ยอดขายเกมในสหรัฐอเมริกาประจำไตรมาสแรกปี 2007 นินเทนโดเป็นแชมป์แบบหายห่วง ขาย DS ได้ 1.2 ล้านเครื่อง และ Wii 1 ล้านเครื่อง
อันดับสามน่าสนใจมากเพราะเป็น PS2 8.7 แสนเครื่อง (อาจเป็นเพราะราคาที่ถูกลงมาก และเกมดีๆ จำนวนไม่น้อย) ตามมาด้วย Xbox 360 ที่ 7.2 แสนเครื่อง ส่วน PS3 ขายได้ประมาณ 5 แสนเครื่อง ซึ่งน้อยกว่า PSP เสียอีก
อย่างไรก็ตามถ้าดูยอดขายซอฟต์แวร์ นินเทนโดทำได้ไม่ค่อยดีนักถ้าเทียบกับจำนวนคอนโซลที่ขายออกไป ตรงนี้ Xbox 360 ทำได้ดีกว่า แต่เกมอันดับหนึ่งก็เป็น God of War 2 ของ PS2
อันดับเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าถ้าเกมดี เครื่องก็ขายดีตามไปด้วย และ PS3 ยังมีอนาคตที่น่าเป็นห่วงมากมาย ยิ่งเมื่อเทียบกับ PS2 ด้วยกันเอง
แอปเปิล โซนี่ และนินเทนโดเป็นสามบริษัทที่สามารถขายสินค้าตระกูลเดียวได้มากกว่า 100 ล้านเครื่อง ตั้งแต่ช่วงปลายยุค 80 จนถึงปัจจุบันโซนี่นั้นสามารถขายสินค้าตระกูล Walkman ได้กว่า 350 ล้านเครื่องทำให้ Walkman เป็นสินค้าอิเลคโทรนิคที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสินค้าอีกตัวของบริษัทที่มียอดขายเกินร้อยล้านเครื่องก็คือ PlayStation 2
สินค้าที่ขายได้เกินร้อยล้านเครื่องของนินเทนโดแน่นอนก็คือเครื่องเล่นเกมพกพา GameBoy (เกมบอย) นั้นเอง แต่กว่าจะขายได้ร้อยล้านเครื่องนั้นต้องใช้เวลาถึง 13 ปี
เผอิญผมชอบเกม NiGHTS into Dreams... เป็นการส่วนตัว (เคยเล่นสมัย Sega Saturn แล้วรู้สึกว่าเจ๋งมาก) พอมีข่าว NiGHTS 2 ลง Wii เลยต้องเขียนถึงหน่อย
NiGHTS: Journey of Dreams ประกาศลงเครื่อง Wii โดยมีดีไซเนอร์จากเกมภาคก่อนมาเป็นผู้กำกับในภาคนี้ ทีมงานพัฒนาเป็น Sonic Team USA (รับผิดชอบ Sonic ทุกภาค) และประกาศว่าจะใช้ความสามารถของ Wiimote อย่างเต็มที่สำหรับการบินของ NiGHTS กำหนดออกฤดูใบไม้ร่วง 2007 และลงเฉพาะ Wii เท่านั้น
เราดู keynote ของสตีฟ จ็อบส์กันมาเยอะแล้ว มาดู keynote ของไอดอลแห่งวงการเกมอย่างชิเงรุ มิยาโมโต้กันบ้างดีกว่า สำหรับคนที่ไม่รู้จัก มิยาโมโต้เป็นพ่อของมาริโอ้, ดองกี้คอง และเซลด้าครับ keynote อันนี้มิยาโมโต้มาพูดในงาน Game Developers Conference 2007 ซึ่งดูชื่อก็จะเห็นได้ว่าจับตลาดนักพัฒนาเกมโดยเฉพาะ
หลังจากเปิดตัวแบบสุดเท่ด้วยการปล่อยให้ Mii ของตัวเองออกมาบนจอก่อน มิยาโมโต้ได้พูดถึงแนวคิดในการพัฒนาเกม 3 ประเด็นใหญ่ๆ
