สำหรับประเทศไทยที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีความชัดเจนนักในเรื่องการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าและการวางโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) เช่นเครือข่ายสถานีชาร์จ ล่าสุดนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ระบุว่าจะทำแผนแม่บทแห่งชาติเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เสร็จภายในปีนี้
นายอุตตม ระบุว่าการวางโร้ดแมพดังกล่าวเพื่อกระตุ้นค่ายรถยนต์ให้ลงทุนในประเทศไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยจะผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังใน 3 ปี นอกจากนี้แผนดังกล่าวยังครอบคลุมถึงเครือข่ายสถานีชาร์จไฟว่าจะตั้งที่ใดบ้าง และจะใช้มาตรฐานหัวชาร์จแบบใด รวมถึงความเพียงพอของไฟฟ้าในประเทศ
ด้านค่ายรถยนต์ระบุว่าพร้อมลงทุนในสถานีชาร์จ แต่ต้องการความชัดเจนด้านนโยบายของรัฐบาลก่อน และภาครัฐจะสนับสนุนมากน้อยเพียงใด อีกทั้งราคารถยนต์ไฟฟ้าที่สูงกว่ารถยนต์แบบปกติ ก็ต้องดูว่าทำอย่างไรผู้บริโภคจึงจะสนใจมากขึ้น
สุดท้าย นายอุตตม ได้บอกว่าจะเสนอให้รถบัสที่พานักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ จะต้องใช้รถบัสไฟฟ้า รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่จะจัดซื้อรถยนต์ใหม่ก็ต้องซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเป็นจำนวน 15% ของจำนวนรถยนต์ที่จะซื้อด้วย
ที่มา - ไทยรัฐ
Comments
อันนี้ดี สนับสนุนครับ
เห็นด้วย แต่ควรปลดล็อคใบอนุญาตจุดชาร์จ DC ให้เอกชนลงทุนให้บริการ, ให้ส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับคนซื้อรถไฟฟ้า และยกเลิกภาษีแบตก่อนเลยครับ
ความล้มเหลว คือจุดเริ่มต้นสู่ความหายนะ มีผลกระทบมากกว่าแค่เสียเงิน เวลา อนาคต และทรัพยากรที่เสียไป - จงอย่าล้มเหลว
ตั้งภาษีรถไฟฟ้าและชิ้นส่วนประกอบเท่ากระบะ1ตันเชิงพานิชย์ก็พอแล้ว รับรองบูมขี้คร้านฝั่งยุ่นกับเมกาจะเทมาประกอบในไทยกันหมด
มันแพงกว่าเพราะติดภาษีนำเข้าไงครับปัดโธ่
ไม่ได้ขัดแย้งกับนโยบายนะครับ แต่เรื่องนี้เป็นหน้าที่ รมต. คลัง หรือครับ?
ผมนึกถึงกระทรวงคมนาคม
มันเรื่อง incentive การลงทุนไงครับ เป็นเรื่องของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย
เอาจริงๆ เป็นเรื่องของสองกระทรวงที่ว่ามา มากกว่าของคมนาคมด้วยซ้ำ
มันต้องทำงานด้วยกันไงเข้าใจไรยาก
รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าไม่ว่าจะขนาดเล็กขนาดใหญ่ในไทยจะเกิดหรือไม่เกิดไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล ไม่ว่าจะรัฐบาลสีไหนๆ แต่อยู่ที่อุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศล้วนๆ ไม่ว่านโยบายอะไรก็ตามของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ อีโคคาร์เอย รถยนต์ลูกผสมไฟฟ้า-น้ำมันเอย สุดท้ายผู้ที่มีอำนาจอนุมัติตัวจริงก็คือบริษัทผลิตรถยนต์
อันนี้ขอเถียงเลยว่าไม่จริง
รถกระบะ 1 ตัน ก็เพราะนโยบายรัฐบาล
รถอีโคคาร์ ก็เพราะนโยบายรัฐบาล รปห. ด้วย
ถ้าไม่มี รัฐบาลขิงแก่ที่เราชอบด่าๆ กันมันปาก อีโคคาร์ไม่เกิดหรอก
เจอโตโยต้าค้านไว้ รู้ๆ กันอยู่ว่าเข้าถึง สุริยะ(สมัยทักษิณ)
จนคนอื่นเขาขายกันดี ถึงยอมขยับ
