<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
  <title>Blognone</title>
  <subtitle>Tech News That's Worth</subtitle>
  <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com" />
  <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://www.blognone.com/atom.xml" />
  <id>http://www.blognone.com/atom.xml</id>
  <updated>2009-01-04T16:53:06+07:00</updated>
  <entry>
    <title>บัญชีผู้ใช้ Twitter ของ Obama, Britney โดนแฮก</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10235" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10235</id>
    <published>2009-01-06T10:21:54+07:00</published>
    <updated>2009-01-06T10:28:05+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Hacking" />
    <category term="Twitter" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>Twitter รายงานว่าบัญชีผู้ใช้จำนวน 33 ราย โดยมากมักเป็นคนดัง ทีมงานคนดัง หรือเว็บไซต์ข่าว อย่างเช่น Barack Obama, Britney Spears, Fox News ถูกแฮกโดยใช้เครื่องมือการจัดการระบบของทีมงาน Twitter ในการรีเซ็ตรหัสผ่าน (ซึ่งไม่เป็นที่เปิดเผย แต่เข้าได้จากอินเทอร์เน็ต)</p>

<p>ทางทีมงาน Twitter ได้ปิดการเข้าถึงเครื่องมือนี้จากอินเทอร์เน็ตแล้ว และกำลังแก้ไขปัญหาของบัญชีที่ถูกแฮกอยู่ กรณีนี้เป็นคนละกรณีกับ Twitter Phishing ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อสองสามวันก่อน ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้างกว่ามาก</p>

<p>หมายเหตุ: Obama ไม่ได้ส่งข้อความมาลง Twitter เลยหลังชนะการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลด้านกฎหมาย (<a href="http://twitter.com/BarackObama/status/992176676">ข้อความสุดท้าย</a>)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.twitter.com/2009/01/monday-morning-madness.html">Twitter Blog</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>Twitter รายงานว่าบัญชีผู้ใช้จำนวน 33 ราย โดยมากมักเป็นคนดัง ทีมงานคนดัง หรือเว็บไซต์ข่าว อย่างเช่น Barack Obama, Britney Spears, Fox News ถูกแฮกโดยใช้เครื่องมือการจัดการระบบของทีมงาน Twitter ในการรีเซ็ตรหัสผ่าน (ซึ่งไม่เป็นที่เปิดเผย แต่เข้าได้จากอินเทอร์เน็ต)</p>

<p>ทางทีมงาน Twitter ได้ปิดการเข้าถึงเครื่องมือนี้จากอินเทอร์เน็ตแล้ว และกำลังแก้ไขปัญหาของบัญชีที่ถูกแฮกอยู่ กรณีนี้เป็นคนละกรณีกับ Twitter Phishing ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อสองสามวันก่อน ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้างกว่ามาก</p>

<p>หมายเหตุ: Obama ไม่ได้ส่งข้อความมาลง Twitter เลยหลังชนะการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลด้านกฎหมาย (<a href="http://twitter.com/BarackObama/status/992176676">ข้อความสุดท้าย</a>)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blog.twitter.com/2009/01/monday-morning-madness.html">Twitter Blog</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Picasa สำหรับ Mac OS X เปิดตัวแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10233" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10233</id>
    <published>2009-01-06T07:44:13+07:00</published>
    <updated>2009-01-06T07:56:00+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Google" />
    <category term="Mac OS X" />
    <category term="Picasa" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ไม่มีใครรู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร แต่โปรแกรมตัดแต่งรูปอย่าง Picasa นั้นก็มีในลินุกซ์และวินโดวส์มาค่อนข้างนานพอสมควร แต่สำหรับชาวแมคนั้นกลับถูกปล่อยให้อยู่กับ iPhoto มานาน วันนี้เองทางกูเกิลก็ประกาศเปิดตัว Picasa สำหรับ Mac OS X อย่างเป็นทางการแล้ว</p>

<p>อย่างไรก็ตามเรื่องที่ต้องสังเกตไว้สักนิดสำหรับการทำงานของ Picasa นี้คือมันจะไม่เข้าไปแย่งจัดการฐานข้อมูลรูปกับ iPhoto โดยตรง แต่จะสร้างฐานข้อมูลใหม่ของมันขึ้นมาเอง</p>

<p>สำหรับฟีเจอร์ที่หายไปใน Picasa รุ่นนี้คือ การถ่ายภาพจากเว็บแคม, geotagging, การสั่งพิมพ์ภาพ, และโปรแกรมดูภาพแบบที่วินโดวส์ดูจาก Explorer ได้</p>

<p><a href="http://picasa.google.com/mac/">ดาวน์โหลดได้แล้ว</a>วันนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/journals/apple.ars/2009/01/05/macworld-ars-google-officially-releases-picasa-for-mac">ArsTechnica</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ไม่มีใครรู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร แต่โปรแกรมตัดแต่งรูปอย่าง Picasa นั้นก็มีในลินุกซ์และวินโดวส์มาค่อนข้างนานพอสมควร แต่สำหรับชาวแมคนั้นกลับถูกปล่อยให้อยู่กับ iPhoto มานาน วันนี้เองทางกูเกิลก็ประกาศเปิดตัว Picasa สำหรับ Mac OS X อย่างเป็นทางการแล้ว</p>

<p>อย่างไรก็ตามเรื่องที่ต้องสังเกตไว้สักนิดสำหรับการทำงานของ Picasa นี้คือมันจะไม่เข้าไปแย่งจัดการฐานข้อมูลรูปกับ iPhoto โดยตรง แต่จะสร้างฐานข้อมูลใหม่ของมันขึ้นมาเอง</p>

<p>สำหรับฟีเจอร์ที่หายไปใน Picasa รุ่นนี้คือ การถ่ายภาพจากเว็บแคม, geotagging, การสั่งพิมพ์ภาพ, และโปรแกรมดูภาพแบบที่วินโดวส์ดูจาก Explorer ได้</p>

<p><a href="http://picasa.google.com/mac/">ดาวน์โหลดได้แล้ว</a>วันนี้</p>

<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/journals/apple.ars/2009/01/05/macworld-ars-google-officially-releases-picasa-for-mac">ArsTechnica</a>
<!--break-->
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/NDKFjc3_wrk&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/NDKFjc3_wrk&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>FreeBSD 7.1 ออกแล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10232" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10232</id>
    <published>2009-01-06T02:35:21+07:00</published>
    <updated>2009-01-06T02:35:22+07:00</updated>
    <author>
      <name>pruet</name>
    </author>
    <category term="BSD" />
    <category term="FreeBSD" />
    <category term="OS" />
    <category term="Unix" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ออกรุ่น 7.0 เมื่อต้นปีที่แล้ว (<a href="http://blognone.com/node/7104">ข่าวเก่า</a>) ทีมวิศวกรของ FreeBSD ก็ได้ปล่อยรุ่น 7.1 ออกมาแล้ว โดยในรุ่นนี้ความสามารถเด่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาก็คือการเปลี่ยนไปใช้ scheduler ตัวใหม่ที่ชื่อว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/ULE_scheduler">ULE</a> โดย scheduler ตัวใหม่นี่เชื่อกันว่าจะทำให้ทำงานกับหน่วยประมวลผลแบบหลาย core ได้ดียิ่งขึ้น และในส่วนของ kernel ก็ได้เพิ่ม <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/DTrace">DTrace</a> เข้าไปซึ่งก็เอามาจาก OpenSolaris นั่นเอง โดย DTrace จะช่วยให้ตรวจหาข้อผิดพลาดใน kernel และในโปรแกรมทั่ว ๆ ไปได้ง่ายยิ่งขึ้น</p>

