Business

ไมโครซอฟท์และยาฮู! กลับมาเจรจากันต่อ

tags:

หลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้ถอนตัวจากการซื้อหุ้นของยาฮูเพื่อควบรวมกิจการเนื่องจากตกลงเรื่องราคากันไม่ได้ ไมโครซอฟท์ได้ออกมาประกาศว่าจะเริ่มต้นการเจรจากับยาฮูยกใหม่ แต่ในครั้งนี้เป้าหมายอาจไม่ได้อยู่ที่การซื้อกิจการทั้งหมด (อาจเป็นการซื้อบางส่วน) ถือได้ว่าต่างฝ่ายต่างถอยกันคนละก้าวแล้วกลับมาคุยกันใหม่

ที่มา - Engadget

(ข่าวสั้นมาก เพราะข่าวที่แหล่งข่าวก็สั้นเช่นกัน)

ไมโครซอฟท์ดัน Microsoft Auto ใส่รถฮุนได, เกีย

tags:

ไมโครซอฟท์เซ็นสัญญากับค่ายผู้ผลิตรถยนต์เกาหลีฮุนไดและเกียในการติดตั้งซอฟท์แวร์ Microsoft Auto ซึ่งมีความสามารถสั่งการด้วยเสียง, ควบคุมเครื่องเล่นเพลงพกพาและโทรศัพท์มือถือ โดยจะเริ่มติดตั้งไปกับรถที่จำหน่ายไปทั่วโลกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนหลังจากที่ไมโครซอฟท์หมดสัญญากับฟอร์ด­ในการนำระบบดังกล่าวไปติดตั้งในชื่อของ Sync ให้กับฟอร์ดแต่เพียงผู้เดียว

ในขณะนี้ไมโครซอฟท์กำลังเร่งเพิ่มคุณสมบัติใหม่ ๆ ใส่เข้าไปใน Microsoft Auto เช่น ระบบนำร่อง และระบบโทรฉุกเฉินเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน

ป.ล. ดีที่มันเป็นแค่ระบบเชื่อมต่อข้อมูลภายในรถ ถ้าลองเป็น OS ควบคุมรถทั้งคันล่ะก็…เกิด BSOD ขึ้นมาทีนี่ไม่อยากจะคิด

ที่มา - Time

CTO โมโตโรลาลาออกแล้ว

tags:

จากข่าวภาวะระส่ำระสายในช่วงที่ผ่านมาของโมโตโรลา (ข่าวเก่า - ผลประกอบการไตรมาสแรก, โมโตฯแยกบริษัท) ล่าสุดนาย Richard Nottenburg CTO คนปัจจุบันได้ลาออกจากตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว

โฆษกของโมโตโรลาให้เหตุผลในการลาออกของ Nottenburg เอาไว้ว่าเขาต้องการกลับไปอยู่กับครอบครัวในนิวยอร์คและ “เพื่อมองหาโอกาสอื่น ๆ”

Nottenburg เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมต่อจาก Padmasree Warrior CTO คนเก่าที่ลาออกไปด้วยเหตุผล “เพื่อมองหาโอกาสอื่น ๆ” เช่นเดียวกัน

ที่มา: Reuters ผ่าน Engadget

ไมโครซอฟท์ถอนตัวจากการซื้อยาฮู!

tags:

ไมโครซอฟท์ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าได้จะถอนตัวจากการซื้อหุ้นเพื่อควบรวมกิจการของยาฮู หลังจากที่ทั้งสองบริษัทตกลงกันเรื่องราคาหุ้นไม่ได้ โดยราคาสุดท้ายที่ไมโครซอฟท์เสนอคือ $33 ต่อหุ้น (ราคาแรกที่ไมโคซอฟท์เสนอคือ $31 ต่อหุ้น) แต่ทางยาฮูยืนยันว่าจะไม่ยอมขายหุ้นในราคาต่ำกว่า $37 ต่อหุ้น

หลังจากที่ต่อรองกันมานาน 3 เดือน สตีฟ บาลเมอร์ ซีอีโอของไมโครซอฟท์ก็ได้ประกาศว่าจะไม่ซื้อหุ้นของยาฮู และไมโครซอฟท์จะลุยต่อทางด้านออนไลน์ด้วยตัวเอง และยังกล่าวอีกด้วยว่า "ยาฮูจะเป็นตัวเร่งของกลยุทธของเราแต่ผมก็มั่นใจว่าเราจะมุ่งไปสู่จุดหมายของเราต่อไป"

