By arjin Writer on Tag: Instagram, Android 17, Google, Digital Content
Instagram

ปัญหาที่เป็นอยู่มาอย่างยาวนานของชาวไอจีเรื่องหนึ่งก็คือ การใช้งานบน Android ให้คุณภาพไม่ดีเท่ากับบน iPhone ทั้งการอัปโหลดภาพ-วิดีโอ จนถึงการแสดงผล แต่ล่าสุดกูเกิลประกาศความร่วมมือกับ Meta เพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว

โดยกูเกิลบอกว่าใน Android 17 ได้ปรับปรุงฟีเจอร์หลายอย่างสำหรับครีเอเตอร์ผู้สร้างเนื้อหาใน Instagram ดังนี้

By arjin Writer on Tag: Facebook, Reels, Digital Content, Meta
Facebook

Meta ออกโครงการใหม่เพื่อดึงดูดครีเอเตอร์จากแพลตฟอร์มอื่นให้มาสร้างคอนเทนต์บน Facebook มากขึ้น ด้วยการรับประกันรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน เรียกชื่อโครงการนี้ว่า Creator Fast Track โดย Meta พูดในภาพรวมว่าปีที่ผ่านมา Facebook จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์รวมมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน และมากกว่าครึ่งเป็นการจ่ายจากคอนเทนต์ Reels

By arjin Writer on Tag: Instagram, Social Media, Digital Content, Adam Mosseri
Instagram

Adam Mosseri หัวหน้าทีม Instagram โพสต์เนื้อหาลงทั้งในบัญชี Instagram และ Threads ของเขา เกี่ยวกับแนวโน้มของการสร้างเนื้อหาบนโซเชียลในปี 2026 และความท้าทายที่แพลตฟอร์มแบบ Instagram กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งช่วยให้เห็นไอเดียและสิ่งที่จะเกิดขึ้นสำหรับวงการครีเอเตอร์

By arjin Writer on Tag: Facebook, Digital Content, Meta
Facebook

Meta ยืนยันการทดสอบ "จำกัด" การโพสต์ลิงก์โดยตรง มีผลกับบัญชีผู้ใช้งานแบบ Professional Mode หรือที่บางคนเรียกบัญชีครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างรายได้ได้ กับกลุ่ม Page โดยสามารถโพสต์ลิงก์ได้จำนวน 2 ลิงก์ต่อเดือนเท่านั้น (เฉพาะโพสต์ออแกนิก) ยกเว้นบัญชีกลุ่มนี้จะจ่ายเงินสมัคร Meta Verified

By arjin Writer on Tag: Oxford English Dictionary, Digital Content
Oxford English Dictionary

Oxford English Dictionary ประกาศคำแห่งปี 2025 (Word of the year) คือคำว่า "Rage bait" ที่หมายถึงการสร้างเนื้อหาออนไลน์เพื่อกระตุ้นให้คนอ่านโกรธหรือไม่พอใจ ทำให้ได้ engagement มากขึ้น อาจเรียกได้ว่าเป็นวิธีการที่พัฒนาต่อจาก clickbait โดยเน้นพลังลบมากกว่า โดย Oxford มองว่ารูปแบบเนื้อหาออนไลน์ดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

Rage bait ถูกใช้บนโลกออนไลน์ครั้งแรกในปี 2002 บนเครือข่าย Usenet เพื่อใช้อธิบายรูปแบบการโพสต์ที่เจตนาก่อกวนให้อีกฝ่ายโมโห

By arjin Writer on Tag: Facebook, Reels, Digital Content
Facebook

Facebook เปิดตัวเครื่องมือใหม่ให้ครีเอเตอร์ปกป้องผลงาน จากการถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเรียกว่า Facebook Content Protection ซึ่งการทำงานนั้นระบบจะคอยตรวจสอบว่า Reels ต้นฉบับถูกนำไปผลิตซ้ำในที่อื่นหรือไม่ แล้วแจ้งเตือนไปยังครีเอเตอร์ต้นฉบับ ซึ่งถึงตรงนี้ก็สามารถเลือกได้ทั้งบล็อก Reels ให้ถูกลดการมองเห็น, ติดตามยอดวิวของโพสต์นั้นเพื่อตัดสินใจในภายหลัง หรือเลือกปล่อยผ่านไป ก็ทำได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถระบุบัญชีที่อนุญาตให้นำคอนเทนต์ Reels ไปใช้งานต่อได้เลยโดยไม่ถูกตรวจสอบ (Allow List)

