หลังจากมีข่าวโทรศัพท์มือถือ Samsung Blue Earth ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วันนี้ C|Net ได้นำโทรศัพท์มือถือดังกล่าวมารีวิวแล้ว สรุปได้ดังนี้
- รหัสรุ่นที่จะจำหน่ายจริงคือ GT-S7550 รองรับคลื่นจีเอสเจ็ม 850/900/1800/1900 MHz
- ตัวเครื่องนั้นทำจากพลาสติกรีไซเคิลเป็นแบบเดียวที่ใช้ทำขวดน้ำ
- เครื่องมีขนาดเล็กกว่าทัชสกรีนรุ่นอื่นในตลาด ทำให้หน้าจอทัชสกรีนขนาดเพียง 3 นิ้วเล็กกว่ารุ่นอื่นไปด้วย ทำให้ใช้งานลำบาก
- ไม่มีคีย์บอร์ดในตัวและกล้องไม่มีไฟแฟลช
- มีโหมด "eco mode" โดยปรับแต่งการความสว่างของหน้าจอและระยะเวลาของ backlight ให้อัตโนมัติ
- มีฟีเจอร์ "eco walk" วัดระยะการเดินของผู้ใช้ แล้วคำนวณว่าที่เดินแทนการนั่งรถนั้นจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้เท่าไรและช่วยอนุรักษ์ต้นไม้ไว้เท่าไร
- โปรแกรมีครบเครื่อง รวมถึงแผนที่ Google Maps (แต่ไม่เห็นพูดถึงว่าเครื่องมีจีพีเอสหรือไม่เลยแฮะ)
- พอร์ตเชื่อมต่อทั้งหูฟังและสายชาร์จเป็น microUSB แต่ผู้รีวิวคิดว่าควรจะมีพอร์ตเชื่อมต่อหูฟังแยกต่างหาก
ดูภาพตัวเครื่องและวีดีโอรีวิวเต็มๆ ได้ท้ายข่าว หากอยากอ่านข้อความมากกว่าก็ดูได้จากที่มา
ที่มา: C|Net


Comments
บอกได้คำเดียวว่า "เจ๋งว่ะครับ"
เริ่มต้นที่โตมาจากตัว Prototype แล้วพัฒนามาได้ขนาดนี้
โดยเฉพาะถ้านับว่ามันคือเครื่องแรกๆที่ผลิตจริงได้ซะทีเนี่ย
อนาคตน่าสนใจทีเดียว
เรื่อง Design ทั้งหลายแหล่ยังเอาไปพัฒนาต่อได้ไม่ยาก
แต่เรื่องนวัฒกรรมนี่ เยี่ยมเลย!
ต่อไปคงมีอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ในระดับผู้บริโภคมากขึ้น
แบบจริงๆจังๆ และใช้ได้จริงซะที .. Server พลังแสงอาทิตย์ เอิ๊ก!!
my blog
เคยมีการถกกันเรื่องแนวคิดของ solar server หรือเซิร์ฟเวอร์พลังงานแสงอาทิตย์มาช่วงหนึ่ง ผมจำได้ว่าประมาณต้นปี ค.ศ. 2000 โดยตอนนั้นเขาทำนายว่าอีก 10 ปีข้างหน้าว่า ศูนย์ข้อมูลจะมีขนาดใหญ่ขึ้น ประกอบไปด้วยเซิร์ฟเวอร์หลักแสนหลักล้าน และจะกินไฟอย่างมหาศาลทีเดียว และข้อเท็จเรื่องศูนย์ข้อมูลเช่นนี้ก็เป็นเรื่องจริงไปแล้ว
แต่ปัญหาหลักของ "เซิร์ฟเวอร์พลังงานแสงอาทิตย์" คือ การกินไฟไม่ได้มาจากตัวเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก หากแต่เป็นระบบทำความเย็น ซึ่งก็กลับมาที่โจทย์ของการเอาเซิร์ฟเวอร์ไปผึ่งแดดร้อนๆซึ่งนำปัญหาใหม่เข้ามา อย่างไรก็ดี ไมโครซอฟท์ก็มีแผนสร้างศูนย์ข้อมูลชนิดไร้หลังคา (roofless datacenter) ตามที่ผมเคยรายงานไปเมื่อปีก่อน โดยไมโครซอฟท์ตั้งใจใช้ภูมิประเ้ทศที่อากาศเย็น+แสงแดดไม่แรง สำหรับเป็นระบบทำความเย็นแบบธรรมชาติ ทั้งนี้ แนวทางที่เป็นไปได้มากกว่านี้ คือ "ศูนย์ข้อมูลพลังงานแสงอาทิตย์" (solar datacenter) อย่างที่บริษัท AISO [อ้างอิง] เคยสร้างมาแล้วเมื่อเกือบ 10 ปีก่อนน่าจะเอามาประยุกต์ใช้ได้ และในปี 2007 กูเกิลเองก็ลงทุนกับพลังงานแสงอาทิตย์อย่าง Google Solar Panel เช่นกัน
My Blog
ไม่สามารถใช้หูฟังพร้อมกับชาร์ตแบทได้สินะ
นึกสภาพตอนชาร์ทไปโทรไป... คงร้อนมือ ร้อนหน้าน่าดู
หรือไม่ก็โทรนอกบ้าน กลางแดงเปรี้ยง ๆ แทน จะได้ร้อนทั้งตัว และมือถือ
Jusci - Google Plus - Twitter
ล้ำสุดๆ!
ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นมือถือที่เยี่ยมมากๆ ช่วยโลก ^^
ว่าแต่ เอามือถือตากแดด จะเสียไว้ไม๊(กลัวจอเจ๊ง) หรอ Batt ร้อนจี๋เป่าเนีย...(กลัวระเบิดจัง)
ก็ดีนะ ลดการใช้พลังงานได้เยี่ยม จะได้ไม่ต้องเสียภาษีเยอะ (ค่าไฟ)
เจ๋งจริง เจ้าอื่นตามกันให้ทันเด้อ
ยอดเยียม อยากให้รางวัลนวัตกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดลอมแห่งปีเลย
ไม่เห็นพูดถึงเรื่องสำคัญที่สุดเลย "ใช้เวลาชาร์จกลางแดดจนเต็มนานเท่าไหร่" = ='
เป็นผม ผมอยากรู้เรื่องนี้ที่สุด
เทคโนโลยีไม่ผิด คนใช้มันในทางที่ผิดนั่นแหละที่ผิด!?!
ผมว่าคงไม่ได้เน้นชาร์จไฟให้เต็มอะไรหรอกครับ แต่มันก็ช่วยให้ระหว่างที่คุยโทรศัพท์ (แบบยกหูคุย) ก็ได้ชาร์จไฟไปในตัว เพราะเราต้องหันหลังเครื่องออก ซึ่งก็มีโอกาสที่แผงโซล่าร์เซลล์จะได้รับแสงนะครับ
ป.ล. แล้วถ้าใช้แฮนด์ฟรีล่ะ มันก็ไม่ได้ช่วยเหมือนเดิม
ถ้าใช้แฮนด์ฟรี ก็เอาเครื่องไปตากแดดสิครับ ^^
สงสัยต้องหนีบไว้ที่เอวเหมือนเพจเจอร์น่ะครับ ^^ ถ้าจะใช้แฮนด์ฟรี
แต่มันไม่มีที่หนีบให้นี่นา ...
หยิบมือถือคุยทีไร คงเผลอเอามือบังแผงโซลาตลอด ^^"
แต่ผมว่าซีเรียสนะครับ ที่ผมอยากรู้เพราะตามที่คุณ nuntawat บอกแหละครับ มันจะทำให้เรารู้ได้คร่าวๆ ว่าถ้าโทรศัพท์คุยไป ยืนตากแดดไปมันจะแบตพอมั้ย ลองนึกดูว่าถ้าใช้เวลาชาร์จกลางแดดจนเต็มถึง 15+ ชม มันก็อาจหมายความว่าเราโทรไปชาร์จไปมันแทบจะไม่ได้ชาร์จแบตเลย มันแค่ชะลอลงไปนิดเดียวเอง และยังบอกเราคร่าวๆ ได้อีกว่าถ้าแบตหมดเราต้องเอาไปวางกลางแดดนานแค่ไหนถึงจะพอเปิดมาคุยได้ซัก 10 นาที (ในกรณีไม่มีไฟฟ้าจริงๆ เช่นไปเดินป่าอย่างที่หลายๆ ท่านในนี้กล่าวถึง) สมมติว่าต้องวางชาร์จชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงเพื่อที่จะทำให้ใช้ได้แค่ 10 นาที ผมว่ามันดูไม่มีประโยชน์ซักเท่าไหร่เลย = =a (ดูเหมือนใช้ยามฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น)
เทคโนโลยีไม่ผิด คนใช้มันในทางที่ผิดนั่นแหละที่ผิด!?!
รอให้วางขายก่อนนะครับ ถึงจะมีรายละเอียดออกมาชัดเจนกว่านี้
ผมว่าลากสายเอาก็ได้นะ โทรศัพท์น่าจะปลอดภัยกว่า แบบของจีนที่เป็นโซล่าเซลล์แล้วมีช่อง USB ออกมาให้
ที่แน่ๆ เวลาหลงป่าไม่ต้องกลัวแบตหมดเลย
แต่ว้า...ไม่มี GPS หรอกรึ
ถ้าหลงป่าคอนกลางคืืนก็แย่หน่อย ต้องรอถึงเช้า
ไฟมันพอเหรอเนี่ย
ยิ่งพวก Smart Phone สมัยนี้พอเปิดอะไรๆพร้อมๆกัน ก็ซดแบตซะไม่ถึงเย็นก็หมด GPS, Wifi, BT ทั้งหลาย ด่วนๆก็เอาไปตากแดดซะ หวังว่าเจอแดดบ้านเราจะไหวไหม ต้องลองเอาขวด PET ไปวางตากแดดกลางลานซีเมนต์ดูซักที
ถ้ามี gps มันจะยอดมาก
หลงป่า หลงทาง ไม่มีที่ชาร์จ ... หมดปัญหาไปได้เลยนะเนี่ย
เป็นไอเดียที่เจ๋งมากครับ
แต่ปัญหาคือ จะเอาเวลาที่ไหนตั้งกลางแดด และ ถ้าทิ้งไว้กลางแดด จะหายมั้ย?
ไอเดียเจ๋งครับ แถมน่าใช้มากๆด้วย