นักการเมืองสหรัฐจากพรรคเดโมแครต นำโดย ส.ส. Paul Tonko ออกมาเสนอร่างกฎหมาย Stopping Grinch Bots Act เอาผิดบ็อตช็อปปิ้งที่มาไล่กวาดซื้อสินค้าออนไลน์บางอย่าง
กฎหมายฉบับนี้ใช้คำว่า "cyber Grinch" นิยามพฤติกรรมของบ็อตที่กว้านซื้อของเล่นยอดนิยมในช่วงเทศกาล แล้วนำมาขายต่อในราคาที่แพงขึ้น (คำว่า Grinch หมายถึงตัวละครในนิทานเด็กของ Dr. Seuss ที่ขโมยของขวัญของเด็กๆ, เรื่องเดียวที่ดัดแปลงเป็นหนัง How the Grinch Stole Christmas!)
Paul Tonko บอกว่าบ็อตเหล่านี้ทำลายความฝันของเด็กๆ และโอกาสที่ครอบครัวจะมีความสุข จากการได้อยู่พร้อมหน้าในช่วงเทศกาล แกะของขวัญร่วมกัน บ็อตเหล่านี้ไม่ได้แค่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค แต่ยังสร้างปัญหาต่อธุรกิจขนาดเล็ก ที่ต้องการหาสินค้ามาขายในช่วงเทศกาลด้วย
กลุ่มของ Tonko ไม่ได้ขายฝันอย่างเดียว เพราะเคยเสนอร่างกฎหมาย Better Online Ticket Sales Act (BOTS Act) ที่แบนการใช้บ็อตซื้อตั๋วคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ยอดนิยม แล้วนำมาขายต่อทำกำไรจากแฟนๆ จนผ่านเป็นกฎหมายสำเร็จมาแล้วเมื่อปี 2016 รอบนี้ทางกลุ่มระบุว่าจะนำแนวทางของ BOTS Act มาใช้กับกฎหมายฉบับใหม่ด้วยเช่นกัน
ที่มา - Paul Tonko, Eurogamer
Comments
อันนี้ผมเห็นด้วยเลย เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานมาก และควรจะแก้ได้ตั้งนานแล้วด้วยซ้ำไป ทุกประเภทสินค้าเลย
ความล้มเหลว คือจุดเริ่มต้นสู่ความหายนะ มีผลกระทบมากกว่าแค่เสียเงิน เวลา อนาคต และทรัพยากรที่เสียไป - จงอย่าล้มเหลว
ในคอมมูบางที่ยังเถียงกันไม่จบเลยมันคือส่วนหนึ่งของการค้าเสรีไม่ใช่เหรอ
I need healing.
เอาจริงๆ อยากให้พวกคอมมูมองในคอนเซ็ป จำนวนคนได้ประโยชน์เพียงหยิบมือและจำนวนคนเสียประโยชน์และเดือนร้อนเป็นวงกว้าง
มันก็เหมือน จะมีสินค้าควบคุมราคาไปทำไมนั่นล่ะครับ ก็การค้าเสรีไม่ใช่เหรอจะควบคุมทำไม คำตอบก็ง่ายๆ สินค้าควบคุมพวกนั้นถ้าโดนกักตุนแล้วเพิ่มราคา คนที่เดือดร้อนจะมีเป็นจำนวนมากครับจนเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจครับ
คนที่บอกในคอมมูว่าการค้าเสรี ผมให้ 9 ใน 10 มีส่วนได้ส่วนเสีย กับ bot กว้านซื้อทั้งนั้น
ถ้าพวกน้ำตาลโดนกว้านซื้อไปกักตุนได้ ธุรกิจต่างๆที่ต้องใช้น้ำตาลเป็นสารตั้งต้นก็ เดือดร้อนกันหมดและพังเป็นแถบๆ คนได้ประโยชน์คือคนที่กักตุนขายน้ำตาลเท่านั้น ที่เหลือซวย
ปล. ยังไม่อยากอ้างถึง PS5 เพราะเหมือน sony ยังไม่ค่อยเดือดร้อนเกี่ยวกับยอดขายเกมเฉพาะของ PS5 เลยยังไม่อยากแก้ไขใดๆ
*** อ่าว รูปในข่าวอ้างอิงเป็น PS5 เรอะ ฮ่าๆ***
ผมมองว่าแต่ไหนแต่ไร มันก็ไม่ใช่การค้าเสรี 100% อยู่แล้ว (มีการควบคุมราคา มีการป้องกันผูกขาด ฯลฯ) เพราะงั้นจะเพิ่มกฏควบคุมไปอีกซักข้อก็คงไม่เป็นไรถ้ามันส่งผลดีจริงๆ
มันคล้ายกักตุนสินค้ากลายๆ แฮะ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพิ่งเจอกับตัวเองตรง ๆ จาก PS5 รอบล่าสุดเลย
แต่ยังงงว่าจะป้องกันยังไง ทำเป็นรูปธรรมได้ไง
และคงได้แต่ฝันว่าไทยจะเลียนแบบเขาบ้าง
บ็อตเหล่านี้ไม่ได้แค่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค แต่ยังสร้างปัญหาต่อธุรกิจขนาดเล็ก
edit อ้างอิง
จะออกคำสั่งห้ามยังไง ที่ไม่กระทบต่อเสรีภาพในการขายต่อด้วย มันต่างจากกรณีขายตั๋วคอนฯ ซึ่งอาจบังคับผูกชื่อกับตั๋ว หรือคืนเงินได้กรณีไปไม่ได้
ห้ามบอท แล้วถ้าใช้คนระดมกดซื้อล่ะ?
