วุฒิสภาสหรัฐฯ ส่งจดหมายขอคำชี้แจงที่ค่าส่ง SMS แพง

tags:

วุฒิสมาชิก Herb Kohl ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการว่าด้วยการค้าผูกขาดของวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์ไร้สายสี่รายใหญ่ทั่วประเทศซึ่งมีส่วนแบ่งรวมกันเกินร้อยละ 90 เพื่อให้อธิบายว่าทำไมค่ารับและส่ง SMS ในสหรัฐฯ จึงมีราคาสูงมาก อีกทั้งยังแพงขึ้นเท่าตัวในช่วงสามปีที่ผ่านมา

จดหมายฉบับดังกล่าวแสดงข้อสังเกตว่าต้นทุนในการส่ง SMS นั้นน่าจะต่ำกว่าการให้บริการในส่วนอื่นๆ เช่นเสียงและข้อมูลอินเทอร์เน็ตมาก แต่กลับมีค่าบริการที่แพงกว่าหลายเท่าตัว และนับแต่มีการรวมตัวของผู้ให้บริการหลายครั้ง Sprint เป็นบริษัทแรกที่เริ่มขึ้นค่าบริการ SMS ไปถึงเท่าตัวตามด้วยบริษัทอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

ในจดหมายขอให้ทั้งสี่บริษัทแสดงโครงสร้างต้นทุนของค่าให้บริการ SMS เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสมเหตุสมผลของการขึ้นค่าบริการไปเท่าตัวนี้ ตลอดจนปริมาณการใช้งาน, และเปรียบเทียบโครงสร้างราคาระหว่างบริษัทของตนกับบริษัทของคู่แข่งให้วุฒิสภาได้รับทราบ

ผมไม่พูดถึงงานของวุฒิสภาบ้านเราแล้วกัน

ที่มา - ArsTechnica, U.S. Senator

rebotko's picture

ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการว่าด้วยการค้าผู้ขาดของวุฒิสมาสภาสหรัฐฯ

น่าจะเป็นผูกขาด นะครับ วุฒิสภา ด้วย

lew's picture

แก้แล้วนะครับ


LewCPE

put4558350's picture

เห็นว่าค่าส่ง sms ที่นั้นแพงกว่าค่ารับ-ส่งข้อมูลจาก space telescope ที่ชื่อว่า Hubble 4.4 เท่า ^^

IceDagger's picture

เยี่ยมครับวุฒิสภาที่โน่น ไม่ใช่พวกตาแก่ดักดานเหมือนแถว ๆ นี้ มิน่าบ้านเมืองเค้าถึงเจริญ

ooseven's picture

+1

KnightBaron's picture

+100 เลยครับ กำลังคิดอยู่พอดี


Yume Nikki

tekkasit's picture

ผมว่า ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านนี้ใช้ช่องเรื่องกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ซึ่งไ่ม่อนุญาตให้กลุ่มคนรวมตัวกันมีอำนาจต่อรองเหนือตลาดหรือคำไทยที่ว่าฮั้วกัน กำหนดราคาขายสินค้า/บริการเอง

กรณีนี้ผมไม่แน่ใจนะครับว่าที่เมืองไทย มีกฎหมายทำนองนี้อยู่บ้างรึเปล่า เท่าที่ทราบยังไม่มี (รบกวนผู้รู้วานบอก)

ซึ่งของเมืองไทยการที่รัฐจะเข้าแทรกแซงได้ต้องเป็นสินค้า/บริการที่ควบคุมเท่านั้น ซึ่งกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์เป็นคนกำหนดรายการขึ้นมา เท่าที่ทราบทั้งหมดมีสินค้า 200 รายการและอีก 20 บริการ แต่ไม่มีบริการ SMS เน้อ