เกมระดับตำนานอย่าง SimCity จะตามคุณไปในทุกหนทุกแห่งแล้วในที่สุด เมื่อทาง Electronic Arts (EA) ประกาศเตรียมวางตลาดในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ ที่น่าสนใจคือการพอร์ตลงเครื่อง Nintendo DS ครั้งนี้ทาง EA ระบุว่าจะมีการรองรับฟีเจอร์ทั้งหมดของเครื่อง DS กันอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จอภาพสองจอ การใช้ไมโครโฟนในกรณีที่เกิดไฟไหม้ หรือจะเป็นการเซ็นอนุมัติเอกสารที่ต้องเซ็นกันลงจอจริงๆ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครื่องอื่นๆ ผ่านทางระบบไร้สายของ DS
กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อ DS หรือ Wii ดี งานนี้คงตัดสินใจลำบากขึ้นอีกเยอะ
ที่มา - IGN
ออกวางขายมาตั้งแต่ปี 2001 และไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร (ขายได้ 21 ล้านเครื่อง เทียบกับ 115 ล้านเครื่องของ PS2) นินเทนโดจึงประกาศหยุดการผลิต GameCube แล้ว แต่ของในสต็อกที่เหลือก็ยังขายอยู่ โดยจะมุ่งเป้าไปยังครอบครัวที่ต้องการเครื่องเล่นเกมราคาถูกแทน
นอกจากนี้นินเทนโดยังใบ้ว่าอาจมี Wii 2.0 (ในทำนองเดียวกับ DS มี DS Lite) ในระยะเวลาที่ไม่นานเกินรอ
มีใครสนใจหิ้ว GameCube ไปงาน BTD3 ไหมครับ ผมยังไม่ได้เล่น Wind Waker เลย (อยากเล่นมากแต่บ้านเราขายเครื่องแพงซะเหลือเกิน)
ที่มา - Engadget
Shigeru Miyamoto ให้สัมภาษณ์รายการ Talk Asia ทาง CNN ในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นประวัติการทำงานของเขาที่นินเทนโด, แนวคิดในการออกแบบเกม, Wii และความรุนแรงในเกมหรือการ์ตูน
อันที่น่าสนใจคือที่มาของชื่อ Wii ซึ่ง Miyamoto บอกว่าคนญี่ปุ่นนิยมเรียกคำย่อ (อย่าง Family + Computer = Famicom) นินเทนโดจึงเลือกคำเดียวที่ไม่สามารถย่อได้อีกแล้ว และชื่อสั้นยังเอาไปนำหน้าชื่อเกมอย่าง "Wii Sports" หรือ "Wii Play" ได้อีกด้วย
Miyamoto บอกว่ากลุ่มลูกค้าที่ท้าทายมากๆ คือผู้หญิง อย่างเช่นภรรยาของเขาที่ทำยังไงก็ไม่ยอมสนใจ เขาหวังว่า Wii จะช่วยให้บรรดาแม่ๆ ทั้งหลายเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมบันเทิงภายในบ้านได้มากขึ้น
ลืมบอกไปว่า Miyamoto คือผู้ใช้กำเนิด Mario, Donkey Kong และ Zelda ครับ
จากนินเทนโดให้เปลี่ยนสายคล้องจอย Wii ผมเล่นยังไงก็ไม่ยักเห็นว่าสายมันจะขาดง่าย พอค้นๆไปในเน็ตเลยพบว่ามีคนทดลองกันแล้วครับ โดยทดลองเอาสาย Wii มารับน้ำหนักดูว่าได้เท่าไหร่กันแน่ พบว่าอย่างน้อยๆก็ 25 ปอนด์ ขึ้นไป เจ้าของบทความเขียนว่า ที่ทีวีพังน่ะแน่ใจนะ ว่าใส่สายรัดข้อมือแล้ว
