<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>anu's blog</title>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/blog/997"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://blognone.com/blog/997/atom/feed"/>
  <id>http://blognone.com/blog/997/atom/feed</id>
  <updated>2007-03-09T09:57:15+07:00</updated>
  <entry>
    <title>อินเทลลดแหลกราคาซีพียู</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7586" />
    <id>http://blognone.com/node/7586</id>
    <published>2008-04-22T21:34:12+07:00</published>
    <updated>2008-04-22T23:33:40+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="intel" />
    <category term="Processor" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกไม่ถึงสัปดาห์ อินเทลก็ได้ประกาศลดราคาซีพียูหลายรุ่น ที่รุนแรงก็ Quad Core Xeon X3230 ลดครึ่งหนึ่ง จากราคา $530 เหลือเพียง $266 (ต่อการซื้อ 1000 ชิ้น) ส่วนรุ่นอื่นๆ ก็ลดลงราว 15-30% นอกจากนี้ยังเปิดตัว Dual Core Celeron E1400 2GHz ในราคาเพียง $53 (~1700 บาท) ลองดูรายละเอียดตามลิงค์</p>

<p>ใครจะซื้อก็ช้าก่อน พี่ Intel ทำกันแบบนี้ AMD ผมจะตายไหมเนี่ย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.eweek.com/c/a/Infrastructure/Intel-Reduces-Processor-Prices/">eWEEK</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกไม่ถึงสัปดาห์ อินเทลก็ได้ประกาศลดราคาซีพียูหลายรุ่น ที่รุนแรงก็ Quad Core Xeon X3230 ลดครึ่งหนึ่ง จากราคา $530 เหลือเพียง $266 (ต่อการซื้อ 1000 ชิ้น) ส่วนรุ่นอื่นๆ ก็ลดลงราว 15-30% นอกจากนี้ยังเปิดตัว Dual Core Celeron E1400 2GHz ในราคาเพียง $53 (~1700 บาท) ลองดูรายละเอียดตามลิงค์</p>

<p>ใครจะซื้อก็ช้าก่อน พี่ Intel ทำกันแบบนี้ AMD ผมจะตายไหมเนี่ย</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.eweek.com/c/a/Infrastructure/Intel-Reduces-Processor-Prices/">eWEEK</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Sun ยืนยัน MySQL จะยังเป็น Open Source ต่อไป</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/7585" />
    <id>http://blognone.com/node/7585</id>
    <published>2008-04-22T21:06:44+07:00</published>
    <updated>2008-04-22T22:32:52+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="MySQL" />
    <category term="Open Source" />
    <category term="Sun" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Marten Mickos หัวหน้าฝ่ายฐานข้อมูลของ Sun ให้สัมภาษณ์กับ eWEEK ยืนยันว่าจะไม่กั๊กหรือ Close source ฟีเจอร์ใดๆ ที่จะทำให้ MySQL Community ทำงานได้ด้อยไปกว่า MySQL Enterprise โดยฟังก์ชั่นการสำรองข้อมูลและ API ในส่วนของการสำรองข้อมูลสำหรับเวอร์ชั่น 6.0 จะมีอยู่ทั้งสำหรับ Community และ Enterprise อย่างไรก็ตามทาง Sun มีแผนที่จะพัฒนา add-on สำหรับระดับบน ตัวอย่างเช่นการเข้ารหัสและการบีบอัดเฉพาะสำหรับลูกค้า MySQL Enterprise เท่านั้น</p>

<p>นาย Mickos ยังกล่าวอีกว่า คุณสมบัติในการสำรองข้อมูลจะเข้าไปอยู่ใน MySQL ภายใต้ลิขสิทธิ์แบบ GPL ดังนั้นใครก็ตามสามารถนำ API ไปพัฒนา add-on หรือแก้ไขด้วยตัวเองได้ นี่เป็นทางเลือกที่สะดวกและราคาถูกที่เรา (Sun) ให้ ส่วน add-on ของ Sun เองนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะออกมาเป็น GPL หรือแบบอื่น</p>

<p>สุดท้ายยกคำพูดของนาย Mickos แบบคำต่อคำเลยครับ
<!--pagebreak--></p>

<blockquote>
Open source ซอฟต์แวร์ใกล้จะถึงจุดที่เป็นเรดาร์ของกระแสหลักไอทีในปัจจุบัน ยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ในการที่จะสร้างโมเดลธุจกิจของวงการ Open source เพราะอย่างนี้การทดลองในระดับต่างๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น จำไว้ด้วยตัว Open source เองก็เริ่มจากการทดลองของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ดังนั้นบริษัททั้งหลายก็ไม่ควรกลัวที่จะทดลองทั้งกับซอฟต์แวร์และโมเดลทางธุรกิจ
</blockquote>

<p>กรณีนี้เข้าข้าง Sun นะ เพราะถ้าไม่มี Sun MySQL ก็ไม่โตไวขนาดนี้ และถ้า Sun ไม่ได้อะไรจาก MySQL Sun ก็คงไม่อยู่กับ MySQL นานขนาดนี้เหมือนกัน ขอให้เจอทาง win-win เร็วๆ แล้วกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.eweek.com/c/a/Database/Sun-Asserts-MySQL-to-Remain-Open-Source/">eWEEK</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Marten Mickos หัวหน้าฝ่ายฐานข้อมูลของ Sun ให้สัมภาษณ์กับ eWEEK ยืนยันว่าจะไม่กั๊กหรือ Close source ฟีเจอร์ใดๆ ที่จะทำให้ MySQL Community ทำงานได้ด้อยไปกว่า MySQL Enterprise โดยฟังก์ชั่นการสำรองข้อมูลและ API ในส่วนของการสำรองข้อมูลสำหรับเวอร์ชั่น 6.0 จะมีอยู่ทั้งสำหรับ Community และ Enterprise อย่างไรก็ตามทาง Sun มีแผนที่จะพัฒนา add-on สำหรับระดับบน ตัวอย่างเช่นการเข้ารหัสและการบีบอัดเฉพาะสำหรับลูกค้า MySQL Enterprise เท่านั้น</p>

