เมอร์เซเดส-เบนซ์เตรียมเลิกใช้น้ำมันภายใน 7 ปี
เมอร์เซเดส-เบนซ์ประกาศไม่พึ่งพิงน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงภายในปี 2015 โดยให้เหตุผลสามข้อ คือ ต้นทุน, สิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยงจากภาวะน้ำมันหมดโลกในอนาคต
เมอร์เซเดส-เบนซ์ลงทุนไปแล้วกว่า 2 ล้านปอนด์ในแผนระยะยาวชื่อ Sustainable Mobility และเตรียมจ่ายอีก 7 พันล้านปอนด์ระหว่างช่วงนี้ถึงปี 2014 โดยจะวิจัยเพิ่มความสะอาดของเครื่องยนต์ การเพิ่มอัตราส่วนของเครื่องไฮบริด รวมถึงพลังงานอื่นๆ อย่างเช่นไฮโดรเจนด้วย
รถรุ่น A-Class และ B-Class ที่เตรียมขายเดือนตุลาคมนี้จะมีเทคโนโลยี Start/Stop ซึ่งเมื่อรถจอดติดไฟแดงจะหยุดเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ และติดเครื่องใหม่ให้อีกรอบ เมื่อคนขับปล่อยเท้าออกจากเบรกตอนไฟเขียว ส่วน Blue Efficiency A-Class 160 และ C-Class ที่ออกปลายปีจะประหยัดน้ำมันขึ้น 12%
แต่ก้าวสำคัญของเบนซ์คือ Smart Electronics Car ซึ่งไม่ใช้น้ำมันเลย จะวางขายในปี 2010 ปัจจุบันมีทดลองวิ่งในลอนดอนแล้ว 100 คัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ Diesotto ที่ประหยัดพลังงานลงฮวบฮาบ และรถต้นแบบ F600 Hygenius ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าและไฮโดรเจนผสมกัน รออยู่ในสายการผลิต ในลิงก์ที่มาคนเขียนได้ไปลองขับมาแล้ว ถ้าใครสนใจรายละเอียดก็ตามไปอ่านต่อได้
หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์คาดว่าในปี 2015 ผู้ขับขี่รถยนต์ในเขตเมืองส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาใช้รถพลังงานทางเลือกอื่นๆ กันแล้ว
ที่มา - The Sun
ข่าวย้อนหลังที่เกี่ยวข้อง
- มลรัฐออริกอนสร้างทางหลวงพลังงานแสงอาทิตย์
- ฟูจิสึเตรียมวางตลาดจอภาพรุ่นใหม่ "ไม่ต้องถอดปลั๊ก"
- มหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์เสนอ "ว่าว" เป็นแหล่งพลังงานใหม่
- ซันโยเปิดโรงงานโซลาร์เซลล์ใหม่, เพิ่มกำลังผลิตสูงสุดเป็น 4 กิกะวัตต์ต่อปีในปี 2020
- ซันโยประกาศความสำเร็จ: โซลาร์ประสิทธิภาพ 22.3%
- ราคาน้ำมันกำลังถึงจุดสูงสุด?





ผมคิดไว้นานแล้วครับน่าจะมีรถที่ start/stop เครื่องได้ง่าย ๆ เอาไว้ใช้เวลาติดไฟแดงนี่ประหยัดดีมากเลย
เลียนแบบคนขับรถตุ๊ก-ตุ๊กนี่น่า :P
ไม่ตายไม่เลิก
เสียของเรย 55+
อยากรู้ข่าวที่ เค้าบอกว่า สามารถผลิตรถที่วิ่งได้ด้วยน้ำเปล่า อ่ะครับ ใครพอทราบรายละเอียดบ้างครับ อยากรู้มากๆ เพื่อนมาเล่าให้ฟังสองคน แต่ว่าหาข่าวแล้วก็หาไม่เจอครับ
นอกจากเรื่องแหกตาที่มีมาเป็นร้อยปีแล้ว ส่วนมากมักเป็นรถไฮโดรเจนครับ รถไฮโดรเจนนั้นไม่ได้รับพลังงานจากน้ำแต่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากภายนอกมาแยกน้ำเป็นไฮโดรเจรและออกซิเจน แล้วค่อยเอาไปรวมกันทีหลังจนได้พลังงานออกมา (สร้างคาย-สลายดูดอ่ะครับ) แนวทางนี้ข้อดีคือไม่มีของเสียออกจากตัวรถ ข้อดีกว่ารถไฟฟ้าทั่วไปคือ ไฮโดรเจนและออกซิเจนนั้น “น่าจะ” เก็บง่ายกว่าไฟฟ้า แนวคิดแบบนี้จะไปคล้ายๆ กับรถพลังงานลมที่อาศัยอากาศอัด
เทคโนโลยีของญี่ปุ่นที่ชื่อ Greenpax น่าจะใกล้เคียงกับคำว่ารถพลังงานน้ำที่สุด แต่คาดกันว่าจริงๆ แล้วมันใช้แผ่น Metal Hydride ซึ่งสุดท้ายก็ใช้พลังงานในการผลิต และต้องเติมแผ่นที่ว่านี้อยู่เรื่อยๆ
สุดท้ายแล้วไม่ว่าอย่างไรเราก็ยังต้องการแหล่งพลังงานภายนอกอยู่ดีนั่นล่ะครับ
ที่มา - Wikipedia
LewCPE
ไฮโดรเจนมีแบบใช้ gas ทำได้ด้วย (ไม่ได้เอา gas ไปทำไฟฟ้าแล้วมาแยกนะ) :-P … ไม่รู้ว่าตอนนี้ใช้ไฟฟ้าหรือใช้ gas ถูกกว่า.
ต่อไปคงต้องหาบ้านแบบมีลำธาร อยู่เชิงเขา จะได้เอาน้ำมาปั่นไฟ -_-!
รู้สึกน้ำปล่าวนี่ เห็นว่าแยก H(ไฮโดเจน) ออกจาก H2O(น้ำ)ปะ ที่ออกจากท่อก็จะเป็น ออคซิเจน ไม่รู้นะครับ งงเหมือนกันไม่ได้เรียนวิทย์ แหะๆ
notz-dev :: RIA Develop & Design
รถไฟฟ้า มันมีปัญหาอยู่ที่แบตตารี่น่ะสิครับ รถคันนึงใช้เป็นสิบลูก ลูกนึงก็ไม่ใช่ถูกๆ อายุการใช้งาน 3-4 ปี เปลี่ยนทีเป็นแสนบาท (เอาเงินแสนบาทเติมแก๊สวิ่งได้ 4-5 ปี เลย สำหรับผม) แต่ไม่รู้ว่าแก้ไขปัญหาเรื่องแบตตารี่กันได้แล้วหรือยัง
อาจจะเป็น fuel-cell แทน?
เพื่อนผมมันทำวิจัยเรื่องนี้อยู่ มันบอกเสียวๆ ไฟลุกท่วมอยู่ทุกวัน (ไม่รู้พูดจริงหรือล้อเล่น)
แต่ผมว่าถ้าเก็บดีๆ มันก็ไม่น่ามีปัญหานะ คงเสียวน้อยกว่าแบต Li-On
LewCPE
ดีครับ เลิกใช้น้ำมันสักทีเหอะ ให้พวกที่มันปั่นราคาเจ๊งไปเลย
ต้องใช้เตา ปฏิกรณ์อาร์ค แบบ มนุษย์เตารีด
เตาตรีเอกานุภาพ
ทีกันดั้ม ยังใช้ ถ่านก้อนเดียวเอง