเป็นที่นิยมมากกว่า หากดูในกลุ่มกล้องถ่ายวีดีโอประเภท DV แต่สำหรับ Firewire 800 นั้นกลุ่มผู้ใช้มีอยู่จำกัดมาก</p>

<p>IEEE กล่าวว่ามาตราฐานใหม่นี้จะเริ่มนำออกมาใช้ภายในเดือนตุลาคมนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/31/firewire-specification-approved-for-speeds-up-to-3-2-gigabits-sec/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>IEEE ได้ทำการรับรอง IEEE 1394 แล้ว หรือที่รู้จักกันในนาม Firewire โดยมาตราฐานนี้ได้ถูกเรียกว่า IEEE 1394-2008 โดยจะมีสเปคความเร็วอยู่ที่ 1.6 Gbit/s และ 3.2 Gbit/s โดย Firewire ใหม่นี้จะใช้เคเบิลแบบ 9 pin เหมือนกับ Firewire 800</p>

<p>แม้ว่า Firewire 400 นั้นจะไม่เป็นที่นิยมเท่ากับ USB แต่กลับเป็นที่นิยมมากกว่า หากดูในกลุ่มกล้องถ่ายวีดีโอประเภท DV แต่สำหรับ Firewire 800 นั้นกลุ่มผู้ใช้มีอยู่จำกัดมาก</p>

<p>IEEE กล่าวว่ามาตราฐานใหม่นี้จะเริ่มนำออกมาใช้ภายในเดือนตุลาคมนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/31/firewire-specification-approved-for-speeds-up-to-3-2-gigabits-sec/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>iPod nano ใหม่จะใหญ่กว่าเดิม?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8495" />
    <id>http://blognone.com/node/8495</id>
    <published>2008-07-30T15:05:00+07:00</published>
    <updated>2008-07-30T15:05:00+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="iPod" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>iLounge รายงานว่า iPod nano รุ่นต่อไปจะมีรูปร่างยาวขึ้น เพื่อที่จะได้เพิ่มความใหญ่ของจอภาพ ทำให้มีขนาดอัตราส่วนเท่ากับ 1.5 ต่อ 1 คล้าย ๆ กับไอโฟนและ iPod touch</p>

<p>โดย iLounge อ้างว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงจากรูปทรง iPod nano ปัจจุบันที่มีรูปร่างเกือบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ถึงแม้ว่าตอนนี้หลาย ๆ คนอาจจะคิดไม่ออกแล้วว่า iPod nano ใหม่จะเล็กและบางลงไปได้กว่านี้อีกหรือไม่ แต่ถ้าหากต้องการจอภาพที่ใหญ่ขึ้นแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีทางอื่นนอกเสียจากการทำให้ตัว iPod nano เองมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น</p>

<p>คาดว่าการใช้งานจอภาพที่ใหญ่ขึ้นนี้ จะต้องถูกใช้งานแนวขวาง และยังได้อ้างว่า <a href="http://www.blognone.com/node/8434">ข่าวลือเก่า</a>ที่ว่า iPod nano นั้นจะมีหลายสีบนเครื่องเดียวนั้นไม่น่าจะเป็นจริง</p>

<p>ปกติแล้ว iLounge ไม่ค่อยปล่อยข่าวลือมาบ่อยนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเว็บที่รีวิวอุปกรณ์เสริมของ iPod รุ่นต่าง ๆ และไอโฟนมากกว่า</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/30/next-generation-ipod-nano-to-be-taller/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>iLounge รายงานว่า iPod nano รุ่นต่อไปจะมีรูปร่างยาวขึ้น เพื่อที่จะได้เพิ่มความใหญ่ของจอภาพ ทำให้มีขนาดอัตราส่วนเท่ากับ 1.5 ต่อ 1 คล้าย ๆ กับไอโฟนและ iPod touch</p>

