.NET

Windows Live Messenger 9.0 จะมีเอฟเฟ็กต์ WPF

tags:

เว็บไซต์ Messenger Stuff เปิดเผยข้อมูลจากคนในไมโครซอฟท์ว่า Windows Live Messenger ตัวหน้า จะมีเอฟเฟ็กต์แบบหรูหราที่ใช้พลังของ Windows Presentation Foundation (WPF) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ .NET Framework 3.0

รายละเอียดของเรื่องนี้ยังมีไม่มากนัก มีแค่ว่าถ้าผู้ใช้ WLM 9.0 มีระบบที่สนับสนุน (Vista และการ์ดจอดีๆ หน่อย) ก็จะแสดงเอฟเฟ็กต์จาก WPF ให้ แต่ถ้าเครื่องแรงไม่พอก็คงเป็นอินเทอร์เฟซแบบปกติ

WPF นั้นถูกรวมมาให้กับ Vista แล้ว และคนที่ใช้ XP สามารถดาวน์โหลด .NET 3.0 มาติดตั้งได้ แต่โปรแกรมที่นำ WPF มาใช้มีน้อยมาก ซึ่งรวมถึงโปรแกรมของไมโครซอฟท์เอง ถ้าโปรแกรมในสาย Windows Live ขยับตัวมาใช้ WPF กันมากขึ้น เราก็อาจจะเห็นโปรแกรมจากบริษัทอื่นๆ ขยับตัวตามก็เป็นได้

ที่มา - Messenger Stuff ผ่าน Ars Technica

MonoDevelop ออกรุ่น 1.0

tags:

MonoDevelop คือ IDE ของแพลตฟอร์ม Mono ซึ่งมีฐานมาจาก SharpDevelop (IDE ของ .NET แบบโอเพนซอร์ส เป็นทางเลือกนอกเหนือจาก Visual Studio) ได้ออกรุ่น 1.0 แล้ว

MonoDevelop เน้นนักพัฒนาสาย .NET ที่ใช้ภาษา C# เป็นหลัก และพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย GTK หรือ ASP.NET (เพราะว่า Win.Forms กับ VB.NET ยังสนับสนุนไม่เต็มที่นัก) ฟีเจอร์ที่น่าสนใจมีดังนี้

  • สนับสนุน C#, VB.NET และ C/C++ (รวมถึง Boo และ Java/IKVM ผ่านปลั๊กอิน)
  • ฟีเจอร์มาตรฐานของ IDE ทั่วไป เช่น workbench, code completion, refactoring
  • Visual Designer สำหรับ GTK# (ยังไม่มี Designer ของ ASP.NET)
  • สนับสนุน solution/project ของ Visual Studio 2005
  • รองรับ source version control (ปัจจุบันมีเฉพาะ Subversion)
  • Unit testing โดยใช้ NUnit

ผมอ่านความเห็นใน OSNews มีคนมาวิจารณ์ข้อดีข้อเสียของ MonoDevelop โดยส่วนสำคัญที่ยังขาดไปคือ debugger ซึ่งมีคนของ Mono มาตอบด้วย ใครสนใจอ่านดูได้

MonoDevelop 1.0 มีให้ดาวน์โหลดทั้งบนวินโดวส์, ลินุกซ์หลายยี่ห้อ และ VMWare image/Live CD ส่วน Mac OS X นั้นยังเป็นเวอร์ชัน 0.18 อยู่

ที่มา - MonoDevelop, OSNews

Ruby.NET ถึงจุดสิ้นสุด

tags:

Ruby เป็นภาษาที่ได้รับความสนใจไม่น้อย จนกระทั่งมีคนอยากให้ใช้งานกับ .NET ได้ด้วย ทางด๊อกเตอร์เคลลี่ ผู้พัฒนา Ruby.NET ได้ประกาศผ่านทางกูเกิ้ลกรุ๊ปแล้วว่าเขาจะเลิกพัฒนา Ruby.NET โดยเหตุผลว่า IronRuby นั่นประสพความสำเร็จและไปได้ไกลกว่า

เนื่องจาก Ruby.NET เองแรกเริ่มก็เป็นโครงงานที่แตกตัวออกมาจาก IronRuby ซึ่งถ้าจะทำ Ruby.NET ให้เข้าได้กับ DLR (Dynamic Language Runtime) ต้องทำการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง และด๊อกเตอร์เคลลี่มั่นใจว่ามันจะดีกว่า CLR (Common Language Runtime) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ทางผู้พัฒนา Ruby.NET ก็มีทีท่าจะไปช่วยพัฒนา IronRuby อยู่ด้วย

ที่มา: Google Group

ไมโครซอฟท์เปิดให้เข้าถึง .NET Framework แล้ว

tags:

ไมโครซอฟท์ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงชุดไลบรารีของ .NET Framework โดยจะสามารถเข้าไปอ่านซอร์สโค้ดของไลบรารีต่าง ๆ หรือว่าจะอ้างอึงถึงผ่านทาง Visual Studio 2008 ซึ่งเมื่อทำการดีบักโปรแกรมใด ๆ ที่มีการเข้าถึงชุดไลบรารีดังกล่าว Visual Studio ก็จะเรียกซอร์สโค้ดของไลบรารีนั้นมาให้ดูได้เลย เรียกว่าสามารถตรวจสอบได้ว่าบักนั้นเกิดจากโปรแกรมที่เราเขียน หรือว่าเป็นปัญหาในชุดไลบรารี

ชุดไลบรารีที่อนุญาตให้เข้าถึงได้ก็ประกอบไปด้วย.NET Base Class Library, ASP.NET, Win.Forms, WPF และ ADO.NET/XML

ข่าวจาก ASP.Net

ไมโครซอฟท์ออก ASP.NET MVC หวังตีตื้นส่วนแบ่งตลาดเว็บแอพพลิเคชัน

tags:

ในช่วงหลังนี้มีการอพยพย้ายค่ายของนักพัฒนาเว็บแอพลิเคชันไปใช้ Ruby on Rails เป็นจำนวนมาก ทำให้ความนิยมในการใช้งานเฟรมเวิร์ก Model-View-Controller สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีนักพัฒนาจำนวนมากได้สร้างเฟรมเวิร์ก MVC สำหรับ ASP.NET มากมาย จนล่าสุด ไมโครซอฟท์เองก็ได้ทำการเร่งพัฒนาเฟรมเวิร์กขึ้นมาสำหรับ MVC ด้วยเช่นกันโดยใช้ชื่อวา ASP.NET MVC

ในระยะแรก ตัว ASP.NET MVC จะอยู่รวมกันกับส่วนต่อขยายอื่นๆในชื่อ ASP.NET 3.5 Extension ผู้ที่สนใจอยากใช้งานสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ที่ เว็บไซท์ของ ASP.NET 3.5 Extension Preview

สำหรับ ASP.NET MVC นั้น เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเน้นการทดสอบได้เป็นหลักและใช้ Web Form เป็น View Engine ที่ใช้ใน ASP.NET ในปัจจุบัน แต่ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนเป็นเฟรมเวิร์กอื่นที่ต้องการได้เช่น NVelocity เป็นต้น

ที่มา : ScottGu’s Blog

Silverlight 1.1 เปลี่ยนเลขเป็น 2.0

tags:

หลังจากออกเวอร์ชัน 1.0 ตัวจริงมาเมื่อเดือนกันยา (ข่าวเก่า) ค่าย Silverlight ก็ดูเนือยๆ ลงไป รวมถึงข่าวคราวการพัฒนาของเวอร์ชัน 1.1 ซึ่งเป็นทีเด็ดของจริงของ Silverlight ด้วย (1.0 สนับสนุนแค่ JavaScript ส่วน 1.1 เขียนภาษาในตระกูล .NET ได้)

ล่าสุดไมโครซอฟท์ออกมาประกาศแล้วว่าจะเปลี่ยนเลขเวอร์ชันจาก 1.1 เป็น 2.0 เพื่อสะท้อนฟีเจอร์สำคัญหลายอย่างที่เพิ่มเข้ามา (โดยเฉพาะด้าน UI ที่ใช้ WPF) เวอร์ชัน 2.0 รุ่นเบต้าน่าจะเปิดตัวในงาน MIX08 ที่ลาสเวกัสต้นเดือนมีนาคมปีหน้า

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Silverlight สามารถอ่านรายละเอียดได้ใน Special Report ของเรา

ที่มา - บล็อกของ Tim Sneath ผ่าน Ars Technica

.NET 3.5 และ Visual Studio 2008 ปลายเดือนนี้

tags:

ไมโครซอฟท์เตรียมออก Visual Studio 2008 และ .NET Framework 3.5 ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้

.NET 3.5 เป็นการปรับปรุงที่ตัวไส้ในเสียเยอะ (ต่างจาก .NET 3.0 ที่เป็นการเพิ่มองค์ประกอบอื่นๆ แต่ยังใช้แกนของ .NET 2.0 เหมือนเดิม) ในเวอร์ชันนี้จะใช้ CLR 2.0 SP1 ซึ่งสนับสนุน C# 3.0 และ VB.NET 9.0 นอกจากนี้ยังมี LINQ ที่เปิดตัวมาได้ซักระยะแล้ว

ส่วน Visual Studio 2008 หรือที่เราเรียกกันว่า Orcas นั้นนอกจากจะสนับสนุนฟีเจอร์ของ .NET 3.5 แล้ว ยังมี visual designer สำหรับ WPF มาด้วย ไมโครซอฟท์โฆษณาว่าจุดขายของ VS2008 คือการพัฒนาบน Vista, Office 2007, Silverlight และ .NET Compact Framework