<p>นาย Mickos ยังกล่าวอีกว่า คุณสมบัติในการสำรองข้อมูลจะเข้าไปอยู่ใน MySQL ภายใต้ลิขสิทธิ์แบบ GPL ดังนั้นใครก็ตามสามารถนำ API ไปพัฒนา add-on หรือแก้ไขด้วยตัวเองได้ นี่เป็นทางเลือกที่สะดวกและราคาถูกที่เรา (Sun) ให้ ส่วน add-on ของ Sun เองนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะออกมาเป็น GPL หรือแบบอื่น</p>

<p>สุดท้ายยกคำพูดของนาย Mickos แบบคำต่อคำเลยครับ
<!--pagebreak--></p>

<blockquote>
Open source ซอฟต์แวร์ใกล้จะถึงจุดที่เป็นเรดาร์ของกระแสหลักไอทีในปัจจุบัน ยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ในการที่จะสร้างโมเดลธุจกิจของวงการ Open source เพราะอย่างนี้การทดลองในระดับต่างๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น จำไว้ด้วยตัว Open source เองก็เริ่มจากการทดลองของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ดังนั้นบริษัททั้งหลายก็ไม่ควรกลัวที่จะทดลองทั้งกับซอฟต์แวร์และโมเดลทางธุรกิจ
</blockquote>

<p>กรณีนี้เข้าข้าง Sun นะ เพราะถ้าไม่มี Sun MySQL ก็ไม่โตไวขนาดนี้ และถ้า Sun ไม่ได้อะไรจาก MySQL Sun ก็คงไม่อยู่กับ MySQL นานขนาดนี้เหมือนกัน ขอให้เจอทาง win-win เร็วๆ แล้วกัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.eweek.com/c/a/Database/Sun-Asserts-MySQL-to-Remain-Open-Source/">eWEEK</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ทดลอง Google Search ตัวล่าสุด</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4542" />
    <id>http://blognone.com/node/4542</id>
    <published>2007-04-27T10:20:41+07:00</published>
    <updated>2007-04-27T10:31:07+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ให้เข้าเว็บ <a href="http://www.google.com/">Google</a> ครับ รอโหลดเสร็จ<br />
จากนั้นพิมพ์โค้ดด้านล่างใน Address Bar และกด Enter</p>
<blockquote><p>
javascript:document.cookie="PREF=ID=fddb01133a87d314:LD=en:CR=2:TM=1177334998:LM=1177334998:GM=1:S=OOg0FEVzpPplxe9J;path=/; domain=.google.com"
</p>
</p></blockquote>
<p>กด Back หรือ Previous กลับมาที่หน้า Google ลองใส่คีย์เวิร์ดและค้นหาดู ก็จะพบกับตัวทดลองล่างสุดของ Google Search ครับ</p>
<p>จะทำให้กลับไปเป็นแบบเดิมก็ล้าง Cookie ของ Web Browser นะครับ</p>
<p>ลองดูหน้า <a href="http://www.google.com/intl/en/help/features.html">Google Web Search Features</a> แล้วเล่นไปด้วย ก็จะสนุกมาก</p>
<p>ปล. พ่อผมชื่อ Google.</p>
<p>ที่มา - <a href="http://blog.outer-court.com/archive/2007-04-23.html#n52">Blogoscoped</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ให้เข้าเว็บ <a href="http://www.google.com/">Google</a> ครับ รอโหลดเสร็จ<br />
จากนั้นพิมพ์โค้ดด้านล่างใน Address Bar และกด Enter</p>
<blockquote><p>
javascript:document.cookie="PREF=ID=fddb01133a87d314:LD=en:CR=2:TM=1177334998:LM=1177334998:GM=1:S=OOg0FEVzpPplxe9J;path=/; domain=.google.com"
</p></blockquote>
<p>กด Back หรือ Previous กลับมาที่หน้า Google ลองใส่คีย์เวิร์ดและค้นหาดู ก็จะพบกับตัวทดลองล่างสุดของ Google Search ครับ</p>
<p>จะทำให้กลับไปเป็นแบบเดิมก็ล้าง Cookie ของ Web Browser นะครับ</p>
<p>ลองดูหน้า <a href="http://www.google.com/intl/en/help/features.html">Google Web Search Features</a> แล้วเล่นไปด้วย ก็จะสนุกมาก</p>
<p>ปล. พ่อผมชื่อ Google.</p>
<p>ที่มา - <a href="http://blog.outer-court.com/archive/2007-04-23.html#n52">Blogoscoped</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Google Mac บล็อกโดนแฮ็ก!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4486" />
    <id>http://blognone.com/node/4486</id>
    <published>2007-04-21T19:27:02+07:00</published>
    <updated>2007-04-21T22:13:58+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>บล็อกอย่างเป็นทางการของ <a href="http://googlemac.blogspot.com/">Google Mac</a> โดนแฮ็กครับ แฮ็กเกอร์เจาะเข้าไปและโพสข้อความข้างล่างนี้ครับ</p>
<blockquote><p>
<strong>Yo!</strong><br></p>
<p>Yo! This is crazy.. I tried to register this and I could! :)</p>
<p>- Vishal
</p>
</p></blockquote>
<p>บล็อกที่เป็นทางการทั้งหมดของ Google นั้นอยู่ในระบบ <a href="http://www.blogger.com/">Blogger</a> รวมถึง Google Mac ด้วย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Blogger ถูกแฮ็ก (<a href="http://blog.outer-court.com/archive/2006-10-08.html#n38">ตามข่าว</a>)</p>
<p>ที่มา: <a href="http://blog.outer-court.com/archive/2007-04-21-n38.html">Blogoscoped</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>บล็อกอย่างเป็นทางการของ <a href="http://googlemac.blogspot.com/">Google Mac</a> โดนแฮ็กครับ แฮ็กเกอร์เจาะเข้าไปและโพสข้อความข้างล่างนี้ครับ</p>