ดังนั้น ตามกฎหมายจึงทำไม่ได้โดยตรงครับ

ปล. เพิ่งทราบว่า ค่าชมภาพยนตร์นี่อยู่ใน Watch List แต่ค่า Popcorn หน้าโรงมันไม่อยู่ในลิสต์นี่เอง

lew's picture

+1 Informative


LewCPE

althema's picture

กฏหมายบ้านเรามีหรือไม่มี ก็ไม่แตกต่างกันหรอกครับ

กฏหมายมีไว้บังคับใช้กับคนทั่วไป คนมีเงินกฏหมายไปไม่ถึง - -“

tekkasit's picture

แล้วตอนนี้ท่านอดีตนายกอยู่ไหนละครับ ผมเชื่อว่ามันทำได้ อยู่ที่ว่าจะทำหรือเปล่า

Change, Change, Change

sugree's picture

คนมีพวกเยอะ กฎหมายก็ไปไม่ถึงเหมือนกัน

adamy's picture

ถ้าค่า SMS บ้านเราแพงเป็น 3-5 บาทต่อ 1 SMS คนก็คงไม่ใช้แน่ๆครับ … บ้านเรา DTAC - AIS - TRUE ไม่ได้ถูกกันขนาดนั้นครับ เลยยังแข่งขันราคากันอยู่ … ถ้ารวมกันเมื่อไหร่คนก็จะเลิกใช้แทน แล้วหันไปหาเจ้าที่ถูกที่สุด

อาจจะเป็นเพราะคนไทยไม่สามัคคีกันมั้งครับ … คนไทยเลยได้ของถูกใช้กัน

ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

:: Take minimum, Give Maximum ::

put4558350's picture

ใครว่าหละ sms ในไทยเป็นอีก 1 ช่องทางโปรโหมดบริการเสริมของเจ้าของเครือข่ายที่ฟรี (สำหรับเจ้าของเครือข่าย) นะครับ ^^

phys_pucca's picture

รู้สึกว่าที่ผมใช้อยู่จะต้องจ่ายประมาณ 12 บาท ทั้งคนรับและคนส่งครับ สรุปว่าหนึ่งข้อความ 24 บาท แพงมั้ยล่ะ ผมเลยปิดแ*งเลย :D

Tiggs Boson's picture

จริงดิ! แพงมากเลยนะครับนั่น!!! คนรับก็ต้องเสียเงินด้วย!!
(ขออภัยครับ เครื่องหมายตกใจมากไปหน่อย)

lover_titan_2's picture

สว บ้านเราเป็นไงเหรอครับ

Kindaichi's picture

สว.บ้านเรา ฝั่งนึงเค้าเรียกว่า ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล อีกฝั่งนึงเค้าเรียกว่า จ้องแต่จะล้มรัฐบาล

ekawith's picture

+1

innoname's picture

เคยใช้ at&t แบบเติมเงิน วันไหนใช้ค่อยตัดเงินค่าใช้ 1$ รับ/โทรนาทีละ 0.1$ ก็ 3 บาทกว่าๆ แต่รับ/โทรในเครือข่ายฟรี กะ sms รับ/ส่งครั้งละ 0.15$ ก็ 5 บาท รวมทั้งจะมีแบบเหมาจ่ายก่อน เช่น sms 200 ครั้ง 4.99$ ก็ตกครั้งละประมาณบาทเดียวเอง

อีกทั้งมีโปรแบบคุยไม่อั้น 39.99-79.99$ มั้ง แล้วแต่ผู้ให้บริการ ซึ่งผมว่าดีมากๆเลย ดูเหมือนแพง แต่ผมว่าถูกมากสำหรับค่าครองชีพที่นั่น

ประเทศไทยน่าจะเอาอย่างบ้างอะ

คนที่นั่นส่วนใหญ่เค้าชอบส่ง sms มากๆๆๆ sms มันเสียแค่เงินค่าระบบ ค่าคนดูแลเท่านั้น (เช่นเดียวกับค่าโทร) หลังจากได้ทุนคืนก็กำไรเต็มๆเลย แทบจะเป็นกำไรได้ฟรี เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรแพงเลย เช่นเดียวกะเมืองไทยด้วยนะค๊าบบบ

msmart's picture

เป็นตัวอย่างที่ดีครับ

—-
Khajochi Blog : It’s not a Bug … It’s a Feature

Site Search

 
Web blognone.com

Poll