จากประเด็นผู้ก่อตั้ง whatsApp ออกมาเปิดใจถึงเหตุผลที่ลาออกจาก Facebook ทำให้ David Marcus หัวหน้าทีม Facebook Messenger ออกมาโต้บ้าง โดยจั่วหัวว่าเป็นเรื่องอีกด้านหนึ่ง เป็นความคิดเห็นในมุมของเขาไม่เกี่ยวกับบริษัท Facebook แต่อย่างใด
Marcus บอกว่าเนื้อหาสัมภาษณ์ Acton ใน Forbes ที่เปิดใจเรื่องลาออกนั้นมีเนื้อหาที่ผิดไปจากความจริง Marcus บอกว่า Mark Zuckerberg พยายามป้องกันไม่ให้บรรดาผู้ก่อตั้งต้องมารับมือกับเรื่องต่างๆที่มาพร้อมกับบริษัทที่ใหญ่ขึ้น และให้อิสระกับการทำงาน อย่างผู้ก่อตั้ง WhatsApp แม้จะต้องการพื้นที่ส่วนตัวไม่ให้คนอื่นมายุ่งเกี่ยว Mark ก็อนุญาตให้ทำได้
นอกจากนี้บรรดาผู้ก่อตั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็สามารถทำงานได้อย่างดีที่สุดเมื่อมาอยู่ใน Facebook ไม่ว่าจะเป็น Kevin Systrom และ Mike Krieger ซีอีโอ Instagram ที่อยู่กับ Facebook มา 6 ปี รวมทั้ง Jan Koum และ Brian Acton ซีอีโอ WhatsApp ที่มาอยู่ด้วยกัน 3-4 ปี
(ทั้ง Systrom และ Krieger เพิ่งประกาศลาออกจาก Facebook ไป )
มาที่เรื่องการเข้ารหัสข้อความ Marcus บอกว่า นโยบายการเข้ารหัสแบบ end to end ของ WhatsApp เพิ่งจะเปิดตัวหลังจาก Facebook เข้าซื้อ WhatsApp แล้ว และ Mark ก็สนับสนุนเต็มที่อีกทั้งยังช่วยปกป้องแนวคิดความเป็นส่วนตัวของ WhatsApp ในการประชุมภายในหลายครั้งด้วย ส่วน Acton นั้น Marcus ไม่เห็นเขาแอคทีฟเรื่องนี้มาก และถ้า Acton ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากจริงๆ ก็ควรจะทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่าแนวทางของเขานั้นมันมีคุนค่า
ภาพจาก David Marcus
ที่มา - David Marcus
Comments
ฟังไม่ขึ้นครับ
ตอบไม่ตรงประเด็น
เหมือนเอาสีข้างเข้าถู
+1
และจากมุมมองของ Acton ถ้า Marcus ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากจริงๆ ก็ควรจะทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่าแนวทางของเขานั้นมันมีคุนค่า
ชื่อสลับบริบทกันรึเปล่าครับ
เอาจริงๆผมว่า Acton แกสุดโต่งเกินไปนะจากการให้สัมภาษณ์หลายๆครั้ง มันแปลกตรงไหนที่ Facebook จะใช้ประโยชน์จาก WhatsApp เพื่อขยายธุรกิจของตัวเอง ก็ซื้อมาตั้งแพงเขาก็หวังจะใช้ประโยชน์อยู่แล้ว ไม่งั้นจะไปซื้อมาทำไม แล้วโมเดลธุรกิจของ Acton นี่ยังกับเด็กป.3 คิด จะมาเก็บเงินเป็นจำนวนการใช้ ไม่แปลกที่เชอรีลจะปัดตกไป
ผมว่าเอาจริงๆมันคือการเมืองล้วนๆ คนไอทีสร้างบริษัทขึ้นมาได้ก็ภูมิใจ แต่พอถึงจุดหนึ่งอาจจะยอมรับไม่ได้ที่มีนักธุรกิจ (ที่เก่งในเชิงธุรกิจมากกว่า) จะเข้ามาครอบงำ Direction ของบริษัท
แต่ในโลกของความเป็นจริงคนเรามันต้องรู้บทบาทของตัวเอง รู้ว่าตัวเองเก่งอะไร เหมือนอย่าง 2 ผู้ก่อตั้ง Google ที่ไปจ้างเอริคชมิดส์มาบริหาร เหมือนมาร์กที่ไปจ้างเชอรีลมาเป็น COO
คุนค่า => คุณค่า