Microsoft Office
ทางทีม Office 2007 ได้เริ่มเผยภาพหน้าจอของ Beta 2 ซึ่งได้เปิดใช้ความสามารถ Aero Glass ของ Windows Vista แล้ว โดยมีให้ดู 2 รูปคือ Word กับ Excel
หน้าตาโดยรวมก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิมมากนัก แต่พอใส่เอฟเฟคต์ Glass ก็ดูหรูดีเหมือนกัน
อย่างที่เรารู้กันว่า Office 2007 ที่จะออกในปี 2007 เพราะโดนโรคเลื่อนนั้นจะใช้ไฟล์รูปแบบใหม่ ตอนนี้ก็มีข่าวออกมาแล้วว่าฟอร์แมตทั้งหมดที่จะใช้งานนั้น มีด้วยกันถึง 17 ฟอร์แมต โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเยอะ คือส่วนของการแยกไฟล์ที่มีมาโครกับไม่มีออกจากัน เช่นเอกสารเวิร์ดที่เคยเป็น .doc ก็จะแยกเป็น .docx ที่เป็นเอกสารอย่างเดียว .docm ที่เป็นเอกสารที่อาจจะมีมาโครอยู่ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ก็เข้าใจได้ไม่ยากว่า เป็นความพยายามในการเพิ่มความปลอดภัยของทางไมโครซอฟท์
แม้จะเข้าใจว่าเป็นความตั้งใจดี แต่งานนี้คนใช้ท่าทางจะงงแน่ๆ
โครงการคอมพิวเตอร์ 250,000 เครื่องยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆ เมื่อหลังจากที่ทางด้าน SIPA และ NECTEC พยายามผลักดันให้คอมพิวเตอร์ทั้งหมดติดตั้ง OpenOffice ลงในระบบปฎิบัติการวินโดวส์ ทางไมโครซอฟท์ก็ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อเรื่องนี้
นาย Derek Brown หัวหน้าฝ่ายการตลาดของไมโครซอฟท์ประเทศไทยระบุว่า ความคุ้มค่าสูงสุดทีระบบการศึกษาจะให้ได้ คือการให้นักเรียนเข้าถึงระบบที่ถูกใช้งานจริงมากที่สุดในโลกความเป็นจริง ซึ่งก็คือระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และไมโครซอฟท์ออฟฟิศ
Vista เลื่อนแล้ว Office 2007 ก็เลื่อนตามมา
โดยจะเลื่อนไปต้นปี 2007 เหมือนกัน แต่ตัวซอฟต์แวร์จะเสร็จก่อนสิ้นปี 2006 และเปิดขายแบบยกล็อตให้กับบริษัทก่อน เหมือนกับกรณีของ Vista
ตัว Office ไม่มีปัญหาในการพัฒนา แต่สาเหตุที่เลื่อนก็เป็นเพราะ Vista ล่ะครับ ลองคิดดูว่าถ้า Office 2007 ออกก่อน ลูกค้าต้องลงบน XP หลังจากนั้นไม่นานพอ Vista ออก ลูกค้าที่ซื้อไปก็ต้องลงซ้ำบน Vista อีกครั้ง ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่นัก
ที่มา - Ars Technica
การต่อสู่ระหว่าง ODF และ OpenXML ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ล่าสุดไมโครซอฟท์ออกหมัดใหม่ด้วยการตั้งกลุ่มนักพัฒนา OpenXML ที่เปิดให้บริษัทต่างๆ เข้าร่วมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งในการเปิดตัวนี้ บริษัทใหญ่ๆ ที่เราเห็นเป็นสมาชิกกันนอกจากไมโครซอฟท์ ก็คงเป็นแอปเปิลกับโตชิบา
