CPU

Dreamwork SKG เลือกใช้ Intel แทนที่ AMD แล้ว

tags:

เมื่อปี 2005 ทาง Dreamwork SKG ได้ตกลงกับทางเอเอ็มดีเป็นสัญญาสามปีที่จะใช้งานซีพียูของเอเอ็มดีในเรนเดอร์ฟาร์ม นับว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอินเทลในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี แต่เวลาผ่านไปสามปีเมื่อสัญญาฉบับนั้นได้สิ้นสุดลง ทาง Dreamwork SKG ก็ได้ทำข้อตกลงฉบับใหม่กับทางอินเทลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อตกลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่บนประสิทธิภาพของซีพียูเพียงอย่างเดียว ทาง Dreamwork SKG นั้นยังได้รับการช่วยเหลือจากทางอินเทลในการวางสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ใหม่ เพื่อให้ซอฟต์แวร์ทำงานบนเครื่องแบบหลายคอร์ได้ดียิ่งขึ้น จุดนี้นับว่าเป็นความได้เปรียบที่ทางเอเอ็มดียังเสียเปรียบอยู่มาก เพราะวิศวกรซอฟต์แวร์ของทางด้านเอเอ็มดีนั้นเล็กมากจนไม่มีผลงานที่ชัดเจนเท่าใดนัก ส่วนทางฝั่งอินเทลนั้นผลงานที่เรารู้จักกันคงเป็น Intel C Compiler

Dreamwork SKG ใช้งานซีพียูของเอเอ็มดีไปแล้วกว่า 5000 คอร์ และยังคงใช้งานต่อไปอีกพักใหญ่ๆ

ที่มา - ArsTechnica

เทคโนโลยีของ Larrabee ได้รับการพัฒนาจากกลาโหมสหรัฐฯ

tags:

เทคโนโลยี Larrabee ของอินเทลปรากฏอยู่ในสงครามน้ำลายระหว่างอินเทลกับ NVIDIA มาหลายต่อหลายครั้งถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเทคโนโลยีปัจจุบันแบบขาดลอยจากการใส่ซีพียูคอร์รวมไปในชิปนับสิบคอร์ ที่น่าสนใจคือแต่ละคอร์นั้นใช้เทคโนโลยี P54C หรือซีพียูคอร์ที่ใช้งานในเพนเทียมยุคแรก

คำถามที่น่าสนใจคือทำไมอินเทลจึงเลือกใช้เทคโนโลยีเก่าเช่นนี้แทนที่จะเป็นสถาปัตยกรรม Core ในซีพียูรุ่นใหม่ๆ เช่น Core 2

คำตอบในเรื่องนี้คือประเด็นของพื้นที่และการพัฒนาการออกแบบ โดยหลังจากที่อินเทลหยุดทำตลาดชิปเพนเทียมไปแล้วนั้นทางกลาโหมสหรัฐฯ กำลังต้องการซีพียูสำหรับใช้งานทางการทหารอยู่ และได้เลือกเอาเพนเทียมของอินเทลไปใช้งาน

การออกแบบของ P54C ได้รับการพัฒนาโดยกลาโหมสหรัฐฯ เรื่อยมาอยู่หลายปีและเมื่อทางกลาโหมสหรัฐฯ จะเลิกใช้เทคโนโลยีนี้ ก็ได้โค้ดออกแบบกลับไปยังอินเทล พอเหมาะกับที่อินเทลกำลังหาคอร์ขนาดเล็กที่ปราศจากบั๊กเพื่อไปใช้งานใน Larrabee พอดี

ซีพียูคอร์ใน Larrabee นั้นไม่มีความสามารถการประมวลผลแบบ out-of-order ซึ่งมีในซีพียูรุ่นใหม่ๆ แทบทุกตัว การใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่ายทำให้ซอฟต์แวร์แบบเธรดเดี่ยวทำงานได้ประสิทธิภาพเพียงครึ่งเดียวของซีพียูในตลาด แต่เมื่อใช้งานคอร์จำนวนมากในชิปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วประสิทธิภาพรวมจะสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประสิทธิภาพในเชิงพลังงานนั้นอินเทลระบุว่า Larrabee นั้นให้ประสิทธิภาพต่อพลังงานดีกว่าชิปปัจจุบันถึง 20 เท่าตัวเลยทีเดียว

ที่มา - ArsTechnica

เดลล์ถอดเอเอ็มดีออกจากประชาสัมพันธ์

tags:

หลังจากที่เดลล์ยอมรับเอเอ็มดีในสายการผลิตของตัวเองมาไม่ถึงสองปี ความสัมพันธ์ระหว่างเดลล์และเอเอ็มดีก็เหมือนจะกลับไปย่ำแย่อีกครั้ง เมื่อทางเดลล์ได้ถอดเครื่องที่ใช้ชิปเอเอ็มดีออกจากการขายผ่านอินเทอร์เน็ต และแคตตาล็อกสินค้าแล้วทั้งหมดในเดือนที่ผ่านทาง โดยเดลล์ยังคงมีเครื่องที่ใช้ชิปเอเอ็มดีในสายการผลิตต่อไป แต่จะขายผ่านการสั่งซื้อทางโทรศัพท์และขายในร้านค้าบางร้านเท่านั้น

เอเอ็มดีออกมาระบุว่าการตัดสินใจของทางเดลล์ครั้งนี้ไม่มีผลในแง่ทางการเงินกับเอเอ็มดีแต่อย่างใด และแก้ตัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเอเอ็มดีและเดลล์นั้นยังคงดีอยู่ โดยทางเดลล์เพียงแต่วางสินค้าที่ใช้ชิปเอเอ็มดีไว้ในส่วนที่น่าจะตรงกับความต้องการของลูกค้าเท่านั้น

ที่มา - PhysOrg

Cell ขนาด 45nm อาจทำให้ราคา PS3 ลดลง

tags:

ไอบีเอ็มประกาศว่าเร็ว ๆ นี้ซีพียู Cell บน PlayStation 3 นั้นจะเปลี่ยนมาใช้ Cell ที่ใช้มาตราฐานการผลิตขนาด 45nm แล้ว

ว่าง่าย ๆ ว่าซีพียู Next-Gen ของ Cell นั้นจะใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม 40 เปอร์เซ็นต์ถ้าดูจากซีพียู Cell ปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ความต้องการในการลดความร้อนภายใน PS3 นั้นลดลงมาก ซึ่งส่งผลให้การผลิตนั้นมีราคาถูกลง รวมไปถึงเครื่องที่ถูกส่งเคลมอาจจะน้อยลงด้วยเช่นกัน (ปัญหาเกิดจากความร้อน)

ซึ่งก็หมายความว่าโซนี่จะมีต้นทุนในการผลิตที่ลดลงอย่างมาก และยังสามารถลดขนาดของตัวเครื่อง PS3 เองได้อีกด้วย

เพราะฉะนั้นถ้าโซนี่ต้องการยอดขายที่เพิ่มขึ้น การลดราคาอาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไปถ้าต้นทุนของเครื่องนั้นลดลง

ที่มา - Slashdot

อินเทลปล่อยชิป Core 2 Extreme สำหรับโน้ตบุ๊กแล้ว

tags:

ชาวเกมเมอร์ประเป๋าหนักอาจจะได้เฮกันอีกครั้ง เมื่ออินเทลเอาใจคอเกมด้วยการปล่อยชิป Core 2 Extreme สำหรับโน้ตบุ๊กลงสู่ตลาดเป็นตัวแรกด้วย Core 2 Extreme X7900 ที่ทำงานที่สัญญาณนาฬิกา 2.8 กิกะเฮิร์ต โดยตัวคอร์เป็น Merom ผลิตด้วยเทคโนโยลยี 65 นาโนเมตร และ Front Side Bus ทำงานที่สัญญาณนาฬิกา 800 เมกกะเฮิร์ต

เป็นเรื่องปรกติของเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมที่ผู้ผลิตจะโอเวอร์คล็อกมาให้จากโรงงานเลย สำหรับตลาดโน้ตบุ๊กก็น่าจะไม่ต่างกันนัก โดยเราน่าจะได้เห็นชิปตัวนี้ทำงานที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกาเกินกว่า 3 กิกะเฮิร์ตกันในตลาดได้ไม่ยากนัก

ราคาไม่แจ้ง แต่รวมๆ ทั้งเครื่องแล้วคงพอๆ กับดาวน์รถใหม่ซักคัน

ที่มา - theINIQUIRER

อินเทลเดโมชิป 80 คอร์ให้นักข่าว เตรียมส่งลงตลาดในอีก 5 ปี

tags:

ขณะที่โลกกำลังมุ่งจากซีพียูแบบดูอัลคอร์ไปเป็นควอดคอร์ หรือสี่ซีพียู ทางอินเทลได้แสดงตัวอย่างการทำงานของชิปต้นแบบจากห้องวิจัยของอินเทลที่สามารถพัฒนาชิประดับ 80 คอร์ให้ทำงานจริงได้แล้ว ชิปดังกล่าวเปิดตัวครั้งแรกในงาน Intel Developer Forum ที่ผ่านมา โดย Paul Otellini ซีอีโอของอินเทลระบุว่าอินเทลน่าจะวางตลาดชิประดับนี้ได้ในอีกห้าปีข้างหน้า

ซีพียูที่ทางอินเทลนำออกมาเดโมนี้สามารถทำความเร็วได้ถึง 1 เทราฟลอปในชิปตัวเดียว แต่เนื่องจากตัวชิปไม่ได้เป็นสถาปัตยกรรม x86 จึงไม่สามารถทดสอบโปรแกรมทั่วไปเช่นวิสต้าได้

การใส่คอร์ถึง 80 ชุดนี้ไม่ได้เป็นการออกแบบในรูปแบบเดิมๆ เหมือนเช่น ดูอัลคอร์ที่เราเคยพบกัน แต่ใช้การออกแบบในแบบ tiles ที่แต่ละคอร์จะมีหน่วยการคำนวณและวงจรหาเส้นทางเพื่อส่งข้อมูลไปคำนวณยังหน่วยอื่นๆ บนชิปต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งการออกแบบเช่นนี้ ต้องการคอมไพล์เลอร์ในรูปแบบใหม่ที่จะดึงความสามารถของชิปออกมาได้เต็มที่ และโปรแแกรมเมอร์เองก็ต้องเรียนรู้การเขียนโปรแกรมในรูปแบบใหม่เช่นกัน

การออกแบบในรูปแบบคล้ายๆ กันนี้เคยมีบริษัทชื่อ ClearSpeed ได้วางตลาดชิปที่บรรจุ 96 คอร์มาก่อนหน้าแล้ว

ถ้าใครสนใจเรื่องการออกแบบซีพียูแบบ tiles แนะทำ Google Video (อีกแล้ว...) ของงาน OCIN06 ที่จัดเมื่อปลายปีที่ผ่านมาน่าจะตรงที่สุด

ที่มา - C|Net

Quad Core ราคาประหยัดจาก INTEL มาให้ยลโฉมแล้วใน CES 2007

tags:

CPU ใหม่จาก Intel ครับ Q6600 เป็น Quad core ราคาประหยัด ตัว top ของ CPU Quad-core จะอยู่ที่ราคาสูงกว่า US$ 1,000 แต่ตัวนี้อยู่ที่ราวๆ US$ 800 ครับ

เป็นการปรากฎแบบเงียบๆยังไงไม่รู้ เพราะเห็นว่าโชว์ในเครื่องพีซีใหม่ (Shuttle XPC 1337)

CPU spec คือ 2.4GHz มี level 2-cache ขนาด 8 MB มีรายละเอียดแค่นี้เองครับ ยังไม่ได้ไปดูที่ site Intel

อ่านดูครับ [Link]

ไอบีเอ็มประกาศความสำเร็จในการสร้างบัฟเฟอร์โฟตอน

tags:

ทิศทางของเทคโนโลยีไมโครชิปยุคต่อไปนั้นค่อนข้างแน่ว่าเทคโนโลยีด้านออปติคอลจะเข้ามามีผลมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ทุกวันนี้เราจะสามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อการส่งข้อมูลความเร็วสูงกันได้แล้ว แต่เรายังมีข้อจำกัดที่ต้องแปลงสัญญาณโฟตอนเหล่านั้นมาเป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อจัดเก็บและประมวลผลในชิปแบบดั้งเดิม

แต่ตอนนี้อนาคตอาจจะเข้าใกล้เรามากขึ้น เมื่อนักวิจัยที่ไอบีเอ็มสามารถสร้างชิปเพื่อ "หน่วง" สัญญาณโฟตอนไว้ในไมโครชิปได้เป็นเวลา 0.5 นาโนวินาที โดยก่อนหน้านี้การหน่วงสัญญาณต้องใช้สายไฟเบอร์ออปติกที่มีขนาดใหญ่และราคาแพง การสร้างไมโครชิปเพื่อทำหน้าที่นี้ทำให้เราสามารถกักเก็บสัญญาณโฟตอนไว้ได้ในอุปกรณ์ราคาถูก

นักวิจัยที่ไอบีเอ็มใช้เทคนิคสร้างเส้นทางเดินแสงเป็นวงจำนวนร้อยวงต่อเนื่องกัน เพื่อหน่วงโฟตอนให้เคลื่อนที่ในเส้นทางดังกล่าว ที่น่าสนใจคือเส้นทางเดินโฟตอนเหล่านี้สร้างขึ้นจากเทคโนโลยี CMOS ที่ใช้ผลิตชิปทั่วไปนี่เอง

