Carol Bartz อดีตซีอีโอหมาดๆ ของยาฮู เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ Fortune ถึงการที่เธอถูกไล่ออกทางโทรศัพท์
วันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่ Bartz อยู่ในนิวยอร์กเพื่อขึ้นพูดที่งานสัมมนาของ Citigroup ในวันพุธ เธอโทรหา Roy Bostock ประธานบอร์ดยาฮูช่วงหกโมงเย็นตามที่นัดกันไว้ เมื่อเขารับสาย เขาก็อ่านข้อความในจดหมายปลดซีอีโอตามที่ทนายความของบริษัทเตรียมไว้ให้
Bartz บอก Bostock ว่า "นั่นเป็นสคริปต์ไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณไม่บอกฉันด้วยตัวเอง" แต่เขาก็อ่านต่อไปจนจบโดยที่ Bartz ไม่ได้เถียงอะไร เมื่อเขาพูดข้อความจบ เธอก็บอกว่า "ฉันเข้าใจแล้ว ฉันนึกว่าคุณจะมีคลาสมากกว่านี้"
หลังจากคุยโทรศัพท์กับ Bostock จบ เธอมีเวลา 2 ชั่วโมงในการบอกพนักงานของยาฮูว่าเธอลาออกเองหรือถูกบอร์ดไล่ออกกันแน่ เธอจึงโทรหาบุคคลในครอบครัวและผู้ช่วยส่วนตัว และเธอพบว่าทนายของยาฮูไปรออยู่ที่โรงแรมเพื่อนำเอกสารมามอบให้เธอ เธอจึงตัดสินใจไม่กลับโรงแรมและจองโรงแรมอื่นด้วยตัวเอง จากนั้นเธอหยิบ iPad ขึ้นมาส่งอีเมลหาพนักงานทั้งหมดของยาฮูเพื่อบอกลา (ตามข่าวเก่า)
เธอบอกว่าต้องการให้พนักงานของยาฮูไม่รู้สึกว่าเธอทิ้งพวกเขาไป เพราะฉันไม่เคยทิ้งพวกเขาอยู่แล้ว ฉันมีเสื้อผ้าสีม่วง (สีของยาฮู) อยู่มาก
Bartz เล่าถึงประเด็นที่เธอถูกไล่ออกว่า เธอไม่สามารถเพิ่มอัตราการเติบโตของรายได้ (revenue) ให้กับบริษัทได้ ถึงแม้เธอจะลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มกำไรได้ก็ตาม ซึ่งเธอบอกกับบอร์ดไว้ก่อนแล้วว่า รายได้ของยาฮูจะไม่เพิ่มจนกว่าจะถึงปี 2012
เธอมองว่าข้อตกลงกับไมโครซอฟท์ ซึ่งยาฮูจะต้องตัดส่วนแบ่งรายได้จากการค้นหา 12% ให้ไมโครซอฟท์ จะไม่ช่วยให้บริษัทเติบโตในระยะสั้น แต่จะส่งผลดีในระยะยาว แต่บอร์ดบริหารมีความอดทนไม่เพียงพอ ซึ่งเธอวิจารณ์ว่าบอร์ดของยาฮู "แย่ที่สุดในประเทศนี้" โดยดูได้จากการตัดสินใจไม่ขายบริษัทให้ไมโครซอฟท์ในปี 2007 ซึ่งตอนนั้น Bartz ยังไม่ได้เข้ามาเป็นซีอีโอ
Bartz สรุปว่าบอร์ดของยาฮูนั้น "โง่เขลา" (doofus) และบอกว่าบอร์ดนั้น "f---ed me over."