ความพยายามที่จะให้ OpenXML กลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะจากภาครัฐซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ แต่ไม่ว่าผลของการต่อสู้นี้เป็นอย่างไร ก็คงต้องบอกว่ามันให้ผลดีโดยรวมขึ้นมาก เพราะในวันนี้ไมโครซอฟท์ต้องยอมเปิดฟอร์แมตไฟล์ของตนเองให้กับสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปแทบไม่ได้เลยในสมัยก่อน
ในงาน CeBIT อีกเช่นกัน ไมโครซอฟท์ได้โชว์หน้าตาแบบปรัับปรุงใหม่ของ Office 2007 สามารถดูรูปได้ที่เว็บของไมโครซอฟท์เอง หรือบล็อกของ Jensen Harris ทีมดีไซน์ ที่อธิบายว่ามีอะไรเปลี่ยนบ้าง
สิ่งแรกที่เปลี่ยนคือมีปุ่ม Office มาอยู่ที่มุมซ้ายบน ซึ่งดูจาก screenshot แล้วมันคือเมนู File ที่แปลงร่างมาให้เหมือนกับปุ่ม Start ของวินโดวส์ มีปุ่ม New, Open, Save, Save as อย่างที่คุ้นเคย
ผมเขียนถึงไปหลายรอบแล้วว่า Office 2007 หรือชื่อเดิม Office 12 จะมีหน้าตาแบบใหม่ ที่เอาเมนูกับทูลบาร์ที่เราคุ้นเคยกันดีออกไป แต่แทนที่ด้วยแถบ Ribbon ที่ปรับการใช้งานตามสภาวะการทำงาน
โดยส่วนตัวแล้วก็ไม่แน่ใจว่ามันจะประสบความสำเร็จเท่าไรนัก แต่หลังจากอ่านเอกสารของ Jensen Harris ซึ่งเป็น Lead UI Designer ของไมโครซอฟท์ว่ามีเหตุผลยังไงถึงต้องเปลี่ยน ผมก็เริ่มรู้สึกว่า เออ ใช้ได้แฮะ เลยเอามาแนะนำให้อ่านกัน (แนะนำให้โหลดสไลด์มาดูรูปประกอบด้วย)
ไมโครซอฟท์เพิ่งประกาศรายละเอียดของ Microsoft Office 2007 ซึ่งจะประกอบด้วยโปรแกรมทั้งไคลเอนต์ เซิร์ฟเวอร์ บริการ ไปจนถึงเครื่องมือเสริมทั้งหมดรวม 34 ตัว!
โดย Office 2007 จะมีทั้งหมด 7 รุ่น ไล่ตั้งแต่ Enterprise ที่ไม่ขายปลีกไปจนถึง Basic ที่จะมากับคอมพิวเตอร์ที่ขายใหม่เท่านั้น สำหรับราคาไมโครซอฟท์ยืนราคาเดิมของ Office 2003 ซึ่ง Microsoft Office 2007 Standard ที่มี Word, Excel, PowerPoint และ Outlook จะราคา 399 ดอลลาร์เช่นเคย
มีข่าววงในแว่วมาว่า Office 12 ที่เราเรียกกันติดปาก ได้ชื่อที่แน่นอนแล้วคือ Microsoft Office 2007 โดยไมโครซอฟท์เองยังไม่แถลงข่าวอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด การเปลี่ยนแปลงสำคัญเวอร์ชันนี้อย่างที่หลายคนอาจรู้แล้ว คือทูลบาร์แบบใหม่ที่เรียกว่า Ribbon ที่เปลี่ยนหน้าตาโปรแกรมออฟฟิศแบบที่เราคุ้นเคยกันไปสิ้นเชิงเลย
ที่มา - Ars Technica
ยังไม่เลิกรากับไมโครซอฟท์ที่ต้องการให้ทุกคนยอมรับว่า ฟอร์แมท Open XML ของไมโครซอฟท์เป็นมาตรฐานเปิด พร้อมกับระบุว่าการยอมรับมาตรฐาน Open XML ไปพร้อมกับ OpenDocument ด้วยนั้นจะทำให้เกิดการแข่งกันระหว่างสองมาตรฐานขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ใช้
ไมโครซอฟท์ยังคงชูจุดแข็งของการปรับไฟล์จากเอกสารของไมโครซอฟท์ฺเดิม โดยระบุว่าการแปลงไปยัง OpenDocument นั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก
ไม่ต้องแปลกใจกับการสู้ยิบตาอย่างนี้ เพราะถ้าชนะมันจะช่วยรับประกันการครองตลาดของ MS Office ไปอีกหลายปี