การทดลองนี้ ไม่ได้รวมแรง impulse ดังนั้นผมไม่แน่ใจว่า เวลาเล่นแล้วหลุดมือ มีโอกาสไหมว่าแรงตึงในสายจะสูงจนขาด แต่ก็พอบอกได้ว่า มันไม่ได้ เปราะขนาดเหวี่ยงแล้วขาดกันได้ง่ายๆ
ที่มา - ninterdojo
Square-Enix ประกาศข่าวที่ช็อควงการเกมว่า Dragon Quest IX: Protectors of the Starry Sky ภาคหลักภาคใหม่จะย้ายไปลง Nintendo DS
DQ9 จะพัฒนาโดยสตูดิโอ Level 5 ซึ่งเป็นทีมเดียวกับที่ทำ DQ8 ซึ่งภาคนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นมาเป็นแอคชันมากขึ้น และเล่นพร้อมกันได้ 4 คนผ่านเครือข่าย WiFi ที่ Nintendo DS สนับสนุนอยู่แล้ว Yuji Horii บิดาของ Dragon Quest บอกว่าเกมภาคนี้จะย้อนกลับไปให้ความรู้สึกเหมือน DQ ภาคแรกมากขึ้น เขาหวังว่าเกมจะเสร็จภายในปี 2007 สนใจดูเทรลเลอร์ได้จาก YouTube
เท้าความนิดว่าเจ้าของ Wii จำนวนหนึ่งเล่นจนจอยหลุดมือไปชนจอทีวีแตก (มันเป็นเรื่องเพราะเป็น LCD/Plasma ด้วยแหละ) สาเหตุก็เพราะสายคล้องข้อมือของตัวจอยนั้นเปราะบางกว่าที่คิด เลยมีเสียงเรียกร้องให้นินเทนโดทำอะไรซักอย่าง
นินเทนโดจึงเปลี่ยนสายคล้องใหม่หมดในเครื่องที่เริ่มขายตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ส่วนเครื่องที่ซื้อไปแล้ว สามารถขอเปลี่ยนได้โดยต้องกรอกแบบฟอร์มกับทางนินเทนโดก่อน (ฟอร์มนี้เฉพาะของสหรัฐ/แคนาดาครับ ฝั่งญี่ปุ่นยังไม่มีข้อมูล) ใครที่อยากเห็นว่าสายคล้องสองแบบมันต่างกันยังไง ดูรูปได้จากเว็บนินเทนโด
รีวิวงวดนี้ อาจจะขาดๆเกินๆบ้าง เพราะผมซื้อภาษาญี่ปุ่นมาครับ กว่าจะแงะไปได้ แต่ละอันนี่แสนเข็ญ แต่เซลด้าขายดิบขายดีขนาดนี้ มันต้องมีดีละน่า!
Nintendo Wii ถือได้ว่าเป็นเครื่องเกมคอนโซลแห่งยุคที่ขายได้เร็วที่สุดในประวัติการณ์ โดยใช้ช่วงเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ขายไปได้ 1 ล้านเครื่อง หรือประมาณ 78,000 เครื่องต่อวัน ซึ่งขายได้มากกว่าเครื่องเกม Sony Playstation 3 ที่ขายได้ 22,000 เครื่องต่อวัน และเครื่องเกม Microsoft Xbox 360 ที่ขายได้ 20,000 เครื่องต่อวัน (งานนี้ปู่นินยอดขายกระฉูด)
ที่มา: Retrothinking
เกริ่น: house ซึ่งไปทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น ไปต่อคิวซื้อ Wii มาได้ เลยโดนผมบังคับให้รีวิว Wii มาลง ใครอ่านแล้วสนใจฝากซื้อก็ติดต่อกันเอาเองเน่อ - mk
ผมซื้อ Wii มาเมื่อวานพร้อมกับ Zelda และ Wii Sport ราคารวมๆก็ราวๆ สามหมื่นกว่าเยน หรือ หมื่นกว่าบาท มาดูกันเลยดีกว่า!