กลุ่มนักวิจัยระบุว่าในไม่ช้านี้ จำนวนคอร์ในซีพียูจะเพิิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนอาจถึงหลักร้อย เทคโนโลยีโฟตอนบนไมโครซิปจะช่วยให้นักออกแบบสามารถเลือกใช้โฟตอนเพื่อสื่อสารข้อมูลระหว่างคอร์แทนการใช้สัญญาณไฟฟ้าตามปรกติได้

ที่มา - NewScientist, IBM Press room

เอเอ็มดีวางตลาดแพลตฟอร์ม 4x4

tags:

หลังจากปล่อยอินเทลนำหน้าไปเป็นเดือน เอเอ็มดีก็ออกตัวไล่อินเทลด้วยชิปตระกูล FX-70 ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสถาปัตยกรรม 4x4 ของเอเอ็มดีเอง โดยสถาปัตยกรรมใหม่นี้จะรองรับซีพียูสองตัว เชื่อมต่อกันผ่านบัส HyperTransport โดยในตอนนี้มีชิปเซ็ตของทาง nVidia เท่านั้นที่รองรับสถาปัตยกรรมนี้

แต่งานนี้แฟนๆ เอเอ็มดีอาจจะออกเสียงเฮกันไม่ได้เต็มปาก เพราะชิปตัวใหม่นี้กลับทำความเร็วต่ำกว่า QX6700 ของทางอินเทลแทบทุกการทดสอบ แถมการกินพลังงานก็สูงกว่าพอสมควร โดยเฉพาะในงานที่ต้องการพลังคำนวณจากคอร์เดียวเช่นเกม เอเอ็มดีกลับทำได้แย่กว่าอย่างเห็นได้ชัด

เรื่องนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากการวางตลาด Quad-Core ของทางอินเทลที่ค่อนข้างเร็ว บีบให้เอเอ็มดีต้องวางตลาด 4x4 ทั้งที่ไม่พร้อมเต็มตัว การวางตลาดครั้งนี้อาจจะเป็นแค่การแสดงตัวว่าเอเอ็มดียังคงอยู่ในตลาดอยู่

แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ไปนานๆ ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ...

ที่มา - HotHardware

สงคราม CPU+GPU อุบัติ AMD เปิดตัว Fusion

tags:

หลังการรวมตัว AMD+ATI เสร็จสิ้น สงครามที่คาดการณ์กันว่าจะเกิดขึ้นแน่ก็เริ่มเปิดฉาก เมื่อเอเอ็มดีประกาศว่าภายในสองปี เอเอ็มดีจะวางตลาดชิปรุ่นใหม่ ที่มีชื่อไม่เป็นทางการในตอนนี้ว่า Fusion โดยมันจะเป็นการรวมตัวระหว่าง CPU และ GPU เข้าด้วยกันในชิปตัวเดียว และจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2008 ถึงต้นปี 2009 ที่น่าสนใจคือเอเอ็มดีประกาศว่าชิปตระกูล Fusion นี้จะมีครบทุกสายการผลิตตั้งแต่โน้ตบุ๊กไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์

ถ้าให้เดาแล้ว การรวมชิปทั้งสองเข้าด้วยกัน สิ่งที่ได้จะไม่ใช่เพียงการสื่อสารระหว่างกันที่เร็วขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ทำให้ตัว CPU สามารถใช้บางส่วนเพื่อทำการคำนวณแบบ SIMD (Single Instruction Multiple Data) ซึ่งเป็นเรื่องถนัดของ GPU อยู่แล้วได้อีกด้วย เพราะไม่อย่างนั้นแล้วการรวม GPU เข้าไปในชิปตระกูลเซิร์ฟเวอร์ไม่น่าจะได้ประโยชน์อะไร

หรือถ้ารอสองปีไม่ไหว ปีหน้าเอเอ็มดีก็เตรียมตัวเปิดแพลตฟอร์มใหม่ ที่รวมเอาชิปเซ็ต ATI เข้ากับซีพียูของตนวางขายตามสมัยนิยมขายเหล้าพ่วงเบียร์ ขายซีพียูพ่วงไวร์เลส กันเป็นปรกติ

ว่าแล้วก็ได้เวลาเก็บเงินสินะ

ที่มา - DailyTech

Site Search

 
Web blognone.com

Poll