<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>Blognone blogs</title>
  <subtitle>Tech News That's Worth</subtitle>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/blog"/>
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://blognone.com/blog/atom/feed"/>
  <id>http://blognone.com/blog/atom/feed</id>
  <updated>2008-10-11T00:29:01+07:00</updated>
  <entry>
    <title>OpenOffice.org 3.0 ตัวเต็มออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9241" />
    <id>http://blognone.com/node/9241</id>
    <published>2008-10-13T19:19:44+07:00</published>
    <updated>2008-10-13T20:08:48+07:00</updated>
    <author>
      <name>MrWhisper</name>
    </author>
    <category term="OpenOffice.org" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ในวันนี้  ทีมงาน OpenOffice.org ออกมาประกาสว่าสามารถ OpenOffice.org 3.0 รุ่นเต็มได้แล้วจากหน้าเว็บไซต์
<br /><br />
ใน OpenOffice.org 3.0 นั้นได้เปลี่ยน Graphic ไปมากมายหลายจุด  ตั้งแต่หน้า Splash จนถึงไอคอนต่างๆ  ซึ่งธีมชุดใหม่นี้มืีชื่อว่า Galaxy  และยังได้เพิ่ม Start Screen ขึ้นมาอีกด้วย  ซึ่งในโปรแกรมต่างๆก้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย  ดังนี้
<br /><br />
Writer - มี Slider สำหรับซูมเอกสารที่ดีกว่าเดิม (จากจดหมายข่าวบอกมาอย่างนั้น)  ผู้ใช้สามารถแสดงเอกสารหลายๆหน้าในระหว่างแก้ไขเอกสารได้  และัมีการรองรับการทำงานแบบหลายภาษาที่ดีขึ้น
<br /><br />
Calc - เพิ่มคอลัมน์  ให้รองมากขึ้นถึง 1024 คอลัมน์  มีระบบการแก้สมการที่ดีขึ้น  และมีการเพิ่มคุณสมบัติบางประการเกี่ยวกับการใช้งานหลายคน
<br /><br />
Draw - สามารถใช้วาดภาพขนาดโปสเตอร์ได้แล้ว (ขนาดสูงสึุดคือ 3 ตารางเมตร)
<br /><br />
Impress - สามารถแสดง Presentation ในหลายๆจอได้  และแก้ไข Chart ให้ดูสบายตากว่าเดิม
<br /><br />
ฟังก์การส่งออกเอกสารเป็น PDF ก็ได้รับการปรับปรุง  โดยจะสนับสนุนเอกสารแบบ PDF/A เพิ่มเข้ามา  และผู้ใช้สามารถปรับออพชั่นของเอกสารได้
<br /><br />
นอกจากนี้ OOo3.0 ยังถูกออกแบยบให้ดูเป็นชิ้นเดียวกับ OSX แล้ว (สำหรับรุ่น Mac)  ทำให้ผู้ใช้แมคไม่รู้สึกว่า OOo เป้นสิ่งแปลกปลอมอีกต่อไป (แต่ผมไม่มี Mac ให้ทดสอบ  ใครมีช่วยทดสอบทีครับ)
<br /><br />
ในด้านการทำงานกับ Microsoft Office ก็ถูกพัฒนาขึ้นไปด้วยเช่นกัน  โดยใน OOo 3.0 ได้เพิ่มการสนับสนุนไฟล์ฟอร์แมต OOXML ของ Microsoft Office และยังสนับสนุนไฟล์ของ MS Access 2007 ที่เป็น accdb อีกด้วย
<br /><br />
Download : <a href="http://www.openoffice.org">http://www.openoffice.org</a>
<br /><br />
ปล.รู้สึกตอนนี้เว็บจะเข้าไมไ่ด้แล้ว (ผมเข้าไมไ่ด้เลย)  หลังจากออกจดหมายข่าวมาเมื่อชั่วโมงก่อน  คาดว่าคนคงแห่ดาวน์โหลดจนเว็บล่ม
<br /><br />
แหล่งที่มา : <a href="http://www.oss-zone.co.cc/download/documents/OOo%20Announcement%2013-oct-08.odt">จดหมายข่าว OpenOffice.org</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ในวันนี้  ทีมงาน OpenOffice.org ออกมาประกาสว่าสามารถ OpenOffice.org 3.0 รุ่นเต็มได้แล้วจากหน้าเว็บไซต์
<br /><br />
ใน OpenOffice.org 3.0 นั้นได้เปลี่ยน Graphic ไปมากมายหลายจุด  ตั้งแต่หน้า Splash จนถึงไอคอนต่างๆ  ซึ่งธีมชุดใหม่นี้มืีชื่อว่า Galaxy  และยังได้เพิ่ม Start Screen ขึ้นมาอีกด้วย  ซึ่งในโปรแกรมต่างๆก้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย  ดังนี้
<br /><br />
Writer - มี Slider สำหรับซูมเอกสารที่ดีกว่าเดิม (จากจดหมายข่าวบอกมาอย่างนั้น)  ผู้ใช้สามารถแสดงเอกสารหลายๆหน้าในระหว่างแก้ไขเอกสารได้  และัมีการรองรับการทำงานแบบหลายภาษาที่ดีขึ้น
<br /><br />
Calc - เพิ่มคอลัมน์  ให้รองมากขึ้นถึง 1024 คอลัมน์  มีระบบการแก้สมการที่ดีขึ้น  และมีการเพิ่มคุณสมบัติบางประการเกี่ยวกับการใช้งานหลายคน
<br /><br />
Draw - สามารถใช้วาดภาพขนาดโปสเตอร์ได้แล้ว (ขนาดสูงสึุดคือ 3 ตารางเมตร)
<br /><br />
Impress - สามารถแสดง Presentation ในหลายๆจอได้  และแก้ไข Chart ให้ดูสบายตากว่าเดิม
<br /><br />
ฟังก์การส่งออกเอกสารเป็น PDF ก็ได้รับการปรับปรุง  โดยจะสนับสนุนเอกสารแบบ PDF/A เพิ่มเข้ามา  และผู้ใช้สามารถปรับออพชั่นของเอกสารได้
<br /><br />
นอกจากนี้ OOo3.0 ยังถูกออกแบยบให้ดูเป็นชิ้นเดียวกับ OSX แล้ว (สำหรับรุ่น Mac)  ทำให้ผู้ใช้แมคไม่รู้สึกว่า OOo เป้นสิ่งแปลกปลอมอีกต่อไป (แต่ผมไม่มี Mac ให้ทดสอบ  ใครมีช่วยทดสอบทีครับ)
<br /><br />
ในด้านการทำงานกับ Microsoft Office ก็ถูกพัฒนาขึ้นไปด้วยเช่นกัน  โดยใน OOo 3.0 ได้เพิ่มการสนับสนุนไฟล์ฟอร์แมต OOXML ของ Microsoft Office และยังสนับสนุนไฟล์ของ MS Access 2007 ที่เป็น accdb อีกด้วย
<br /><br />
Download : <a href="http://www.openoffice.org">http://www.openoffice.org</a>
<br /><br />
ปล.รู้สึกตอนนี้เว็บจะเข้าไมไ่ด้แล้ว (ผมเข้าไมไ่ด้เลย)  หลังจากออกจดหมายข่าวมาเมื่อชั่วโมงก่อน  คาดว่าคนคงแห่ดาวน์โหลดจนเว็บล่ม
<br /><br />
แหล่งที่มา : <a href="http://www.oss-zone.co.cc/download/documents/OOo%20Announcement%2013-oct-08.odt">จดหมายข่าว OpenOffice.org</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>StarCraft 2 จะแยกขายเป็นสามเกม</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9238" />
    <id>http://blognone.com/node/9238</id>
    <published>2008-10-13T11:39:36+07:00</published>
    <updated>2008-10-13T11:43:17+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Games" />
    <category term="StarCraft" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย แต่ StarCraft 2 ที่หลายๆ คนรอกันมานานนั้นจะถูกแบ่งขายออกเป็นสามเกมตามสามฝ่ายคือ Terran: Wings of Liberty, Protoss: Legacy of the Void, และ Zerg: Heart of the Swarm</p>