ฟีเจอร์นี้จำกัดให้กับครีเอเตอร์ผ่านเงื่อนไขเบื้องต้น สามารถตรวจสอบได้ผ่าน Facebook Content Monetization ซึ่งตอนนี้สามารถเข้าถึงได้ผ่านแอปสมาร์ทโฟนเท่านั้น และผ่านครีเอเตอร์ที่สมัคร Rights Manager ไว้ โดยไปที่ Professional dashboard > Content > Content protection

By arjin Writer on Tag: YouTube, Digital Content
YouTube

YouTube ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หลายอย่างสำหรับฝั่งผู้ผลิตเนื้อหาหรือครีเอเตอร์ โดยบอกว่าปัจจุบันการดู YouTube ผ่านทีวีมีมากขึ้น ครีเอเตอร์มีรายได้จากการดูผ่านช่องทางนี้เพิ่มถึง 45% แต่การดูคอนเทนต์บนทีวีมีรูปแบบและประสบการณ์ที่ต่างจากช่องทางอื่น จึงต้องมีการปรับปรุงฟีเจอร์ให้เหมาะสม

ของใหม่ 5 อย่างมีดังนี้

  • Thumbnail วิดีโอ เพิ่มขนาดไฟล์จาก 2MB เป็น 50MB เพื่อให้อัปโหลดรูปที่ละเอียดสูงขึ้น
  • เพิ่มเครื่องอัปสเกลทำให้ภาพคมชัดขึ้นด้วย AI สำหรับวิดีโอความละเอียดต่ำกว่า 1080p ให้เป็น 1080p เป้าหมาย YouTube ต้องการปรับได้ถึง 4K ฟีเจอร์นี้สามารถ opt-out ได้ และผู้ชมสามารถเลือกดูวิดีโอความละเอียดต่ำต้นฉบับได้เช่นกัน
By arjin Writer on Tag: OpenAI, Sora, Artificial Intelligence, Digital Content
OpenAI

Sam Altman ซีอีโอ OpenAI โพสต์บล็อกถึงแนวทางต่อไปของ Sora แอปสร้างวิดีโอด้วย AI ที่ตอนนี้แม้จำกัดเฉพาะในอเมริกาแบบได้คำเชิญเท่านั้น แต่เป็นกระแสจากความสมจริงของวิดีโอที่สร้างขึ้น ซึ่งก็มาพร้อมกับความกังวลหลายด้านโดยเฉพาะการละเมิดลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์

Altman บอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกับ Sora เร็ว ๆ นี้ 2 อย่าง (และจะมีอย่างอื่นอีกตามมา)

อย่างแรกคือการควบคุมเนื้อหาโดยเจ้าของลิขสิทธิ์ เดิมเป็นระบบ opt-out ถ้าไม่ต้องการให้คาแรกเตอร์ถูกใช้งาน เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องระบุเอง มาเป็นระบบ opt-in ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องเป็นฝ่ายเปิดให้ใช้ก่อน ซึ่งสามารถกำหนดเพิ่มเติมได้ว่าต้องการให้ถูกใช้งานแบบใด หรือไม่อนุญาตเลย

By arjin Writer on Tag: Webtoon, Disney, Comic, Digital Content
Webtoon

Disney และ WEBTOON Entertainment ประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับอ่านการ์ตูนดิจิทัลใหม่ ซึ่งมีคอนเทนต์ทั้งการ์ตูนปัจจุบันที่ยังดำเนินเรื่องอยู่ รวมทั้งการ์ตูนเก่าในอดีตทั้งของ Disney, Marvel, Star Wars และ 20th Century Studios รวมมากกว่า 35,000 เรื่อง