ที่มา - NY Times ผ่าน Digg ที่เห็นมาจาก Twitter

Twhirl ถูกซื้อโดย Seesmic

tags:

Twhirl ซึ่งเป็นหนึ่งใน Twitter Client ยอดนิยมในขณะนี้ (คู่แข่ง: Snitter, Twitteriffic) ถูกซื้อไปโดย Seesmic ผู้ให้บริการวีดีโอแชทซึ่งกำลังอยู่ในช่วง Closed Beta

การซื้อครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของโปรแกรมที่ใช้ Adobe AIR ซึ่งนักเขียนจากแหล่งข่าวเชื่อว่าการซื้อครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ RIA (Rich Internet Application) บนเดสก์ทอปและคาดว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็น microblogging ในรูปแบบวีดีโอผสมกับข้อความ (Twitter + Video = ?)

สงสัยว่า @sugree จะโพสต์อะไร

ที่มา - ZDNet, ReadWriteWeb

บริการจัดเก็บข้อมูล ธุรกิจเล็กๆสำหรับคนคิดการใหญ่

tags:

จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ บริการจัดเก็บข้อมูลสำคัญๆของบริษัท อาทิเช่น
ใบเสร็จ ใบสั่งซื้อ บัญชี รวมถึงข้อมูลพนักงาน ซึ่งธุรกิจประเภทนี้ทำรายได้มหาศาล
รวมทั้งลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและบริหารข้อมูลของลูกค้า
ซึ่ง BPO อ้างว่าช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายถึง 25% ต่อปีเลยทีเดียว

แต่สำหรับในประเทศไทยแล้ว ธุรกิจประเภทนี้ยังมีให้เห็นไม่มากนัก
โดยส่วนใหญ่ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อ Software เช่น IBM CM มาจัดการข้อมูลเอง

ใครที่คิดว่าอยากหาช่องทางในธุรกิจประเภทนี้ก็อย่าลืมเรื่อง ความปลอดภัยและความลับของข้อมูล
ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมาเป็นอันดับแรกสำหรับลูกค้าในการเลือกบริษัทผู้ให้บริการ

ที่มา - The New York Times

แอปเปิลหุ้นร่วงตลอดหลังงาน MacWorld 08

tags:

สำหรับหลาย ๆ คน (รวมถึงผม) งาน MacWorld 08 ปีนี้เป็นงานที่ถือว่าน่าพอใจอย่างมากสำหรับผู้ที่รอคอย โดยในงานได้มีการเปิดตัว Time Capsule, ซอฟต์แวร์ iPhone ใหม่, บริการเช่าหนังออนไลน์ผ่าน iTunes Store และ MacBook Air พระเอกในงาน

แต่กลุ่มผู้ลงทุนและนักธุรกิจไม่ได้คิดเหมือน ๆ กัน โดยหลาย ๆ คนได้บอกว่าเป็นอะไรที่น่าผิดหวังพอสมควร

สาเหตุหนึ่งมาจากการที่แอปเปิลนั้นได้ใช้ชิพจากอินเทลเพียงเจ้าเดียวในสินค้าตระกูล “แมคอินทอช” ทั้งหมด

อีกสาเหตุคือ ในีนี้แอปเปิลไม่สามารถที่จะสร้างความประทับใจให้แก่นักลงทุนได้เหมือนปีที่แล้ว เมื่อประกาศเปิดตัวไอโฟน

นอกจากสาเหตุเหล่านี้แล้ว นักลงทุนส่วนใหญ่เห็นว่าตลาด Video on Demand นั้นยังไม่เป้นที่ต้องการมากนัก โดยมีหลายบริษัทได้พยายามทำอย่างเดียวกันนี้มาตลอด และยังไม่มีใครพูดได้ว่าเวิร์ค มันยากที่จะเข้าใจว่าคนเราจะนั่งดาวน์โหลดผ่าน iTunes ทำไม ในเมื่อระบบเคเบิลปัจจุบันนั้นสามารถทำได้ง่ายกว่าอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้นักวิจัยการตลาดอีกรายยังได้ออกมาบอกว่า MacBook Air แม้จะเป็นไคลแมกซ์ของงาน แต่มันไม่ได้ขยาย “แมคอินทอช” ไปในตลาดใหม่แม้แต่น้อย

ส่วนตัวแล้วผมว่ามันขยายนะ ขนาดแม่ผมที่ไม่เคยใช้แมคยังอยากได้เลย (ใส่กระเป๋าถือได้)

