Tags:
Node Thumbnail

พบกันทุกสามปี ไมโครซอฟท์ประกาศว่า Windows Server เวอร์ชันหน้าจะเรียกว่า Windows Server 2025 ถือเป็นการนับเลขต่อจาก Windows Server 2022 ที่ออกในปี 2021

ช่วงหลังไมโครซอฟท์ใช้วิธีออก Windows Server Insider รุ่นทดสอบอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อกลางๆ ว่า Windows Server vNext ไม่ได้ระบุเลขปีชัดเจน ตอนนี้ไมโครซอฟท์เปลี่ยนชื่อ Insider ตัวล่าสุดเป็น 2025 เรียบร้อยแล้ว

ของใหม่ใน Windows Server 2025 ที่สำคัญคือฟีเจอร์ Hotpatching หรือการติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยรายเดือน โดยไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ตเครื่องทุกครั้งไป ฟีเจอร์นี้มีมาก่อนแล้วใน Windows Server 2022 บน Azure โดยไมโครซอฟท์จะออกแพตช์สำคัญ (baseline) ที่ต้องรีบูตเครื่องไตรมาสละครั้ง ส่วนแพตช์ของเดือนที่เหลือในไตรมาสนั้นๆ จะเป็น hotpatch ที่ไม่ต้องบูตเครื่องใหม่

คราวนี้ฟีเจอร์ Hotpatching มาอยู่ใน Windows Server 2025 และเปิดให้ทุกคนใช้งานโดยไม่จำเป็นต้องอยู่บน Azure อีกต่อไป

ฟีเจอร์อื่นๆ ใน Windows Server 2025 ที่ประกาศมาคร่าวๆ ได้แก่

  • Next Generation Active Directory and SMB
  • Mission Critical Data & Storage
  • Hyper-V & AI

No Description

ที่มา - Microsoft

Get latest news from Blognone

Comments

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 27 January 2024 - 09:44 #1304489
hisoft's picture

บน Windows คนทั่วไปใช้จะมามั้ยนะ อย่ากั๊กอะไรแบบนี้เลย คนเค้าบ่นกันเยอะ

By: Ford AntiTrust
ContributorAndroidBlackberryUbuntu
on 27 January 2024 - 09:50 #1304490 Reply to:1304489
Ford AntiTrust's picture

ถ้าทำคือพลิกประวัติศาสตร์เลยนะ แม้แต่บน Linux ยังไม่ใช่ตัวเลือกเริ่มต้น แถมเป็นความสามารถระดับ enterprise ที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเหมือนกัน

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 27 January 2024 - 10:34 #1304492 Reply to:1304490
hisoft's picture

ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ทั่วไปและระดับสูงบ่นกันจริงจังมาก ยิ่งผู้ใช้ทั่วไปนี่คือไม่มีทางรับมือกันง่ายๆ มาเป็นคิดเงินก็ไม่ยอมจ่าย เลยได้แต่บ่นกับชวนกันไปใช้ macOS แทน ตัวนี้น่าจะช่วยได้เยอะมากจนน่าจะคุ้มน่ะครับ ให้คนเก็บไว้บ่นแค่ตอนเล่นๆ เกมอยู่เฟรมเรตตกเปิดไปเจอว่า Windows กำลัง update ก็พอแล้ว (ทั้งที่มันน่าจะเลี่ยงไม่ update in background เวลาเล่นเกมได้? ทำไมเห็นยังเจอกันตลอดหว่า)

จะคิดเงินบน server ก็อีกเรื่อง 😂

By: ZodiacJB on 28 January 2024 - 06:56 #1304546 Reply to:1304489

เราคิดว่าฟีเจอร์นี้ไม่จำเป็นสำหรับฝั่ง PC นะ เพราะเราหาเวลา reboot เครื่องได้และการปิด/เครื่องบ่อยคือเรื่องปกติอยู่แล้วและการอัพเดตก็ไม่ได้นานเหมือนเมื่อก่อนด้วย

By: hisoft
ContributorWindows PhoneWindows
on 28 January 2024 - 08:44 #1304549 Reply to:1304546
hisoft's picture

และการปิด/เครื่องบ่อยคือเรื่องปกติอยู่แล้ว

ผมไม่เคยปิดเครื่องครับ จะเจอปัญหาก็แบบเปิด browser อยู่หลายสิบแท็บแล้วต้องรีเครื่อง (ผมเปิดทุกอย่างที่ไม่ต้อง login ใน InPrivate) หรือสั่งรันโปรเจคอยู่ (บางโปรเจคต้องสั่งรันตัวย่อยๆ เยอะให้ครบ เวลากลับมาก็จะเหวอๆ หน่อย) ขี้เกียจทั้งไล่เปิดไล่พิมพ์ใหม่และบางทีต้องหาที่จดคำสั่งรันไว้ด้วยให้เร็วขึ้นหน่อย
ส่วนคนอื่นที่เจอบ่อยๆ คือเปิดเครื่องมาจะรีบใช้งาน หรือรีบปิดเครื่องจะกลับบ้านแล้วติดหน้านี้

By: iamfalan
iPhoneAndroidWindows
on 27 January 2024 - 16:53 #1304524

ของผู้ใช้ทั่วไปผมขอแค่ ตอนที่ผมใช้งานอยู่ ไม่ reboot ตัวเองก็พอครับ (ต่อให้ไม่ตอบ noti)
วันก่อนยุ่งๆ อยู่ noti มันขึ้นมาถามแต่ลืมตอบ อีกสักพัก reboot ตัวเองขณะกำลังเขียน code เลย

ของ macos คือ ต้องบอกว่า จะให้ reboot เลย มันถึงจะ up เดี๋ยวนั้น

By: ZodiacJB on 28 January 2024 - 07:04 #1304547

อะ FreeBSD เมื่อไรจะมีกะเค้าบ้าง reboot ทุกรอบทีมี Patch Kernel เลยเด้อ ฝั่ง ubuntu เขาเอา Livepatch ลง PC ละ ผู้ใช้ FreeBSD ได้แต่มอง นี้ถ้า Windows server เปิด Default มาคงต้องยิ้มแห้งรอไปก่อน

By: langisser
In Love
on 29 January 2024 - 10:48 #1304618

ปัจจุบัน Windows 11 ก็ประมาณนี้อยู่แล้วหรือเปล่า
- มันจะ update ให้ยกเว้นตัวที่ต้อง restart
- มันไม่ restart auto นะแต่ตอนที่เราจะปิดเครื่องมันจะมีให้เลือกว่าปิดเฉยๆ หรือปิดแบบ install patch
- ตอนที่มัน download patch ผมก็ไม่เห็น noti ถามให้ restart นะ แต่จะไปรู้ตัวอีกตอนจะปิดเครื่องซึ่งเลือกได้ว่าปิดแบบไม่ install พร้อมเมื่อไรค่อย restart/install

ป.ล. ใช้ Windows 11 และไปตั้งค่าอีกนิดหน่อยตรง Settings -> Windows Update -> Advanced options