<p>ความสามารถอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ ระบบ NLM ที่ดียิ่งขึ้น และปรับปรุงรุ่นของ KDE ให้เป็น 3.5.10 และ GNOME เป็น 2.22.3 รายละเอียดเพิ่มเติมอื่น ๆ ดูได้จากที่มาครับ</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.freebsd.org/releases/7.1R/announce.html">FreeBSD 7.1-RELEASE Announcement</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ออกรุ่น 7.0 เมื่อต้นปีที่แล้ว (<a href="http://blognone.com/node/7104">ข่าวเก่า</a>) ทีมวิศวกรของ FreeBSD ก็ได้ปล่อยรุ่น 7.1 ออกมาแล้ว โดยในรุ่นนี้ความสามารถเด่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาก็คือการเปลี่ยนไปใช้ scheduler ตัวใหม่ที่ชื่อว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/ULE_scheduler">ULE</a> โดย scheduler ตัวใหม่นี่เชื่อกันว่าจะทำให้ทำงานกับหน่วยประมวลผลแบบหลาย core ได้ดียิ่งขึ้น และในส่วนของ kernel ก็ได้เพิ่ม <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/DTrace">DTrace</a> เข้าไปซึ่งก็เอามาจาก OpenSolaris นั่นเอง โดย DTrace จะช่วยให้ตรวจหาข้อผิดพลาดใน kernel และในโปรแกรมทั่ว ๆ ไปได้ง่ายยิ่งขึ้น</p>

<p>ความสามารถอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ ระบบ NLM ที่ดียิ่งขึ้น และปรับปรุงรุ่นของ KDE ให้เป็น 3.5.10 และ GNOME เป็น 2.22.3 รายละเอียดเพิ่มเติมอื่น ๆ ดูได้จากที่มาครับ</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.freebsd.org/releases/7.1R/announce.html">FreeBSD 7.1-RELEASE Announcement</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ส่วนแบ่งตลาดของ IE ต่ำกว่า 70% แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10231" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10231</id>
    <published>2009-01-06T01:25:30+07:00</published>
    <updated>2009-01-06T06:38:34+07:00</updated>
    <author>
      <name>evo_toon</name>
    </author>
    <category term="Browser" />
    <category term="Internet" />
    <category term="Marketshare" />
    <category term="IE" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ข่าวอาจไม่ค่อยใหม่นักนะครับ</p>

<p>โดยมีรายงานจาก <a href="http://marketshare.hitslink.com/browser-market-share.aspx?qprid=1">Marketshare</a> โดยในการเก็บข้อมูลล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่าส่วนแบ่งของ IE นั้นลดลงมาอยู่ที่ 68.15% โดยส่วนแบ่งของผู้ใช้ IE ลดลงมาเรื่อยๆ จนมาตำ่กว่า 70% ในพฤศจิกายนและเห็นได้ชัดในเดือนธันวาคม</p>

<p>โดยที่น่าสนใจคือ ส่วนแบ่งของ Firefox เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทะลุ 20% <a href="http://www.blognone.com/node/9505">(ข่าวเก่า)</a> ล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 21.34% และอีกตัวที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ Chrome นั่นเอง ตั่งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน ส่วนแบ่งของ Chrome ก็ขยับพ้น 1% ได้สำเร็จ ปล่อยให้ผู้มาก่อนและมีสไตล์อย่าง Opera ได้แต่มองตาปริบๆ</p>

<p>ที่มา : <a href="http://www.networkworld.com/news/2009/010209-ie-lost-share-to-firefox.html?ts0hb&amp;story=ts_ie">Network world</a> via <a href="http://techtoday.110mb.com/2009/01/02/internet-explorer-market-share-down-to-68/">Tech today</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ข่าวอาจไม่ค่อยใหม่นักนะครับ</p>

<p>โดยมีรายงานจาก <a href="http://marketshare.hitslink.com/browser-market-share.aspx?qprid=1">Marketshare</a> โดยในการเก็บข้อมูลล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่าส่วนแบ่งของ IE นั้นลดลงมาอยู่ที่ 68.15% โดยส่วนแบ่งของผู้ใช้ IE ลดลงมาเรื่อยๆ จนมาตำ่กว่า 70% ในพฤศจิกายนและเห็นได้ชัดในเดือนธันวาคม</p>

<p>โดยที่น่าสนใจคือ ส่วนแบ่งของ Firefox เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทะลุ 20% <a href="http://www.blognone.com/node/9505">(ข่าวเก่า)</a> ล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 21.34% และอีกตัวที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ Chrome นั่นเอง ตั่งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน ส่วนแบ่งของ Chrome ก็ขยับพ้น 1% ได้สำเร็จ ปล่อยให้ผู้มาก่อนและมีสไตล์อย่าง Opera ได้แต่มองตาปริบๆ</p>

<p>ที่มา : <a href="http://www.networkworld.com/news/2009/010209-ie-lost-share-to-firefox.html?ts0hb&amp;story=ts_ie">Network world</a> via <a href="http://techtoday.110mb.com/2009/01/02/internet-explorer-market-share-down-to-68/">Tech today</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Freescale ส่ง i.MX ร่วมวงตลาด Netbook</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10230" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10230</id>
    <published>2009-01-06T01:05:47+07:00</published>
    <updated>2009-01-06T01:24:17+07:00</updated>
    <author>
      <name>lew</name>
    </author>
    <category term="Freescale" />
    <category term="Netbook" />
    <category term="Processor" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>ปีหน้าประมาณการกันว่าตลาด Netbook จะอยู่ที่ 30 ถึง 40 ล้านชุด และจนถึงตอนนี้อินเทลยังเป็นผู้ครองตลาดส่วนใหญ่อยู่ แน่นอนว่าค่าย ARM นั้นไม่อยู่นิ่ง ล่าสุด Freescale (เคยเป็นแผนกหนึ่งของโมโตโรล่า) เตรียมออกชิปเซ็ตใหม่สำหรับ Netbook ราคาถูกกว่า 200 ดอลลาร์หรือประมาณ 7000 บาท</p>

<p>ข้อดีของสถาปัตยกรรม ARM นั้นคือการประหยัดพลังงานที่เหนือกว่า x86 อยู่หลายขุม ทาง Freescale เองก็ออกมาระบุว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิปรุ่นใหม่นี้จะทำงานต่อเนื่องได้ถึงแปดชั่วโมง</p>

<p><a href="http://www.arm.com/products/CPUs/ARM_Cortex-A8.html">ARM Cortex A8</a> นั้นสามารถเลือกรุ่นตามความเร็วได้ตั้งแต่ 600 เมกกะเฮิร์ตไปจนถึง 1.1 กิกะเฮิร์ต และกินไฟตั้งแต่ 300 มิลลิวัตต์ขึ้นไปตามความเร็ว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://uk.reuters.com/article/governmentFilingsNews/idUKN0237355120090105">Reuters</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>ปีหน้าประมาณการกันว่าตลาด Netbook จะอยู่ที่ 30 ถึง 40 ล้านชุด และจนถึงตอนนี้อินเทลยังเป็นผู้ครองตลาดส่วนใหญ่อยู่ แน่นอนว่าค่าย ARM นั้นไม่อยู่นิ่ง ล่าสุด Freescale (เคยเป็นแผนกหนึ่งของโมโตโรล่า) เตรียมออกชิปเซ็ตใหม่สำหรับ Netbook ราคาถูกกว่า 200 ดอลลาร์หรือประมาณ 7000 บาท</p>