แพลตฟอร์มใหม่นี้เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Marvel Unlimited ที่เป็นบริการอ่านการ์ตูน Marvel แบบ subscription โดยแพลตฟอร์มใหม่จะดำเนินงานโดย WEBTOON ซึ่งทำให้แพลตฟอร์มใหม่มีคอนเทนต์บางส่วนของเกาหลีและญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย ส่วนลูกค้า Disney+ จะได้เข้าถึงการ์ตูนบางส่วนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

By arjin Writer on Tag: YouTube, Translation, Digital Content
YouTube

YouTube ประกาศขยายฟีเจอร์ใส่เสียงพากย์ภาษาอื่นอัตโนมัติหรือ Multi-Language Audio ให้กับครีเอเตอร์ทุกคน โดยจะทยอยใช้งานได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์

YouTube ทดสอบฟีเจอร์ใส่เสียงพากย์ภาษาต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2023 แบบจำกัดกลุ่ม ในตอนนั้นครีเอเตอร์ต้องหาเสียงพากย์มาใส่เอง ต่อมา YouTube เพิ่มระบบสร้างเสียงพากย์อัตโนมัติ จึงช่วยให้ครีเอเตอร์ลดขั้นตอนการทำงานได้

By arjin Writer on Tag: YouTube, Digital Content, Artificial Intelligence
YouTube

YouTube ประกาศปรับปรุงนโยบายของการสร้างรายได้สำหรับพาร์ตเนอร์หรือ YouTube Partner Program (YPP) โดยบอกว่าได้ปรับเกณฑ์ของวิดีโอที่เป็นต้นฉบับและไม่เหมือนใครให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น มีผลตั้งแต่ 15 กรกฎาคม เป็นต้นไป ซึ่ง YouTube บอกว่าการเปลี่ยนแปลงสำคัญเป็นเรื่องการตรวจจับวิดีโอที่ไม่ใช่ต้นฉบับที่ดีขึ้น

คำอธิบายของ YouTube ที่ออกมาทำให้ถูกตีความไปหลายทางว่าวิดีโอประเภทใดบ้างที่เข้าข่าย "ไม่ใช่ต้นฉบับ" ทำให้ Rene Ritchie ผู้บริหาร YouTube ที่ดูแลส่วนเนื้อหาของครีเอเตอร์โพสต์วิดีโออธิบายว่า นโยบาย YPP ใหม่นี้ มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ภาพรวมนั้นยังเหมือนเดิม แต่เกณฑ์ใหม่ใช้จัดการกับคอนเทนต์ประเภท "ผลิต-ทำซ้ำ" จำนวนมาก ซึ่งคอนเทนต์ประเภทนี้ไม่เข้าเกณฑ์ YPP ที่จะได้เงินอยู่แล้ว เพราะถูกมองเป็นวิดีโอสแปม

By arjin Writer on Tag: CapCut, ByteDance, Copyright, Instagram, Digital Content, TikTok
CapCut

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นร้อนในสายครีเอเตอร์เมื่อ CapCut แอปตัดต่อวิดีโอยอดนิยมของ ByteDance เจ้าของเดียวกับ TikTok ได้ปรับปรุงข้อกำหนดการให้บริการหรือ Terms of Service (ToS) ฉบับวันที่ 12 มิถุนายน 2025

มีการตั้งข้อสังเกตข้อความที่เปลี่ยนแปลง โดยชี้ในสองประเด็นที่น่ากังวลคือ (1) CapCut มีสิทธินำคอนเทนต์ทั้งหมดที่อัปโหลดเข้ามายังแพลตฟอร์มไปใช้งานต่อได้ทันที (2) เนื่องจากผู้ใช้งานยังครอบครองสิทธิในเนื้อหาบน CapCut หากเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย ก็ต้องรับผิดชอบด้วย

