Network

Infiniband ลุยตลาด Storage

tags:

สืบเนื่องจากเนื้อหาในข่าว Oracle บุกตลาดฮาร์ดแวร์ด้วย Oracle Database Machine ทำให้ผมสนใจอุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ นั่นคือ Infiniband (IB) อันเป็นเครือข่ายความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง และ Infiniband เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของช่องทางการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลหรือ storage มาดูกันครับว่ามีผลิตภัณฑ์ storage ของเจ้าไหนบ้างที่ใช้ Infiniband

  • Oracle Database Machine จาก Oracle และ HP รองรับความจุข้อมูลถึง 12 TB และสามารถขนส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 5 Gbps
  • Galaxy Aurora IB จากบริษัท Rorke Data เน้นไปที่การบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงและภาพยนตร์ ผลิตภัณฑ์นี้รองรับการขนส่งข้อมูลถึง 1,700 MBps (หรือ 1.7 GBps)
  • Fusion-IO เปิดตัวผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลชนิด SSD โดยจัดเตรียมช่องทางการเชื่อมต่อ 2 แบบด้วยกัน คือ 10 Gigabit Ethernet และ 40 Gbps Infiniband สำหรับขนส่งข้อมูลความเร็วสูง
  • Voltaire จับมือ DataDirect ออกผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลที่ใช้ Infiniband ของ Voltaire ที่ความเร็ว 20 Gbps ทำงานร่วมกับ storage จาก DataDirect ที่มีความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลถึง 6 GBps พร้อมรองรับความจุข้อมูลสูงสุดถึง 1.2 PB

ที่มา - ITBUSINESSEDGE, MarketWatch (ข้อมูลของ Rorke), The Register (ข้อมูลของ Fusion-IO), และ HPCwire (ข้อมูลของ Voltaire และ DataDirect )
UPDATE: Voltaire และ DataDirect Networks ความเร็ว 6 GBps เป็นความเร็วในการทำงานของ storage เท่านั้น

IPv4 ไม่พอให้คนจีนใช้งานใน 830 วัน

tags:

ปัญหา IPv4 กำลังไม่พอใช้งานนั้นกำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยก่อนนี้มีการทำนายกันว่าด้วยอัตราการใช้งานเช่นนี้ IPv4 จะหมดโลกในสี่ถึงห้าปี แต่ปัญหานี้กลับร้ายแรงกว่าที่คาดไว้มาก เมื่อประเทศที่อัตราผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นจีน กำลังประสบปัญหาก่อนหน้าชาติอื่นภายในเวลาสองปีข้างหน้า

ผู้ใช้ข่าวนี้คือนาย Li Kai ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจของ CNNIC ผู้จัดสรรหมายเลขไอพีในจีน และเขาระบุถึงปัญหาของการย้ายไปใช้งาน IPv6 ว่าปัจจุบัน IPv6 มีการใช้งานเฉพาะในหน่วยงานการศึกษาเท่านั้น และโลกธุรกิจไม่ต้องการลงทุนเพิ่มในส่วนนี้เท่าใดนัก

ที่มา - China Tech News

ดาวเทียม O3b ความหวังใหม่ของการสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล?

tags:

บริษัท O3b Networks ประกาศเปิดตัวโครงการ O3b ที่ย่อมาจาก “other 3 billion” แปลว่า “สามพันล้านคนที่เหลือ” โดยง่ายๆ มันคือโครงการ iridium แห่งโลกไอพี (ใครลืม iridium ไปแล้วบ้าง?)

ด้วยดาวเทียม 16 ดวงในระดับ MEO ในการรับส่งข้อมูลทั่วโลก โดย O3b จะทำหน้าที่เป็นทางออกให้กับบรรดา ISP ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมากเพื่อกระจายการเชื่อมต่อผ่าน WiMAX หรือเครือข่าย 3G

ข้อเสียของดาวเทียมแบบ MEO คือวงโคจรของมันไม่คงที่ทำให้ตัวรับต้องคำนวณหาตำแหน่ง และสับเปลี่ยนดาวเทียมที่เชื่อมต่อไปเรื่อยๆ แต่ข้อดีคือการตอบสนองการสื่อสารนั้นใช้เวลาเพียง 120 มิลลิวินาทีเท่านั้นเทียบกับ 600 มิลลิวินาทีของดาวเทียมค้างฟ้า ส่วนค่าเชื่อมต่อนั้น O3b อ้างว่าราคาจะอยู่ที่ 500 ดอลลาร์ต่อเมกกะบิตต่อเดือนเท่านั้น (ถูกกว่า Leased-line บ้านเราอีก)

