Elon Musk ยังคงพยายามหาเร่งหาเงินให้กับ Twitter เป็นการด่วน ล่าสุด The Information รายงานข้อมูลวงในว่า Twitter กำลังพิจารณาเก็บเงินองค์กรหรือแบรนด์ที่ต้องการรักษาติ๊กถูกสีทอง (ยืนยันว่าเป็นแอคเคาท์ Official) เดือนละ 1,000 เหรียญ หรือราว 33,000 บาท
นอกจากนี้หากแบรนด์หรือองค์กรต้องการเปิดแอคเคาท์ในเครือแยก (affilaite account) และต้องการติ๊กถูกสีทองเช่นกัน ต้องจ่ายเพิ่มบัญชีละ 50 เหรียญต่อเดือน (ราว 1,700 บาท) ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก screenshot ที่ Twitter ส่งหาแบรนด์และโพสต์โดย Matt Navarra นักวิเคราะห์ธุรกิจโซเชียลมีเดีย
ที่มา - The Information, @MattNavarra
Twitter is reportedly emailing businesses offering gold check mark verification for $1000 PER MONTH!And affiliate account verification for $50 each per month pic.twitter.com/hohTPKLKdi
— Matt Navarra (@MattNavarra) February 3, 2023
Comments
คงหนีกันหมด
จ่ายสบายครับ ระดับองค์กรสามหมื่นคือเศษเงินเขาเลย
ผมว่ามันอยู่ที่ "ทำไมต้องจ่าย" มากกว่า เพราะ ณ ตอนนี้ Twitter กำลังลง (แถมแบบหัวตำพื้นด้วย) แถม social media อื่นๆ ก็ไม่ได้เก็บเงินโหดแบบนี้ครับ
SME รายเล็ก มีหนีไปเจ้าอื่นแน่ๆ แต่เจ้าใหญ่ๆ แม้แต่ขนาดกลาง ไม่น่าจะกระทบเท่าไหร่
แต่ติดที่ว่า ยังคุ้มค่าที่จะจ่ายเพื่อใช้งานต่อไหมมากกว่า
ความล้มเหลว คือจุดเริ่มต้นสู่ความหายนะ มีผลกระทบมากกว่าแค่เสียเงิน เวลา อนาคต และทรัพยากรที่เสียไป - จงอย่าล้มเหลว
สำคัญคือไม่จ่ายก็ได้
แต่จะมีคนสวมรอยมั้ยก็อีกเรื่อง
ถ้าแบรนด์มั่นคงดี ก็ไม่มีความจำต้องจ่าย
วัดใจกันว่าทวิตเตอร์จะ reserved ชื่อนั้นให้เจ้าของที่แท้จริงหรือไม่
เพราะถ้า reserved ไว้ก็ไม่มีความสำคัญใดๆให้ต้องจ่าย
แต่ถ้าไม่ reserved และใครก็ซื้อเครื่องหมายทองได้ นั่นจะเป็นการทำลายตัวเองของทวิตเตอร์ ซึ่งคงไม่ทำ
หมากเกมนี้อยู่ที่แบรนด์อยากจ่ายหรือไม่เท่านั้นเอง
อาจจะเป็นตรงข้ามได้ครับ
จำเป็นต้องจ่าย เพราะไม่งั้นอาจมีคนสวมรอย
ผมคิดว่าต่อให้ Twitter จองให้ ก็ไม่มีทางจองให้ได้ทุกองค์กรน่ะครับ
องค์กร/แบรนด์มีเป็นล้านในโลกใครจะไปรู้จักหมด
มันก็เลยจำเป็นต้องซื้อแทน
ก็ต้องมีมาตราการน่ะ อย่าลืมนะครับ ถ้าแบรนด์ได้รับผลกระทบจากการนำชื่อแบรนด์ไปใช้โดยไม่ใช่แบรนด์เอง Twitter เองนี่แหละ ที่จะโดนฟ้องแทนเพราะไม่ควบคุม
ตัวอย่างอ้างอิงตอน Google+ ผมใช้ชื่อ Ford AntiTrust ผมโดน Report จากฝั่ง Ford Europe ให้ใช้ชื่ออื่น
+1 ครับ
ไม่จองให้ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่มีมาตรการจัดการอะไร มีใครสวมรอยแล้วทำอะไรเสียหาย ก็ฟ้องโลด โดยฟ้อง Twitter นี่แหละว่าเป็นคนสวมรอยและพยายามทำให้แบรนด์เสียหาย พอขึ้นศาลก็ให้ Twitter ไปแก้ต่างเอาเองว่าตัวเองไม่เกี่ยว
ทำนองเดียวกับพวกมาตรการจัดการเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์หรือผิดกฎหมายต่างๆนั่นแหละครับ มาตรการพวกนี้มันกันไม่ได้ 100% หรอก แต่การมีมาตรการอะไรพวกนี้มันช่วยป้องกันตัวเองไม่ให้โดนฟ้องได้ครับ (ก็คือเป็นการบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวนั่นแหละ)
นอกจากนี้... Twitter จองชื่อให้ทุกแบรนด์ในโลกไม่ได้ฉันใด แบรนด์ต่างๆก็ไปจองชื่อทุก SNS ในโลกไม่ได้ฉันนั้นครับ เพราะแบบนั้นมาตรการเพื่อจัดการเคสต่างๆที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นกับทั้งสองฝ่ายครับ
เป็นผม ผมไม่ซื้อนะ ถ้ามีคนเอาชื่อองค์กรไปทำเสียชื่อเสียง โดยการติด tag สีทอง ผมก็ฟ้อง twitter เอา
affiliate
(ถ้าเลือกคำใดคำหนึ่งให้เหมือนกันตลอดข่าว น่าจะดูสอดคล้องกันมากกว่า?)
ถ้าผมเลือกทำการตลาด ทำไมผมไม่ทำบน ticktok ทำไมต้องทำบน ทวิสเตอ ที่มีการเก็บเงินแพงๆ ด้วยนะ