ที่มา - MarketWatch

Forbes ยก Nvidia เป็นบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี

tags:

นิตยสาร Forbes ยกให้ Nvidia เป็นบริษัทยอดเยี่ยมประจำปีนี้ ด้วยเหตุผลทั้งด้านการเงินและความสำคัญของการ์ดจอต่อวงการคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

ตอนนี้ Nvidia ครองตลาดการ์ดจอบนเดสก์ท็อปด้วยส่วนแบ่ง 62% เพิ่มขึ้นจาก 57% ในปีที่แล้ว ส่วนรายรับเพิ่มขึ้น 33% และกำไรเพิ่ม 50% ถ้านับเฉพาะช่วงที่ Nvidia เข้าตลาดหุ้นในปี 1999 เป็นต้นมา ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 2100% ซึ่งสูงกว่าแอปเปิลในช่วงเวลาเดียวกันเสียอีก

แต่กว่าจะสำเร็จขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ซีอีโอเชื้อสายไต้หวัน Jen-Hsun Huang ต้องเผชิญกับอุปสรรคมามากในช่วงต้น ต้องปลดพนักงานครั้งใหญ่ในปี 1995 ก่อนที่ Huang กับพนักงานที่เหลืออีก 35 คนจะปรับทิศทางของบริษัทใหม่ ลงทุนในเทคโนโลยีที่คุ้มค่าอย่างการจำลองการ์ดจอก่อนผลิตจริง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญให้วงจรการพัฒนาการ์ดจอของ Nvidia ลดลงเหลือแค่ 6 เดือน

Nvidia จะยังต้องเผชิญกับคู่แข่งหน้าเดิมๆ ทั้งอินเทลและ AMD/ATI ต่อไป ซึ่ง Jen-Hsun Huang ก็ยังมั่นใจว่าตราบใดที่ทั้งสองบริษัทไม่ได้โฟกัสเฉพาะการ์ดจอเหมือน Nvidia ก็ยากที่จะต่อกรกับ Nvidia ได้

ที่มา - Forbes

ตีตรา "สตีฟ จ็อบส์" บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการธุรกิจ

tags:

แม็กกาซีนธุรกิจชื่อดังอย่าง Fortune ได้จัดให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของแอปเปิล (Apple Inc.) ให้เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการธุรกิจในชาร์ท 25 Most Powerful People in Business หรือ 25 บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการธุรกิจ

แม้ว่าการจัดอันดับนี้ดูเหมือนจะเป็นความคิดส่วนตัวเสียมากกว่า แต่อิทธิพลของสตีฟ จ็อบส์เท่าที่เห็นในปัจจุบันนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่วงการคอมพิวเตอร์ แต่ใน Hollywood, วงการดนตรี, การค้าขายปลีกและยังรวมไปถึงวงการมือถืออีกด้วย

ที่มา - MacRumors

สรุปผลประกอบการบริษัทไอทีไตรมาสสาม

tags:

ช่วงนี้ข่าวแนวๆ นี้เยอะ เลยขอรวบยอดเอาไว้เป็นข่าวเดียวกัน

  • เริ่มจากกูเกิล เพิ่งประกาศผลออกมาได้อย่างสวยงาม ด้วยตัวเลขผลกำไรที่พุ่งไปกว่าร้อยละ 46 ทำให้ยอดกำไรสุทธิล่าสุดอยู่ที่กว่าพันล้านดอลลาร์แล้ว
  • เอเอ็มดีแม้ยอดขายจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงขาดทุนต่อไปถึง 396 ล้านดอลลาร์ แม้จะดีกว่าไตรมาสที่แล้ว แต่การดำเนินการแบบขาดทุนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
  • โนเกียท่าทางดูดีสุด ด้วยกำไรทที่พุ่งขึ้นไปถึงร้อยละ 85 ไปอยู่ที่ 1.56 พันล้านดอลลาร์จากความต้องการมือถือราคาถูกในตลาดตะวันออกกลาง, เอเชีย, และแอฟริกา โดยตอนนี้โนเกียมีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกเหยียบๆ ร้อยละ 40 แล้ว
  • SAP ยังคงเติบโตขึ้นแบบไม่หวือหวามาก ด้วยผลกำไรที่โตขึ้นร้อยละ 10 มาอยู่ที่ 579 ล้านดอลลาร์

ที่มา - TechCrunch, PhysOrg(AMD), NY Times, PhysOrg(SAP)

Site Search

 
Web blognone.com

Poll