<p>ทั้งสามเกมจะเป็นเกมแยกกันอย่างอิสระ มีเนื้อเรื่องที่ต่างกัน และแต่ละเกมจะมี 26 ถึง 30 ด่าน รวมๆ สามภาคแล้วก็ประมาณ 80 ด่านเลยทีเดียว</p>

<p>ผมว่ามันคล้ายๆ หนังแฮะ ทำมายาวๆ แล้วแบ่งภาคขายเอา</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2332365,00.asp">PC Magazine</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย แต่ StarCraft 2 ที่หลายๆ คนรอกันมานานนั้นจะถูกแบ่งขายออกเป็นสามเกมตามสามฝ่ายคือ Terran: Wings of Liberty, Protoss: Legacy of the Void, และ Zerg: Heart of the Swarm</p>

<p>ทั้งสามเกมจะเป็นเกมแยกกันอย่างอิสระ มีเนื้อเรื่องที่ต่างกัน และแต่ละเกมจะมี 26 ถึง 30 ด่าน รวมๆ สามภาคแล้วก็ประมาณ 80 ด่านเลยทีเดียว</p>

<p>ผมว่ามันคล้ายๆ หนังแฮะ ทำมายาวๆ แล้วแบ่งภาคขายเอา</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.pcmag.com/article2/0,2817,2332365,00.asp">PC Magazine</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ศาลอังกฤษรับรองสิทธิบัตรซอฟต์แวร์สำหรับงานที่ &quot;ซับซ้อน&quot;</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9237" />
    <id>http://blognone.com/node/9237</id>
    <published>2008-10-13T11:05:38+07:00</published>
    <updated>2008-10-13T11:20:10+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Intellectual Property" />
    <category term="Patent" />
    <category term="UK" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ประเด็นสิทธิบัตรซอฟต์แวร์เป็นเรื่องที่ต่างประเทศให้ความสนใจกันมาก และมีการต่อต้านกันค่อนข้างมาก ในวันนี้เองสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาที่รองรับสิทธิบัตรซอฟต์แวร์นั้นคงมีเพียงสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป แต่ทั้งสองสำนักงานก็นับว่ามีผลเป็นอย่างมากต่อโลก</p>

<p>ที่น่าสนใจคือสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของอังกฤษนั้นปฏิเสธที่จะรับจดสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ตลอดมา ทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ต้องไปจดสิทธิบัตรกับสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตามสิทธิบัตรที่ได้รับมานั้นอาจจะถูกฟ้องในอังกฤษทำให้ไม่มีสภาพบังคับได้โดยง่าย</p>

<p>ภาวะเช่นนี้ทำให้บริษัทขนาดใหญ่หลายบริษัทไม่ชอบใจนัก และล่าสุดศาลอุธรณ์อังกฤษก็ตัดสินรับรองสิทธิบัตรให้กับโนเกีย ในเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ที่ใช้เร่งความเร็วซอฟต์แวร์ในโทรศัพท์มือถือ หลังจากสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาอังกฤษปฎิเสธการออกสิทธิบัตรให้</p>

<p>สิทธิบัตรซอฟต์แวร์เป็นความคุ้มครองที่ให้สิทธิเจ้าของมากกว่าลิขสิทธิซอฟต์แวร์อย่างมาก เช่นการทำ API ให้ใช้งานร่วมกันได้ก็อาจจะเป็นการละเมิดสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ได้แล้ว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://business.timesonline.co.uk/tol/business/law/article4907993.ece">Times Online</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ประเด็นสิทธิบัตรซอฟต์แวร์เป็นเรื่องที่ต่างประเทศให้ความสนใจกันมาก และมีการต่อต้านกันค่อนข้างมาก ในวันนี้เองสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาที่รองรับสิทธิบัตรซอฟต์แวร์นั้นคงมีเพียงสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป แต่ทั้งสองสำนักงานก็นับว่ามีผลเป็นอย่างมากต่อโลก</p>

<p>ที่น่าสนใจคือสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของอังกฤษนั้นปฏิเสธที่จะรับจดสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ตลอดมา ทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ต้องไปจดสิทธิบัตรกับสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตามสิทธิบัตรที่ได้รับมานั้นอาจจะถูกฟ้องในอังกฤษทำให้ไม่มีสภาพบังคับได้โดยง่าย</p>

<p>ภาวะเช่นนี้ทำให้บริษัทขนาดใหญ่หลายบริษัทไม่ชอบใจนัก และล่าสุดศาลอุธรณ์อังกฤษก็ตัดสินรับรองสิทธิบัตรให้กับโนเกีย ในเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ที่ใช้เร่งความเร็วซอฟต์แวร์ในโทรศัพท์มือถือ หลังจากสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาอังกฤษปฎิเสธการออกสิทธิบัตรให้</p>

<p>สิทธิบัตรซอฟต์แวร์เป็นความคุ้มครองที่ให้สิทธิเจ้าของมากกว่าลิขสิทธิซอฟต์แวร์อย่างมาก เช่นการทำ API ให้ใช้งานร่วมกันได้ก็อาจจะเป็นการละเมิดสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ได้แล้ว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://business.timesonline.co.uk/tol/business/law/article4907993.ece">Times Online</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ผู้ใช้มือถือ 3G ทั่วโลกเกิน 400 ล้านราย</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9235" />
    <id>http://blognone.com/node/9235</id>
    <published>2008-10-13T09:32:04+07:00</published>
    <updated>2008-10-13T19:31:11+07:00</updated>
    <author>
      <name>kaitok</name>
    </author>
    <category term="Wireless Broadband" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>รายงานจาก UMTS Forum ซึ่งเป็นสมาคมอุตสาหกรรมบรอดแบนด์ไร้สาย (mobile broadband) เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2551 ระบุว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้มือถือ 3G บนโครงข่าย UMTS ซึ่งใช้เทคโนโลยี WCDMA เกือบ 400 ล้านรายแล้ว</p>

<p>ขณะนี้ผู้ใช้ UMTS/WCDMA มีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 10 ของตระกูล GSM/UMTS (ประกอบด้วย GSM, EDGE, WCDMA และ HSPA) ที่มีการใช้งานทั่วโลกกว่า 3.3 พันล้านราย</p>