<blockquote><p>
<strong>Yo!</strong><br></p>
<p>Yo! This is crazy.. I tried to register this and I could! :)</p>
<p>- Vishal
</p></blockquote>
<p>บล็อกที่เป็นทางการทั้งหมดของ Google นั้นอยู่ในระบบ <a href="http://www.blogger.com/">Blogger</a> รวมถึง Google Mac ด้วย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Blogger ถูกแฮ็ก (<a href="http://blog.outer-court.com/archive/2006-10-08.html#n38">ตามข่าว</a>)</p>
<p>ที่มา: <a href="http://blog.outer-court.com/archive/2007-04-21-n38.html">Blogoscoped</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Google จะซื้อ Marratech เพื่อให้บริการ Video Conference บนเว็บ?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4478" />
    <id>http://blognone.com/node/4478</id>
    <published>2007-04-20T15:55:37+07:00</published>
    <updated>2007-04-20T17:29:40+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>Google ประกาศใน​บล็อกว่าสนใจที่จะซื้อบริษัทในประเทศสวีเดนที่ชื่อ <a href="http://www.marratech.com/">Marratech </a> ซึ่งผลิตโปรแกรมที่ช่วยให้คนหลายคนทำงานเดียวกันพร้อมๆ กันได้ (collaboration) ผ่านทาง​อินเทอร์​เน็ต​  แต่ Google เล็งเฉพาะส่วนที่เป็น Video Conference ซึ่งบอกว่าจะช่วยให้ผู้ใช้ Google สามารถประชุมทาง Video Conference จากที่ใดก็ตามที่มี​อินเทอร์​เน็ต</p>
<p>ขณะเดียวกันในเว็บของ Marratech  ก็ประกาศความพอใจที่จะถูก Google ซื้อไปเช่นกัน</p>
<p>ผมอยากสัมผัสความดีใจแบบนั้นบ้างจริง</p>
<p>ที่มา: <a href="http://googleblog.blogspot.com/2007/04/collaborating-with-marratech.html">Google  Official Blog</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>Google ประกาศใน​บล็อกว่าสนใจที่จะซื้อบริษัทในประเทศสวีเดนที่ชื่อ <a href="http://www.marratech.com/">Marratech </a> ซึ่งผลิตโปรแกรมที่ช่วยให้คนหลายคนทำงานเดียวกันพร้อมๆ กันได้ (collaboration) ผ่านทาง​อินเทอร์​เน็ต​  แต่ Google เล็งเฉพาะส่วนที่เป็น Video Conference ซึ่งบอกว่าจะช่วยให้ผู้ใช้ Google สามารถประชุมทาง Video Conference จากที่ใดก็ตามที่มี​อินเทอร์​เน็ต</p>
<p>ขณะเดียวกันในเว็บของ Marratech  ก็ประกาศความพอใจที่จะถูก Google ซื้อไปเช่นกัน</p>
<p>ผมอยากสัมผัสความดีใจแบบนั้นบ้างจริง</p>
<p>ที่มา: <a href="http://googleblog.blogspot.com/2007/04/collaborating-with-marratech.html">Google  Official Blog</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์จะขายชุดซอฟต์​แวร์​ในราคา 3 ดอล์ลาร์!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4477" />
    <id>http://blognone.com/node/4477</id>
    <published>2007-04-20T11:16:28+07:00</published>
    <updated>2007-04-20T15:43:35+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ตามข่าวบอกว่าไมโครซอฟท์ต้องการที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้ PC ให้เป็นสองเท่า จึงคิดที่จะจำหน่ายซอฟต์​แวร์​์ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาในราคาถูกมาก ($3) และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อต่อสู้กับซอฟต์​แวร์​ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเหมือนกับร้อนตัวไมโครซอฟท์รีบบอกว่าโครงการนี้ไม่ใช่การกุลศล มันคือธุรกิจ! (ลองอ่าน Quote ดูเอง)</p>
<blockquote><p>"This is not a philanthropic effort, this is a business"
</p>
</p></blockquote>
<p>ซอฟต์​แวร์​ในชุดจะประกอบไปด้วย Windows XP Starter Edition, Microsoft Office Home and Student 2007 รวมไปถึงซอฟต์​แวร์​เพื่อการศึกษาบางตัว (ไม่ได้บอกว่าตัวไหนบ้าง)</p>
<p>โครงการนี้ก็สืบเนื่องมาจากโครงการ OLPC และ Classmate PC ที่กำลังจะเข้าถึงเด็กๆ ทั่วโลกในปีนี้แล้ว และยังมี AMD ที่มีโครงการให้คอมพิวเตอร์เข้าถึงประชากรครึ่งโลกภายในปี 2015 อีก ระบบปฏิบัติการและซอฟต์​แวร์​ที่จะใช้บนเครื่องราคาถูกนั้นแน่นอนว่าไม่ Linux ก็ต้องเป็น Windows เถื่อนแน่ๆ ก็ฟังดูสมเหตุสมผลดีที่ไมโครซอฟท์ออกแคมเปนจ์นี้<br />
<br></p>
<p>ที่คิดอยู่ตอนนี้ก็คือ ไมโครซอฟท์จะนับรวมประเทศไทยเข้าไปด้วยมั๊ย?</p>
<p>ที่มา: <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/technology/6571139.stm">BBC News</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ตามข่าวบอกว่าไมโครซอฟท์ต้องการที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้ PC ให้เป็นสองเท่า จึงคิดที่จะจำหน่ายซอฟต์​แวร์​์ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาในราคาถูกมาก ($3) และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อต่อสู้กับซอฟต์​แวร์​ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเหมือนกับร้อนตัวไมโครซอฟท์รีบบอกว่าโครงการนี้ไม่ใช่การกุลศล มันคือธุรกิจ! (ลองอ่าน Quote ดูเอง)</p>