Bartz ยังพูดถึง Tim Morse ซีเอฟโอและรักษาการณ์ซีอีโอว่า เขาเป็นคนเก่ง แต่เมื่อถามว่าใครควรเป็นซีอีโอคนถัดไปของยาฮู เธอบอกว่า "บอร์ดควรให้ฉันกลับไปทำงาน เพราะฉันเป็นคนที่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง"
ที่มา - Fortune
แหล่งข่าวภายในยาฮูบอกว่า Bartz มีสัญญากับบริษัทว่าจะไม่วิจารณ์บริษัทในทางเสียหาย (non-disparagement clause) อยู่ และเธอจะได้รับเงินค่าชดเชยในการออกจากตำแหน่งประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ แต่ด้วยสองประโยคข้างต้นที่ทำตัวหนาเอาไว้ อาจทำให้เธอชวดเงิน 10 ล้านดอลลาร์นี้ไปได้ (แลกกับความสะใจ)
ที่มา - Fortune
Comments
ถึงBartzจะไม่ได้ทำให้Yahooเด่นได้ แต่อย่างน้อยก็รักษาตลาดตัวเองไว้ได้นะ
ที่แน่ๆผมว่าYahooจะเสียดายที่ไล่เธอออก
++++++++++++++++++ ตลอด
ผมคิดว่า เธอทำดีแล้ว แต่ยังดีไม่พอ(กับความต้องการของบอร์ด-ผู้ถือหุ้น)
แต่เงิน 10 ล้าน กับความสะใจ มันจะคุ้มกันไหมหนอ
Jusci - Google Plus - Twitter
ผมว่า ณ เวลานี้
การรักษาให้ตัวเองยังเสมอตัว ยังไม่พอนะ
เพราะคนอื่นก้าวเร็วกว่า
บอร์ดอาจจะโดน ผู้ถิแหุ้นบ่นเอาก็ได้
ตอนนี้ ยาฮูเหมือนจะเริ่มซบเซา
พลาดแล้วนะ นึกว่าหาคนใหม่ได้แล้วเสียอีก นี้ปล่อยตำแหน่งลอย แล้วใครจะกล้าเป็น CEO คนต่อไปละ
CEO คนต่อไป เวลาจะรับโทรศัพท์ ทีเห็นเป็นเบอร์ของ Board ก็หนาวๆ ร้อนๆ 55555
มาในช่วงวิกฤต ไม่ทำให้แย่ไปกว่านี้ก็เป็นบุญแล้ว ต่อไปจะลองดูกรณี Nokia ว่าจะไปได้ดีแค่ไหน
oxygen2.me, panithi's blog
Device: HP Zbook, iPad Pro, iPhone 15PM, iPhone 16+, Nothing Phone 1
ไม่มีความเห็นเพราะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยะฮูมากนัก แต่ถ้าดูตามคามสำเร็จของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาก็บอกว่าเฉยๆ
ไม่ดีนัก ถ้าบอร์ดต้องการยากระตุ้นที่แรงกว่านี้ก็ทำถูกแล้วที่ไล่ออก แล้วหาคนใหม่ซะ
ปล. หาได้รึเปล่าคนที่ดีกว่านี้ อิอิ
ถ้ามัวแต่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นก็จะไม่มีวันพอใจในตัวเองได้
และก็จะไม่สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆได้เช่นกัน
นี่อาจจะเป็นคำด่าที่แพงที่สุดในทศวรรษนี้ :-)
ทำไมไม่รอให้ Barts อยู่บริหารถึงปี 2012 แล้วรอดูผลงานของเธอ
ดูอย่าง apple กว่า jobs จะกู้กลับมาได้ ก็ต้องใช้เวลา
ทำอย่างนี้ก็ไม่มีทางเจริญอ่ะครับ RIP yahoo
ผมรู้สึกว่า คุณ Bartz ทำได้ดีนะครับ ถึงแม้จะไม่โดดเด่น แต่บริษัทที่ตามหลังยังต้องปรับกิจการภายในมากมายครับ ซึ่งผมก็เห็นว่า Yahoo! ทำได้ดีมากๆในการปรับความคล่องตัวขององค์กรให้มุ่งไปหา Margin ที่ดีกว่า
ผมว่าผู้ถือหุ้นของ Yahoo! panic เร็วเกินไป ... เชื่อว่าในกลุ่ม Board + ผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีตัวปล่อยข่าวเพื่อเล่นหุ้นแน่นอนครับ เพราะกรณีต่างๆนั้นมักอ้าง หุ้น เป็นตัวหลักทั้งสิ้นครับ
ปล.ถ้าไม่เอา Bartz กลับมาก็ลองเอา Jeffrey Bezos มาเป็นดูครับ คนนี้ฝ่าวิกฤติน่าจะเป็นงานเพราะรอด .com แตกมาแล้วหนนึงครับ
ขอบคุณครับ สวัสดีครับ