จากยอดขายที่พุ่งกระฉูดของการเปิดตัว Wii นั้นใกล้ที่จะบรรลุเป้า 600,000 เครื่องแล้ว โดยมีเกมตำนานอย่างเซลด้าเป็นพระเอกชูโรง (The Legend of Zelda: Twilight Princess) ซึ่งทำยอดขายได้ถึง 454,000 แผ่น โดยประธานของนินเทนโดโซนอเมริกาได้ออกมาประกาศว่าเกมของ Wii จะเป็นที่ชื่นชอบของคนที่หัดเล่นเกมและจะเป็นที่น่าหลงใหลสำหรับเกมเมอร์ โดยมันจะเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่เลยทีเดียว
ที่มา: Console Games
รีวิวออกมาหลายเจ้าแล้ว เผอิญผมเป็นแฟน Ars Technica เลยรอเขียนของ Ars ละกัน
ถัดจาก PS3 ก็ถึงคิวของ Wii ใจความหลักคือเป็นเครื่องขนาดเล็กที่ไม่แข่งพลังกราฟฟิก เน้นราคาถูกและจอยแบบใหม่ Ars ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะคล้ายๆ PSP กับ DS ที่ PSP เหนือกว่าทุกด้านแต่ก็แพ้ DS ที่คนสร้างเกมออกมาได้ดึงดูดกว่า
เครื่องเล่นเกมสุดไฮเทคยุคล่าสุดของ Nintendo เปิดตัวในอเมริกาไปแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษจิกายน ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเครื่องเล่นเกม "NextGen" ได้วางตลาดครบทั้งสามยี่ห้อแล้ว
engadget มี live-bloging รายงานสดจากบริเวณหน้าร้าน TOYS-R-US สาขาไทม์แสควร์ในนิวยอร์ค เห็นบรรยาการโดยรวมแล้ว คิดว่าฝรั่งต่อแถวรอซื้อเกมน่าสนุกกว่าญี่ปุ่นต่อแถวรอซื้อเกมเยอะ เพราะมีกิจกรรมเล่นกันหลากหลายดี และมี Segway ติด Wii ขับไปมาให้เล่นแถวนั้นด้วย :D - engadget
ข่าวออกมาบลัฟกันในช่วงก่อนเครื่องเกมจะออกไม่กี่อาทิตย์พอดี แต่ผลประกอบการทางการเงินที่แต่ละบริษัทเพิ่งเปิดเผยออกมา นินเทนโดมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 72% เทียบกับปีที่แล้วอันเนื่องจากยอดขายระเบิดเถิดเทิงของ DS (ผมเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น ในรถไฟนี่เล่นกันเกลื่อนจริงๆ ครับ)
ส่วนโซนี่กำไรลดลงไปถึง 94% (แปลว่าก็ยังมีกำไรนิดหน่อยนะ) ด้วยเหตุผลที่น่าจะเดากันได้คือปัญหาแบตเตอรี่ และการลงทุนผลิต PS3 นั่นเอง เอาน่าเดี๋ยวอีกสองสามปีก็ถอนทุนคืนได้แล้ว
ที่มา - Slashdot
Ars Technica มีสกู๊ปเบื้องหลังการออกแบบตัวเครื่อง Wii โดยเน้น 2 ประเด็นหลัก คือ ขนาดของตัวเครื่องกับการประหยัดพลังงาน
หน้าตาของ Wii ถูกออกแบบมาให้อยู่กึ่งกลางระหว่างของเล่นกับเครื่องเสียงภายในบ้าน ส่วนขนาดที่เล็กมากๆ นั้น วิศวกรของนินเทนโดเล่าว่าแค่เริ่มต้นก็ท้าทายแล้ว เมื่อ Satoru Iwata ประธานบริษัทเรียกเขาเค้าพบ แล้วเรียงกล่อง DVD 3 กล่อง จากนั้นบอกว่าเอาให้ได้เล็กเท่านี้
ในที่สุดนินเทนโดก็เปิดเผยวันขายของ Wii เสียที
อเมริกาจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้เล่น Wii ในวันที่ 19 พ.ย. นี้ (หลัง PS3 เพียงสองวัน!!! สงสัยนินเทนโดกะชนจังๆ) ราคาขายคือ 250 เหรียญ โดยแถมเกม Wii Sports ซึ่งมีกีฬาให้เล่น 5 ชนิด เกมที่ขายพร้อมเครื่องมีประมาณ 15 เกม (มี Zelda แต่ไม่มี Mario Galaxy) ราคาเกมละ 50 เหรียญ ส่วนเกมจากเครื่องเก่าๆ ของนินเทนโดที่เรียก Virtual Console ราคาก็แตกต่างไปตามความเก่าของเครื่อง