<blockquote><p>"This is not a philanthropic effort, this is a business"
</p></blockquote>
<p>ซอฟต์​แวร์​ในชุดจะประกอบไปด้วย Windows XP Starter Edition, Microsoft Office Home and Student 2007 รวมไปถึงซอฟต์​แวร์​เพื่อการศึกษาบางตัว (ไม่ได้บอกว่าตัวไหนบ้าง)</p>
<p>โครงการนี้ก็สืบเนื่องมาจากโครงการ OLPC และ Classmate PC ที่กำลังจะเข้าถึงเด็กๆ ทั่วโลกในปีนี้แล้ว และยังมี AMD ที่มีโครงการให้คอมพิวเตอร์เข้าถึงประชากรครึ่งโลกภายในปี 2015 อีก ระบบปฏิบัติการและซอฟต์​แวร์​ที่จะใช้บนเครื่องราคาถูกนั้นแน่นอนว่าไม่ Linux ก็ต้องเป็น Windows เถื่อนแน่ๆ ก็ฟังดูสมเหตุสมผลดีที่ไมโครซอฟท์ออกแคมเปนจ์นี้<br />
<br></p>
<p>ที่คิดอยู่ตอนนี้ก็คือ ไมโครซอฟท์จะนับรวมประเทศไทยเข้าไปด้วยมั๊ย?</p>
<p>ที่มา: <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/technology/6571139.stm">BBC News</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Froogle เปลี่ยนชื่อเป็น Product Search แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4476" />
    <id>http://blognone.com/node/4476</id>
    <published>2007-04-20T08:33:22+07:00</published>
    <updated>2007-04-20T10:34:47+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Froogle">Froogle</a> เป็นบริการค้นหาสินค้าของ Google ครับ ซึ่งตอนนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น <a href="http://www.google.com/products">Google Product Search</a> แล้ว รวมไปถึงมีการปรับหน้าตาให้เข้ากับบริการอื่นๆ ของ Google ด้วย ผมสังเกตว่า Google ใส่ <em>BETA</em> ไว้ที่โลโก้ด้วย</p>
<p>ชื่อ Froogle เดิมนั้นมาจากคำว่า Frugal (แปล: ประหยัด, ตระหนี่, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่ จาก Lexitron) </p>
<p>บริการ Google Product Search จะให้เพิ่มสินค้าผ่านทาง Google Base ครับ และยังให้จ่ายเงินผ่าน Google Checkout ได้ด้วย นอกเหนือไปจากการซื้อกับร้านค้าโดยตรง</p>
<p>ให้ผมเดา การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ก็คงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Brand Identity ล่ะครับ เหมือนดูข่าวนายโชจาก NBC ก็เห็นแค่ MSNBC ซะงั้น</p>
<p>ที่มา: <a href="http://blog.outer-court.com/archive/2007-04-19-n88.html">Google Blogoscope</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Froogle">Froogle</a> เป็นบริการค้นหาสินค้าของ Google ครับ ซึ่งตอนนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น <a href="http://www.google.com/products">Google Product Search</a> แล้ว รวมไปถึงมีการปรับหน้าตาให้เข้ากับบริการอื่นๆ ของ Google ด้วย ผมสังเกตว่า Google ใส่ <em>BETA</em> ไว้ที่โลโก้ด้วย</p>
<p>ชื่อ Froogle เดิมนั้นมาจากคำว่า Frugal (แปล: ประหยัด, ตระหนี่, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่ จาก Lexitron) </p>
<p>บริการ Google Product Search จะให้เพิ่มสินค้าผ่านทาง Google Base ครับ และยังให้จ่ายเงินผ่าน Google Checkout ได้ด้วย นอกเหนือไปจากการซื้อกับร้านค้าโดยตรง</p>
<p>ให้ผมเดา การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ก็คงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Brand Identity ล่ะครับ เหมือนดูข่าวนายโชจาก NBC ก็เห็นแค่ MSNBC ซะงั้น</p>
<p>ที่มา: <a href="http://blog.outer-court.com/archive/2007-04-19-n88.html">Google Blogoscope</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Google กลายเป็นเจ้าของบริษัท SEO ใหญ่สุดในโลกหลังจากซื้อ DoubleClick?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4462" />
    <id>http://blognone.com/node/4462</id>
    <published>2007-04-19T10:55:30+07:00</published>
    <updated>2007-04-19T11:43:56+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลัง Google ซื้อ DoubleClick ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Search_engine_optimization">SEO</a> ที่ชื่อ Performics อยู่แล้วและได้ตัดสินใจที่จะเก็บบริษัท Performics ไว้ จึงมีคำถามตามมาว่า<strong> Google จะทำยังไงกับ Performics?</strong></p>
<p>มันดูขัดแย้งกันครับ เพราะ Google เองก็ทำ Search Engine เป็นหลัก ส่วน Performics ก็เป็นบริษัท SEO ซึ่งมีหน้าที่ทำให้เว็บไซต์ของลูกค้าขึ้นไปอยู่บนอันดับต้นๆ ของ Search Engine (ลูกค้าของ Performics ก็เช่น AOL, HP , Sony) และโดยปกติแล้ว Performics ก็ใช้วิธีจ่ายเงินให้กับ Search Engine ด้วยเหมือนกัน</p>
<p>สำหรับคำถามและคำตอบที่ได้จาก Google ขอยก Quote มาเลยครับ</p>
<blockquote><p>
Q. What will Google do with Performics?<br />
A. Performics is part of DoubleClick, and we are acquiring it as part of the transaction. We have no plans to dispose of it at this time.