ห้ามทำกำไร ไม่งั้นร้านค้า หรือคนขายต่อมือสองก็ขายไม่ได้สิ เบื่อแล้วห้ามขายต่อ หรือได้มาแต่ไม่อยากเอาไว้ หรือต้องrefundคืนร้านอย่างเดียว? หรือห้ามมากกว่าเท่าไร ก็จะกลายเป็นสินค้าควบคุมไปอีก
มันเขียนหลักเกณฑ์ข้อห้ามยาก นอกจากจะกำหนดแนวทางหรือขอความร่วมมือกับผู้ขาย ให้ใช้ระบบสุ่มขาย อะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่น่าจะบังคับได้อยู่ดี
กรณี event คอนฯ มันมีจำกัด หมดช่วงแล้วก็หมดเลย แต่การวางขายของพวกนี้มันมีเรื่อยๆ สมมติต่อให้ร้านค้าเล็กๆหาของมาขายได้ เด็กแถวนั้นก็แห่กันไปต่อคิวซื้อจนหมด แล้วก๋จะมีคนไม่ได้ของอยู่ดี ตราบใดที่กำลังผลิตไม่มากพอ?
ใช้เวลาเปิดตัวสินค้าเป็นเกณฑ์อ้างอิงได้อยู่ และก็เรื่องของผู้ซื้อด้วย แต่ก็ไปโดนเรื่อง free trade อยู่ดี
ก็เขาจะห้าม bot ไม่ได้จะห้ามการระดมคนมากดซื้อนิครับ จะไปอ้างอิงทำไม ขางก็บอกว่าห้าม bot
แล้วบอทกับคนความเร็วในการ สั่งซื้อมันต่างกันนะครับ ถ้าคนสู้คนแม้จะระดมมา ก็มีปัจจัยอื่นๆอีกคือต้องมี อุปกรณ์ไว้สั่งซื้อให้คนคนนั้น 1 คนต่อ 1 ชิ้น ยิ่งมีระดมคนมาเยอะก็จ้องยิ่งมีอุปกรณืหลายชิ้น แถมแย่งแบนด์วิดท์และการเชื่อมต่อจากอินเทอร์เนตกันเองอีก ไม่เหมือนบอทนะ ที่ ทำงานได้แบบรัวๆ เอาแค่พิทชื้อที่อยู่ผู้รับ หรือแม้แต่การคลิ๊ก คนก็แพ้ bot แล้ว
ที่ยกมา เพราะห้ามเรื่องนึงแล้วมันก็อาจจะเจอปัญหาใหม่ๆแทน ซึ่งเป็นปัญหาที่ควร"รู้"อยู่แล้วจากวงการอื่นไงครับ
ตัวอย่างตั๋วคอนฯนี่แหละง่ายสุด หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าระบบซื้อตั๋วในไทยมันป้องกันbot ได้ระดับนึงอยู่แล้ว เพราะบังคับให้จองผ่านแอพที่ต้องลงทะเบียนด้วยเบอร์มือถือ โดยแยกsessionจับจาก imei หรือmac addressเครื่องในแอพและอาจจะมีhardware id อีกบางอย่างที่แอพgenerateเอง ok ถ้ารู้เงื่อนไขครบทุกอย่าง ก็อาจจะเขียนบอทมาหลอกได้ แต่ก็กันได้เยอะมากแล้ว
ในไทยนี่ก็ใช้"คน"ระดมกันจองตั๋วจริงๆ เพราะบางการจอง มีการสุ่มลำดับคิวจากคนที่เข้ามารอ ในช่วงเวลาก่อนเปิดขาย หรือกระจายคนไปรอต่อคิวจองซื้อทางช่องทางอื่นๆ เช่นcounter service(เขาแยกโควต้ากัน) ยิ่งถ้ามีพลังเงินหรือกำลังคนเยอะ ก็มีโอกาสที่จะได้ก่อนคนอื่นมากกว่าอยู่ดี