<p>หากนับรวมการให้บริการ 3G บนโครงข่าย CDMA2000 1xEV-DO ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้กว่า 100 ล้านรายด้วยแล้ว จะทำให้มีผู้ใช้ 3G ทั่วโลกกว่า 400 ล้านรายทีเดียว</p>

<p>ในจำนวนผู้ใช้ UMTS ทั่วโลกกว่า 300 ล้านรายนั้น หากแยกเป็นโครงข่ายของ HSPA (High Speed Packet Access) แล้วมีจำนวนมากกว่า 60 ล้านราย โดย HSPA เป็นการพัฒนาต่อยอดเพื่อมุ่งสู่การให้ บริการบรอดแบนด์ไร้สายทั่วโลกที่มีหน่วยงาน 3GPP (Third Generation Partnership Project) ให้การสนับสนุน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.umts-forum.org">UMTS Forum</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>รายงานจาก UMTS Forum ซึ่งเป็นสมาคมอุตสาหกรรมบรอดแบนด์ไร้สาย (mobile broadband) เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2551 ระบุว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้มือถือ 3G บนโครงข่าย UMTS ซึ่งใช้เทคโนโลยี WCDMA เกือบ 400 ล้านรายแล้ว</p>

<p>ขณะนี้ผู้ใช้ UMTS/WCDMA มีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 10 ของตระกูล GSM/UMTS (ประกอบด้วย GSM, EDGE, WCDMA และ HSPA) ที่มีการใช้งานทั่วโลกกว่า 3.3 พันล้านราย</p>

<p>หากนับรวมการให้บริการ 3G บนโครงข่าย CDMA2000 1xEV-DO ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้กว่า 100 ล้านรายด้วยแล้ว จะทำให้มีผู้ใช้ 3G ทั่วโลกกว่า 400 ล้านรายทีเดียว</p>

<p>ในจำนวนผู้ใช้ UMTS ทั่วโลกกว่า 300 ล้านรายนั้น หากแยกเป็นโครงข่ายของ HSPA (High Speed Packet Access) แล้วมีจำนวนมากกว่า 60 ล้านราย โดย HSPA เป็นการพัฒนาต่อยอดเพื่อมุ่งสู่การให้ บริการบรอดแบนด์ไร้สายทั่วโลกที่มีหน่วยงาน 3GPP (Third Generation Partnership Project) ให้การสนับสนุน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.umts-forum.org">UMTS Forum</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ไมโครซอฟท์เตรียมพร้อมออก patch จำนวนมากในเดือนตุลาคมนี้</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9233" />
    <id>http://blognone.com/node/9233</id>
    <published>2008-10-12T11:10:04+07:00</published>
    <updated>2008-10-12T23:30:52+07:00</updated>
    <author>
      <name>natty</name>
    </author>
    <category term="Microsoft" />
    <category term="patch" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สัปดาห์หน้าไมโครซอฟท์จะออก patch เพื่ออัพเดต security จำนวน 11 ตัว โดยในจำนวน patch ทั้งหมดดังกล่าว มี critical 4 ตัว เพื่อแก้ปัญหา Active Directory, IE, Excel และ HIS โดยเฉพาะ, patch แบบ important 6 ตัวสำหรับแก้ปัญหาวินโดวส์ใน​เวอร์ชันก่อนหน้า และอีกตัวเป็น moderate ซึ่งเป็น patch เพื่อออฟฟิศ XP Service pack 3</p>

<p>โดย patch ที่เป็น critical มีรายละเอียดดังต่อไปนี้</p>

<ul>
<li>patch เพื่อแก้ปัญหา Active Directory จะแก้เฉพาะในวินโดวส์ 2000 ​เซิร์ฟเวอร์​ </li>
<li>และเป็นครั้งแรกของไมโครซอฟท์สำหรับการออก patch ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Microsoft_Host_Integration_Server">HIS</a> โดยการอัพเดทครั้งนี้จะกระทบ HIS 2000, HIS 2004 และ HIS 2006</li>
<li>patch ของ Excel จะเป็นการแก้ไขเรื่อง file format โดยจะ patch ทั้ง edition ของวินโดวส์และแมค</li>
<li>patch ของ IE จะเป็นการแก้ข้อบกพร่องใน IE5 และ IE6  ที่ไมโครซอฟท์เล็งเห็นว่าจะเป็นปัญหาสำคัญสำหรับ IE7 </li>
</ul>

<p>และไมโครซอฟท์ยังบอกอีกว่า เดือนที่แล้วที่เป็นการอัพเดตในวันอังคารที่ผ่านมา จะเป็นการอัพเดตสุดท้ายสำหรับออฟฟิศ 2003 service pack 2 หลังจากสัปดาห์หน้าไปแล้วจะเป็นการอัพเดตสำหรับออฟฟิศ service pack 3 เท่านั้น</p>

<p>ไมโครซอฟท์จะออก patch ทั้ง 11 ตัวนี้ประมาณบ่ายโมง (Eastern Daylight Time) ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้</p>

<p><b>คำอธิบาย</b> <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Microsoft_Host_Integration_Server">HIS</a> คือ Host Integration Server เป็นเอนเตอร์ไพรส์ซอฟท์แวร์ที่ไม่โด่งดังมาก โดยมันจะต่อ Windows-based network กับ IBM เมนเฟรม และระบบ AS/400</p>

<p><b>ที่มา:</b> <a href="http://www.pcworld.com/businesscenter/article/152161/microsoft_readies_flood_of_patches.html">[PCWorld] Microsoft Readies Flood of Patches</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สัปดาห์หน้าไมโครซอฟท์จะออก patch เพื่ออัพเดต security จำนวน 11 ตัว โดยในจำนวน patch ทั้งหมดดังกล่าว มี critical 4 ตัว เพื่อแก้ปัญหา Active Directory, IE, Excel และ HIS โดยเฉพาะ, patch แบบ important 6 ตัวสำหรับแก้ปัญหาวินโดวส์ใน​เวอร์ชันก่อนหน้า และอีกตัวเป็น moderate ซึ่งเป็น patch เพื่อออฟฟิศ XP Service pack 3</p>

<p>โดย patch ที่เป็น critical มีรายละเอียดดังต่อไปนี้</p>

<ul>
<li>patch เพื่อแก้ปัญหา Active Directory จะแก้เฉพาะในวินโดวส์ 2000 ​เซิร์ฟเวอร์​ </li>
<li>และเป็นครั้งแรกของไมโครซอฟท์สำหรับการออก patch ของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Microsoft_Host_Integration_Server">HIS</a> โดยการอัพเดทครั้งนี้จะกระทบ HIS 2000, HIS 2004 และ HIS 2006</li>
<li>patch ของ Excel จะเป็นการแก้ไขเรื่อง file format โดยจะ patch ทั้ง edition ของวินโดวส์และแมค</li>
<li>patch ของ IE จะเป็นการแก้ข้อบกพร่องใน IE5 และ IE6  ที่ไมโครซอฟท์เล็งเห็นว่าจะเป็นปัญหาสำคัญสำหรับ IE7 </li>
</ul>