เพื่อตอบโต้การรุกคืบเข้ามาของมาตรฐานเปิดอย่าง OpenDocument ไมโครซอฟท์กำลังจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้ถึงการส่งมาตรฐานไมโครซอฟท์ออฟฟิศ เข้าสู่ ECMA ซึ่งจะทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลในฟอร์แมตของไมโครซอฟท์ออฟฟิศ ซึ่งนำไปสู่การสร้างโปรแกรมที่เข้ากันได้กับไมโครซอฟท์ออฟฟิศในอนาคต
ไมโครซอฟท์เปิดเผยข้อมูลบางส่วนในไฟล์ฟอร์แมตของตนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่นี่เป็นการเปิดแบบครบถ้วนเป็นครั้งแรก โดยคาดว่าภายในปีหน้าเอกสารทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์
ที่มา - Financial Times
Office 12 ออกเบต้าแรกให้กับคนที่ลงทะเบียนในวงจำกัดลองใช้กันแล้ว รีวิวแนะนำให้อ่านจาก PC Magazine หรือถ้าคิดว่ามันยาวก็นั่งดู slide show ของ screenshot ดูก็ได้ครับ
ของใหม่ใน Office 12 มี 4 อย่างหลักๆ คือ
หลังจากข่าวเรื่อง OpenDocument กลบข่าวอื่นๆ ไปหมด ตอนนี้มีความอัพเดตล่าสุดของ Office 12 คือ สนับสนุนฟอร์แมต XPS (XML Paper Specification) หรือชื่อเดิมว่า Metro ซึ่งอธิบายง่ายๆ ว่ามันเป็นฟอร์แมตที่ไมโครซอฟท์ออกมาแข่งกับ PDF ตรงๆ
XPS เป็นฟอร์แมตที่สำคัญใน Vista ยังไงย่อมต้องมีใน Office 12 อยู่แล้ว เพียงแต่นี่เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้นเองครับ
สรุปว่าตอนนี้ Office 12 สนับสนุนฟอร์แมตดังนี้
ในงาน LinuxWorld ที่ผ่านมา M$ ก็แสดงความแน่ชัดในเรื่องของข่าวลือที่ว่ากำลังมีการสำรวจความเป็นไปได้ที่จะผลิต M$ Office สำหรับลินิกซ์ขึ้นมา
โดยการแสดงความแน่ชัดนี้มาจากนาย Nick McGrath หัวหน้าฝ่ายแผนการแพลตฟอร์ม ที่กล่าวในการโต้วาทีในหัวข้อ "Where is the Innovation? Does free software development lead to proprietary, or is it the other way round?" ที่งาน LinuxWorld
ที่มา - ZDNet Asia
ข่าวใหญ่วันนี้คือ Office 12 จะสนับสนุน PDF ในตัว และสามารถสั่งเซฟได้จากตัวโปรแกรมเลย ซึ่งโปรแกรมในชุดที่จะสนับสนุนคือ Word, Excel, PowerPoint, Access, Publisher, OneNote, Visio และ InfoPath (มันก็เกือบครบแล้วนิ ขาดแต่ Outlook ที่ไม่เกี่ยวเท่าไร)
คนที่รับผลกระทบจากงานนี้ไปเต็มๆ คือ OpenOffice.org ที่มีคุณสมบัติ Export as PDF เป็นจุดขายเหนือกว่า Microsoft Office เสมอมา
อย่างไรก็ตาม Office 12 เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งหน้าตาของโปรแกรม และฟอร์แมตไฟล์หลัก (Microsoft Open XML) ผู้ใช้คงต้องใช้เวลาเรียนรู้เยอะขึ้นเช่นกัน
งาน PDC ของไมโครซอฟท์ปีนี้ดูยิ่งใหญ่เป็นพิเศษเมื่อมีการเปิดตัว Office 12 ซึ่งบอกได้เลยว่าหน้าจอเปลี่ยนโฉมไปหน้ามือเป็นหลังมือ
อ่านมากไปก็ไม่รู้เรื่อง ไปดูกันเองเลยดีกว่า ที่ xBetas
มีคนว่ามันคล้ายแอปเปิลเข้าไปทุกวัน......