<p>ข้อดีของสถาปัตยกรรม ARM นั้นคือการประหยัดพลังงานที่เหนือกว่า x86 อยู่หลายขุม ทาง Freescale เองก็ออกมาระบุว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิปรุ่นใหม่นี้จะทำงานต่อเนื่องได้ถึงแปดชั่วโมง</p>

<p><a href="http://www.arm.com/products/CPUs/ARM_Cortex-A8.html">ARM Cortex A8</a> นั้นสามารถเลือกรุ่นตามความเร็วได้ตั้งแต่ 600 เมกกะเฮิร์ตไปจนถึง 1.1 กิกะเฮิร์ต และกินไฟตั้งแต่ 300 มิลลิวัตต์ขึ้นไปตามความเร็ว</p>

<p>ที่มา - <a href="http://uk.reuters.com/article/governmentFilingsNews/idUKN0237355120090105">Reuters</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>สตีฟ จ็อบส์ยอมรับ สุขภาพไม่ดีจึงขอลาเวที</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10228" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10228</id>
    <published>2009-01-05T21:44:07+07:00</published>
    <updated>2009-01-05T22:46:08+07:00</updated>
    <author>
      <name>pawinpawin</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="Steve Jobs" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่เป็นข่าวฮือฮาเมื่อจ็อบส์ไม่ยอมออกมาพูดหน้าเวทีในงาน MacWorld ที่กำลังจะถึงนี้ (ข่าวเก่าโดยคุณ tr: <a href="http://www.blognone.com/node/10030">ลาก่อน MacWorld - ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว</a>) จ็อบส์ได้ออกมาเปิดเผยว่าในช่วงปีที่ผ่านมา เขามีปัญหาน้ำหนักลดผิดปกติ ซึ่งเมื่อตรวจรักษากับแพทย์ผู้ดูแลแล้ว จากผลเลือดก็ทราบว่าตัวเขาเองนั้นมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนผิดปกติซึ่งสามารถแก้ไขด้วยวิธีทางโภชนาการ โดยช่วงนี้เขากำลังอยู่ในช่วงการรักษาภาวะนี้อยู่ และคาดว่าจะหายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สำหรับตลอดช่วงเวลานี้เขาจะยังคงเป็น CEO ของแอปเปิลตลอด (อ่านเนื้อความเต็มๆ ได้ที่ที่มาครับ)</p>

<p>จ็อบส์เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ตับอ่อนเมื่อปี 2004 โดยเซลล์มะเร็งดังกล่าวเป็นชนิดที่ผลิตฮอร์โมน (Islet Cell Tumor หรือ Neuroendocrine Tumor) เขาได้รักษาด้วยการผ่าตัดนำตับอ่อนและลำไส้เล็กบางส่วนออก (Whipple&#8217;s procedure) แต่ไม่ได้รับการรักษาเพิ่มเติมด้วยวิธีฉายแสงหรือการให้ยาเคมีบำบัด</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.apple.com/pr/library/2009/01/05sjletter.html">Letter from Apple CEO Steve Jobs</a>, <a href="http://gizmodo.com/5123345/steve-jobs-skips-macworld-because-of-his-health#viewcomments">Gizmodo</a>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Steve_Jobs">Wikipedia</a><br />
<b>Update:</b> <a href="http://www.apple.com/pr/library/2009/01/05bod.html">จดหมายตอบกลับจากคณะกรรมการบริหารของแอปเปิล</a>กล่าวว่า เราดีใจที่ได้จ็อบส์เป็นผู้นำและ CEO และจะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ตลอดช่วงพักฟื้นนี้</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่เป็นข่าวฮือฮาเมื่อจ็อบส์ไม่ยอมออกมาพูดหน้าเวทีในงาน MacWorld ที่กำลังจะถึงนี้ (ข่าวเก่าโดยคุณ tr: <a href="http://www.blognone.com/node/10030">ลาก่อน MacWorld - ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว</a>) จ็อบส์ได้ออกมาเปิดเผยว่าในช่วงปีที่ผ่านมา เขามีปัญหาน้ำหนักลดผิดปกติ ซึ่งเมื่อตรวจรักษากับแพทย์ผู้ดูแลแล้ว จากผลเลือดก็ทราบว่าตัวเขาเองนั้นมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนผิดปกติซึ่งสามารถแก้ไขด้วยวิธีทางโภชนาการ โดยช่วงนี้เขากำลังอยู่ในช่วงการรักษาภาวะนี้อยู่ และคาดว่าจะหายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สำหรับตลอดช่วงเวลานี้เขาจะยังคงเป็น CEO ของแอปเปิลตลอด (อ่านเนื้อความเต็มๆ ได้ที่ที่มาครับ)</p>

<p>จ็อบส์เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ตับอ่อนเมื่อปี 2004 โดยเซลล์มะเร็งดังกล่าวเป็นชนิดที่ผลิตฮอร์โมน (Islet Cell Tumor หรือ Neuroendocrine Tumor) เขาได้รักษาด้วยการผ่าตัดนำตับอ่อนและลำไส้เล็กบางส่วนออก (Whipple&#8217;s procedure) แต่ไม่ได้รับการรักษาเพิ่มเติมด้วยวิธีฉายแสงหรือการให้ยาเคมีบำบัด</p>

<p>ที่มา: <a href="http://www.apple.com/pr/library/2009/01/05sjletter.html">Letter from Apple CEO Steve Jobs</a>, <a href="http://gizmodo.com/5123345/steve-jobs-skips-macworld-because-of-his-health#viewcomments">Gizmodo</a>, <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Steve_Jobs">Wikipedia</a><br />
<b>Update:</b> <a href="http://www.apple.com/pr/library/2009/01/05bod.html">จดหมายตอบกลับจากคณะกรรมการบริหารของแอปเปิล</a>กล่าวว่า เราดีใจที่ได้จ็อบส์เป็นผู้นำและ CEO และจะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ตลอดช่วงพักฟื้นนี้</p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>อย่าแหกปาก เมื่ออยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10227" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10227</id>
    <published>2009-01-05T20:42:30+07:00</published>
    <updated>2009-01-05T22:31:04+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Hardware" />
    <category term="Sun" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>วิศวกรของซันได้ทดลอง &#8220;แหกปาก&#8221; ใส่แรคเก็บดิสก์ ซึ่งกำลังเขียนข้อมูลอย่างต่อเนื่องลงบนดิสก์ด้วย File System แบบ ZFS ผลที่ได้ก็คือเกิด I/O latency ของดิสก์มากขึ้นและมี I/O operation ซึ่งกินเวลามากกว่า 500ms เกิดขึ้นมา และเห็นได้ชัดว่าอัตราการอ่านเขียนข้อมูลก็หยุดไปในช่วงที่มีการ &#8220;แหกปาก&#8221;</p>

<p>ลองดูวิดีโอกันนะครับ</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>วิศวกรของซันได้ทดลอง &#8220;แหกปาก&#8221; ใส่แรคเก็บดิสก์ ซึ่งกำลังเขียนข้อมูลอย่างต่อเนื่องลงบนดิสก์ด้วย File System แบบ ZFS ผลที่ได้ก็คือเกิด I/O latency ของดิสก์มากขึ้นและมี I/O operation ซึ่งกินเวลามากกว่า 500ms เกิดขึ้นมา และเห็นได้ชัดว่าอัตราการอ่านเขียนข้อมูลก็หยุดไปในช่วงที่มีการ &#8220;แหกปาก&#8221;</p>