<p>และไมโครซอฟท์ยังบอกอีกว่า เดือนที่แล้วที่เป็นการอัพเดตในวันอังคารที่ผ่านมา จะเป็นการอัพเดตสุดท้ายสำหรับออฟฟิศ 2003 service pack 2 หลังจากสัปดาห์หน้าไปแล้วจะเป็นการอัพเดตสำหรับออฟฟิศ service pack 3 เท่านั้น</p>

<p>ไมโครซอฟท์จะออก patch ทั้ง 11 ตัวนี้ประมาณบ่ายโมง (Eastern Daylight Time) ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้</p>

<p><b>คำอธิบาย</b> <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Microsoft_Host_Integration_Server">HIS</a> คือ Host Integration Server เป็นเอนเตอร์ไพรส์ซอฟท์แวร์ที่ไม่โด่งดังมาก โดยมันจะต่อ Windows-based network กับ IBM เมนเฟรม และระบบ AS/400</p>

<p><b>ที่มา:</b> <a href="http://www.pcworld.com/businesscenter/article/152161/microsoft_readies_flood_of_patches.html">[PCWorld] Microsoft Readies Flood of Patches</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ยืนยัน! แอปเปิลเปลี่ยนมาใช้ชิปเซต NVIDIA</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9232" />
    <id>http://blognone.com/node/9232</id>
    <published>2008-10-12T10:59:52+07:00</published>
    <updated>2008-10-12T10:59:52+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="intel" />
    <category term="MacBook" />
    <category term="Nvidia" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>AppleInsider ได้ออกมายืนยันว่าแอปเปิลได้ทำการเปลี่ยนมาใช้ชิปเซตของ Nvidia อย่างแน่นอนแล้ว</p>

<p>โดยแอปเปิลได้เลือกใช้แพลตฟอร์ม MCP79 จาก Nvidia ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีลักษณะการทำงานที่คล้ายกับ Centrino 2 (Montevina) จากอินเทลมาก โดยทั้งคู่สนับสนุน Front Side Bus ความเร็ว 1066MHz, หน่วยความจำ DDR3 และ PCI Express 2.0</p>

<p>ข้อดีที่เลือกใช้ Nvidia แทนในครั้งนี้คือ:</p>

<ul><li>ขนาดที่เล็กลง คือเป็นชิปชิ้นเดียวแทนที่จะเป็นสองชิ้น</li><li>มี DriveCache ซึ่งเป็นหน่วยความจำแฟลชที่สามารถเนำมาใช้เพื่อเร่งความเร็วในการบูตเครื่องได้</li><li>สนับสนุน Hybrid SLI ที่สามารถสับเปลี่ยนการทำงานระหว่างการ์ดกราฟฟิคออนบอร์ด กับการ์ดกราฟฟิคแยกได้ ตามปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่</li></ul>

<p>ถึงแม้ว่าจะมีคุณสมบัติเหล่านี้ก็ตาม แต่จะนำมาใช้ได้จริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับแอปเปิล แต่แน่นอนที่สุด การเปลี่ยนมาใช้ชิปเซตของ Nvidia จะทำให้แอปเปิลสามารถออฟโหลดการประมวลผลให้กับ GPU ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ Snow Leopard วางขาย</p>

<p>แอปเปิลจะเปิดตัวโน้ตบุครุ่นใหม่วันอังคารที่จะถึงนี้ เวลา 10 โมงเช้าตามเวลาแปซิฟิค</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/10/11/apple-migrating-to-nvidia-chipsets-in-new-macbooks/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>AppleInsider ได้ออกมายืนยันว่าแอปเปิลได้ทำการเปลี่ยนมาใช้ชิปเซตของ Nvidia อย่างแน่นอนแล้ว</p>

<p>โดยแอปเปิลได้เลือกใช้แพลตฟอร์ม MCP79 จาก Nvidia ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีลักษณะการทำงานที่คล้ายกับ Centrino 2 (Montevina) จากอินเทลมาก โดยทั้งคู่สนับสนุน Front Side Bus ความเร็ว 1066MHz, หน่วยความจำ DDR3 และ PCI Express 2.0</p>

<p>ข้อดีที่เลือกใช้ Nvidia แทนในครั้งนี้คือ:</p>

<ul><li>ขนาดที่เล็กลง คือเป็นชิปชิ้นเดียวแทนที่จะเป็นสองชิ้น</li><li>มี DriveCache ซึ่งเป็นหน่วยความจำแฟลชที่สามารถเนำมาใช้เพื่อเร่งความเร็วในการบูตเครื่องได้</li><li>สนับสนุน Hybrid SLI ที่สามารถสับเปลี่ยนการทำงานระหว่างการ์ดกราฟฟิคออนบอร์ด กับการ์ดกราฟฟิคแยกได้ ตามปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่</li></ul>

<p>ถึงแม้ว่าจะมีคุณสมบัติเหล่านี้ก็ตาม แต่จะนำมาใช้ได้จริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับแอปเปิล แต่แน่นอนที่สุด การเปลี่ยนมาใช้ชิปเซตของ Nvidia จะทำให้แอปเปิลสามารถออฟโหลดการประมวลผลให้กับ GPU ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ Snow Leopard วางขาย</p>

<p>แอปเปิลจะเปิดตัวโน้ตบุครุ่นใหม่วันอังคารที่จะถึงนี้ เวลา 10 โมงเช้าตามเวลาแปซิฟิค</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://www.macrumors.com/2008/10/11/apple-migrating-to-nvidia-chipsets-in-new-macbooks/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ลาก่อน Jabber สำหรับ Twitter</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9231" />
    <id>http://blognone.com/node/9231</id>
    <published>2008-10-12T02:16:15+07:00</published>
    <updated>2008-10-12T09:33:37+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Internet" />
    <category term="Twitter" />
    <category term="Web 2.0" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ช่องทางใช้งาน Twitter ที่หลายๆ คนคงชอบแล้วอยากได้กันมากช่องทางหนึ่งคือผ่านทาง Jabber เช่น pidgin หรือ Google Talk เนื่องจากการตอบสนองที่เร็วมาก และใช้งานได้สะดวก แต่หลังจากที่ Twitter ล่มบ่อยๆ ก็มีการปิดบริการส่วนนี้ไปเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบ โดยทาง Twitter เคยระบุว่าจะนำบริการนี้กลับมาเมื่อมีความพร้อมมากกว่านี้</p>

<p>แต่ตอนนี้ทาง Twitter ก็มีประกาศออกมาแล้วว่าบริการผ่าน Jabber นั้นจะไม่ถือเป็นบั๊กที่ต้องแก้ไขอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น <strong>ฟีเจอร์ที่จะทำเพิ่มในอนาคต</strong> หมายความว่าฟีเจอร์นี้จะกลับมาเมื่อทาง Twitter พร้อมแล้วเท่านั้น ซึ่งคงใช้เวลาอีกนาน และลำดับความสำคัญจะลดลงไป</p>

<p>ที่มา - <a href="http://status.twitter.com/post/53978711/im-not-coming-soon">Twitter</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ช่องทางใช้งาน Twitter ที่หลายๆ คนคงชอบแล้วอยากได้กันมากช่องทางหนึ่งคือผ่านทาง Jabber เช่น pidgin หรือ Google Talk เนื่องจากการตอบสนองที่เร็วมาก และใช้งานได้สะดวก แต่หลังจากที่ Twitter ล่มบ่อยๆ ก็มีการปิดบริการส่วนนี้ไปเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบ โดยทาง Twitter เคยระบุว่าจะนำบริการนี้กลับมาเมื่อมีความพร้อมมากกว่านี้</p>