</p>
</p></blockquote>
<p>เน้นคำว่า No plans to <strong>dispose</strong>.<br />
เป็นการเลือกคำที่น่าสนใจมาก</p>
<p><strong> Google จะทำยังไงกับ Performics?</strong></p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.searchenginejournal.com/what-will-google-do-with-performics/4720/">Search Engine Journal</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลัง Google ซื้อ DoubleClick ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Search_engine_optimization">SEO</a> ที่ชื่อ Performics อยู่แล้วและได้ตัดสินใจที่จะเก็บบริษัท Performics ไว้ จึงมีคำถามตามมาว่า<strong> Google จะทำยังไงกับ Performics?</strong></p>
<p>มันดูขัดแย้งกันครับ เพราะ Google เองก็ทำ Search Engine เป็นหลัก ส่วน Performics ก็เป็นบริษัท SEO ซึ่งมีหน้าที่ทำให้เว็บไซต์ของลูกค้าขึ้นไปอยู่บนอันดับต้นๆ ของ Search Engine (ลูกค้าของ Performics ก็เช่น AOL, HP , Sony) และโดยปกติแล้ว Performics ก็ใช้วิธีจ่ายเงินให้กับ Search Engine ด้วยเหมือนกัน</p>
<p>สำหรับคำถามและคำตอบที่ได้จาก Google ขอยก Quote มาเลยครับ</p>
<blockquote><p>
Q. What will Google do with Performics?<br />
A. Performics is part of DoubleClick, and we are acquiring it as part of the transaction. We have no plans to dispose of it at this time.
</p></blockquote>
<p>เน้นคำว่า No plans to <strong>dispose</strong>.<br />
เป็นการเลือกคำที่น่าสนใจมาก</p>
<p><strong> Google จะทำยังไงกับ Performics?</strong></p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.searchenginejournal.com/what-will-google-do-with-performics/4720/">Search Engine Journal</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Google Spreadsheets สร้างกราฟได้แล้ว!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4461" />
    <id>http://blognone.com/node/4461</id>
    <published>2007-04-19T10:36:39+07:00</published>
    <updated>2007-04-19T11:42:53+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>เปิดตัวมาซักพักแล้วครับสำหรับ <a href="http://docs.google.com/">Google Spreadsheets</a> ถึงวันนี้ก็ได้เพิ่มคุณสมบัติสำคัญเข้ามาก็คือให้สร้างกราฟได้แล้วนั่นเอง วิธีการก็แค่เลือกเซลล์ที่ต้องการ จากนั้นให้คลิกปุ่มกราฟ <img src="http://blog.outer-court.com/files/google-spreadsheets-chart-button.png"> เท่านี้ก็จะปรากฎหน้าต่างให้เลือกชนิดของกราฟและให้ใส่ข้อมูลรวมไปถึงตั้งค่าต่างๆ ในกราฟครับ</p>
<p>จากแหล่งข่าวบอกว่าทีนี้ เราก็มีเหตุผลน้อยลงที่จะใช้หรือซื้อ Microsoft Excel</p>
<p>เชื่อได้ว่า Spreadsheets ตอนนี้คนก็เรียกกันแต่ Excel นั่นล่ะ บอก Spreadsheets ไปสงสัยจะงงกัน แบบเดียวกันกะ Presentation ก็เรียก PowerPoint เป็นต้น</p>
<p>ที่มา: <a href="http://blog.outer-court.com/archive/2007-04-18-n41.html">Google Blogoscoped</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>เปิดตัวมาซักพักแล้วครับสำหรับ <a href="http://docs.google.com/">Google Spreadsheets</a> ถึงวันนี้ก็ได้เพิ่มคุณสมบัติสำคัญเข้ามาก็คือให้สร้างกราฟได้แล้วนั่นเอง วิธีการก็แค่เลือกเซลล์ที่ต้องการ จากนั้นให้คลิกปุ่มกราฟ <img src="http://blog.outer-court.com/files/google-spreadsheets-chart-button.png"> เท่านี้ก็จะปรากฎหน้าต่างให้เลือกชนิดของกราฟและให้ใส่ข้อมูลรวมไปถึงตั้งค่าต่างๆ ในกราฟครับ</p>
<p>จากแหล่งข่าวบอกว่าทีนี้ เราก็มีเหตุผลน้อยลงที่จะใช้หรือซื้อ Microsoft Excel</p>
<p>เชื่อได้ว่า Spreadsheets ตอนนี้คนก็เรียกกันแต่ Excel นั่นล่ะ บอก Spreadsheets ไปสงสัยจะงงกัน แบบเดียวกันกะ Presentation ก็เรียก PowerPoint เป็นต้น</p>
<p>ที่มา: <a href="http://blog.outer-court.com/archive/2007-04-18-n41.html">Google Blogoscoped</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Google April Fool!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4305" />
    <id>http://blognone.com/node/4305</id>
    <published>2007-04-01T16:57:37+07:00</published>
    <updated>2007-04-03T07:39:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>เป็นธรรมเนียมของกูเกิลที่จะต้องร่วมกิจกรรมวัน April Fool ด้วยการเล่นตลก (บางครั้งก็จริง) กับผู้ใช้<br />
ปีนี้เจอแล้วสองอย่าง</p>
<ul>
<li>บริการพิมพ์ Gmail E-mail ลงบนกระดาษและส่งไปรษณีย์ถึงบ้าน [<a href="http://mail.google.com/mail/">ไปดู</a>] [<a href="http://mail.google.com/mail/help/paper/policies.html">เฉลย</a>]</li>