ฝั่งญุี่ปุ่นจะขายวันที่ 2 ธันวาคม ราคา 25,000 เยน (215 เหรียญ) แต่ไม่รวม Wii Sports เกมออนไลน์เกมแรกของ Wii คือโปเกมอน ซึ่งจะออกพร้อมเครื่องที่ญี่ปุ่น
IBM ประกาศว่าได้ส่งชิปประมวลผลรหัส "Broadway" ล็อทแรกให้กับนินเทนโดแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่านินเทนโดมีโอกาสผลิตและวางจำหน่าย Wii ได้ทันช่วงคริสต์มาสแน่นอน
เผอิญอ่าน Engadget เจอข่าวเกมน่าสนใจหลายข่าว ขอเหมาเป็นข่าวเดียว
ข่าวแรกคือผู้บริหารของ EA ได้หลุดปากออกมาว่า Wii ในญี่ปุ่นจะมีราคาขายประมาณ 170 เหรียญ (6 พันนิดๆ) แต่เขายังไม่รู้ว่าในยุโรปจะราคาเท่าไร ถ้าเป็นจริงก็น่าตื่นเต้นมากที่ Wii จะมีราคาแพงกว่า DS เพียงแค่ 40 เหรียญเท่านั้น (DS ราคา 130 เหรียญ)
ที่มา - Engadget
ถ้าไม่รู้จักเกมชื่อ Spore ลองกลับไปอ่านข่าวเก่า
Will Wright ได้ให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะพอร์ท Spore ลงเครื่องคอนโซลหลายๆ แพลตฟอร์ม โดยแต่ละแพลตฟอร์มอาจจะมีแนวทางการเล่นที่แตกต่างกัน เช่น เกมพกพาอย่าง DS หรือ PSP อาจจะจำกัดเฉพาะบางส่วนของเกมที่เหมาะกับเครื่อง ในขณะที่คอนโซลใหญ่จะได้เล่นทั้งหมดเทียบเท่าพีซี
นสพ. Kyoto Simbun ได้รายงานว่า เครื่อง Nintendo DS และ DS Lite มียอดขายรวมกันในญี่ปุ่นเกิน 10 ล้านเครื่อง (ข่าวเก่า: ยอดขายทั่วโลกเกิน 20 ล้าน) ซึ่งทำให้ DS กลายเป็นเครื่องเล่นเกมที่มีอัตราขาย (ไม่ใช่จำนวนเครื่อง) สูงที่สุดเป็นสถิติ
ในช่วงเวลา 9 สัปดาห์ระหว่างเดือนเมษาถึงมิถุนาที่ผ่านมา DS (ทั้งสองแบบ)ขายได้อาทิตย์ละ 166,818 เครื่อง เทียบกับ PSP อาทิตย์ละ 29,307 เครื่องในช่วงเวลาเดียวกัน ที่น่าสนใจคือเฉพาะเครื่อง DS เก่า (ไม่ Lite) ก็ยังขายได้เยอะกว่า PSP ซะอีก
นินเทนโดแอบใบ้วันวางจำหน่ายเครื่อง Wii ผ่านทางตารางวางจำหน่ายเกมของตัวเอง โดยเกมเหล่านั้นจะขายในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม เป็นเกมของ DS เพียงแต่นินเทนโดทิ้งท้ายไว้แบบขำๆ ว่าเราแอบใส่กำหนดการวางขาย Wii ไว้ในนี้ด้วย ขึ้นกับแฟนๆ จะสามารถถอดรหัสกันได้รึเปล่า
อยากทดสอบความสามารถก็ลองดู Nintendo Press Release
ผลการถอดรหัสจากแฟนๆ ที่ดูเข้าท่ามากที่สุด คือ 2 ตุลาคม ส่วนมีที่มายังไง ดูได้จากลิงก์
ที่มา - Ars Technica
แฟนๆ Nintendo DS ตอนนี้เตรียมตัวพบกับเกมส์แห่งชาติอย่าง World Soccer Winning Eleven DS ในวันที่ 21 เดือนกันยายนนี้ได้แล้วครับ โดยจะใช้กราฟฟิก 3 มิติและสนับสนุนการเล่นระบบเครือข่ายด้วย Wi-Fi
นอกจากนี้ยังมีข่าว World Soccer Winning Eleven 2007 ที่จะลงใน Next-Gen Console ในปีหน้าว่าจะรองรับการเล่นแบบ Multi-player ได้ถึง 4 vs 4 หรือ 8 vs 8 เลยทีเดียว
กรุณาฟังเพลง วินนิ่งไหมสาด ประกอบการอ่าน