<p>แต่ตอนนี้ทาง Twitter ก็มีประกาศออกมาแล้วว่าบริการผ่าน Jabber นั้นจะไม่ถือเป็นบั๊กที่ต้องแก้ไขอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น <strong>ฟีเจอร์ที่จะทำเพิ่มในอนาคต</strong> หมายความว่าฟีเจอร์นี้จะกลับมาเมื่อทาง Twitter พร้อมแล้วเท่านั้น ซึ่งคงใช้เวลาอีกนาน และลำดับความสำคัญจะลดลงไป</p>

<p>ที่มา - <a href="http://status.twitter.com/post/53978711/im-not-coming-soon">Twitter</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ข่าวลือ: Apple กำลังซุ่มทำโทรทัศน์ LCD</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9230" />
    <id>http://blognone.com/node/9230</id>
    <published>2008-10-11T21:54:40+07:00</published>
    <updated>2008-10-11T22:02:27+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="LCD" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้เปิดเผยว่า Apple กำลังซุ่มทำโทรทัศน์ LCD อยู่ โดยโทรทัศน์ดังกล่าวน่าจะมีคุณสมบัติคล้าย Apple TV คือมี Wireless N ที่สามารถส่งข้อมูลหนังและเพลงจากโปรแกรม iTunes ที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นได้, สามารถเช่าหนังผ่านรีโมตได้และสนับสนุนความละเอียดระดับ HD</p>

<p>ปกติแล้ว Apple ว่าจ้าง LG-Philips ในการผลิตจอ LCD ยี่ห้อตัวเองอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จึงน่าจะใช้ผู้ผลิตเดียวกัน</p>

<p>ที่มา: <a href="http://reviews.cnet.co.uk/natelanxon/0,139102300,49299275,00.htm">Nate Lanxon (CNet UK&#8217;s Editor) Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้เปิดเผยว่า Apple กำลังซุ่มทำโทรทัศน์ LCD อยู่ โดยโทรทัศน์ดังกล่าวน่าจะมีคุณสมบัติคล้าย Apple TV คือมี Wireless N ที่สามารถส่งข้อมูลหนังและเพลงจากโปรแกรม iTunes ที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นได้, สามารถเช่าหนังผ่านรีโมตได้และสนับสนุนความละเอียดระดับ HD</p>

<p>ปกติแล้ว Apple ว่าจ้าง LG-Philips ในการผลิตจอ LCD ยี่ห้อตัวเองอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จึงน่าจะใช้ผู้ผลิตเดียวกัน</p>

<p>ที่มา: <a href="http://reviews.cnet.co.uk/natelanxon/0,139102300,49299275,00.htm">Nate Lanxon (CNet UK&#8217;s Editor) Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>เศรษฐกิจอเมริกาตกต่ำ เป็นผลดีต่อโอเพนซอร์ส</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9228" />
    <id>http://blognone.com/node/9228</id>
    <published>2008-10-11T17:20:18+07:00</published>
    <updated>2008-10-11T17:31:20+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="IT Industry" />
    <category term="Open Source" />
    <category term="USA" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Nat Torkington คอลัมนิสต์ของค่าย O&#8217;Reilly เขียนบทวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่เริ่มตกต่ำในช่วงนี้และจะดำเนินต่อไปอีก 3-5 ปี จะเป็นผลดีต่อวงการโอเพนซอร์ส</p>

<p>เนื่องจากบริษัทโดยทั่วไปมีงบประมาณด้านไอทีลดลง จึงต้องหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สกันมากขึ้น รวมถึง cloud computing ที่ช่วยให้บริษัทไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสร้างสาธารณูปโภคด้านไอทีครั้งละมากๆ</p>

<p>Torkington ให้ตัวอย่างว่าฟองสบู่ด็อตคอมในช่วงปี 2000-2001 เป็นตัวบีบให้บริษัทหลายแห่งต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอด ซึ่งผลของมันก็คือบริการอย่าง Flickr หรือ Delicious ซึ่งหลังจากระยะนั้น วงการเว็บก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ออกตามมามากนัก เขาจึงมองว่าวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้จะบีบให้เกิดนวัตกรรมขึ้นมาอีกครั้ง</p>

<p>Matt Asay นักเขียนของ <a href="http://news.cnet.com/8301-13505_3-10063147-16.html">CNET</a> เสริมประเด็นนี้โดยยกตัวอย่างว่าสมาคม SME ของสหรัฐ เลือกใช้ Alfresco/MySQL สำหรับเว็บไซต์ Business.gov แทนระบบเดิมที่ใช้ซอฟต์แวร์ของ BEA และลดค่าใช้จ่ายได้ถึงครึ่งหนึ่ง</p>

<p>ที่มา - <a href="http://radar.oreilly.com/2008/10/effect-of-the-depression-on-te.html">O&#8217;Reilly Radar</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Nat Torkington คอลัมนิสต์ของค่าย O&#8217;Reilly เขียนบทวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่เริ่มตกต่ำในช่วงนี้และจะดำเนินต่อไปอีก 3-5 ปี จะเป็นผลดีต่อวงการโอเพนซอร์ส</p>

<p>เนื่องจากบริษัทโดยทั่วไปมีงบประมาณด้านไอทีลดลง จึงต้องหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สกันมากขึ้น รวมถึง cloud computing ที่ช่วยให้บริษัทไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสร้างสาธารณูปโภคด้านไอทีครั้งละมากๆ</p>

<p>Torkington ให้ตัวอย่างว่าฟองสบู่ด็อตคอมในช่วงปี 2000-2001 เป็นตัวบีบให้บริษัทหลายแห่งต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอด ซึ่งผลของมันก็คือบริการอย่าง Flickr หรือ Delicious ซึ่งหลังจากระยะนั้น วงการเว็บก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ออกตามมามากนัก เขาจึงมองว่าวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้จะบีบให้เกิดนวัตกรรมขึ้นมาอีกครั้ง</p>

<p>Matt Asay นักเขียนของ <a href="http://news.cnet.com/8301-13505_3-10063147-16.html">CNET</a> เสริมประเด็นนี้โดยยกตัวอย่างว่าสมาคม SME ของสหรัฐ เลือกใช้ Alfresco/MySQL สำหรับเว็บไซต์ Business.gov แทนระบบเดิมที่ใช้ซอฟต์แวร์ของ BEA และลดค่าใช้จ่ายได้ถึงครึ่งหนึ่ง</p>

<p>ที่มา - <a href="http://radar.oreilly.com/2008/10/effect-of-the-depression-on-te.html">O&#8217;Reilly Radar</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Yahoo! ออก Web Analytics แข่งกูเกิล</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9227" />
    <id>http://blognone.com/node/9227</id>
    <published>2008-10-11T16:28:18+07:00</published>
    <updated>2008-10-11T16:38:38+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Internet" />
    <category term="Web 2.0" />
    <category term="Yahoo!" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Yahoo! ออกบริการ <a href="http://web.analytics.yahoo.com">Yahoo! Web Analytics</a> สำหรับเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถิติของเว็บไซต์ แบบเดียวกับ Google Analytics</p>