<p>ลองดูวิดีโอกันนะครับ</p>

<!--break-->

<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/tDacjrSCeq4&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/tDacjrSCeq4&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>

<p>ใครไปลองแล้วได้ผลยังไง รบกวนแจ้งให้ทราบด้วยครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://blogs.sun.com/brendan/entry/unusual_disk_latency">Brendan Gregg</a> จาก <a href="http://www.techmeme.com/090102/p18#a090102p18">Techmeme</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>TechCrunch เสนอ "สิ่ง" ที่ขาดไม่ได้ในปี 2009</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10226" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10226</id>
    <published>2009-01-05T20:19:46+07:00</published>
    <updated>2009-01-06T06:39:32+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Ranking" />
    <category term="TechCrunch" />
    <category term="Web" />
    <category term="Web 2.0" />
    <category term="Web Application" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>รายการนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2006 จาก 12 รายการเพิ่มเป็น 21 รายการในปีนี้ รายการที่มีต่อเนื่องได้ทั้งสี่ปีก็คือ TechMeme, Skype และ Wordpress และต่อไปนี้คือรายการทั้งหมดเรียงตามลำดับอักษร</p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>รายการนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2006 จาก 12 รายการเพิ่มเป็น 21 รายการในปีนี้ รายการที่มีต่อเนื่องได้ทั้งสี่ปีก็คือ TechMeme, Skype และ Wordpress และต่อไปนี้คือรายการทั้งหมดเรียงตามลำดับอักษร</p>

<!--break-->

<ul>
<li><a href="http://www.free411.com/">800-Free-411</a> บริการสมุดโทรศัพท์ทั้งแบบออนไลน์และการโทรศัพท์ เหมือน 1133 ของไทย โดยจะให้บริการฟรี (1133 นาทีละ 3 บาท ส่วนหมายเลข 411 ที่ให้บริการในสหรัฐฯ อาจแพงถึง $3.5 ต่อครั้ง) และใช้วิธีการจับคู่บริการหาเลขหมายกับโฆษณาซึ่งได้รับสิทธิบัตรแล้ว</li>
<li><a href="http://animoto.com/">Animoto</a> เว็บสำหรับนำภาพนิ่งไปสร้างเป็นวิดีโอสไลด์โชว์พร้อมเพลงประกอบ ลองดูตัวอย่างแล้วน่าเล่นดี</li>
<li><a href="http://delicious.com/">Delicious</a> เว็บสำหรับบุ๊คมาร์ค น่าจะเคยใช้กัน แต่ผมใช้ Google Bookmark เพราะติดกับ Toolbar อยู่แล้ว ยกเว้นว่างจัดอยากหาอะไรที่คนอื่นเค้าก็กันมาดู</li>
<li><a href="http://digg.com/">Digg</a> ข้าม คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเว็บโคลนแบบไทยๆ ก็ออกมากันเพียบแล้ว</li>
<li><a href="http://www.facebook.com/">Facebook</a> ของคนไทยคง Hi5</li>
<li><a href="http://friendfeed.com/">Friendfeed</a> เว็บ microblogging ไม่เคยลองใช้เลย</li>
<li><a href="https://mail.google.com/mail/">Gmail</a> ขาดไม่ได้เช่นกัน</li>
<li><a href="http://www.google.com/reader/">Google Reader</a> เว็บไว้อ่าน News Feed อีกที</li>
<li><a href="http://www.hulu.com/">Hulu</a> เว็บเฉพาะภาพยนต์และโทรทัศน์ โดยความร่วมมือระหว่าง NBC Universal และ News Corporation ให้บริการเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐฯ เท่านั้น</li>
<li><a href="http://www.apple.com/iphone/">iPhone 3G</a></li>
<li><a href="http://music.myspace.com/">MySpace Music</a> ไว้ฟังเพลง ปล่อยออกมา 96Kbps เพราะฉะนั้นชอบ imeem มากกว่า ปล่อยที่ 128Kbps</li>
<li><a href="http://www.pandora.com/">Pandora</a> วิทยุออนไลน์ ให้บริการเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐฯ เช่นกัน</li>
<li><a href="http://www.scribd.com/">Scribd</a> &amp; <a href="http://www.docstoc.com/">Docstoc</a> เว็บสำหรับอัพโหลดเอกสารและใช้แนบไปตามเว็บต่างๆ</li>
<li><a href="http://skype.com/intl/en/">Skype</a> บริการ VoIP</li>
<li><a href="http://techmeme.com/">TechMeme</a> เว็บรวมข่าวจากหลายแหล่งแบบ Google News ปัจจุบันนำระบบอัตโนมัติออก และใช้มนุษย์ช่วยจัดพาดหัวข่าวรวมเข้าในกลุ่มเดียวกันแทน</li>
<li><a href="http://www.tripit.com/">TripIt</a> เว็บสำหรับจัดตารางการเดินทาง</li>
<li><a href="http://twitter.com/">Twitter</a> ถาม <a href="http://twitter.com/sugree">@sugree</a> (เพิ่งเห็นว่า PR5 ครับ)</li>
<li><a href="http://www.wordpress.com/">Wordpress</a> ซอฟต์แวร์และเว็บสำหรับสร้างบล็อก</li>
<li><a href="http://www.yammer.com/">Yammer</a> เค้าว่าเป็นบริการ Twitter สำหรับใช้ในธุรกิจ</li>
<li><a href="http://www.youtube.com/">Youtube</a> ข้าม</li>
<li><a href="http://zoho.com/">Zoho</a> ซอฟต์แวร์ออฟฟิศแบบออนไลน์</li>
</ul>

<p>ที่มา - <a href="http://www.techcrunch.com/2009/01/04/2009-products-i-cant-live-without/">TechCrunch</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Palm Nova เปิดตัววันพฤหัสนี้</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10225" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10225</id>
    <published>2009-01-05T14:45:09+07:00</published>
    <updated>2009-01-05T14:51:15+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Mobile" />
    <category term="Palm" />
    <category term="PDA" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>จากข่าวเก่า <a href="http://www.blognone.com/node/10012">Palm เปิดตัว Palm Nova ระบบปฎิบัติการรุ่นใหม่ต่อจาก Garnet</a> ทาง CrunchGear ได้เปิดเผยข้อมูลว่า Palm จะแสดงมือถือรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Nova ในวันพฤหัสบดีนี้ที่งาน CES 2009</p>

<p>ข้อมูลที่ออกมาคือ มือถือจะเป็นแบบสไลด์ลงในแนวตั้ง มีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ยังไม่มีรายงานว่าเป็นจอสัมผัสหรือไม่ แต่รูปทรงจะมีลักษณะคล้าย iPhone และคาดว่าผลิตโดย HTC ซึ่งผลิต Palm Treo Pro มาก่อนแล้ว</p>

<p>ส่วนตัวระบบปฏิบัติการ Nova นั้นทางแหล่งข่าวของ CrunchGear ให้คำนิยามว่า &#8220;amazing&#8221; โดยจะมีฟังก์ชันพื้นฐานของ Palm พวกตารางนัดหมายมาให้ครบ และโปรแกรมสำหรับเล่นหนังเพลง</p>

<p>พฤหัสนี้รู้กัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.crunchgear.com/2009/01/04/exclusive-new-palm-phone-to-have-slide-down-keyboard-large-touchscreen/">CrunchGear</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>จากข่าวเก่า <a href="http://www.blognone.com/node/10012">Palm เปิดตัว Palm Nova ระบบปฎิบัติการรุ่นใหม่ต่อจาก Garnet</a> ทาง CrunchGear ได้เปิดเผยข้อมูลว่า Palm จะแสดงมือถือรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Nova ในวันพฤหัสบดีนี้ที่งาน CES 2009</p>