หลังจากรัฐแมสซาชูเซทประกาศตัวใช้เอกสารเป็น OpenDocument ทั้งหมด เสียงที่ต้องการได้ยิน คือการแถลงข่าวจากไมโครซอฟท์ว่าจะมีท่าทีเช่นไรต่อการประกาศนี้ โดยบางฝ่ายเชื่อว่ากระแสนี้อาจจะแรงพอที่จะให้ไมโครซอฟท์ออกมารองรับ OpenDocument ได้ แม้อาจจะครึ่งๆ กลางๆ ก็ตามที
แต่ในวันนี้ Alan Yates ก็ได้ออกมาแถลงแล้วว่าในออฟฟิศเวอร์ชั่นต่อไปจะไม่มีการรองรับ OpenDocument แต่อย่างใด และไมโครซอฟท์ยังไม่มีแผนที่จะรองรับฟอร์แมตนี้อีกด้วย โดยให้เหตุผลในด้านของความเข้ากันได้กับเอกสารในฟอร์แมตเก่าๆ ของไมโครซอฟท์ออฟฟิศ และโจมตีฟอร์แมตอื่นๆ ว่าขาดความเอาใจใส่กับประเด็นนี้
หลังจากครองตลาดแบบกึ่งผูกขาดมายาวนาน ไมโครซอฟท์ก็เริ่มถูกท้าทายอำนาจด้วยฟอร์แมตอย่าง OpenDocument โดยในตอนนี้ที่รัฐแมสซาชูเซทในอเมริกา มีการวางแผนจะเปลี่ยนเอกสารของภาครัฐทั้งหมดไปใช้เฉพาะ OpenDocument และ PDF ภายในต้นปี 2007
แน่นอนว่าหากภาครัฐทั้งหมดเปลี่ยนไปใช้ฟอร์แมตเปิดเช่นนี้ จะทำให้ไมโครซอฟท์สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไปกับซอฟท์แวร์ฟรีอย่างโอเพ่นออฟฟิศอีกมาก
มีข่าวออกมาจาก Microsoft ว่า Microsoft Office เวอร์ชันถัดไป (เวอร์ชัน 12) จะใช้ไฟล์ฟอร์แมท XML เป็นมาตรฐานหลักสำหรับ Word, Excel, Powerpoint ซึ่ง Microsoft ก็เตรียมที่จะออกตัวอัพเดทสำหรับ Office 2000, XP, 2003 ให้สามารถอ่านเขียนฟอร์แมทใหม่นี้ได้ด้วยเช่นกัน (ขณะเดียวกันก็มีข่าวจากทีมพัฒนา Mac Office ว่าจะอัพเดท Mac Office ให้สามารถทำงานกับฟอร์แมทนี้ได้ด้วยเช่นกัน)
ไมโครซอฟท์ประกาศแผนการออกไมโครซอฟท์ออฟฟิศสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในชื่อรหัสว่าแมคเจนแลนด์ โดยซอฟท์แวรดังกล่าว จะมีซอฟท์แวร์ที่ช่วยจัดการธุรกรรมต่างๆ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กไว้อย่างครบครัน เช่นซอฟท์แวรจัดตารางนัด ซอฟท์แวร์บัญชี
ราคายังไม่แจ้งครับ
อย่าเพิ่งดีใจไปครับ งานนี้จำกัดสิทธิ์เฉพาะหน่วยงานของรัฐบางหน่วยเท่านั้น
เมื่อวานนี้ทางไมโครซอฟท์ได้ออกมาประกาศว่าว่าจะเพิ่มโปรแกรมชุดออฟฟิศเข้าไปร่วมโครงการ รักษาความปลอดกภัยของรัฐบาล โดยโครงการดังกล่าวเป็นการเปิดเผยซอร์สของโปรแกรมที่ร่วมโครงการให้กับรัฐบาล เพื่อที่รัฐจะสามารถตรวจสอบจุดที่อาจบกพร่องและเพิ่มความมั่นใจในโปรแกรมได้
โครงการดังกล่าวไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในสหรัฐ แต่ครอบคลุมไปยังทุกประเทศที่ไมโครซอฟท์เห็นว่ามีการคุ้มครองลิขสิทธิ์ดีพอ ซึ่งมีรายการกว่า 60 ประเทศ