แถมเราก็มีวิธีเลี่ยงการห้ามขายต่อ โดยวิธีขายของไทยคือ ขายคิวครับ ไม่ได้ขายตั๋ว(เพราะตั๋วคอนฯเดี๋ยวนี้ล็อคชื่อ) ระดมคนและมือถือเป็นสิบเป็นร้อยเครื่อง เพื่อให้มีโอกาสได้สุ่มคิวที่ได้ดีที่สุด พอได้คิวดีๆก็ประกาศขายสดๆ แล้วยกsession ให้จองเองหรือโอนเงินให้จองให้เลย+ค่าอะไรไปเรียบร้อย
ที่ยกมาเพราะมันเกิดขึ้นจริงไปแล้ว เพียงแต่ตั๋วคอนฯมันจำกัด พอเลยเวลาก็หมดค่า และไม่ได้เกิดกิจกรรมบ่อยๆ มันเลยไม่มีคนโวยวายมากนัก
จริงๆมีวิธีจองที่ซับซ้อนกว่าอีก แบบของญี่ปุ่น ให้ทุกคนจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อลงสิทธิ์จองซื้อก่อน(1 acc 1 สิทธิ์) สุ่มได้ก็ได้ตั๋ว ไม่ได้ก็refund เงินคืน วิธีนี้ป้องกันการลงสิทธิ์เยอะๆได้ระดับนึง(เพราะต้องหักเงินล่วงหน้าไปก่อน ถ้าเงินไม่หนาจริง ลงสิทธิ์เยอะๆได้ยาก)รวมไปถึงญี่ปุ่นผูกชื่อaccountกับเบอร์โทรศัพท์ ที่ขอยากมากๆ แทบจะใช้แทนid ได้เลย ถ้าจะใช้คนระดมสิทธิ์ต้องใช้พลังเงินเยอะมาก แต่ญี่ปุ่นก็มีวิธีเลี่ยงอีกแบบ คือขายที่นั่งตำแหน่งดีๆ(เพราะสุ่มที่นั่งด้วย) โดยมานัดแลกตั๋วในโดมเลย หรือคนที่เงินหนามากๆ ก็ระดมคนพ่วงชื่อเอา(แต่ต้องมีวงเงิน จ่ายค่าตั๋วไปล่วงหน้าก่อน)
ไม่ว่าแบบไหนก็มีช่องโหว่ครับ
แต่จริงๆสิ่งสำคัญสุด คือผู้ขายเอง ก็ต้องมีใจที่คิดจะกระจายของด้วยเพื่อออกแบบระบบการสุ่มจองแบบกระจายตัว ไม่ใช่คิดแค่ว่าขายหมดได้ จะเป็นลูกค้าหรือพ่อค้าเก็งกำไรก็ช่าง จริงๆหลายเจ้าเป็นการตลาดด้วย เวลามีข่าวคนแย่งซื้อ ต่อคิวกันซื้อเยอะๆ มันสร้างกระแสได้
เพราะถ้าขายแบบสุ่มจองสิทธิ์แต่แรก ปัญหามันก็จะน้อยลงไปเยอะ แม้จะมีช่องโหว่บางจุดแบบที่ยกตัวอย่างมาก็ตาม ซึ่งตรงนี้ก็อาจใช้กฎหมายช่วยได้ เช่นกำหนดแนวทางการขายตั๋ว/ระบบจองสินค้าอย่างเป็นธรรม
แต่ถ้าจะไปบังคับห้ามขายเกินราคา อะไรพวกนี้ ผมว่ามันบีบบังคับกันเกินไป อย่าลืมว่ามันไม่ใช่สินค้าควบคุม
ก็ใช้ราคาจากผู้ผลิตเป็นราคากลางสิครับ
เหมือนเวลาซื้อคอมองค์กร
Dell บอกรุ่น Lattitude xxxx ราคา 30000
ถ้าขาย B2C มาก็ขาย 3 หมื่นไม่ลด
แต่กรณีคู่ค้าแบบ B2B เค้าซื้อเป็นล็อตอยูแล้วคุณขายเค้าเครื่องละ 27000
ที่เหลือคุณจะไปขายลูกค้าราคาเท่าไหร่ก็ว่ากัน แต่ต้องไม่เกิน 30000 ถ้าคุณขายเกิน
ก็เป็นเรื่องของคุณกับลูกค้าแต่ผู้ผลิตสามารถ แบนไม่ส่งสินค้าให้ได้ เพราะผิดเงื่อนไข
(ผมคิดว่ากรณีไอโฟน สภาก็ประมาณนี้หละ)