<p>โดย iLounge อ้างว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงจากรูปทรง iPod nano ปัจจุบันที่มีรูปร่างเกือบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ถึงแม้ว่าตอนนี้หลาย ๆ คนอาจจะคิดไม่ออกแล้วว่า iPod nano ใหม่จะเล็กและบางลงไปได้กว่านี้อีกหรือไม่ แต่ถ้าหากต้องการจอภาพที่ใหญ่ขึ้นแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีทางอื่นนอกเสียจากการทำให้ตัว iPod nano เองมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น</p>

<p>คาดว่าการใช้งานจอภาพที่ใหญ่ขึ้นนี้ จะต้องถูกใช้งานแนวขวาง และยังได้อ้างว่า <a href="http://www.blognone.com/node/8434">ข่าวลือเก่า</a>ที่ว่า iPod nano นั้นจะมีหลายสีบนเครื่องเดียวนั้นไม่น่าจะเป็นจริง</p>

<p>ปกติแล้ว iLounge ไม่ค่อยปล่อยข่าวลือมาบ่อยนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเว็บที่รีวิวอุปกรณ์เสริมของ iPod รุ่นต่าง ๆ และไอโฟนมากกว่า</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/30/next-generation-ipod-nano-to-be-taller/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แอปเปิลจะไม่ใช้ &quot;ชิปเซต&quot; ของอินเทลแล้ว?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8479" />
    <id>http://blognone.com/node/8479</id>
    <published>2008-07-29T11:07:39+07:00</published>
    <updated>2008-07-29T11:07:39+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="intel" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>AppleInsider รายงานว่าแอปเปิลได้เลือกที่จะไม่ใช้ชิปเซต Montevina ของอินเทล ในโน้ตบุครุ่นต่อ ๆ ไปแล้ว แต่จะทำการสร้างซิปเซตด้วยตัวเอง หรืออาจจะใช้ส่วนประกอบชิปต่าง ๆ จาก AMD หรือ Via</p>

<p>แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ <strong>แอปเปิลจะไม่ได้ทำการย้ายจากการใช้ชิพประมวลผลของอินเทลแต่อย่างใด</strong> เพราะว่า &#8220;ชิปเซต&#8221; นั้นเป็นแค่ส่วนสนับสนุนที่ทำให้หน่วยประมวลผลสามารถทำงานร่วมกับส่วนอื่น ๆ ของคอมพิวเตอร์ได้ โดย Montevina (หรือ Centrino 2) ของอินเทลนั้นประกอบไปด้วยหน่วยประมวลผล Penryn ที่มี Bus-speed อยู่ที่ 1066MHz</p>

<p>สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว การตัดสินใจนี้ของแอปเปิลนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้งานอย่างใด แต่สำหรับกับแอปเปิลเอง การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจจะเพิ่มความได้เปรียบให้กับแอปเปิล เหนือผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อื่น ๆ เช่น การลดการใช้พลังงานได้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/28/apple-to-adopt-alternative-chipsets-for-next-laptops/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>AppleInsider รายงานว่าแอปเปิลได้เลือกที่จะไม่ใช้ชิปเซต Montevina ของอินเทล ในโน้ตบุครุ่นต่อ ๆ ไปแล้ว แต่จะทำการสร้างซิปเซตด้วยตัวเอง หรืออาจจะใช้ส่วนประกอบชิปต่าง ๆ จาก AMD หรือ Via</p>

<p>แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ <strong>แอปเปิลจะไม่ได้ทำการย้ายจากการใช้ชิพประมวลผลของอินเทลแต่อย่างใด</strong> เพราะว่า &#8220;ชิปเซต&#8221; นั้นเป็นแค่ส่วนสนับสนุนที่ทำให้หน่วยประมวลผลสามารถทำงานร่วมกับส่วนอื่น ๆ ของคอมพิวเตอร์ได้ โดย Montevina (หรือ Centrino 2) ของอินเทลนั้นประกอบไปด้วยหน่วยประมวลผล Penryn ที่มี Bus-speed อยู่ที่ 1066MHz</p>