ผู้ลงทุนหลักของ O3b นั้นคือ HSBC, Liberty Global ผู้ให้บริการโทรศัพท์, และกูเกิลเจ้าเก่านั่นเอง

การลงทุนรวมในวันนี้อยู่ที่ 65 ล้านดอลลาร์ และค่าก่อสร้างดาวเทียมรวมค่ายิงอยู่ที่ 650 ล้านดอลลาร์ ดาวเทียมมีอายุการใช้งาน 10 ถึง 15 ปี

ที่มา - The New York Times

ปริมาณทราฟฟิกของ IPv6 คิดเป็น 0.0026%

tags:

บริษัท Arbor Networks ได้ผนึกกำลังกับ ISP 90 รายจากทั่วโลก ศึกษาข้อมูลจากเราเตอร์กว่า 2,400 ตัวและปริมาณทราฟฟิกจำนวน 4.5Tbps ผลที่ได้คือ มีข้อมูลจำนวน 117 Mbps นั้นสามารถยืนยันได้ว่าเป็นรันบน IPv6 หรือคิดเป็น 0.0026% ของทราฟฟิกทั้งหมด

จากการวิจัยบอกว่าข้อมูลจำนวน 117 Mbps นี้มาจากโพรโทคอลที่รันบน IPv6 เท่านั้น ซึ่งตามปกติแล้วคิดเป็นปริมาณข้อมูล 10-75% ของทราฟฟิกจริงๆ ที่รันบนเครือข่าย IPv6 สักอันหนึ่ง แปลว่าปริมาณทราฟฟิก IPv6 จริงๆ ที่วิ่งกันอยู่ใน ISP 90 รายนี้ จะมีค่าอยู่ระหว่าง 130 ถึง 470Mbps (ซึ่งเพิ่มมาแค่นี้ ไม่ทำให้ตัวเลข 0.0026% เปลี่ยนไปมากนัก) ผลสรุปคือ ถึงแม้ว่าจะมีคนใช้ IPv6 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าคิดเป็นอัตราส่วนเทียบกับ IPv4 ก็ยังไม่เปลี่ยนเท่าไร

ISP อีกรายหนึ่งในยุโรปคือ Amsterdam Internet Exchange ได้วัดปริมาณ IPv6 เช่นกัน และตัวเลขที่ได้คือ 0.12% ส่วนเว็บไซต์ 500 อันดับแรกของโลกจาก Alexa มี 0.4% ที่สนับสนุน IPv6 สรุปสั้นๆ ว่าเส้นทางของ IPv6 ยังอีกยาวไกล

ที่มา - Ars Technica

WHDI มาตรฐานใหม่สำหรับส่งข้อมูลภายในบ้าน?

tags:

ช่วงนี้เหมือนเป็นฤดูกาลแถลงข่าวมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบใหม่ๆ คราวก่อนเพิ่งมีเรื่อง TransferJet ไป

คราวนี้กลุ่มบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าฝั่งเอเชียซึ่งประกอบด้วย Sony, Samsung, Sharp, Hitachi ร่วมกับ Motorola และ AMIMON บริษัทเจ้าของเทคโนโลยี ได้ประกาศความร่วมมือผลักดันมาตรฐาน WHDI (Wireless Home Digital Interface) ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลแบบไร้สายระหว่างอุปกรณ์บันเทิงภายในบ้าน ใช้ความถี่ 5GHz ความเร็วยังไม่ระบุแต่ตามสเปกบอกว่าสามารถสตรีมภาพยนตร์แบบ 1080p แบบไม่บีบอัดผ่านเครือข่ายไร้สายได้

อุปกรณ์เป้าหมายได้แก่ทีวีทั้ง LCD และพลาสมา โปรเจคเตอร์ เครื่องเล่น DVD/Blu-ray เซ็ตท็อปบ็อกซ์ เครื่องเล่นเกมคอนโซล และพีซี ซีอีโอของ WHDI ให้ข้อมูลว่าสเปกสุดท้ายจะออกได้ภายในปี 2008 นี้