<p>ข้อมูลที่ออกมาคือ มือถือจะเป็นแบบสไลด์ลงในแนวตั้ง มีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ยังไม่มีรายงานว่าเป็นจอสัมผัสหรือไม่ แต่รูปทรงจะมีลักษณะคล้าย iPhone และคาดว่าผลิตโดย HTC ซึ่งผลิต Palm Treo Pro มาก่อนแล้ว</p>

<p>ส่วนตัวระบบปฏิบัติการ Nova นั้นทางแหล่งข่าวของ CrunchGear ให้คำนิยามว่า &#8220;amazing&#8221; โดยจะมีฟังก์ชันพื้นฐานของ Palm พวกตารางนัดหมายมาให้ครบ และโปรแกรมสำหรับเล่นหนังเพลง</p>

<p>พฤหัสนี้รู้กัน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.crunchgear.com/2009/01/04/exclusive-new-palm-phone-to-have-slide-down-keyboard-large-touchscreen/">CrunchGear</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>Alibaba ลงทุน 100 ล้านหยวนปั้นกลุ่มเมฆในจีน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10224" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10224</id>
    <published>2009-01-05T14:11:11+07:00</published>
    <updated>2009-01-05T22:17:38+07:00</updated>
    <author>
      <name>javaboom</name>
    </author>
    <category term="Alibaba" />
    <category term="China" />
    <category term="Cloud Computing" />
    <category term="IBM" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>บริษัท Alibaba ผู้นำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของจีน ประกาศแผนก่อตั้งศูนย์ประมวลผลแบบกลุ่มเมฆเชิงพาณิชย์ โดยจะเริ่มสร้างศูนย์ดังกล่าวในต้นปีนี้ที่เมืองหนานจิง และคาดว่าจะใช้งบสำหรับช่วงเริ่มต้นประมาณ 100 ล้านหยวน ทั้งนี้ศูนย์ดังกล่าวจะให้บริการลูกค้าในประเทศด้วยบริการอย่าง บริการการประมวลผลออนไลน์ (อาจจะเป็นแบบ Amazon EC2) และการจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ นอกจากนี้  Alibaba ยังมีแผนก่อตั้งศูนย์การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆเพิ่มที่เมืองอื่นๆในภายภาคหน้า</p>

<p>จากแหล่งข่าว Alibaba อ้างว่า ศูนย์แห่งนี้จะเป็นศูนย์การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศจีน แต่หากจะกล่าวถึงศูนย์การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆแห่งแรกของจีนแล้ว ควรเป็นของไอบีเอ็ม อันเป็นศูนย์ที่เพิ่งก่อตั้งในเมืองอู๋ซีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา [<a href="http://www-03.ibm.com/press/us/en/pressrelease/23426.wss">ข่าวเก่า</a>] และเป็นศูนย์ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับ IBM Blue Cloud  โดยบริการหลักของศูนย์แห่งนี้ คือ บริการเซิร์ฟเวอร์เสมือนและซอฟต์แวร์ออนไลน์ และเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่บริษัทซอฟต์แวร์ที่มีอยู่จำนวนมากในจีน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.alibaba.com/article/detail/business-in-china/100036212-1-alibaba-build-cloud-computing-center.html">Alibaba.com</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>บริษัท Alibaba ผู้นำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของจีน ประกาศแผนก่อตั้งศูนย์ประมวลผลแบบกลุ่มเมฆเชิงพาณิชย์ โดยจะเริ่มสร้างศูนย์ดังกล่าวในต้นปีนี้ที่เมืองหนานจิง และคาดว่าจะใช้งบสำหรับช่วงเริ่มต้นประมาณ 100 ล้านหยวน ทั้งนี้ศูนย์ดังกล่าวจะให้บริการลูกค้าในประเทศด้วยบริการอย่าง บริการการประมวลผลออนไลน์ (อาจจะเป็นแบบ Amazon EC2) และการจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ นอกจากนี้  Alibaba ยังมีแผนก่อตั้งศูนย์การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆเพิ่มที่เมืองอื่นๆในภายภาคหน้า</p>

<p>จากแหล่งข่าว Alibaba อ้างว่า ศูนย์แห่งนี้จะเป็นศูนย์การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศจีน แต่หากจะกล่าวถึงศูนย์การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆแห่งแรกของจีนแล้ว ควรเป็นของไอบีเอ็ม อันเป็นศูนย์ที่เพิ่งก่อตั้งในเมืองอู๋ซีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา [<a href="http://www-03.ibm.com/press/us/en/pressrelease/23426.wss">ข่าวเก่า</a>] และเป็นศูนย์ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับ IBM Blue Cloud  โดยบริการหลักของศูนย์แห่งนี้ คือ บริการเซิร์ฟเวอร์เสมือนและซอฟต์แวร์ออนไลน์ และเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่บริษัทซอฟต์แวร์ที่มีอยู่จำนวนมากในจีน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://news.alibaba.com/article/detail/business-in-china/100036212-1-alibaba-build-cloud-computing-center.html">Alibaba.com</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>AppleInsider คอนเฟิร์มฟันธง MacBook Pro 17" เปลี่ยนแบตไม่ได้จริง ๆ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10221" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10221</id>
    <published>2009-01-05T08:57:22+07:00</published>
    <updated>2009-01-05T08:57:22+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="MacBook" />
    <category term="Notebook" />
    <category term="Rumors" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>สุดท้าย แหล่งข่าวที่เชื่อถือว่าแม่นที่สุดเรื่องข่าวลือของแอปเปิลอย่าง AppleInsider ได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า Unibody MacBook Pro ขนาด 17 นิ้วที่จะออกมานี้จะมีแบตเตอรี่ Built-in อยู่ในเครื่องอย่างแน่นอน</p>

<blockquote>สำหรับสิ่งที่ชัวร์ที่สุดเกี่ยวกับ MacBook Pro 17&#8221; รุ่น Unibody นั้นก็คือมันจะไม่มีฝาปิดแบตเตอรี่เหมือนกับ MacBook 13&#8221; หรือ MacBook Pro 15&#8221; แต่อย่างใด แต่กลับจะมีแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้และไม่สามารถเปลี่ยนได้อย่างง่าย ๆ ซึ่งคล้ายกับ MacBook Air นั่นเอง</blockquote>

<p>นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า Mac mini จะมี FireWire 800 และมี USB port เพิ่มมาอีกหนึ่งพอร์ต</p>

<blockquote>นอกจากที่ Mac mini จะมีทั้ง Mini Displayport และ MiniDVI connector ในเครื่องเดียวแล้ว ตอนนี้ยังมีข่าวลือออกมาอีกว่า จะมีการถอดพอร์ต FireWire 400 ออก แต่เพิ่มพอร์ต FireWire 800 และ USB port อีกตัวเข้ามาแทนที่</blockquote>