<li>ฟรี! บริการอินเทอร์เน็ตบอร์ดแบรนด์ไร้สาย (อันนี้ฮา) [<a href="http://www.google.com/tisp/">ไปดู</a>] [<a href="http://www.google.com/tisp/install.html">เฉลย</a>]</li>
</ul>
<p>อารมณ์ขันดีจริงๆ</p>
<p>Source: <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Google%27s_hoaxes">http://en.wikipedia.org/wiki/Google%27s_hoaxes</a><br />
เพิ่มเติม: <a href="http://aprilfools.urgo.org/2007.html">ดูรายการ April Fools Joke</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>เป็นธรรมเนียมของกูเกิลที่จะต้องร่วมกิจกรรมวัน April Fool ด้วยการเล่นตลก (บางครั้งก็จริง) กับผู้ใช้<br />
ปีนี้เจอแล้วสองอย่าง</p>
<ul>
<li>บริการพิมพ์ Gmail E-mail ลงบนกระดาษและส่งไปรษณีย์ถึงบ้าน [<a href="http://mail.google.com/mail/">ไปดู</a>] [<a href="http://mail.google.com/mail/help/paper/policies.html">เฉลย</a>]</li>
<li>ฟรี! บริการอินเทอร์เน็ตบอร์ดแบรนด์ไร้สาย (อันนี้ฮา) [<a href="http://www.google.com/tisp/">ไปดู</a>] [<a href="http://www.google.com/tisp/install.html">เฉลย</a>]</li>
</ul>
<p>อารมณ์ขันดีจริงๆ</p>
<p>Source: <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Google%27s_hoaxes">http://en.wikipedia.org/wiki/Google%27s_hoaxes</a><br />
เพิ่มเติม: <a href="http://aprilfools.urgo.org/2007.html">ดูรายการ April Fools Joke</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สงครามมาตรฐานระหว่าง JPEG และ Microsoft HD Photo</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4070" />
    <id>http://blognone.com/node/4070</id>
    <published>2007-03-08T22:52:22+07:00</published>
    <updated>2007-03-08T23:58:19+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Digital Media" />
    <category term="Microsoft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>สงคราม HD DVD กับ Blu-ray กำลังครุกกรุ่น ไหนจะสงคราม OpenXML/OpenDocument อีก คราวนี้ถึงคราวมาตรฐานรูปภาพกันบ้าง</p>
<p>ไมโครซอฟท์เตรียมส่งฟอร์แมตรูปภาพของตัวเอง "Microsoft HD Photo" เข้าสู่กระบวนการขอ ISO</p>
<p>ต้องบอกกันก่อนว่าฟอร์แมตรูปภาพที่ครองตลาดในปัจจุบันก็คือ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/JPEG">JPEG</a> ครับ ใช้กันมาตั้งแต่ ค.ศ. 1994 โน่น (15 ปีมาแล้ว) ต่อมาในปี ค.ศ. 2000 ก็ได้ออกตัวปรับปรุงคือ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/JPEG_2000">JPEG 2000</a> ซึ่งก็ดีกว่าเก่า แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากปัญหาสิทธิบัตร ในปัจจุบันจะเห็นว่า อุปกรณ์แทบทุกชิ้นที่แสดงรูปภาพได้ก็จะต้องรองรับ JPEG กันหมด</p>
<p>หลังจากการวิจัยเป็นเวลาหลายปีของไมโครซอฟท์ (คิดว่าทั้งการพัฒนาและการวางแผนยึดตลาด) วันนี้เป็นที่แน่นอนว่าไมโครซอฟท์ต้องการ "Microsoft HD Photo" ให้เป็นมาตรฐานใหม่ของ Format รูปภาพ งานนี้ไมโครซอฟท์จะกินหมูแก่หรือไม่ หรือหมูแก่จะหนังเหนียวเหลือทน หนทางยังอีกยาวไกลครับ เรามาดูคุณสมบัติของฟอร์แมตใหม่นี้กันดีกว่า</p>
<ul>
<li>เก็บรายละเอียดได้ 16-32 บิตสำหรับหนึ่งสี - เทียบกับ 8 บิตใน JPEG</li>
<li>บีบอีดดีกว่า JPEG ถึงสองเท่า! ที่ขนาดไฟล์เท่ากันคุณภาพจะดีกว่าสองเท่า หรือที่คุณภาพเท่ากันขนาดไฟล์จะเล็กกว่าครึ่งนึง</li>
<li>ออกแบบมาเพื่อรองรับชิบประมวลผลรูปภาพในกล้องถ่ายรูป ใช้หน่วยความจำต่ำ เนื่องจากเข้ารหัสภาพทีละชุด ไม่ต้องเก็บข้อมูลทั้งภาพไว้ในหน่วยความจำ</li>
<li>รองรับทั้ง Lossy (สูญเสียต้นฉบับ) และ Lossless (คงต้นฉบับไว้)</li>
<li>สามารถเก็บ Dynamic Range และ Color Gamut Data จากเซ็นเซอร์ของกล้องถ่ายภาพได้ทั้งหมด</li>
<li>สามารถเปลี่ยนแปลง Color Balance และ Explosure โดยไม่เปลี่ยนแปลงข้อมูลเดิม (ช่วยให้ undo ได้)</li>
</ul>
<p>แผนการที่เห็นชัดก็คือ Microsoft HD Photo นี้สามารถใช้ได้บนวินโดวส์ วิสต้าได้เลย และ ยังออก Plug-in สำหรับ Adobe Photoshop ไว้รอแล้วด้วย<br />
 นอกจากนี้ยังปล่อย HD Photo Device Porting Kit สำหรับบริษัทผู้ผลิตให้นำไปใช้กันอีก</p>
<p>ทีนี้เราก็ต้องดูกันต่อไป ว่าไมโครซอฟท์จะมีชัยในสงครามนี้หรือไม่?</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.sys-con.com/read/346638.htm">Sys-con Media</a> <a href="http://news.zdnet.com/2100-1040_22-6165425.html">ZDNet</a> <a href="http://news.com.com/Microsoft+Make+our+HD+Photo+format+a+standard/2100-1012_3-6165004.html">C|Net</a> <a href="http://www.itworld.com/App/811/070308hdphoto/">IT World</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>สงคราม HD DVD กับ Blu-ray กำลังครุกกรุ่น ไหนจะสงคราม OpenXML/OpenDocument อีก คราวนี้ถึงคราวมาตรฐานรูปภาพกันบ้าง</p>