ที่มา - Engadget

โดเมน .org ย้ายมาใช้โพรโทคอล DNSSEC

tags:

ICANN ได้อนุมัติให้ Public Interest Registry ซึ่งดูแลโดเมนตระกูล .org ในการย้ายจากโพรโทคอล DNS ธรรมดามาเป็น DNSSEC ที่ปลอดภัยมากขึ้น

DNSSEC หรือ Domain Name System Security Extensions เป็นส่วนขยายของโพรโทคอล DNS เดิม แต่แก้ปัญหาเรื่องช่องโหว่ในการตรวจสอบตัวตนเพิ่มเข้ามา ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถูกค้นพบตั้งแต่ปี 1997 แต่วิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมและใช้ได้ในสเกลระดับอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องง่าย (รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมในวิกิพีเดียหรือลิงก์ที่มา)

โดเมน .org จะเป็นโดเมนนำร่องอันแรกเพื่อดูว่า DNSSEC แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ถ้าผ่านเราคงเห็นโดเมนอื่นๆ เปลี่ยนตามกันในอนาคต

ที่มา - Ars Technica

OpenDNS ทำเงินวันละสองหมื่นดอลลาร์

tags:

Blognone รายงานข่าวของ OpenDNS มาตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อปี 2006 มันคือการให้บริการ DNS ฟรีแลกกับการโฆษณาในหน้าค้นหาในกรณีที่มีการพิมพ์ชื่อเว็บผิดและไม่สามารถเดาชื่อเว็บที่ถูกต้องได้

TechCrunch มีรายงานว่าทุกวันนี้ OpenDNS ต้องให้บริการ DNS วันละ 7 พันล้านรายการ และมีผู้ใช้หลุดเข้าไปถึงหน้าค้นหาวันละ 2 ล้านครั้ง สร้างรายได้ให้ OpenDNS วันละ 20,000 ดอลลาร์หรือปีละกว่า 7 ล้านดอลลาร์ นับว่าไม่เลวสำหรับบริษัทที่ก่อตั้งด้วยเงินทุนเพียง 2 ล้านดอลลาร์

นอกจาก DNS ปรกติแล้ว OpenDNS ยังมีฟีเจอร์การบล็อคเว็บตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเว็บอันตราย เว็บลามก หรือเว็บน่ารำคาญต่างๆ และยังให้บริการ Dynamic DNS ฟรีอีกด้วย

ผู้ให้บริการในไทยหลายรายก็ทำคล้ายกับ OpenDNS ต่างกันที่ว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเหล่านั้นได้รับค่าบริการรายเดือนอยู่แล้ว

ที่มา - TechCrunch

สหภาพยุโรปลงทุนในงานวิจัยเพื่อการสื่อสารหลังยุค 3G

tags:

โครงการ SPICE ซึ่งสหภาพยุโรปได้นำเสนอบทสรุปของโครงการที่น่าจะเป็นมาตรฐานในการสื่อสารยุคต่อไปหลังจากยุค 3G ที่ใช้กันอยู่ (ในต่างประเทศ) โครงการ SPICE เสนอการสื่อสารแบบองค์รวมแทนที่จะเป็นการเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนเช่นที่ผ่านมา

โครงการ SPICE เรียนรู้จากความสำเร็จของ GSM ที่เสนอมาตรฐานในทุกชั้นนับแต่คลื่นความถี่วิทยุไปจนถึงการเข้ารหัสสัญญาณเสียงเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ทาง SPICE นั้นจะยิ่งกว่านั้นคือการเปิดให้ผู้ใช้สามารถสร้างบริการได้เอง และเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกชนิดเข้าด้วยกัน เช่น ขณะที่เราดูรายการภาพยนตร์ในห้องนอนแล้วต้องการออกไปข้างนอก เราสามารถโอนภาพไปยังโทรศัพท์มือถือของเราเพื่อการรับชมที่ต่อเนื่องได้

มาตรฐานที่ทาง SPICE เสนอนี้จะใช้ตัวอุปกรณ์ร่วมกับรหัสผ่านของผู้ใช้เพื่อใช้พิสูจน์ตัวบุคคลได้ง่ายกว่าเดิม

ผมอ่านบทความสรุปนี้จากข่าวของ PhysOrg ไว้อ่านตัวรายงานเต็มๆ แล้วคงมาเขียนอธิบายกันอีก

