Chris Burns หัวหน้าบรรณาธิการเว็บไซต์ข่าวไอที SlashGear ออกมาแสดงความเห็นผ่านข้อเขียนของเขาล่าสุดในเว็บไซต์ว่า Apple ควรเอาอย่างแนวทางของ Chrome OS ของ Google ที่ทำให้แอพจากฝั่งอุปกรณ์พกพา ขึ้นมาทำงานได้อยู่ในระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ซึ่งในกรณีของ Apple คือการนำเอาแอพจากฝั่ง iOS ขึ้นมารันอยู่บน OS X นั่นเอง
Burns ระบุว่า การมาของ iPad Pro ทำให้ Apple ตระหนักได้ว่าต้องรองรับการใช้สองแอพพร้อมกับผ่านคุณสมบัติการแบ่งหน้าจอ (split screen) ซึ่งทำให้แอพ iOS หลายตัว สามารถปรับขนาดที่เหมาะสมให้เหมือนกับหน้าตาแบบต่างๆ ได้ และนั่นทำให้เมื่อหากเอามารันบน OS X แบบ native มันก็จะสามารถทำงานแบบหน้าต่างได้โดยไม่ติดปัญหาอะไร
อย่างไรก็ตาม Burns ระบุว่าความท้าทายคือการต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานของการสัมผัส (touch) บนอุปกรณ์อย่าง MacBook ใหม่ รวมไปถึงการควบคุมความสามารถในระดับอุปกรณ์ (hardware) ซึ่ง Apple มีความสามารถเพียงพอที่จะทำ และหากกลัวว่าประสบการณ์จะแย่ ก็คัดเลือกแอพจำนวนหนึ่งให้มาอยู่บน OS X ก่อนก็ได้ เขามองว่าทั้งหมดนี้ Apple แทบจะไม่ต้องมีอะไรเสียเลยด้วยซ้ำ
ที่มา - SlashGear
แหม พูดเหมือนง่าย
mode Wed, 05/25/2016 - 23:01
แหม พูดเหมือนง่าย
ครับ หลายคนลืมไปว่า ios เป็น
put4558350 Thu, 05/26/2016 - 08:30
In reply to แหม พูดเหมือนง่าย by mode
ครับ หลายคนลืมไปว่า ios เป็น arm ส่วน mac เป็น x64 จะไช้งานข้ามระบบต้องผ่าน emulator ซึ่งไม่ง่าย, มีค่าไช้จ่ายด้าน license และ อาจกินยอดขายของตัวเอง
ios น่าจะรัน x86 ได้นะครับ
thanyadol Thu, 05/26/2016 - 09:41
In reply to ครับ หลายคนลืมไปว่า ios เป็น by put4558350
ios น่าจะรัน x86 ได้นะครับ มีข่าวแว่วๆ ว่าอาจจะไปซบ intel อยู่พักนึง
รอ ios dev. ช่วยชี้แจงครับ
จริงๆแล้ว
heart Thu, 05/26/2016 - 12:49
In reply to ครับ หลายคนลืมไปว่า ios เป็น by put4558350
จริงๆแล้ว ทุกอย่างจบที่คอมไพล์เลอร์ครับ
ปรกติ xCode ก็จะคอมไพล์ หลาย architecture ในครั้งเดียวอยู่แล้วครับ
ตรงนี้ไม่มีปัญหาครับ
รวมถึง iPhone รุ่นเก่า กับรุ่นใหม่ ก็คนละ architecture ด้วย แต่ Apple ก็แก้ไขที่คอมไพล์เลอร์ เช่นเดียวกันครับ
ตรงนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยไม่ต้องทำอะไรมาก ดูง่ายๆเวลาเราเขียนด้วย Swift ยังคอมไพล์เป็น mac ได้ แถมเป็น iOS ได้อีก
ตรงนี้ไม่น่าใช่ปัญหาหลัก
ทำมาครึ่งๆ กลางๆ เนี้ยนะ