ข้อความใน ToS ส่วนที่เป็นประเด็นทั้งหมดมีดังนี้

By boompw Contributor on Tag: YouTube, Algorithm, Digital Content
YouTube

รู้มั้ยว่า YouTube ไม่ได้มีแต่คลิปวิดีโอไวรัล หรือคอนเทนต์จากยูทูบเบอร์ดัง ๆ ระดับโลกเท่านั้น เพราะยังมีอีกด้านหนึ่งที่คนส่วนใหญ่แทบไม่เคยเห็น ซึ่งไม่ใช่เพราะมันเป็นความลับ หรือถูกซ่อนเอาไว้ แต่อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มเลือกที่จะไม่แสดงมันให้เห็น

พูดแบบนี้ ครีเอเตอร์มือใหม่คงนอยด์แน่ ๆ แต่มันคือเรื่องจริงที่ระบบแนะนำของ YouTube ถูกออกแบบมาเพื่อดันวิดีโอที่กำลังเป็นกระแส หรือมีคนคลิกเยอะ ๆ พูดง่าย ๆ คือวิดีโอยอดนิยมจะถูกดันขึ้นมาด้านบนของฟีด ส่วนคลิปที่เหลือ ถูกจมอยู่ในเงามืด แทบไม่มีใครเคยดูเลย แม้จะเป็นส่วนใหญ่ของแพลตฟอร์มก็ตาม

By arjin Writer on Tag: Spotify, Podcast, Digital Content
Spotify

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Spotify ได้อัปเดตส่วนพอดคาสต์ โดยแสดงตัวเลขจำนวนการเล่นของแต่ละตอนของรายการ โดยบอกว่าตัวเลขที่แสดงนี้จะช่วยดึงดูดให้ผู้ใช้งานได้ค้นพบเนื้อหาใหม่ ที่พวกเขาอาจไม่เคยฟังมาก่อนมากขึ้น

อย่างไรก็ตามฝั่งครีเอเตอร์โดยเฉพาะช่องที่มีฐานคนฟังไม่มาก ไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นประโยชน์กับพวกเขา ตัวเลขที่น้อยนอกจากสะท้อนด้านไม่ดี ยังอาจส่งผลต่อคนที่ฟังรายการของช่องเป็นประจำด้วย จึงเกิดการทักท้วงกลับไปที่ Spotify

By mk Founder on Tag: Game Informer, GameStop, Magazine, Digital Content
Game Informer

อีกหนึ่งเรื่องสุดเซอร์ไพร์สของสื่อสายเกม เมื่อ นิตยสาร Game Informer ที่ปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 คืนชีพกลับมาได้แบบเหลือเชื่อ พร้อมด้วยทีมงานชุดเดิมทั้งหมด ที่ไม่ธรรมดาคือไม่ได้กลับมาเฉพาะออนไลน์ เพราะนิตยสารฉบับพิมพ์ก็เตรียมกลับมาด้วย

เหตุผลเป็นเพราะเจ้าของ Game Informer ถูกเปลี่ยนมือจากเครือร้ายขายเกม GameStop มาสู่เจ้าของใหม่ Gunzilla Games ผู้สร้างเกมยิง Off the Grid ซึ่งอยากให้นิตยสาร-เว็บไซต์ Game Informer กลับมาทำต่อในแนวทางเดิม ทำให้ทีมงานเดิมกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

By arjin Writer on Tag: MrBeast, Rumors, Digital Content
MrBeast

Bloomberg อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องบอกว่า MrBeast ยูทูบเบอร์ชื่อดังกำลังเจรจากับที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อขอรับเงินจากนักลงทุน ซึ่งวางเป้าหมายที่มูลค่ากิจการประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์

Jimmy Donaldson หรือ MrBeast วางแผนนำเงินจากนักลงทุนมาใช้ขยายธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับส่วนการผลิตคอนเทนต์ลงช่องยูทูบ, ธุรกิจช็อกโกแลต Feastables หรือแบรนด์ขนม Lunchly โดยภาพรวมของบริษัทนั้นมีกำไร และมีรายได้ในปีที่แล้วมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์