ที่มา - PhysOrg

D-Link เปิดตัวเราท์เตอร์ 802.11n ทำงานที่ความถี่ 5 กิกะเฮิร์ต

tags:

หลายๆ คนอาจจะกำลังมองหาทางเร่งความเร็วของเครือข่ายไร้สายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในตอนนี้ทางเลือกที่ดีที่สุดคงเป็น 802.11n ที่ให้ความเร็วประมาณ 300 เมกกะบิตต่อวินาที แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นก็อาจจะไม่เต็มประสิทธิภาพนักเพราะตอนนี้ความถี่ย่าน 2.4 กิกะเฮิร์ตนั้นมีอุปกรณ์ใช้งานเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นบลูทูธ, Wi-Fi, หรือกระทั่งโทรศัพท์ไร้สายในบ้าน

ล่าสุดทาง D-Link ก็ส่ง DIR-628 เราท์เตอร์ตัวใหม่ที่ทำงานตามมาตรฐาน 802.11n ในความถี่ 5 กิกะเฮิร์ตซึ่งคนใช้งานน้อยกว่าออกมาแล้ว ที่น่าสนใจคือราคาไม่แพงมาก (Engadget รายงานว่าราคาขายปลีกอยู่ที่ 79 ดอลลาร์)

ความถี่ 5 กิกะเฮิร์ตนั้นเป็นย่านเดียวกันที่ใช้งานสำหรับมาตรฐาน 802.11a ที่มีมานานแล้ว แต่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ได้เป็นคลื่นความถี่ที่เปิดให้ใช้งานอิสระในบางประเทศ ต่างกับความถี่ 2.4 กิกะเฮิร์ตที่นำไปใช้งานได้ในทุกประเทศเหมือนๆ กัน

แต่เคยได้ยินว่าเมืองไทยใช้งานความถี่นี้ได้แล้ว ใครยืนยันได้ช่วยบอกทีครับ

ที่มา - Engadget, D-Link

อินเทอร์เน็ตในสหรัฐคับคั่งเพราะ U.S. Open

tags:

U.S. Open หมายถึงรายการกอล์ฟที่ไทเกอร์ วู้ดเพิ่งชนะไปวันก่อนนะครับ เรื่องมีอยู่ว่าผู้ดูแลระบบเครือข่ายของ ISP ทั่วโลกโดยเฉพาะในสหรัฐ และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยต่างตกใจกับทราฟฟิคที่จู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นมาอย่างผิดสังเกต ในตอนแรกหลายคนคิดว่าเป็น DDoS รอบใหม่ แต่ปรากฎว่ารูปแบบการกระจายตัวนั้นต่างออกไปจากปกติ เพราะว่าปริมาณข้อมูลนั้นไม่กระจุกอยู่จุดใดจุดหนึ่ง แต่วิ่งผ่านทั้งเครือข่ายลูกค้าองค์กรไปจนถึงระบบ DSL ตามบ้าน

ISP บางบอกว่าทราฟฟิคเพิ่มมา 15-20% แต่บางรายเพิ่มเป็นเท่าตัว หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าสาเหตุมาจากการแข่งขันกอล์ฟ U.S. Open รอบเพลย์ออฟ ซึ่งถ่ายทอดสดเป็น Flash streaming ผ่านเว็บไซต์ NBC และ ESPN ปริมาณทราฟฟิคมาพุ่งสูงสุดเมื่อไทเกอร์ตีพลาดและต้องแข่ง Sudden death ทำให้พนักงานออฟฟิศและผู้ชมตามบ้านบอกกันปากต่อปาก และหันมาเปิดเว็บดูสดกันเป็นจำนวนมาก ผู้ดูแลเครือข่ายตั้งชื่อปรากฎการณ์นี้ว่า Tiger Effect (ดูกราฟประกอบในแหล่งข่าว)

ทราฟฟิคส่วนมากมาจาก CDN อย่าง Akamai และ Limelight ถึงแม้ว่ารอบนี้ระบบโครงสร้างเครือข่ายจะรองรับได้ไม่มีปัญหา แต่ก็อาจเป็นสัญญาณได้ว่าอนาคตอินเทอร์เน็ตปัจจุบันอาจไม่พอใช้เสียแล้ว

ที่มา - ARBOR Networks ผ่าน Slashdot

Site Search

 
Web blognone.com

Poll