<p>สำหรับทางเว็บ MacRumors เองนั้น เชื่อว่า MacBook Pro 17&#8221; รุ่น Unibody นั้นจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเองได้ตามที่ลือ ๆ กัน เนื่องจากแหล่งข่าวหลาย ๆ แหล่งที่รายงานมาดูเหมือนจะรายงานตรงกันมาก ส่วนสิ่งที่เพิ่มเข้ามาจากการที่ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้คือ ตัวแบตเตอรี่ใหม่นี้จะมีการใช้งานที่นานกว่าเดิมมาก โดย 9to5mac คาดว่าสามารถใช้ได้มากกว่าเดิมถึง 50% เลยทีเดียว และยังคาดเดากันว่าแอปเปิลจะเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ Silver-Zinc แทน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2009/01/04/confirmation-of-fixed-17-macbook-pro-battery-mac-mini-with-firewire/">MacRumors</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>สุดท้าย แหล่งข่าวที่เชื่อถือว่าแม่นที่สุดเรื่องข่าวลือของแอปเปิลอย่าง AppleInsider ได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า Unibody MacBook Pro ขนาด 17 นิ้วที่จะออกมานี้จะมีแบตเตอรี่ Built-in อยู่ในเครื่องอย่างแน่นอน</p>

<blockquote>สำหรับสิ่งที่ชัวร์ที่สุดเกี่ยวกับ MacBook Pro 17&#8221; รุ่น Unibody นั้นก็คือมันจะไม่มีฝาปิดแบตเตอรี่เหมือนกับ MacBook 13&#8221; หรือ MacBook Pro 15&#8221; แต่อย่างใด แต่กลับจะมีแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้และไม่สามารถเปลี่ยนได้อย่างง่าย ๆ ซึ่งคล้ายกับ MacBook Air นั่นเอง</blockquote>

<p>นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า Mac mini จะมี FireWire 800 และมี USB port เพิ่มมาอีกหนึ่งพอร์ต</p>

<blockquote>นอกจากที่ Mac mini จะมีทั้ง Mini Displayport และ MiniDVI connector ในเครื่องเดียวแล้ว ตอนนี้ยังมีข่าวลือออกมาอีกว่า จะมีการถอดพอร์ต FireWire 400 ออก แต่เพิ่มพอร์ต FireWire 800 และ USB port อีกตัวเข้ามาแทนที่</blockquote>

<p>สำหรับทางเว็บ MacRumors เองนั้น เชื่อว่า MacBook Pro 17&#8221; รุ่น Unibody นั้นจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเองได้ตามที่ลือ ๆ กัน เนื่องจากแหล่งข่าวหลาย ๆ แหล่งที่รายงานมาดูเหมือนจะรายงานตรงกันมาก ส่วนสิ่งที่เพิ่มเข้ามาจากการที่ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้คือ ตัวแบตเตอรี่ใหม่นี้จะมีการใช้งานที่นานกว่าเดิมมาก โดย 9to5mac คาดว่าสามารถใช้ได้มากกว่าเดิมถึง 50% เลยทีเดียว และยังคาดเดากันว่าแอปเปิลจะเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ Silver-Zinc แทน</p>

<p>ที่มา - <a href="http://www.macrumors.com/2009/01/04/confirmation-of-fixed-17-macbook-pro-battery-mac-mini-with-firewire/">MacRumors</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>มือดีปล่อยโทรจันบล๊อคเว็บ The Pirate Bay และ Mininova</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10220" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10220</id>
    <published>2009-01-05T08:13:17+07:00</published>
    <updated>2009-01-05T14:15:51+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="BitTorrent" />
    <category term="Trojan" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99_(%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C)">โทรจัน</a>ดังกล่าวชื่อ <a href="http://www.sophos.com/security/analyses/viruses-and-spyware/trojqhostac.html">Troj/Qhost-AC</a> ถูกแทรกมากับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Keygen">keygen</a> ที่ติดมากับซอฟต์แวร์เถื่อน โดยแทนที่จะได้คีย์สำหรับปลดล็อคโปรแกรม แต่กลับถูกแก้ไข <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Hosts_file">hosts</a> ไฟล์แทน โดยเปลี่ยนค่าของโดเมน The Pirate Bay, Suprbay และ Mininova ให้ชี้ไปยัง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Localhost">127.0.0.1</a> แทน นั่นหมายความกว่าคุณจะไม่สามารถเข้าเว็บดังกล่าวได้ นอกเหนือไปจากการบล๊อคทั้งสามเว็บแล้ว โทรจันยังแสดงข้อความ &#8220;downloading is wrong&#8221; พร้อมทั้งส่งเสียงด้วย โดยไฟล์ torrent พร้อมโทรจันดังกล่าวได้ถูกลบออกจาก The Pirate Bay แล้ว หลังจากผู้ใช้รายงานว่า keygen ใช้งานไม่ได้ ส่วนการแก้ไขก็ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ลบรายของโดเมนที่ถูกบล็อคการออกจาก hosts ไฟล์เท่านั้น</p>

<p>ไม่รู้ว่าอย่างไหนผิดกว่ากัน ระหว่างดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อนมาใช้งานหรือการปล่อยโทรจันไปเครื่องคนอื่นเพื่อไม่ให้เข้าไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อนมาใช้ (จุดประกาย)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://torrentfreak.com/trojan-blocks-the-pirate-bay-and-mininova-090104/">TorrentFreak</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99_(%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C)">โทรจัน</a>ดังกล่าวชื่อ <a href="http://www.sophos.com/security/analyses/viruses-and-spyware/trojqhostac.html">Troj/Qhost-AC</a> ถูกแทรกมากับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Keygen">keygen</a> ที่ติดมากับซอฟต์แวร์เถื่อน โดยแทนที่จะได้คีย์สำหรับปลดล็อคโปรแกรม แต่กลับถูกแก้ไข <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Hosts_file">hosts</a> ไฟล์แทน โดยเปลี่ยนค่าของโดเมน The Pirate Bay, Suprbay และ Mininova ให้ชี้ไปยัง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Localhost">127.0.0.1</a> แทน นั่นหมายความกว่าคุณจะไม่สามารถเข้าเว็บดังกล่าวได้ นอกเหนือไปจากการบล๊อคทั้งสามเว็บแล้ว โทรจันยังแสดงข้อความ &#8220;downloading is wrong&#8221; พร้อมทั้งส่งเสียงด้วย โดยไฟล์ torrent พร้อมโทรจันดังกล่าวได้ถูกลบออกจาก The Pirate Bay แล้ว หลังจากผู้ใช้รายงานว่า keygen ใช้งานไม่ได้ ส่วนการแก้ไขก็ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ลบรายของโดเมนที่ถูกบล็อคการออกจาก hosts ไฟล์เท่านั้น</p>

<p>ไม่รู้ว่าอย่างไหนผิดกว่ากัน ระหว่างดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อนมาใช้งานหรือการปล่อยโทรจันไปเครื่องคนอื่นเพื่อไม่ให้เข้าไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อนมาใช้ (จุดประกาย)</p>

<p>ที่มา - <a href="http://torrentfreak.com/trojan-blocks-the-pirate-bay-and-mininova-090104/">TorrentFreak</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>SMS ปีใหม่ 2009 ทุบสถิติในยุโรป</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10219" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10219</id>
    <published>2009-01-04T23:02:02+07:00</published>
    <updated>2009-01-04T23:16:21+07:00</updated>
    <author>
      <name>mk</name>
    </author>
    <category term="Europe" />
    <category term="SMS" />
    <category term="Telecom" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>บริษัทมือถือในทวีปยุโรปได้รายงานตัวเลขของ SMS ที่ถูกส่งออกไปในช่วงคืนวันสิ้นปีจนถึงวันปีใหม่ ซึ่งปรากฎว่าของปี 2009 นี้ทำลายสถิติของปีก่อนกันถ้วนหน้า</p>