tg-thaigamer Wed, 05/25/2016 - 23:27
ทำมาครึ่งๆ กลางๆ เนี้ยนะ ให้เอาเฉพาะแอพที่พร้อมมาก่อนมันคุ้มไหมนะ ถ้ามันไม่เวิร์กเสียเวลาเปล่าๆ
ไม่พูดถึง Windows 10 บ้างหรอ
langisser Wed, 05/25/2016 - 23:28
ไม่พูดถึง Windows 10 บ้างหรอ
ผมว่า MS นำ Google ในแง่ของ
osmiumwo1f Wed, 05/25/2016 - 23:52
In reply to ไม่พูดถึง Windows 10 บ้างหรอ by langisser
ผมว่า MS นำ Google ในแง่ของ "write once, run anywhere" ไปแล้วหน่อยนึงครับ เพราะตอนนี้ MS ยุบ OS เหลือแค่ Windows 10 แล้ว (7 8 อยู่ในช่วง extended support ไปแล้ว ส่วน 8.1 ยังอยู่ใน mainstream support แต่ไม่น่าจะได้ความสามารถใหม่ๆ เท่ากับที่ Windows 10 ได้) ส่วน Google ยังมี 2 OS แต่อนาคตน่าจะเหลือแค่ตัวเดียว ซึ่งน่าจะเป็น Android ครับ
UWP ในยุคปัจจุบันไม่ใช่ write
McKay Thu, 05/26/2016 - 03:43
In reply to ผมว่า MS นำ Google ในแง่ของ by osmiumwo1f
UWP ในยุคปัจจุบันไม่ใช่ write once run anywhere นะครับ ดูเหมือนว่า Microsoft อยากให้คนคิดแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ครับ แต่ละอุปกรณ์จะรองรับ API set ต่างกันครับ มีแค่ API หลักส่วนนึง(core API) ที่จะมีเหมือนกันในแต่ละอุปกรณ์ครับ
งั้นW10mก็ไม่ต่างกับ wp8.1
aeksael Thu, 05/26/2016 - 04:43
In reply to UWP ในยุคปัจจุบันไม่ใช่ write by McKay
งั้นW10mก็ไม่ต่างกับ wp8.1 ที่ต่างkernel กะมี api มากกว่านิดหน่อยอะสิครับ
ครับ เพียงแต่ Core API
McKay Thu, 05/26/2016 - 06:05
In reply to งั้นW10mก็ไม่ต่างกับ wp8.1 by aeksael
ครับ เพียงแต่ Core API ที่ใช้ร่วมกันมันกว้างกว่าในยุค w8 ค่อนข้างมากครับ แต่ก็ไม่ใช่ write once, run everywhere อยู่ดี
ถ้าบอกแบบนั้นก็ไม่ใคร run
Hadakung Thu, 05/26/2016 - 06:24
In reply to ครับ เพียงแต่ Core API by McKay
ถ้าบอกแบบนั้นก็ไม่ใคร run awaywhere แล้ว ครับ เพราะ JVM แต่ละเวอร์ชั่สก็มี API ไม่เท่ากันครับยังไม่ต้องแอนดรอยด์เลยครับ รัน anywhere น่าจะต้องมองว่าทุกเพลตฟอร์มรองรับภาษานั้นครับไม่ใช่ API เท่ากันหรือเปล่า
อันนี้คุณไม่เข้าใจเองครับว่า
McKay Thu, 05/26/2016 - 06:59
In reply to ถ้าบอกแบบนั้นก็ไม่ใคร run by Hadakung
อันนี้คุณไม่เข้าใจเองครับว่า API extension set ของแต่ละ device มันต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ไม่ใช่แค่เรื่อง backward compact. หรือ version change