<p>บริการนี้เป็นผลมาจากการซื้อบริษัท IndexTools เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา (เช่นเดียวกับ Google Analytics มาจากบริษัท Urchin เดิม) จุดขายสำคัญของ Yahoo! Web Analytics คือความเร็วในการอัพเดตข้อมูลแบบ &#8220;เกือบเรียลไทม์&#8221; ซึ่งดีกว่ารอบ 8-12 ชม. ของ Google Analytics อีกอย่างคือให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลดิบทั้งหมดผ่านทาง API ด้วย เมื่อเทียบกับของกูเกิลที่แสดงเฉพาะข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ Yahoo! Web Analytics สามารถเขียนโปรแกรมวิเคราะห์สถิติเพิ่มเติมเองได้</p>

<p>ตอนนี้ยังอยู่ในช่วง private beta คงรอกันอีกไม่นาน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/news.ars/post/20081009-yahoo-web-analytics-to-finally-give-google-some-competition.html">Ars Technica</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Yahoo! ออกบริการ <a href="http://web.analytics.yahoo.com">Yahoo! Web Analytics</a> สำหรับเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สถิติของเว็บไซต์ แบบเดียวกับ Google Analytics</p>

<p>บริการนี้เป็นผลมาจากการซื้อบริษัท IndexTools เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา (เช่นเดียวกับ Google Analytics มาจากบริษัท Urchin เดิม) จุดขายสำคัญของ Yahoo! Web Analytics คือความเร็วในการอัพเดตข้อมูลแบบ &#8220;เกือบเรียลไทม์&#8221; ซึ่งดีกว่ารอบ 8-12 ชม. ของ Google Analytics อีกอย่างคือให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลดิบทั้งหมดผ่านทาง API ด้วย เมื่อเทียบกับของกูเกิลที่แสดงเฉพาะข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ Yahoo! Web Analytics สามารถเขียนโปรแกรมวิเคราะห์สถิติเพิ่มเติมเองได้</p>

<p>ตอนนี้ยังอยู่ในช่วง private beta คงรอกันอีกไม่นาน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/news.ars/post/20081009-yahoo-web-analytics-to-finally-give-google-some-competition.html">Ars Technica</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Nano-ITX จากฝั่ง Atom เริ่มเปิดตัว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9223" />
    <id>http://blognone.com/node/9223</id>
    <published>2008-10-11T11:49:52+07:00</published>
    <updated>2008-10-11T12:04:19+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Atom" />
    <category term="Embedded" />
    <category term="intel" />
    <category term="Menlow" />
    <category term="Nano-ITX" />
    <category term="Portwell" />
    <category term="Poulsbo" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>แม้ว่าซีพียู Atom จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงหลัง แต่ด้วยการเปิดตัวเมนบอร์ดเฉพาะ Mini-ITX ที่ขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับโลกคอมพิวเตอร์ฝังตัว (Embedded) และการกินไฟ 27 วัตต์อาจจะไม่น้อยพอ</p>

<p>ช่องว่างนี้เป็นตลาดให้ VIA ยังคงครองในส่วนของ Nano-ITX ได้ตลอดมา แต่ล่าสุดบริษัท PortWell ก็เปิดตัวบอร์ด NANO-8044 ที่มีขนาดเล็กและกินไฟน้อยกว่า</p>

<p>ตัวซีพียูนั้นเป็นตัวเดียวกับที่เราได้เห็นกันใน Netbook และเมนบอร์ด Mini-ITX ทั่วไป แต่ NANO-8044 นั้นใช้แพลตฟอร์ม Menlow (Atom + ชิปเซ็ต Poulsbo) ที่เน้นขนาดและการประหยัดไฟเป็นหลัก ส่วนชิปเซ็ตที่เราเห็นๆ กันทุกวันนี้มักเป็น Diamondville ที่มีขนาดใหญ่กว่า และออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนในการผลิตเป็นหลักก่อนการประหยัดพลังงาน</p>

<p>Poulsbo นับเป็นชิปเซ็ตที่ประหยัดพลังงานที่สุดสำหรับ x86 ในตอนนี้ โดยออกแบบไว้สำหรับ MID เป็นหลัก ส่วนปีหน้าเราน่าจะได้เห็น Moorestown ที่อินเทลระบุว่าจะใช้พลังงานระหว่างช่วงเวลาไม่ได้ทำงาน (ซึ่งเป็นเวลาส่วนใหญ่ของคอมพิวเตอร์) ลดลงถึงสิบเท่าตัว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.portwell.com/products/detail.asp?CUSTCHAR1=NANO-8044#order">Portwell</a>, <a href="http://blogs.intel.com/technology/2008/04/deciphering_intel_codewords_fo.php">Intel Technology Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>แม้ว่าซีพียู Atom จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในช่วงหลัง แต่ด้วยการเปิดตัวเมนบอร์ดเฉพาะ Mini-ITX ที่ขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับโลกคอมพิวเตอร์ฝังตัว (Embedded) และการกินไฟ 27 วัตต์อาจจะไม่น้อยพอ</p>

<p>ช่องว่างนี้เป็นตลาดให้ VIA ยังคงครองในส่วนของ Nano-ITX ได้ตลอดมา แต่ล่าสุดบริษัท PortWell ก็เปิดตัวบอร์ด NANO-8044 ที่มีขนาดเล็กและกินไฟน้อยกว่า</p>

<p>ตัวซีพียูนั้นเป็นตัวเดียวกับที่เราได้เห็นกันใน Netbook และเมนบอร์ด Mini-ITX ทั่วไป แต่ NANO-8044 นั้นใช้แพลตฟอร์ม Menlow (Atom + ชิปเซ็ต Poulsbo) ที่เน้นขนาดและการประหยัดไฟเป็นหลัก ส่วนชิปเซ็ตที่เราเห็นๆ กันทุกวันนี้มักเป็น Diamondville ที่มีขนาดใหญ่กว่า และออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนในการผลิตเป็นหลักก่อนการประหยัดพลังงาน</p>

<p>Poulsbo นับเป็นชิปเซ็ตที่ประหยัดพลังงานที่สุดสำหรับ x86 ในตอนนี้ โดยออกแบบไว้สำหรับ MID เป็นหลัก ส่วนปีหน้าเราน่าจะได้เห็น Moorestown ที่อินเทลระบุว่าจะใช้พลังงานระหว่างช่วงเวลาไม่ได้ทำงาน (ซึ่งเป็นเวลาส่วนใหญ่ของคอมพิวเตอร์) ลดลงถึงสิบเท่าตัว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.portwell.com/products/detail.asp?CUSTCHAR1=NANO-8044#order">Portwell</a>, <a href="http://blogs.intel.com/technology/2008/04/deciphering_intel_codewords_fo.php">Intel Technology Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Peter Molyneux อยากทำ Syndicate และ Populous อีกครั้ง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9222" />
    <id>http://blognone.com/node/9222</id>
    <published>2008-10-11T06:18:31+07:00</published>
    <updated>2008-10-11T06:28:29+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Games" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Peter_Molyneux">Peter Molyneux</a> ผู้สร้างเกมในตำนานอย่าง Populous, Magic Carpet, Syndicate, Dungeon Keeper (สมัย Bullfrog) รวมถึงเกมใหม่ๆ อย่าง Black &amp; White (สมัย Lionhead) ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร VideoGamer ว่าเขายังอยากกลับมาทำภาคต่อของ Syndicate กับ Populous อีกครั้ง</p>

