ร่วมทดสอบ patch ตัดคำไทย Firefox 3 บน Mac OS X

tags:

หลังจากคุณเทพพิทักษ์ ได้ทำการแก้ไขการตัดคำภาษาไทยใน Firefox ด้วยระบบพื้นฐานบนระบบปฏิบัติการ ไปแล้ว (Pango บนลินุกซ์)(ข่าวเก่า) ก็ได้มีการรวมกันเฉพาะกิจของกลุ่มนักพัฒนาชาวไทย ในการที่จะแก้ไข patch ของคุณเทพพิทักษ์มาใช้กับ Mac OS X และวินโดวส์ด้วยแนวทางที่คุณทพฯ ได้แนะนำไว้

ตอนนี้ patch บน Mac OS X ได้ออกมาในระดับ Developer Preview Alpha 1 (ชื่อเรียกเท่ไหม? :P) ด้วยพลังของคุณวีร์ และผมได้ทดสอบแล้ว ใช้ได้ดี เลยอยากให้ Alpha Geek ทั้งหลายที่อยากลองของใหม่และใช้ Mac OS X มาช่วยการทดสอบ โดยผมได้ทำการ build เป็น Universal Binary ไว้แล้ว ไปดาวโหลด Nightly Build กันได้

อนึ่ง ตัว Firefox ตัวนี้ผม checkout มาจาก cvs trunk เพราะฉนั้น จะไม่เสถียรอย่างมากในการใช้งานจริง ดังนั้นไม่แนะนำให้ใช้งานในงานที่ต้องการความสำคัญสูงครับ และความเสียหายใดๆ อันเกิดจากโปรแกรมนี้ ทางกลุ่มผู้พัฒนา ไม่รับผิดชอบนะจ๊ะ แต่ถ้ามีปัญหาใดๆ เกี่ยวกับ patch ก็มาแปะไว้ใน comment ได้ครับ

คาดว่า Mac OS X น่าจะตัดคำไทยด้วยระบบพื้นฐานบนระบบปฏิบัติการได้เป็นอันดับที่สอง และวินโดวส์น่าจะมาอันดับสาม แฟนๆ วินโดวส์ ถ้ายอมไม่ได้ก็มาร่วมด้วยช่วยกันเร็ว

ที่มา - Firefox Thai Wikia

mk's picture

เวอร์ชันลินุกซ์สามารถดาวน์โหลดได้จาก Nightly Build ของ Mozilla.org โดยตรง (เลือกเวอร์ชันเป็น trunk)

สำหรับเวอร์ชันวินโดวส์ยังไม่มีใครทำ ขอเชิญชวนเซียน C++ ทุกท่านที่สนใจเลยครับ

ezy's picture

เอามาลงปุ๊บก็ตูมใส่หน้าเลย ยังไม่ทันเปิดเว็บอะไรนอกจากหน้าแรกของ Mozilla เลย (ฮา)

pittaya's picture

ถ้าไม่อยากให้ profile เก่ามันเละ ตอนรันใช้พารามิเตอร์ -ProfileManager ด้วย เช่น

/Applications/Minefield.app/Contents/MacOS/firefox -ProfileManager

----------
Don't think, Just read

PaePae's picture

สนใจของวินโดวส์นะ ปัญหาคือ ตามอ่านแล้วยังมึน ๆ อยู่ -_-"
———————
คิดๆ ขีดๆ เขียนๆ

keng's picture

มามะ

(ถือว่าเป็น spam comment ไหม?)

mk's picture

บนวินโดวส์ ขั้นตอนน่าจะมีคร่าวๆ ดังนี้
1. ลอง build Firefox บนวินโดวส์แบบเปล่าๆ ด้วย VC
2. อ่าน patch เวอร์ชัน linux/mac ให้เข้าใจ
3. อ่านเอกสารของ Uniscribe
4. ปรับ patch เดิมให้ใช้ Uniscribeแล้วลอง build ทดสอบ

รายชื่อผู้ให้สอบถามดูใน Wiki หรือถามไว้แถวนี้ก็มีคนตอบ

mk's picture

ลืมไปว่าต้องมีขั้น 0. ดึงโค้ดจาก CVS มาไว้บนวินโดวส์ด้วย

ใช้พวก TortoiseCVS ก็ไม่น่าจะมีอะไรพลิกแพลงนะครับ

wiennat's picture

ไอ้ยากนี่ไม่เท่าไหร่หรอก หนักใจว่าไอ้ขั้นที่ 1 นี่มันแสนกินเวลา

lew's picture

เคยพยายามอยู่ทีนึง

หมดแรงไปก่อน
------
LewCPE

PaePae's picture

ขอบคุณครับ เดี๋ยวจะลองดู
...หนักใจเวลาที่ใช้ในการ build อยู่เหมือนกัน ^^"
———————
คิดๆ ขีดๆ เขียนๆ

keng's picture

patch รู้สึกว่า veer จะมี patch ในจินตนาการที่ยังไม่ได้ทดสอบอยู่ ลองดูได้ครับ

wiennat's picture

ผมกำลังวางแผนว่าจะลอง แต่แผนอาจจะล่มเพราะผม patch ไม่เป็น - -"

mk's picture

patch จริงๆ คือ diff ครับ เทียบระหว่างเวอร์ชันต้นฉบับ (จาก source tree) กับเวอร์ชันที่แก้แล้ว เพื่อความสะดวกในการเพิ่มการแก้ไขเข้าไปในระบบ เค้าเลยใช้ diff แทนการอัพไฟล์ไปทับ คิดง่ายๆ ว่า patch คือการกลับขั้นตอนของ diff ก็ได้

การสร้าง patch ก็ใช้ diff ตามปกติ แค่เซฟนามสกุลเป็น .patch เท่านั้นเอง เช่น

diff file1.c file2.c > p1.patch

เวลาเอาไปใช้ บน *nix จะใช้โปรแกรมชื่อ patch ผมคิดว่าบนวินโดวส์คงต้องลง Cygwin

patch [-option] p1.patch

ปกติจะใช้ -p1 เป็น option และต้องเอาไฟล์ไปไว้ตรงชั้น directory เดียวกับคนทำ patch (ซึ่งก็ดูได้จาก patch ว่าอะไรเป็น parent directory)

ตอนแรกก็ไม่ต้องคิดมากเรื่อง patch ก็อปไฟล์ไปทับแล้วแก้ให้เวิร์คไปก่อนก็ได้

Site Search

 
Web blognone.com

Poll