<p>สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว การตัดสินใจนี้ของแอปเปิลนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้งานอย่างใด แต่สำหรับกับแอปเปิลเอง การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจจะเพิ่มความได้เปรียบให้กับแอปเปิล เหนือผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อื่น ๆ เช่น การลดการใช้พลังงานได้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/28/apple-to-adopt-alternative-chipsets-for-next-laptops/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>iPod nano ใหม่จะมีหลายสีบนเครื่องเดียว?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8434" />
    <id>http://blognone.com/node/8434</id>
    <published>2008-07-23T11:27:42+07:00</published>
    <updated>2008-07-23T14:54:46+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="iPod" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>9to5mac อ้างว่าได้ยินข่าวจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือว่าปีนี้ แอปเปิลจะทำการอัพเดทสินค้าตระกูล iPod nano โดยการเปลี่ยนแปลงหลักนั้นจะเป็นการใช้สีมากกว่าหนึ่งสีบนตัวเครื่อง จากที่ปัจจุบันนั้น iPod nano จะใช้สีเดียว</p>

<p>นอกจากนี้แล้วยังได้บอกอีกว่า iPod nano ใหม่นี้จะมีความจุเพิ่มขึ้นสองเท่า และมีความสามารถพิเศษใหม่เพิ่มเข้ามาอีกด้วย</p>

<p>ก่อนหน้านี้แอปเปิลได้ทดลองใช้สีหลายสีในสินค้าชิ้นเดียวใน Flower Power iMac โดยนิตยสาร PCWorld นั้นได้ให้ชื่อว่า Flower Power iMac เป็นสินค้าที่น่าเกลียดที่สุดในประวัติการณ์ของเทคโนโลยี</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/22/new-ipod-nanos-to-be-multicolored/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>9to5mac อ้างว่าได้ยินข่าวจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือว่าปีนี้ แอปเปิลจะทำการอัพเดทสินค้าตระกูล iPod nano โดยการเปลี่ยนแปลงหลักนั้นจะเป็นการใช้สีมากกว่าหนึ่งสีบนตัวเครื่อง จากที่ปัจจุบันนั้น iPod nano จะใช้สีเดียว</p>

<p>นอกจากนี้แล้วยังได้บอกอีกว่า iPod nano ใหม่นี้จะมีความจุเพิ่มขึ้นสองเท่า และมีความสามารถพิเศษใหม่เพิ่มเข้ามาอีกด้วย</p>

<p>ก่อนหน้านี้แอปเปิลได้ทดลองใช้สีหลายสีในสินค้าชิ้นเดียวใน Flower Power iMac โดยนิตยสาร PCWorld นั้นได้ให้ชื่อว่า Flower Power iMac เป็นสินค้าที่น่าเกลียดที่สุดในประวัติการณ์ของเทคโนโลยี</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/22/new-ipod-nanos-to-be-multicolored/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แอปเปิลเปิด Apple Store ในกรุงปักกิ่ง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8399" />
    <id>http://blognone.com/node/8399</id>
    <published>2008-07-18T19:08:16+07:00</published>
    <updated>2008-07-18T19:09:08+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="China" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ในวันพรุ่งนี้ แอปเปิลจะทำการเปิดร้าน Apple Store ที่เป็นร้านขายปลีกสินค้าของแอปเปิลในเขต Sunlitun Entertainment District ในกรุงปักกิ่ง</p>

<p>โดยรองประธานฝ่ายขายปลีกของแอปเปิลได้กล่าวไว้ว่า บริษัทนั้นมีแผนจะเปิดร้าน Apple Store อีกหลายแห่งในประเทศจีน โดยหลัก ๆ ได้อ้างว่าจะมีในกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ โดยอีกสาขาที่จะเปิดอีกนั้นยังคงอยู่ในกรุงปักกิ่ง ในเขตช็อปปิ้ง Qianmen ทางใต้ของจัตุรัสเทียนอันเหมิน</p>