<p>ไมโครซอฟท์เตรียมส่งฟอร์แมตรูปภาพของตัวเอง "Microsoft HD Photo" เข้าสู่กระบวนการขอ ISO</p>
<p>ต้องบอกกันก่อนว่าฟอร์แมตรูปภาพที่ครองตลาดในปัจจุบันก็คือ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/JPEG">JPEG</a> ครับ ใช้กันมาตั้งแต่ ค.ศ. 1994 โน่น (15 ปีมาแล้ว) ต่อมาในปี ค.ศ. 2000 ก็ได้ออกตัวปรับปรุงคือ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/JPEG_2000">JPEG 2000</a> ซึ่งก็ดีกว่าเก่า แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากปัญหาสิทธิบัตร ในปัจจุบันจะเห็นว่า อุปกรณ์แทบทุกชิ้นที่แสดงรูปภาพได้ก็จะต้องรองรับ JPEG กันหมด</p>
<p>หลังจากการวิจัยเป็นเวลาหลายปีของไมโครซอฟท์ (คิดว่าทั้งการพัฒนาและการวางแผนยึดตลาด) วันนี้เป็นที่แน่นอนว่าไมโครซอฟท์ต้องการ "Microsoft HD Photo" ให้เป็นมาตรฐานใหม่ของ Format รูปภาพ งานนี้ไมโครซอฟท์จะกินหมูแก่หรือไม่ หรือหมูแก่จะหนังเหนียวเหลือทน หนทางยังอีกยาวไกลครับ เรามาดูคุณสมบัติของฟอร์แมตใหม่นี้กันดีกว่า</p>
<ul>
<li>เก็บรายละเอียดได้ 16-32 บิตสำหรับหนึ่งสี - เทียบกับ 8 บิตใน JPEG</li>
<li>บีบอีดดีกว่า JPEG ถึงสองเท่า! ที่ขนาดไฟล์เท่ากันคุณภาพจะดีกว่าสองเท่า หรือที่คุณภาพเท่ากันขนาดไฟล์จะเล็กกว่าครึ่งนึง</li>
<li>ออกแบบมาเพื่อรองรับชิบประมวลผลรูปภาพในกล้องถ่ายรูป ใช้หน่วยความจำต่ำ เนื่องจากเข้ารหัสภาพทีละชุด ไม่ต้องเก็บข้อมูลทั้งภาพไว้ในหน่วยความจำ</li>
<li>รองรับทั้ง Lossy (สูญเสียต้นฉบับ) และ Lossless (คงต้นฉบับไว้)</li>
<li>สามารถเก็บ Dynamic Range และ Color Gamut Data จากเซ็นเซอร์ของกล้องถ่ายภาพได้ทั้งหมด</li>
<li>สามารถเปลี่ยนแปลง Color Balance และ Explosure โดยไม่เปลี่ยนแปลงข้อมูลเดิม (ช่วยให้ undo ได้)</li>
</ul>
<p>แผนการที่เห็นชัดก็คือ Microsoft HD Photo นี้สามารถใช้ได้บนวินโดวส์ วิสต้าได้เลย และ ยังออก Plug-in สำหรับ Adobe Photoshop ไว้รอแล้วด้วย<br />
 นอกจากนี้ยังปล่อย HD Photo Device Porting Kit สำหรับบริษัทผู้ผลิตให้นำไปใช้กันอีก</p>
<p>ทีนี้เราก็ต้องดูกันต่อไป ว่าไมโครซอฟท์จะมีชัยในสงครามนี้หรือไม่?</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.sys-con.com/read/346638.htm">Sys-con Media</a> <a href="http://news.zdnet.com/2100-1040_22-6165425.html">ZDNet</a> <a href="http://news.com.com/Microsoft+Make+our+HD+Photo+format+a+standard/2100-1012_3-6165004.html">C|Net</a> <a href="http://www.itworld.com/App/811/070308hdphoto/">IT World</a></p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ซัมซุง เริ่มจำหน่ายฮาร์ดดิสก์ลูกผสมตัวแรกของโลก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4069" />
    <id>http://blognone.com/node/4069</id>
    <published>2007-03-08T19:56:33+07:00</published>
    <updated>2007-03-08T23:02:32+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="Samsung" />
    <category term="Storage" />
    <category term="Vista" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>ลูกผสมที่ว่าก็คือผสมระหว่างหน่วยความจำแบบ NAND (flash memory) กับฮาร์ดดิสก์แบบเดิมครับ</p>
<p>ฮาร์ดดิสก์ลูกผสมนี้ออกมาในซีรีส์ MH80 มีความจุ 80GB, 120GB และ 160GB พร้อมด้วยหน่วยความจำแฟลช 128MB หรือ 256MB ตัวฮาร์ดดิสก์ออกมาในขนาด 2.5 นิ้วครับ (ใช้กันในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค)</p>
<p>ตัวนี้ทางซัมซุง<a href="http://members.microsoft.com/partner/singapore/love/Samsung_DarrenGoh.pdf">พัฒนา</a>ร่วมกับไมโครซอฟท์เพื่อใช้กับวินโดวส์วิสต้าโดยเฉพาะครับ ซึ่งจุดประสงค์หลักก็คือก็เพื่อลดเวลาที่ใช้ในการบูต/รีซูมระบบปฏิบัติการ (<a href="http://www.microsoft.com/technet/technetmag/issues/2007/03/VistaKernel/">ReadyBoost Technology</a>) และช่วยประหยัดพลังงานครับ ซึ่งการนำหน่วยความจำแบบ NAND มาช่วยนี้ทำให้จานฮาร์ดดิสก์แทบจะไม่ต้องหมุนเลย (อยู่นิ่งๆ ซะ 99%)</p>
<p>ในข่าวแจ้งว่าลดการใช้พลังงานได้ 70-90% ช่วยให้โน้ตบุ๊คใช้งานได้นานขึ้นอีกครึ่งชั่วโมง และยังลดเวลาการบูต/รีซูมระบบลงถึงครึ่งนึง (การทดลองในช่วงพัฒนาบอกว่าลดลงจาก 35 เหลือ 23 วินาทีเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบเดิม หรือลดลง 34% คาดว่าคงปัดขึ้นไปเป็น 50% เลย คงกลัวลูกค้าสับสน ;)</p>
<p>อนึ่ง Seagate และ Hitachi ก็กำลังพัฒนาฮาร์ดดิสก์ลูกผสมนี้อยู่</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.eweek.com/article2/0,1759,2101773,00.asp?kc=EWRSS03119TX1K0000594">eWeek</a>, <a href="http://www.whatpc.co.uk/vnunet/news/2184976/samsung-ships-first-hybrid-hard">What PC?</a> </p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>ลูกผสมที่ว่าก็คือผสมระหว่างหน่วยความจำแบบ NAND (flash memory) กับฮาร์ดดิสก์แบบเดิมครับ</p>