ถ้า Supply มีพอ คนซื้อไปขายต่อโก่งราคาไม่ได้มันก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ เพราะเพิ่มราคามากไปคนก็ไปซื้อกับร้านโดยตรงได้
ถ้าเคสที่คุณบอก ปัญหาคือคนกว้านซื้อไปที่ราคา 30000 จนของขาดตลาดแล้วมาโก่งราคาขาย จะแบนไม่ส่งสินค้าให้ก็ไม่ได้ผลเพราะซื้อในนามลูกค้าธรรมดาโดนแบนก็ยืมชื่อคนอื่นซื้อไปเรื่อยๆ
ในไทยดูกรณี PS5 ก็ได้ กว้านซื้อจนร้านไม่มีของแล้วก็โก่งราคาขายตามใจ จริงๆถ้าบริษัทรู้ว่าของมีความต้องการสูงแล้วต้องการกระจายสินค้าให้ทั่วถึงก็ทำระบบคิวระบบสุ่มให้ได้ แต่ระบบสุ่มจะไว้ใจได้แค่ไหน จะล็อคเลขให้คนบางกลุ่มหรือเปล่า
เอาคนมาระดมกด มันก็ยังเป็นการแข่งแบบเกือบจะแฟร์ครับ
เพราะใช้คนเหมือนกัน
แต่ bot นี่ คน 1 คน กดหลายพันครั้ง กดได้เป็นสิบๆ ตัว “ต่อ 1 คนที่ใช้ bot” มันไม่แฟร์อยู่แล้ว แถมยังสร้างความเสียหายให้ร้านค้าด้วย
คือคำสั่งมันก็แค่ "ห้าม bots ซื้อ" แค่นั้นเองนะครับ? ไม่ได้พูดถึงการห้ามขายต่อห้ามทำกำไรหรือบังคับระบบขายอะไรเลย
แน่นอนแค่ห้ามบอทอย่างเดียวมันแก้ปัญหาทุกอย่างไม่ได้หมดจดหรอก แต่ผมว่ามันก็ดีกว่าไม่ทำอะไรนะครับ และมันก็ไม่ได้ผลเสียอะไรเป็นพิเศษด้วย ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเบรกมันนะครับ
จากข่าวเหมือนจะแบนบอทอย่างเดียว
ไม่มีอะไรที่จะแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์
แต่น่าจะลดปัญหาให้อยู่ในระดับที่พอรับได้
เช่นแอปเปิลที่จำกัดให้ซื้อได้แค่สองเครื่่อง
ถ้าคุณจะวนมาเข้าแถวหรือจ้างคนให้มาเข้าแถวซื้อ
จำนวนคนที่คุณจ้างมาและจำนวนเครื่องที่ซื้อได้ต่อวัน
มันลดปัญหาของขาดตลาดได้อยู่บ้าง
Sony ไม่มีน้ำยา
เปิดให้ Pre-Order รับของตามคิวซะก็จบ จะรอของกี่เดือนก็รอ
พวกสินค้าขายดี มือถือ Gadget รถ ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น จองวันนี้ รับของปีหน้าก็มี
ไม่ใช่มาเปิดเป็นรอบๆ แล้วให้คนมาแก่งแย่งกันซื้อ
ซื้อไม่ทันก็มาแก่งแย่งกันรอบต่อไปนะ
ถ้าเป็น sony ไทย ส่วนหนึ่งน่าจะจงใจด้วยน่ะครับไม่ปล่อยพรวดเดียวให้ล้นตลาด อยากให้คนมาแย่งกันทุกเดือน เพราะล็อตที่เอามาขายเดือน พย. ก็ยังใช้รหัสโมเดลเก่าอยู่เลยครับ
+1 ดูยังไงก็เหมือนเจตนาให้เป็นแบบนี้เพื่อให้กระแสมันกระเพื่อมแรงทุกรอบที่ประกาศขาย
ถ้าบังคับ paypal บล็อกไม่ให้จ่ายเงินให้กับ bot ก็น่าจะแก้ได้นะ เพราะ bot เจ้าหลักๆ มีไม่กี่ตัวแล้วพวกนี้ก็ไม่ได้ขายขาด