บริษัทหากำไร อยู่ๆ จะอยากเปลี่ยน status quo ทำไม เพราะอีโคคาร์ไม่ได้ทำให้คนไทยซื้อรถมากขึ้น แต่ทำให้เปลี่ยนมาใช้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น บริษัทรถขายได้เท่าเดิมแต่ต้องเสียเงินลงทุนเทคโนโลยีใหม่
คือถ้าโตโยต้าเป็นตัวค้านอีโคคาร์สมัยทักษิณ(และค้านสำเร็จด้วย) ก็น่าจะกล่าวได้ว่า ปัจจัยหลักในการออกนโยบายก็ขึ้นกับบริษัทรถยนต์อยู่ดี เพียงแต่โตโยต้า คือ 'ปัจจัยด้านลบ' ไม่ใช่ 'ไม่มีบทบาท'
แล้วภาษีไม่ใช่นโยบายรัฐบาลเป็นคนกำหนดหรอกเหรอครับ
แล้วแผนเก่าล่ะฮะ
ตอนแรกจะซื้อ zs-ev พอเห็นปัญหาละ รอซื้อ e-power ดีกว่า
เล่าพอสังเขปได้ไหมครับ อยากรู้เหมือนกันระยะยาวเป็นยังไง
ลองเข้าเพจ "อวย MG" ดูครับ
oxygen2.me, panithi's blog
Device: HP Zbook, iPad Pro, iPhone 15PM, iPhone 16+, Nothing Phone 1
เท่าที่ผมตามอ่านในกลุ่ม mgzsev เลย ดูโอเคอยู่นะคับ คือมันมีคนเจอปัญหาบ้างแหละ ข้อจำกัดก็ยังเยอะ แต่ถ้าเป้าหมายเราไม่ขัดกับข้อจำกัดนั้น ก็ไม่น่ามีปัญหา
ส่วน phev หรือ ePower ผมว่า แทนที่เราจะได้ข้อดีของการดูแลรักษาของ EV ที่มีชิ้นส่วนน้อยกว่า กลับกลายเป็นต้องดูแล 2 ระบบ
ปล.ผมก็ยังตามดูอยู่ ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ
ควรมานานและไหม
มือใหม่!! ใหม่จริงๆนะ
รอวันที่รถ EV จะขายสัก 4 แสน ชาร์จทีวิ่งได้ 400 กิโล
ยังไม่เห็นใครพูดถึงเรื่องโรงไฟฟ้าแบบชัดๆสักคนเลย ว่าเราจะเอาไฟฟ้าอีกมากมายมาจากไหน ... โรงไฟฟ้านิวเคลีย์ก็ไม่ให้สร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินก็ก่อมลพิษ จะสร้างเขื่อนเพิ่มก็รักษ์ป่ารักษ์สัตว์ ซื้อจากเพื่อนบ้านก็มีปัญหาความมั่นคง ฯลฯ
อนาคตน่าจะต้องเป็น off shore wind farm
ได้ลมตลอด ลมแรง อังกฤษ เดนมาร์ก ญี่ปุ่นตอนนี้ทำอยู่ อังกฤษรู้สึกจะเป็นไฟฟ้าที่ถูกที่สุดแล้วครับตอนนี้ปาดหน้าถ่านหินบลาๆ ไปหมดละ
เดี๋ยวถึงเวลาก็มีคนค้านแล้วก็ไม่กล้าทำอีก ทายถูกเหมือนนอสตราดามุส
ผมว่าจะมีคนออกมาบอกว่าทำลายสภาพแวดล้อมทางทะเล
ปัญหามาก็เพราะคนค้านเนี่ยแหละครับ นู่นนี่ก็ไม่ได้ จะเอาแต่ตามใจตนเอง ทำประเทศเสียหายและเสียโอกาสการพัฒนามาหลายปีแล้ว เวรกรรม
ถึงเวลาต้องใช้ไม้แข็งมาจัดการและสร้างเลย ไม่ต้องไปฟังใครทั้งนั้น
ความล้มเหลว คือจุดเริ่มต้นสู่ความหายนะ มีผลกระทบมากกว่าแค่เสียเงิน เวลา อนาคต และทรัพยากรที่เสียไป - จงอย่าล้มเหลว
ต้องรอให้มันพังพินาศกว่านี้ก่อน จนไม่มีทางเลือกแล้วนั่นแหละ
ผมว่ามีคนค้านดีแล้วครับ สิ่งที่ต้องทำของอีกฝั่งก็คือการที่ต้องชูประโยชน์ให้เห็นว่ามีมากกว่าโทษหรือผลลบออกมาให้ได้
ถ้าคนค้านพยายามใช้เหตุผลเหมือนคนเสนอด้วยก็ดีครับ ไม่ใช่ค้านหัวชนฝาเอาตัวเองเป็นที่ตั้งแบบนี้ จะให้เซ็นปุ๊ปผ่านร่างปั๊ปอันนั้นผมก็ไม่โอเคเหมือนกัน
เห็นด้วยมากๆ ครับว่า point ของเรื่องนี้จริงๆ คือการเถียงกันด้วยเหตุผล เถียงด้วยข้อมูล ส่วนจะหัวชนฝาหรือเปล่าอันนั้นน่าจะเป็นเรื่องรอง
เปลี่ยนรถเมล์ทั้งหมดเป็นรถไฟฟ้าเลย น่าจะแก้ปัญหาฝุ่น pm 2.5 ได้พอควร
สำคัญเลย รถเมล์นี่!
แต่อ่านแล้วไม่เห็นพูดถึง
หลาย ๆ คันควันดำมาก ๆ ในการใช้งานจริงบนท้องถนน
ซึ่งตอนตรวจเช็คสภาพรถเมล์ก่อนหน้า ไม่พบควันดำเกินมาตรฐาน
เสมือนรัฐจะบอกประชาชนว่าตาฝาดไปเองละมั้งครับ ToT
เห็นอย่างนี้เหลือทางเดียวคือทำใจหรือเปล่าไม่รู้ครับ ?