By arjin Writer on Tag: Artificial Intelligence, Video, Digital Content, OpenAI, Google
Artificial Intelligence

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าบริษัทใหญ่ที่พัฒนาปัญญาประดิษฐ์หลายราย เริ่มใช้แหล่งข้อมูลเพื่อเทรน AI ซึ่งเป็นข้อมูลคุณภาพสูงที่ไม่มีปรากฏในสาธารณะ นั่นคือฟุตเทจวิดีโอของครีเอเตอร์ที่ไม่ได้นำมาใช้งาน

รายงานระบุบริษัทที่พัฒนาปัญญาประดิษฐ์เช่น OpenAI, Google, Moonvalley ได้เจรจากับคอนเทนต์ครีเอเตอร์หลายร้อยราย เพื่อขอใช้ฟุตเทจวิดีโอที่ไม่ได้เผยแพร่สำหรับการเทรนโมเดล AI ในราคา 1-4 ดอลลาร์ต่อฟุตเทจยาว 1 นาที ราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับคุณภาพความละเอียด และการผลิต เช่น วิดีโอจากโดรนหรืออนิเมชัน 3D จะมีราคาสูงกว่า

By arjin Writer on Tag: Oxford English Dictionary, Digital Content
Oxford English Dictionary

Oxford ประกาศคำแห่งปี 2024 (Word of the Year) คือคำว่า "brain rot" หรือแปลเป็นภาษาไทยสมองเน่า โดยนิยามของ Oxford บอกว่าเป็นภาวะการเสื่อมถอยของสภาพจิตใจ หรือสติปัญญา จากการบริโภคเนื้อหาบางประเภท โดยเฉพาะเนื้อหาออนไลน์ คำนี้ถูกใช้มากขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เพื่อแสดงความกังวลจากการบริโภคเนื้อหาออนไลน์คุณภาพต่ำในโซเชียลมีเดียมากเกินไป

Andrew Przybylski ศาสตราจารย์แห่ง Oxford University บอกว่าการใช้คำ brain rot ที่มากขึ้น ก็สะท้อนภาพที่พวกเราทุกคนกำลังใช้ชีวิตอยู่นั่นเอง

By arjin Writer on Tag: Facebook, Digital Content, Social Media
Facebook

Facebook ประกาศการเปลี่ยนแปลงสำคัญสำหรับครีเอเตอร์ที่สร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม โดยจะเปลี่ยนมาใช้จำนวนวิว (Views) เป็นตัววัดหลักของประสิทธิภาพคอนเทนต์ (Primary Metric) มีผลทั้งโพสต์เนื้อหา, สตอรี, Reels และวิดีโอ

Views เป็นการนับว่าวิดีโอหรือ Reels ถูกเล่นกี่ครั้ง, โพสต์หรือรูปภาพถูกปรากฏบนหน้าจอกี่ครั้ง วิธีวัดผลด้วย Views นี้เป็นแนวทางเดียวกับ Instagram

Facebook บอกว่าการเปลี่ยนแปลงที่ครีเอเตอร์ต้องรับทราบนั้น สำหรับวิดีโอหรือ Reels วิธีวัด Views ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ Facebook จะเลิกใช้ตัววัดผลการเล่นซ้ำ (Replay) ทั้งหมดจะนับรวมใน Views เลย

By arjin Writer on Tag: Social Network, Digital Content
Social Network

The Wall Street Journal มีรายงานพิเศษเกี่ยวกับปัญหาในยุคโซเชียล-อินฟลูเอนเซอร์ เมื่อคู่รักที่แต่งงานและสร้างบัญชีโซเชียลสำหรับลงคอนเทนต์ร่วมกัน จนมีฐานแฟนผู้ติดตาม สามารถทำเงินได้จำนวนมาก แต่เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจหย่าร้างกัน การแย่งชิงบัญชีโซเชียลที่เป็นเครื่องมือทำเงินสร้างรายได้จึงเกิดขึ้น

Subscribe to Digital Content