<ul>
<li>สหราชอาณาจักร: ผู้ใช้บริการมือถืออันดับหนึ่ง O2 เพียงเจ้าเดียว มี SMS วิ่งผ่านในเครือข่าย 166 ล้านข้อความในเวลา 24 ชั่วโมง เฉลี่ยตกวินาทีละ 1900 ข้อความ</li>
<li>เนเธอร์แลนด์ (นับจาก 22.00 ของคืนวันที่ 31 ถึง 4.00 ของวันที่ 1): Vodafone 22.1 ล้าน, T-Mobile 19 ล้าน, KPN 24.5 ล้าน</li>
<li>สวีเดน: Telia 44.3 ล้าน, Tele2 51.1 ล้าน สองเจ้านับเวลาไม่เท่ากันซะทีเดียว</li>
<li>ไอร์แลนด์: Meteor 1.7 ล้านข้อความในหนึ่งชั่วโมงขณะเปลี่ยนปี, O2 นับ 24 ชม. รวม 21 ล้านข้อความ</li>
<li>ฝรั่งเศส: Orange นับจากสามทุ่มถึงตีสอง 66 ล้านข้อความ (เพิ่มขึ้น 27%) และ Bouygues Telecom นับหนึ่งชั่วโมงเปลี่ยนปี 15 ล้านข้อความ (เพิ่มขึ้น 100%!)</li>
<li>เบลเยียม: BASE นับ 24 ชั่วโมง 18.7 ล้านข้อความ เพิ่มขึ้น 44%</li>
<li>บัลแกเรีย: สองเจ้าใหญ่สุดคือ Mtel และ Globul รวมกัน 14 ล้านข้อความ</li>
</ul>

<p>ผมไม่แน่ใจว่าสถิติพวกนี้ โอเปอเรเตอร์ไทยมีเปิดเผยหรือเปล่า ใครมีข้อมูลช่วยแชร์หน่อยจะดีมากเลยครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://mediacentre.o2.co.uk/content/Detail.asp?ReleaseID=426&amp;NewsAreaID=2">O2 UK</a>, <a href="http://www.tradingmarkets.com/.site/news/Stock%20News/2104982/">Dutch</a>, <a href="http://www.nickburcher.com/2009/01/new-years-eve-2009-sms-records-broken.html">ประเทศอื่นๆ ที่เหลือ</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>บริษัทมือถือในทวีปยุโรปได้รายงานตัวเลขของ SMS ที่ถูกส่งออกไปในช่วงคืนวันสิ้นปีจนถึงวันปีใหม่ ซึ่งปรากฎว่าของปี 2009 นี้ทำลายสถิติของปีก่อนกันถ้วนหน้า</p>

<ul>
<li>สหราชอาณาจักร: ผู้ใช้บริการมือถืออันดับหนึ่ง O2 เพียงเจ้าเดียว มี SMS วิ่งผ่านในเครือข่าย 166 ล้านข้อความในเวลา 24 ชั่วโมง เฉลี่ยตกวินาทีละ 1900 ข้อความ</li>
<li>เนเธอร์แลนด์ (นับจาก 22.00 ของคืนวันที่ 31 ถึง 4.00 ของวันที่ 1): Vodafone 22.1 ล้าน, T-Mobile 19 ล้าน, KPN 24.5 ล้าน</li>
<li>สวีเดน: Telia 44.3 ล้าน, Tele2 51.1 ล้าน สองเจ้านับเวลาไม่เท่ากันซะทีเดียว</li>
<li>ไอร์แลนด์: Meteor 1.7 ล้านข้อความในหนึ่งชั่วโมงขณะเปลี่ยนปี, O2 นับ 24 ชม. รวม 21 ล้านข้อความ</li>
<li>ฝรั่งเศส: Orange นับจากสามทุ่มถึงตีสอง 66 ล้านข้อความ (เพิ่มขึ้น 27%) และ Bouygues Telecom นับหนึ่งชั่วโมงเปลี่ยนปี 15 ล้านข้อความ (เพิ่มขึ้น 100%!)</li>
<li>เบลเยียม: BASE นับ 24 ชั่วโมง 18.7 ล้านข้อความ เพิ่มขึ้น 44%</li>
<li>บัลแกเรีย: สองเจ้าใหญ่สุดคือ Mtel และ Globul รวมกัน 14 ล้านข้อความ</li>
</ul>

<p>ผมไม่แน่ใจว่าสถิติพวกนี้ โอเปอเรเตอร์ไทยมีเปิดเผยหรือเปล่า ใครมีข้อมูลช่วยแชร์หน่อยจะดีมากเลยครับ</p>

<p>ที่มา - <a href="http://mediacentre.o2.co.uk/content/Detail.asp?ReleaseID=426&amp;NewsAreaID=2">O2 UK</a>, <a href="http://www.tradingmarkets.com/.site/news/Stock%20News/2104982/">Dutch</a>, <a href="http://www.nickburcher.com/2009/01/new-years-eve-2009-sms-records-broken.html">ประเทศอื่นๆ ที่เหลือ</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>วิกิพีเดียได้รับบริจาคทะลุเป้า 6 ล้านดอลลาร์แล้ว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10218" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10218</id>
    <published>2009-01-04T20:31:18+07:00</published>
    <updated>2009-01-05T06:46:55+07:00</updated>
    <author>
      <name>anu</name>
    </author>
    <category term="Wikipedia" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ได้เริ่มเปิดรับเงินบริจาคมาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้มีผู้ให้การบริจาคกว่า 125,000 คน รวมเป็นเงินกว่า 4 ล้านดอลลาร์ และจิมมี่ เวลส์ ยังได้กล่าวไว้ในจดหมายขอบคุณว่า เขาได้รับของขวัญชิ้นใหญ่เป็นเงินบริจาคถึง 2 ล้านดอลลาร์ รวมเป็น 6 ล้านตามงบประมาณที่วางเอาไว้สำหรับปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่  30 มิถุนายน ปี 2009</p>

<p>อย่างไรก็ดีการรับบริจาคจะยังดำเนินต่อไป โดยเงินส่วนที่ได้รับเพิ่มเติมก็จะเก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองในอนาคต และแน่นอน เอาไปหักลบเป็นทุนสำหรับปีงบประมาณต่อๆ ไป ต่อไปนี้คือข้อความบางตอนจากจดหมายขอบคุณ &#8220;คุณได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวิกิพีเดียนั้นสำคัญกับคุณ และคุณได้สนับสนุนภารกิจของเรานั่นก็คือ: นำความรู้มาสู่ดาวดวงนี้แบบฟรีๆ ฟรีจากค่าใช้จ่ายและปราศจากโฆษณา คุณได้ช่วยสร้างและช่วยเก็บวิกิพีเดียไว้ให้แก่โลกทั้งใบ&#8221;</p>

<p>บางส่วนเชื่อว่าจะดีกว่า หากวิกิพีเดียจะบริหารโดยการใส่โฆษณาแทนที่จะรอรับการบริจาค แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างแข็งขันจากเวลส์ ซึ่งไม่ต้องการให้มีโฆษณาหรืออิทธิพลจากบริษัทใหญ่ๆ และเขารู้สึกขบขันที่มีคนว่างบประมาณของวิกิพีเดียนั้น &#8220;บวม&#8221; โดยบอกว่าเขาดำเนินงานกับเว็บที่เป็นที่นิยมอันดับ 4 ของโลกด้วยเงินเพียง 6 ล้านดอลลาร์ต่อปี</p>