ยกตัวอย่างง่ายๆกับข่าวนี้ และอีกหลายๆข่าวครับ ลองพิจารณาดูเองว่าทำไมแอพที่ทำมาบางแอพก็รับรองแค่ W10 บางแอพก็รับรองแค่ W10m และไม่มีเลยที่จะมีแอพไหนที่รองรับทั้ง W10 และ W10m พร้อมกัน (พร้อมในที่นี้หมายถึงณ เวลาเดียวกัน ไม่ใช่เอาไป rewrite code ใหม่แล้วเอามาลงทีหลังนะครับ)
เขาต้องเก็บไวเป็นท่าไม้ตายก้น
IonRa Thu, 05/26/2016 - 00:30
เขาต้องเก็บไวเป็นท่าไม้ตายก้นหีบสิ พอเวลาผ่านไปไม่รู้จะเล่นมุขไหน Apple ก็เอามุขนี้มาใช้เองแหละครับ
Mac OS
john dick Thu, 05/26/2016 - 05:35
Mac OS มันทำได้ทุกอย่างครบดีแล้ว จะเอาแอพ iOS มาใช้บนนี้อีกทำไม
ส่วนตัวคิดว่าพัฒนาระบบแยกกัน ระยะยาวมันจะจัดการได้ดีกว่า
ไม่จริงอะครับ ขอเถียงเลย
errin Thu, 05/26/2016 - 09:55
In reply to Mac OS by john dick
ไม่จริงอะครับ ขอเถียงเลย
เอาง่ายๆอย่างผมจะดูกล้องวงจรปิด Yi Camera ทั้งๆที่ผมอยู่หน้าเครื่อง Mac ก็ดูไม่ได้ต้องเปิดแอปใน iPhone ขึ้นมาดูอยู่ดี
อันนี้แค่ยกตัวอย่างนะครับ ยังมีอีกหลายๆกรณีที่จะดีกว่านี้ถ้าเป็นไปตามข่าว
ใช้ bluestacks ลงแอพดู Yi ซิ
ageorge21 Thu, 05/26/2016 - 10:12
In reply to ไม่จริงอะครับ ขอเถียงเลย by errin
ใช้ bluestacks ลงแอพดู Yi ซิ
กรณีกล้องแนะนำให้ลองเปิดคู่มื
osmiumwo1f Thu, 05/26/2016 - 11:37
In reply to ไม่จริงอะครับ ขอเถียงเลย by errin
กรณีกล้องแนะนำให้ลองเปิดคู่มือดูว่ามันรองรับ protocol อะไรบ้างครับ
ขนาดแยกกันแล้วซอฟท์แวร์ยังมีบ
nrml Thu, 05/26/2016 - 06:04
ขนาดแยกกันแล้วซอฟท์แวร์ยังมีบั๊กให้ตามแก้มากมาย ถ้าเกิดคิดจะเอามาใช้ร่วมกัน ณ ตอนนี้ผมว่าหายนะแน่ๆ
user
sukjai Thu, 05/26/2016 - 06:38
user ส่วนใหญ่ก็มองอย่างนั้นแหละผมว่า ส่วน pg อย่างผมอยากบอกว่ารู้ไหมว่ามันยากและต้องใช้เวลา
บอกตรงๆ นึกไม่ออกว่ามีแอพส์
readonly Thu, 05/26/2016 - 07:58
บอกตรงๆ นึกไม่ออกว่ามีแอพส์ iOS ตัวไหนที่อยากเอามาวิ่งบน Mac กลับกันผมอยากให้แอพส์บน OSX บางตัวไปวิ่งบน iPhone มากกว่า
สิ่งที่อยากให้ทำได้มากที่สุดตอนนี้คือ ทำให้ iPhone 6+ ทำงานสองแอพส์พร้อมกันได้ไม๊ ผมว่าหน้าจอมันใหญ่พอสมควรนะ บางทีก็อยากใช้เครื่องคิดเลขพร้อมกับปฏิทินหรือ Notes หรือแอพส์อื่นๆ แค่นี้ก็ทำไม่ได้ สมัย PalmOS 3.x ยังทำได้เลย (แต่เป็น popup ทับอยู่บนแอพส์อื่นอีกที)
รอหมดมุกก่อน
Bluetus Thu, 05/26/2016 - 09:23
รอหมดมุกก่อน
ถ้าจอ mac
hydrojen Fri, 05/27/2016 - 12:09
ถ้าจอ mac ยังไม่เป็นทัสกรีนก็ไม่ค่อยน่าใช้เท่าไหร่ สำหรับการเอาแอพiosขึ้นosx