<p>นอกจากที่จะคงความเป็นแอปเปิลอย่างเต็มตัวคล้าย ๆ กับร้าน Apple Store สาขาอื่น ๆ ทั่วโลกแล้ว เคาน์เตอร์ช่วยเหลือลูกค้า Genius Bar นั้นจะมีพนักงานที่สามารถสื่อสารได้ในหลายภาษา</p>

<p>Apple Store สาขานี้เป็นสาขาที่ 219 ของแอปเปิล และเป็นสาขาที่สองของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (ไม่นับญี่ปุ่น) หลังจาก Apple Store ในกรุงซิดนีย์ที่ออสเตรเลีย</p>

<p>อยากเห็นรูปภาพเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บ <a href="http://blogs.wsj.com/chinajournal/2008/07/17/beijing-apple-store-in-photos/">China Journal</a> ของ Wall Street Journal</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/18/apple-opening-first-retail-store-in-china/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ในวันพรุ่งนี้ แอปเปิลจะทำการเปิดร้าน Apple Store ที่เป็นร้านขายปลีกสินค้าของแอปเปิลในเขต Sunlitun Entertainment District ในกรุงปักกิ่ง</p>

<p>โดยรองประธานฝ่ายขายปลีกของแอปเปิลได้กล่าวไว้ว่า บริษัทนั้นมีแผนจะเปิดร้าน Apple Store อีกหลายแห่งในประเทศจีน โดยหลัก ๆ ได้อ้างว่าจะมีในกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ โดยอีกสาขาที่จะเปิดอีกนั้นยังคงอยู่ในกรุงปักกิ่ง ในเขตช็อปปิ้ง Qianmen ทางใต้ของจัตุรัสเทียนอันเหมิน</p>

<p>นอกจากที่จะคงความเป็นแอปเปิลอย่างเต็มตัวคล้าย ๆ กับร้าน Apple Store สาขาอื่น ๆ ทั่วโลกแล้ว เคาน์เตอร์ช่วยเหลือลูกค้า Genius Bar นั้นจะมีพนักงานที่สามารถสื่อสารได้ในหลายภาษา</p>

<p>Apple Store สาขานี้เป็นสาขาที่ 219 ของแอปเปิล และเป็นสาขาที่สองของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (ไม่นับญี่ปุ่น) หลังจาก Apple Store ในกรุงซิดนีย์ที่ออสเตรเลีย</p>

<p>อยากเห็นรูปภาพเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บ <a href="http://blogs.wsj.com/chinajournal/2008/07/17/beijing-apple-store-in-photos/">China Journal</a> ของ Wall Street Journal</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/18/apple-opening-first-retail-store-in-china/">MacRumors</a>
<!--break--></p>

<p><img src="http://lh5.ggpht.com/infernohellion/SICHUMtYRnI/AAAAAAAAANU/nRMu0643iGE/s800/040842-china_400.jpg" /></p>

<p>รูปภาพประกอบจาก <a href="http://blogs.wsj.com/chinajournal/2008/07/17/beijing-apple-store-in-photos/">China Journal</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แอปเปิลยื่นฟ้อง Psystar แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8354" />
    <id>http://blognone.com/node/8354</id>
    <published>2008-07-15T22:26:09+07:00</published>
    <updated>2008-07-15T22:26:09+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="Mac" />
    <category term="Mac OS X" />
    <category term="Psystar" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ Psystar ได้นำคอมพิวเตอร์ที่สามารถรัน Mac OS X ได้แล้วในชื่อ Open Computer มาค่อนข้างนานพอสมควร ล่าสุด แอปเปิลได้ยื่นฟ้องคดีแล้วในที่สุด</p>