<p>ฮาร์ดดิสก์ลูกผสมนี้ออกมาในซีรีส์ MH80 มีความจุ 80GB, 120GB และ 160GB พร้อมด้วยหน่วยความจำแฟลช 128MB หรือ 256MB ตัวฮาร์ดดิสก์ออกมาในขนาด 2.5 นิ้วครับ (ใช้กันในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค)</p>
<p>ตัวนี้ทางซัมซุง<a href="http://members.microsoft.com/partner/singapore/love/Samsung_DarrenGoh.pdf">พัฒนา</a>ร่วมกับไมโครซอฟท์เพื่อใช้กับวินโดวส์วิสต้าโดยเฉพาะครับ ซึ่งจุดประสงค์หลักก็คือก็เพื่อลดเวลาที่ใช้ในการบูต/รีซูมระบบปฏิบัติการ (<a href="http://www.microsoft.com/technet/technetmag/issues/2007/03/VistaKernel/">ReadyBoost Technology</a>) และช่วยประหยัดพลังงานครับ ซึ่งการนำหน่วยความจำแบบ NAND มาช่วยนี้ทำให้จานฮาร์ดดิสก์แทบจะไม่ต้องหมุนเลย (อยู่นิ่งๆ ซะ 99%)</p>
<p>ในข่าวแจ้งว่าลดการใช้พลังงานได้ 70-90% ช่วยให้โน้ตบุ๊คใช้งานได้นานขึ้นอีกครึ่งชั่วโมง และยังลดเวลาการบูต/รีซูมระบบลงถึงครึ่งนึง (การทดลองในช่วงพัฒนาบอกว่าลดลงจาก 35 เหลือ 23 วินาทีเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบเดิม หรือลดลง 34% คาดว่าคงปัดขึ้นไปเป็น 50% เลย คงกลัวลูกค้าสับสน ;)</p>
<p>อนึ่ง Seagate และ Hitachi ก็กำลังพัฒนาฮาร์ดดิสก์ลูกผสมนี้อยู่</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.eweek.com/article2/0,1759,2101773,00.asp?kc=EWRSS03119TX1K0000594">eWeek</a>, <a href="http://www.whatpc.co.uk/vnunet/news/2184976/samsung-ships-first-hybrid-hard">What PC?</a> </p>    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Picasa เว็บอัลบั้ม ค้นหารูปได้แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/4068" />
    <id>http://blognone.com/node/4068</id>
    <published>2007-03-08T18:49:59+07:00</published>
    <updated>2007-03-09T09:57:15+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="Picasa" />
    <summary type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>
<p>หลังจากเปิดตัวไปเมื่อ<a href="http://www.blognone.com/node/2488">ปีที่แล้ว</a> วันนี้ <a href="http://picasaweb.google.com">Picasa Web Album</a> ซึ่งเป็นบริการเก็บภาพของ Google (ซื้อมา) ก็ได้ทำการปรับปรุงหลายอย่าง</p>
<p>คร่าวๆ มีดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>ค้นหารูปภาพ - จากปกติค้นได้แต่ภาพในอัลบั้มของเราเท่านั้น ตอนนี้ค้นหาของคนอื่นได้ด้วยครับ (แต่ก็ยังสามารถปิดไม่ให้คนอื่นมาค้นของเราได้)</li>
<li>เพิ่มเนื้อที่เป็น 1GB (และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)</li>
<li>ลิงค์กลับมายังอัลบั้ม หรือภาพ - สะดวกมากครับ แต่คลิกเดียว สร้าง HTML Code ให้เลย</li>
<li>ดูภาพจาก <a href="http://www.blogger.com">Blogger</a></li>
<li>เพิ่มอีก 18 ภาษา (ไม่มีภาษาไทยแหะ)</li>
</ul>
<p>โดยส่วนตัวแล้วผมชอง <a href="http://multiply.com">Multiply</a> มากกว่าครับ ให้เนื้อที่ไม่จำกัด และยังมีระบบ Community ที่ดีกว่ามาก</p>
<p>ที่มา: <a href="http://picasa.google.com/intl/en_US/web/whatsnew.html">http://picasa.google.com/intl/en_US/web/whatsnew.html</a></p>    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<!--paging_filter--><p>หลังจากเปิดตัวไปเมื่อ<a href="http://www.blognone.com/node/2488">ปีที่แล้ว</a> วันนี้ <a href="http://picasaweb.google.com">Picasa Web Album</a> ซึ่งเป็นบริการเก็บภาพของ Google (ซื้อมา) ก็ได้ทำการปรับปรุงหลายอย่าง</p>
<p>คร่าวๆ มีดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>ค้นหารูปภาพ - จากปกติค้นได้แต่ภาพในอัลบั้มของเราเท่านั้น ตอนนี้ค้นหาของคนอื่นได้ด้วยครับ (แต่ก็ยังสามารถปิดไม่ให้คนอื่นมาค้นของเราได้)</li>
<li>เพิ่มเนื้อที่เป็น 1GB (และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)</li>
<li>ลิงค์กลับมายังอัลบั้ม หรือภาพ - สะดวกมากครับ แต่คลิกเดียว สร้าง HTML Code ให้เลย</li>
<li>ดูภาพจาก <a href="http://www.blogger.com">Blogger</a></li>
<li>เพิ่มอีก 18 ภาษา (ไม่มีภาษาไทยแหะ)</li>
</ul>
<p>โดยส่วนตัวแล้วผมชอง <a href="http://multiply.com">Multiply</a> มากกว่าครับ ให้เนื้อที่ไม่จำกัด และยังมีระบบ Community ที่ดีกว่ามาก</p>
<p>ที่มา: <a href="http://picasa.google.com/intl/en_US/web/whatsnew.html">http://picasa.google.com/intl/en_US/web/whatsnew.html</a></p>    ]]></content>
  </entry>
</feed>
