หลังจากการประชุมพนักงาน Apple Retail Store เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แอปเปิลได้ตัดสินใจยกเลิกค่า Restocking Fee หรือค่าธรรมเนียมนำสินค้ากลับเข้าคลังที่ร้าน Apple Retail Store ทุกร้านตั้งแต่วันอังคารนี้เป็นต้นไป
โดยทุกวันนี้หากซื้อสินค้าจากร้านแอปเปิลไป แต่ต้องการที่จะคืนเครื่องเนื่องจากสาเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง สามารถทำได้ แต่แอปเปิลจะหักเงิน 10% ของราคาเต็มเพื่อนำสินค้ากลับเข้าสต็อก
นอกจากนี้แล้ว แอปเปิลยังได้เพิ่มบริการตั้งแมคให้ลูกค้าทุก ๆ คน โดยหากซื้อเครื่องแมคที่ร้าน Apple Retail Store แล้ว พนักงานในร้านจะช่วยตั้งค่าต่าง ๆ ตามที่ต้องการ รวมไปถึงแอคเค้าท์อีเมล และสอนวิธีการใช้แมคอย่างง่าย ๆ ให้ โดยแอปเปิลจะเพิ่มพื้นที่บริการเฉพาะส่วนนี้ให้ภายในร้าน Apple Retail Store ตัวเองในบางสาขา
Comments
ข่าวนี้ยังไม่ยืนยันความถูกต้องนะคะ
แล้วมันก็ยังไม่เกิดขึ้นจริงด้วย
"Well, come Tuesday, this WILL all be in the past as Apple is cutting restocking fees from their retail chain."
ถ้าหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเวบแอปเปิลเรื่อง Restocking Fee ก็จะเห็นว่ายังไม่มีประกาศใดใดออกมาจากฝั่งแอปเปิลเลย
http://www.apple.com/legal/sales_policies/retail_us.html
แล้ว "Personal Setup" ก็น่าจะใช้คำอื่นแทนคำว่า "บริการตั้งแมค" นะคะ
ขอบคุณค่ะ
+1!
มันคือ ?
แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์ | MacThai.com
อ่านแล้ว งง ๆ
ไม่ต้องมีคำว่า ทำการ ก็ได้นะครับ
ข้อดีคือ คนที่ไม่เคยใช้สินค้าของ Apple จะได้เอาไปลองใช้ดู 30 วันฟรี ๆ ถ้าไม่ชอบก็เอามาคืนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย นอกจากจะได้ใจลูกค้าแล้ว ยังดึงดูดให้ผู้ใช้หน้าใหม่เข้ามาลองสินค้าของ Apple ด้วย
แต่จะกลายเป็นข้อเสียก็ต่อเมื่อสินค้ามันห่วย และลูกค้าคืนสินค้าเป็นจำนวนมาก ถ้ามั่นใจว่าสินค้าดี ก็จะเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น
นอกจากนี้แล้ว แอปเปิลยังได้เพิ่มบริการ "ตั้ง" แมคให้ลูกค้าทุก ๆ คน
ไม่ชัดเจนว่า ติดตั้ง หรือ ตั้งค่า หรอครับ
ตอนผมอ่านครั้งแรกผมก็นึกว่าไปวางให้ที่บ้านเหมือนกันครับ
ครั้งนึงผมเคยเดินเข้าไปซื้อ charger สำหรับ iPod 3G เพราะกะจะใช้เป็น HDD ถ่ายรูปที่เก็บกลับมาเมืองไทยตอนไป US แต่ที่ผมต้องการจริงๆ น่ะคือ Battery Pack คนขายเขาก็บอกว่าชาร์จได้นะ ผมก็บอกว่าขอลองก่อนแล้วถ้าไม่ใช่จะขอคืนเงินได้มั้ย เขาก็บอกได้แต่มีหักตังค์นิดหน่อยนะ (สมัยนั้นยังแยก Battery Pack กับ charger ไม่ออก คือ ไม่เข้าใจความหมายมัน) ก็เลยลองมันตรงนั้นเลย (Apple Store Soho)
หลังแกะออกมาลองและพบว่ามันเป็นแค่ชาร์จเจอร์ เลยขอ refund เงินและคืนของเลย ผลที่ได้คือ แอปเปิลก็คืนเงินให้เลย แต่โดนหักค่าคืนของ (โดยที่ของไม่เสียหรือไม่ได้บกพร่อง) ไปประมาณ 5-6 เหรียญนะตอนนั้น ถ้าจำไม่ผิด (สมัยสี่สิบบาทนะเธอวว์ ToT)
อย่างไรก็ตาม นั่นแหละครับ Restocking Fee จ้ะ
FYI..
ค่า restocking fee เกิดขึ้นเพราะว่า แอปเปิลไม่ได้ repackaging สินค้าทุกชิ้นที่ขายไปแล้วถูกเปิดกล่อง หรือ ลูกค้านำมาคืน ใน Apple store แต่ retail store จะต้องส่งของทั้งหมดกลับไปที่ศูนย์กลางเพื่อ repackaging ถ้ามีสินค้าชิ้นไหนที่แตกหักเสียหาย ก็จะถูก label ต่างจากสินค้าที่ลูกค้านำมาคืนเพราะ "ไม่ถูกใจ"
สรุป .. มันคือ ค่า repackaging และ ค่าขนส่งค่ะ
Apple Retail Store return policy..ในอเมริกาที่กำลังใช้อยู่ตอนนี้ และยังไม่มีประกาศเปลี่ยนแปลงอะไร ..as of Mon Jan 10, 2010 8.30PM
Apple Products 10% restocking fee. return period 14 days. except iPhone 30 days with NO restocking fee.
3rd party products no restocking fee. return period 14 days.
สรุปคือจ่ายคืนน้อยลง 10 % ข่าวก็ถูกแล้วหนิครับ เพราะแต่ก่อนมันจ่ายคืนเต็ม ?
กำลังงงว่าจะมานั่งช่วยพูดให้มันดูดีแทนแอปเปิ้ลทำไมในเมื่อผลสุดท้าย ก็คือเราเสียประโยชน์ ??
FYI=For your information เพื่อเป็นข้อมูล
ข่าวมันยังเป็นแค่ข่าวลือค่ะ จะจริงไม่จริง รู้กันวันนี้เนี่ยล่ะ เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ดิฉันถึงได้เอาข้อมูลทั้งหมดในปัจจุบันมาแชร์ไงคะ ว่า restocking fee มันมีที่มายังไง ทำไมเค้าถึงชาร์จ แล้วมันครอบคลุม สินค้าอะไรบ้าง เวลานานเท่าไหร่ ..ไม่ได้"พูดให้มันดูดี" แทนแอปเปิ้ล
คนซื้อไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไร มีโอกาสได้ลองของ 14 วัน ถ้าเป็น iPhone ก็ตั้ง 30 วัน เอาไปใช้ พอไม่ถูกใจก็เอามาคืน