<p>ที่น่าแปลกใจคือ ทำไมใช้เวลานานนักกว่าแอปเปิลจะทำการฟ้อง</p>

<p>การใช้งาน Mac OS X บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่ &#8220;Mac&#8221; ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิด EULA ของ Mac OS X แต่การที่แอปเปิลไม่ได้ทำการตอบสนองใด ๆ มาเป็นเวลานาน ทำให้ผู้ใช้หลาย ๆ คนสงสัยข้อกฏหมายที่เกี่ยวกับ EULA ว่าผู้ใช้จำเป็นต้องทำตามจริงหรือไม่</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://news.cnet.com/8301-13860_3-9991572-56.html?part=rss&amp;subj=news&amp;tag=2547-1_3-0-20">C|net</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ Psystar ได้นำคอมพิวเตอร์ที่สามารถรัน Mac OS X ได้แล้วในชื่อ Open Computer มาค่อนข้างนานพอสมควร ล่าสุด แอปเปิลได้ยื่นฟ้องคดีแล้วในที่สุด</p>

<p>ที่น่าแปลกใจคือ ทำไมใช้เวลานานนักกว่าแอปเปิลจะทำการฟ้อง</p>

<p>การใช้งาน Mac OS X บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่ &#8220;Mac&#8221; ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิด EULA ของ Mac OS X แต่การที่แอปเปิลไม่ได้ทำการตอบสนองใด ๆ มาเป็นเวลานาน ทำให้ผู้ใช้หลาย ๆ คนสงสัยข้อกฏหมายที่เกี่ยวกับ EULA ว่าผู้ใช้จำเป็นต้องทำตามจริงหรือไม่</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://news.cnet.com/8301-13860_3-9991572-56.html?part=rss&amp;subj=news&amp;tag=2547-1_3-0-20">C|net</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ยอดขาย iPhone 3G ทะลุล้านเครื่องแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/8339" />
    <id>http://blognone.com/node/8339</id>
    <published>2008-07-14T20:50:47+07:00</published>
    <updated>2008-07-14T20:51:14+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="iPhone" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>วันนี้แอปเปิลได้ประกาศว่า iPhone 3G เครื่องที่หนึ่งล้านนั้นได้ถูกขายไปเรียบร้อยแล้วในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพียงแค่สามวันหลังจากที่มีการเริ่มขายเท่านั้น</p>

<p>หากเทียบกับไอโฟนรุ่นแรกแล้ว แอปเปิลนั้นใช้เวลา 74 วัน กว่าจะทำให้ยอดไอโฟนรุ่นแรกถึงหนึ่งล้านเครื่องได้ โดยแอปเปิลได้หวังไว้ว่าภายในปี 2008 นี้ แอปเปิลจะสามารถขายไอโฟนได้ทั้งหมด 10 ล้านเครื่อง</p>

<p>ในขณะเดียวกันนี้ จำนวนการดาวน์โหลดจาก App Store ที่มีซอฟต์แวร์ของไอโฟนและ iPod touch นั้นได้เกิน 10 ล้านครั้งแล้ว</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/14/apple-sells-1-million-iphones-10-million-apps-downloaded-in-first-weekend/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>วันนี้แอปเปิลได้ประกาศว่า iPhone 3G เครื่องที่หนึ่งล้านนั้นได้ถูกขายไปเรียบร้อยแล้วในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพียงแค่สามวันหลังจากที่มีการเริ่มขายเท่านั้น</p>

<p>หากเทียบกับไอโฟนรุ่นแรกแล้ว แอปเปิลนั้นใช้เวลา 74 วัน กว่าจะทำให้ยอดไอโฟนรุ่นแรกถึงหนึ่งล้านเครื่องได้ โดยแอปเปิลได้หวังไว้ว่าภายในปี 2008 นี้ แอปเปิลจะสามารถขายไอโฟนได้ทั้งหมด 10 ล้านเครื่อง</p>

<p>ในขณะเดียวกันนี้ จำนวนการดาวน์โหลดจาก App Store ที่มีซอฟต์แวร์ของไอโฟนและ iPod touch นั้นได้เกิน 10 ล้านครั้งแล้ว</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/07/14/apple-sells-1-million-iphones-10-million-apps-downloaded-in-first-weekend/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