<blockquote>
  <p>&#8220;I think it would probably be Syndicate or Populous again&#8221;</p>
</blockquote>

<p>อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ความเป็นเจ้าของผลงานเกมทั้งหมดของ Bullfrog นั้นเป็นของ EA ที่เข้าซื้อกิจการ Bullfrog ในปี 1995 ส่วน Molyneux นั้นลาออกจาก EA มาตั้ง Lionhead Studio ในปี 1997 และ Lionheads เพิ่งถูกไมโครซอฟท์ซื้อไปในปี 2006 ดังนั้นการที่เราจะเห็น Molyneux กลับมาทำภาคต่อคงยากอยู่เหมือนกัน ถ้าอยากเล่นคงต้องเขียนจดหมายไปบอก EA กันเยอะๆ ละมั้ง</p>

<p>ตามธรรมเนียมของข่าวย้อนยุค ใครเคย(แก่ทัน)เล่นเกมที่ว่าข้างต้น รบกวนลงนาม</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.videogamer.com/news/09-10-2008-9605.html">VideoGamer</a>, <a href="http://arstechnica.com/journals/thumbs.ars/2008/10/10/molyneux-id-like-to-do-another-syndicate-or-populous-game">Ars Technica</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Peter_Molyneux">Peter Molyneux</a> ผู้สร้างเกมในตำนานอย่าง Populous, Magic Carpet, Syndicate, Dungeon Keeper (สมัย Bullfrog) รวมถึงเกมใหม่ๆ อย่าง Black &amp; White (สมัย Lionhead) ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร VideoGamer ว่าเขายังอยากกลับมาทำภาคต่อของ Syndicate กับ Populous อีกครั้ง</p>

<blockquote>
  <p>&#8220;I think it would probably be Syndicate or Populous again&#8221;</p>
</blockquote>

<p>อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ความเป็นเจ้าของผลงานเกมทั้งหมดของ Bullfrog นั้นเป็นของ EA ที่เข้าซื้อกิจการ Bullfrog ในปี 1995 ส่วน Molyneux นั้นลาออกจาก EA มาตั้ง Lionhead Studio ในปี 1997 และ Lionheads เพิ่งถูกไมโครซอฟท์ซื้อไปในปี 2006 ดังนั้นการที่เราจะเห็น Molyneux กลับมาทำภาคต่อคงยากอยู่เหมือนกัน ถ้าอยากเล่นคงต้องเขียนจดหมายไปบอก EA กันเยอะๆ ละมั้ง</p>

<p>ตามธรรมเนียมของข่าวย้อนยุค ใครเคย(แก่ทัน)เล่นเกมที่ว่าข้างต้น รบกวนลงนาม</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.videogamer.com/news/09-10-2008-9605.html">VideoGamer</a>, <a href="http://arstechnica.com/journals/thumbs.ars/2008/10/10/molyneux-id-like-to-do-another-syndicate-or-populous-game">Ars Technica</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>มือถือ WiMAX จาก HTC?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9221" />
    <id>http://blognone.com/node/9221</id>
    <published>2008-10-11T06:08:50+07:00</published>
    <updated>2008-10-11T06:15:10+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Gadget" />
    <category term="HTC" />
    <category term="Mobile" />
    <category term="WiMax" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>มีภาพหลุดของมือถือจอสัมผัสรุ่นใหม่จาก HTC (ต่อจาก HTC Touch HD) ออกมา โดยในหน้าจอของมันบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าสนับสนุน WiMAX แล้ว (ภาพดูได้จากลิงก์ที่มา)</p>

<p>ชื่อรุ่นที่ออกมาคือ T8290 มีสเปกคร่าวๆ แค่ว่าเป็นหน้าจอสัมผัส 3.8&#8221; ความละเอียด 800x480 ใช้ Windows Mobile มาพร้อมกับการเชื่อมต่อมาตรฐาน Wi-Fi /g, GSM, Bluetooth 2.0 และมี WiMAX เพิ่มเข้ามาเป็นจุดขาย</p>

<p>ภาพหลุดชุดนี้เป็นเครื่องของประเทศรัสเซีย ซึ่งมีเครือข่าย WiMAX ชื่อ Yota เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ยังไม่มีรายงานทั้งราคาและวันเปิดตัว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://nedge2k.com/blog/exclusive-htcs-first-wimax-device/">nedge2k</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>มีภาพหลุดของมือถือจอสัมผัสรุ่นใหม่จาก HTC (ต่อจาก HTC Touch HD) ออกมา โดยในหน้าจอของมันบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าสนับสนุน WiMAX แล้ว (ภาพดูได้จากลิงก์ที่มา)</p>

<p>ชื่อรุ่นที่ออกมาคือ T8290 มีสเปกคร่าวๆ แค่ว่าเป็นหน้าจอสัมผัส 3.8&#8221; ความละเอียด 800x480 ใช้ Windows Mobile มาพร้อมกับการเชื่อมต่อมาตรฐาน Wi-Fi /g, GSM, Bluetooth 2.0 และมี WiMAX เพิ่มเข้ามาเป็นจุดขาย</p>

<p>ภาพหลุดชุดนี้เป็นเครื่องของประเทศรัสเซีย ซึ่งมีเครือข่าย WiMAX ชื่อ Yota เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ยังไม่มีรายงานทั้งราคาและวันเปิดตัว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://nedge2k.com/blog/exclusive-htcs-first-wimax-device/">nedge2k</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>แอปเปิลประกาศการ์ดจอ MacBook Pro มีปัญหาจริง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9218" />
    <id>http://blognone.com/node/9218</id>
    <published>2008-10-11T00:19:44+07:00</published>
    <updated>2008-10-11T00:19:45+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="Failure" />
    <category term="Hardware" />
    <category term="MacBook" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ก่อนที่จะออกโน้ตบุคใหม่ทั้งชุด แอปเปิลได้ทำการแก้ไขข้อมูล <a href="http://support.apple.com/kb/TS2377?locale=en_AU">Tech Note</a> ว่ากราฟฟิคการ์ดบนใน MacBook Pro บางเครื่องมีปัญหาจริง ๆ</p>

<p>จากข้อมูลนั้น เครื่องบางเครื่องจะมีปัญหา โดยจากที่แอปเปิลได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า MacBook Pro พร้อมกับชิป NVIDIA GeForce 8600M GT นั้นมีปัญหาจริง หากผู้ใช้พบว่าการ์ดจอมีปัญหา แอปเปิลจะทำการซ่อมให้ฟรีภายในสองปีหลังจากซื้อเครื่องแล้ว ไม่ว่าเครื่องจะหมดประกันแล้วก็ตาม</p>