<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/news.ars/post/20090102-wikipedia-passes-6-million-donation-goal.html">Ars Technica</a>, <a href="http://wikimediafoundation.org/wiki/Donate/ThankYou/en?utm_source=2008_jimmy_thank_you&amp;utm_medium=sitenotice&amp;utm_campaign=fundraiser2008#appeal">จดหมายขอบคุณจากจิมมี่ เวลส์</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>หลังจากที่ได้เริ่มเปิดรับเงินบริจาคมาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้มีผู้ให้การบริจาคกว่า 125,000 คน รวมเป็นเงินกว่า 4 ล้านดอลลาร์ และจิมมี่ เวลส์ ยังได้กล่าวไว้ในจดหมายขอบคุณว่า เขาได้รับของขวัญชิ้นใหญ่เป็นเงินบริจาคถึง 2 ล้านดอลลาร์ รวมเป็น 6 ล้านตามงบประมาณที่วางเอาไว้สำหรับปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่  30 มิถุนายน ปี 2009</p>

<p>อย่างไรก็ดีการรับบริจาคจะยังดำเนินต่อไป โดยเงินส่วนที่ได้รับเพิ่มเติมก็จะเก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองในอนาคต และแน่นอน เอาไปหักลบเป็นทุนสำหรับปีงบประมาณต่อๆ ไป ต่อไปนี้คือข้อความบางตอนจากจดหมายขอบคุณ &#8220;คุณได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวิกิพีเดียนั้นสำคัญกับคุณ และคุณได้สนับสนุนภารกิจของเรานั่นก็คือ: นำความรู้มาสู่ดาวดวงนี้แบบฟรีๆ ฟรีจากค่าใช้จ่ายและปราศจากโฆษณา คุณได้ช่วยสร้างและช่วยเก็บวิกิพีเดียไว้ให้แก่โลกทั้งใบ&#8221;</p>

<p>บางส่วนเชื่อว่าจะดีกว่า หากวิกิพีเดียจะบริหารโดยการใส่โฆษณาแทนที่จะรอรับการบริจาค แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างแข็งขันจากเวลส์ ซึ่งไม่ต้องการให้มีโฆษณาหรืออิทธิพลจากบริษัทใหญ่ๆ และเขารู้สึกขบขันที่มีคนว่างบประมาณของวิกิพีเดียนั้น &#8220;บวม&#8221; โดยบอกว่าเขาดำเนินงานกับเว็บที่เป็นที่นิยมอันดับ 4 ของโลกด้วยเงินเพียง 6 ล้านดอลลาร์ต่อปี</p>

<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/news.ars/post/20090102-wikipedia-passes-6-million-donation-goal.html">Ars Technica</a>, <a href="http://wikimediafoundation.org/wiki/Donate/ThankYou/en?utm_source=2008_jimmy_thank_you&amp;utm_medium=sitenotice&amp;utm_campaign=fundraiser2008#appeal">จดหมายขอบคุณจากจิมมี่ เวลส์</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
  <entry>
    <title>ข่าวลือ: มาแน่ MacBook Pro 17" แต่แบตเตอรี่เปลี่ยนเองไม่ได้นะ!</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://www.blognone.com/node/10217" />
    <id>http://www.blognone.com/node/10217</id>
    <published>2009-01-04T16:53:06+07:00</published>
    <updated>2009-01-04T16:53:06+07:00</updated>
    <author>
      <name>infernohellion</name>
    </author>
    <category term="Apple" />
    <category term="MacBook" />
    <category term="Notebook" />
    <category term="Rumors" />
    <summary type="html"><![CDATA[<p>9to5mac ได้ออกมาอ้างว่าแอปเปิลจะต้องเปิดตัว MacBook Pro ขนาด 17 นิ้วที่งาน MacWorld นี้อย่างแน่นอน แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว เนื่องจากตอนนี้ MacBook Pro 17 นิ้ว เป็น MacBook เพียงรุ่นเดียวที่ไม่มีตัวเครื่องแบบ Unibody</p>

<p>โดยแหล่งข่าวในเอเชียของ 9to5mac อ้างว่า MacBook Pro ขนาด 17 นิ้วนี้จะไม่เหมือนกับ Unibody ตัวอื่น เนื่องจากแอปเปิลจะใช้แบตเตอรี่แบบใหม่ที่บาง และสามารถใช้งานได้นานกว่าเดิมมาก และยังจะเป็นแบตเตอรี่ที่ Built-in ที่ไม่สามารถถอดออกมาเปลี่ยนได้อีกด้วย คล้าย ๆ กับใน MacBook Air, ไอโฟน หรือไอพ็อด</p>

<p>ดูเหมือนงานนี้จะทำให้กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า Professionals ที่มักจะมีปัญหากับหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องจอภาพ Glossy อย่างเดียวจากแอปเปิล คราวนี้เรื่องแบตเตอรี่แบบ Built-in อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องโต้วาทีกันอีกนานในเว็บบอร์ดต่าง ๆ</p>

<p>แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน แบตเตอรี่จริง ๆ แล้วอาจจะสามารถเปลี่ยนได้ แต่อาจจะต้องทำการขันสกรูนิด ๆ หน่อย ๆ คล้าย ๆ กับการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์หรือแรมบนเครื่อง MacBook ต่าง ๆ ในปัจจุบันก็ได้</p>

<p>นอกจากนี้แล้วมีข่าวอีกว่าแอปเปิลจะเลิกขาย MacBook รุ่นพลาสติกสีขาวแล้ว และจะลดราคา MacBook รุ่น Unibody อลูมิเนียมลงมาใกล้กับราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://9to5mac.com/17-inch-unibody-macbook">9to5Mac</a></p>
    ]]></summary>
    <content type="html"><![CDATA[<p>9to5mac ได้ออกมาอ้างว่าแอปเปิลจะต้องเปิดตัว MacBook Pro ขนาด 17 นิ้วที่งาน MacWorld นี้อย่างแน่นอน แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว เนื่องจากตอนนี้ MacBook Pro 17 นิ้ว เป็น MacBook เพียงรุ่นเดียวที่ไม่มีตัวเครื่องแบบ Unibody</p>

<p>โดยแหล่งข่าวในเอเชียของ 9to5mac อ้างว่า MacBook Pro ขนาด 17 นิ้วนี้จะไม่เหมือนกับ Unibody ตัวอื่น เนื่องจากแอปเปิลจะใช้แบตเตอรี่แบบใหม่ที่บาง และสามารถใช้งานได้นานกว่าเดิมมาก และยังจะเป็นแบตเตอรี่ที่ Built-in ที่ไม่สามารถถอดออกมาเปลี่ยนได้อีกด้วย คล้าย ๆ กับใน MacBook Air, ไอโฟน หรือไอพ็อด</p>

<p>ดูเหมือนงานนี้จะทำให้กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า Professionals ที่มักจะมีปัญหากับหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องจอภาพ Glossy อย่างเดียวจากแอปเปิล คราวนี้เรื่องแบตเตอรี่แบบ Built-in อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องโต้วาทีกันอีกนานในเว็บบอร์ดต่าง ๆ</p>

<p>แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน แบตเตอรี่จริง ๆ แล้วอาจจะสามารถเปลี่ยนได้ แต่อาจจะต้องทำการขันสกรูนิด ๆ หน่อย ๆ คล้าย ๆ กับการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์หรือแรมบนเครื่อง MacBook ต่าง ๆ ในปัจจุบันก็ได้</p>

<p>นอกจากนี้แล้วมีข่าวอีกว่าแอปเปิลจะเลิกขาย MacBook รุ่นพลาสติกสีขาวแล้ว และจะลดราคา MacBook รุ่น Unibody อลูมิเนียมลงมาใกล้กับราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น</p>

<p>ที่มา - <a href="http://9to5mac.com/17-inch-unibody-macbook">9to5Mac</a></p>
    ]]></content>
  </entry>
</feed>