แถวนี้มีเซียน .NET หลายคนอยู่ และน่าจะลองเล่นตัว CTP กันหมดแล้ว ช่วยมาเล่าประสบการณ์ลองใช้จริงก็ดีนะครับ

ที่มา - Microsoft Press, Ars Technica

ไมโครซอฟท์ปล่อย Microsoft Sync Framework รุ่นทดสอบตัวแรกแล้ว

tags:

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางไมโครซอฟท์ได้เปิดให้ดาวน์โหลด Microsoft Sync Framework Services 1.0 alpha แล้ว หลังจากที่มีการซุ่มทำ Microsoft Synchronization Services for ADO.Net และ Microsoft P2P mesh service for synchronization ในชื่อโค้ดเนมว่า Harmonica (ตอนหลังเปลี่ยนเป็น Ibiza) มาซักพัก ขนาดไฟล์ก็เล็กๆ ประมาณ 2 - 3 MB (ดาวน์โหลดที่นี่)

สำหรับ Microsoft Sync Framework นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้นักพัฒนาติดต่อเว็บเซอร์วิส, ระบบฐานข้อมูล, ระบบแฟ้ม NTFS/FAT, ระบบ RSS/ATOM และอุปกรณ์ต่างๆ ในแบบ offline ได้ ในเว็บให้รายละเอียดว่าสามารถทำการแลกเปลี่ยนข้อมูล (sync) ระหว่างคอมพิวเตอร์โดยใช้เพียง USB thumb drive เท่านั้น และยังสามารถให้แอพพลิเคชั่นแลกเปลี่ยนข้อมูลกับแหล่งข้อมูลที่มีสถาปัตยกรรมแตกต่างกันได้ เช่น 2-tier, N-tier, service-based เป็นต้น เทคโนโลยีนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกจาก Google Gear (ข่าวเก่า) รายละเอียดของแต่ละความสามารถลองเข้าไปดูในลิงก์ที่ให้ไว้นะครับ ส่วนผมขอลองดาวน์โหลดไปทดลองดูก่อนครับ ได้ผลยังไงเดี๋ยวจะมาบอกกันครับ หรือถ้าใครลองแล้วก็มาเขียนบอกกันบ้างนะครับ

ที่มา : ZDNet

Visual Studio กำลังจะมี F# เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่

tags:

หลังจากอยู่ในศูนย์วิจัยของไมโครซอฟท์มานาน ในที่สุดภาษา F# ก็จะได้รับการผลักดันให้ทำงานร่วมกับ Visual Studio ได้แล้ว

ภาษา F# นั้นเป็นภาษาสคริปต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยศูนย์วิจัยของไมโครซอฟท์สำหรับสร้างภาษาแบบ Functional Programming ด้วย .NET ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งแต่ก่อนทำงานได้กับ .NET SDK เท่านั้น ทำงานร่วมกับ Visual Studio ได้ไม่ดีนัก (ผมเคยลองแล้วครับ ยากมากๆ เลย)

การผลักดันให้มาเป็นหนึ่งในภาษาหลักสำหรับ Visual Studio ทำให้นักพัฒนา .NET มีทางเลือกสำหรับภาษา Functional มากขึ้น

ที่มา - TheServerSide.NET

เปิดซอร์สโค้ด .NET Framework 3.5

tags:

ไมโครซอฟท์ใจป้ำ เปิดซอร์สโค้ดของ .NET Framework 3.5 ให้นักพัฒนาเอาไปใช้ศึกษาและอ้างอิงภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ Microsoft Reference License โดยจะเปิดเผยซอร์สโค้ดในหลายๆส่วนดังต่อไปนี้

  • .NET Base Class Library
  • ASP.NET
  • Windows Forms
  • ADO.NET
  • XML
  • WPF

และจะทยอยเปิดซอร์สในส่วนอื่นๆเช่น WCF และ LINQ ตามมาในภายหลัง โดยทั้งหมดจะต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งในรูปแบบของ Stand-alone Installer แยกต่างหากจาก .NET Framework และ Visual Studio นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังแถม Debugger Symbol เพื่อใช้งานร่วมกับ Visual Studio 2008 ด้วย

อย่างไรก็ดี การเปิดซอร์สครั้งนี้ก็ยังให้ใช้งานสำหรับอ้างอิงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในการรีคอมไพล์ตัว .NET Framework แต่อย่างใด

เดี๋ยวนี้ดูเหมือนไมโครซอฟท์จะใจดีขึ้นเยอะเลยแฮะ Mono ก็คงได้รับอานิสงส์ไปด้วย

ที่มา : ScottGu’s Blog

Site Search

 
Web blognone.com

Poll