<p>อาการที่เกิดขึ้นนั้นคือเมื่อภาพบนหน้าจอนั้นล้ม ไม่แสดงผลตามปกติ หรือไม่มีภาพบนจอภาพ LCD หรือบนจอต่อภายนอกเลยแต่อย่างใด ไม่ว่าเปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็ตาม</p>

<p>สำหรับ MacBook Pro ที่เข้าข่ายนั้นคือทุกรุ่นที่มีการ์ดตัวนี้อยู่ โดยโน้ตบุคชุดนี้ถูกผลิตช่วงเดือนพฤษภาคมเมื่อปีที่แล้ว ถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง</p>

<p>ผู้ใช้คนไหนมีอาการนี้ หรือได้จ่ายค่าซ่อมอาการนี้ไปแล้ว อย่าลืมกลับไปหาตัวแทนจำหน่าย แล้วเรียกเงินคืนได้เลย</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://support.apple.com/kb/TS2377?locale=en_AU">Apple Support</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ก่อนที่จะออกโน้ตบุคใหม่ทั้งชุด แอปเปิลได้ทำการแก้ไขข้อมูล <a href="http://support.apple.com/kb/TS2377?locale=en_AU">Tech Note</a> ว่ากราฟฟิคการ์ดบนใน MacBook Pro บางเครื่องมีปัญหาจริง ๆ</p>

<p>จากข้อมูลนั้น เครื่องบางเครื่องจะมีปัญหา โดยจากที่แอปเปิลได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า MacBook Pro พร้อมกับชิป NVIDIA GeForce 8600M GT นั้นมีปัญหาจริง หากผู้ใช้พบว่าการ์ดจอมีปัญหา แอปเปิลจะทำการซ่อมให้ฟรีภายในสองปีหลังจากซื้อเครื่องแล้ว ไม่ว่าเครื่องจะหมดประกันแล้วก็ตาม</p>

<p>อาการที่เกิดขึ้นนั้นคือเมื่อภาพบนหน้าจอนั้นล้ม ไม่แสดงผลตามปกติ หรือไม่มีภาพบนจอภาพ LCD หรือบนจอต่อภายนอกเลยแต่อย่างใด ไม่ว่าเปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็ตาม</p>

<p>สำหรับ MacBook Pro ที่เข้าข่ายนั้นคือทุกรุ่นที่มีการ์ดตัวนี้อยู่ โดยโน้ตบุคชุดนี้ถูกผลิตช่วงเดือนพฤษภาคมเมื่อปีที่แล้ว ถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง</p>

<p>ผู้ใช้คนไหนมีอาการนี้ หรือได้จ่ายค่าซ่อมอาการนี้ไปแล้ว อย่าลืมกลับไปหาตัวแทนจำหน่าย แล้วเรียกเงินคืนได้เลย</p>

<p><strong>ที่มา</strong> - <a href="http://support.apple.com/kb/TS2377?locale=en_AU">Apple Support</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Jon Hicks เริ่มงานกับ Opera</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://blognone.com/node/9219" />
    <id>http://blognone.com/node/9219</id>
    <published>2008-10-11T00:19:44+07:00</published>
    <updated>2008-10-11T00:29:01+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Browser" />
    <category term="Opera" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p><a href="http://www.hicksdesign.co.uk/about/jon/">Jon Hicks</a> ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือโลโก้ของ Firefox กับ Thunderbird ได้ประกาศบนบล็อกของตัวเองว่า เขาได้เริ่มงานในตำแหน่ง Senior Designer กับ Opera แล้ว โดยหน้าที่หลักคือ Opera desktop, Widgets และ Mobile/Mini</p>

<p>Hicks นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ของเว็บเบราว์เซอร์ โดยเฉพาะบนแมค ผลงานที่ผ่านมานอกจากโลโก้ของ Firefox/Thunderbird แล้ว เขายังอยู่ในทีม<a href="http://wiki.caminobrowser.org/Development:Project_Structure">กราฟิกของ Camino</a> เป็นคนทำเว็บไซต์ <a href="http://pimpmysafari.com/">Pimp My Safari</a> กับ <a href="http://pimpmycamino.com/">Pimp My Camino</a> และทำธีมแบบแมคให้กับ <a href="http://hicksdesign.co.uk/tag/googlereader/">Google Reader</a> สำหรับ Opera นั้นเขาเคยวิจารณ์ว่าเวอร์ชันแมคยังไม่ดีพอ (<a href="http://www.flickr.com/photos/hicksdesign/sets/72157602400403088/">คำวิจารณ์พร้อมภาพ</a>) ดังนั้นเราคงคาดกันได้ว่า Hicks จะลงมาปรับปรุงหน้าตาของ Opera เวอร์ชันแมคขนานใหญ่แน่นอน</p>

<p>ผมเห็นแถวนี้มีคนใช้ Opera กันก็เยอะ ไม่สนใจทำชุมชนผู้ใช้ Opera กันบ้างรึครับ?</p>

<p>ที่มา - <a href="http://hicksdesign.co.uk/journal/and-now-opera">Hicks Blog</a>, <a href="http://arstechnica.com/journals/apple.ars/2008/10/09/opera-to-finally-get-some-design-love-from-the-mac-side">Ars Technica</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p><a href="http://www.hicksdesign.co.uk/about/jon/">Jon Hicks</a> ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือโลโก้ของ Firefox กับ Thunderbird ได้ประกาศบนบล็อกของตัวเองว่า เขาได้เริ่มงานในตำแหน่ง Senior Designer กับ Opera แล้ว โดยหน้าที่หลักคือ Opera desktop, Widgets และ Mobile/Mini</p>

<p>Hicks นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ของเว็บเบราว์เซอร์ โดยเฉพาะบนแมค ผลงานที่ผ่านมานอกจากโลโก้ของ Firefox/Thunderbird แล้ว เขายังอยู่ในทีม<a href="http://wiki.caminobrowser.org/Development:Project_Structure">กราฟิกของ Camino</a> เป็นคนทำเว็บไซต์ <a href="http://pimpmysafari.com/">Pimp My Safari</a> กับ <a href="http://pimpmycamino.com/">Pimp My Camino</a> และทำธีมแบบแมคให้กับ <a href="http://hicksdesign.co.uk/tag/googlereader/">Google Reader</a> สำหรับ Opera นั้นเขาเคยวิจารณ์ว่าเวอร์ชันแมคยังไม่ดีพอ (<a href="http://www.flickr.com/photos/hicksdesign/sets/72157602400403088/">คำวิจารณ์พร้อมภาพ</a>) ดังนั้นเราคงคาดกันได้ว่า Hicks จะลงมาปรับปรุงหน้าตาของ Opera เวอร์ชันแมคขนานใหญ่แน่นอน</p>

<p>ผมเห็นแถวนี้มีคนใช้ Opera กันก็เยอะ ไม่สนใจทำชุมชนผู้ใช้ Opera กันบ้างรึครับ?</p>

<p>ที่มา - <a href="http://hicksdesign.co.uk/journal/and-now-opera">Hicks Blog</a>, <a href="http://arstechnica.com/journals/apple.ars/2008/10/09/opera-to-finally-get-some-design-love-from-the-mac-side">Ars Technica</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
