Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft ออกมาแสดงความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับ DeepSeek โดยอ้างอิงทฤษฎีพาราด็อกซ์ของเจวอนส์ (Jevons Paradox) ว่า เมื่อ AI มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น การใช้งาน AI ก็จะพุ่งสูงขึ้นตาม และกลายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตมาก เหมือนปัจจัยที่ 5
Nadella เชื่อว่า AI ที่มีประสิทธิภาพอย่าง R1 ของ DeepSeek จะขับเคลื่อนความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น และพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้า แต่ก็อาจทำให้ต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น ซึ่งอาจไม่ยั่งยืนในเชิงเศรษฐกิจ
อิทธิพลจากความสำเร็จของ DeepSeek สั่นสะเทือนไปทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ เนื่องจากในปี 2022 สหรัฐฯ ควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงไปจีน กระทบต่อความก้าวหน้าของ AI ในจีนเป็นอย่างมาก แต่การเปิดตัวโมเดล R1 ของ DeepSeek เปรียบเสมือนกับสหภาพโซเวียตที่เอาชนะสหรัฐฯ ในการปล่อยดาวเทียมดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรในปี 1957
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยราคาฟิวเจอร์ส Nasdaq 100, S&P 500 และหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Microsoft, Meta, Alphabet และ Nvidia ร่วงลงอย่างหนักมาก
แต่แทนที่จะมองว่า DeepSeek เป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ Nadella กลับมองว่าการแข่งขันของบิ๊กเทคฯ จะขยาย AI ไปสู่ทุกซอกมุมของชีวิตมนุษย์
ที่มา: Fortune
Comments
ต้องดูกันยาวๆ ว่าสหรัฐฯจะกินรวบเหมือนในอดีตหรือปล่าว ถ้าเปรียบแบบที่เขียนข่าวคือ ไปดวงจันทร์ หรือ แม้แต่วอยเอจเจอร์ ก็ไปไกลมากจนแม้แต่ชาติอื่นตามไม่ทัน จนต้องหันมาโจมตีว่าไปดวงจันทร์ จริงหรือปล่าวแทน
ถือเป็นการให้สัมภาษณ์ที่ดีมาก
ทั้งที่ตัวเอง อยู่ในสถานะน้ำท่วมถึงคอ วางเดิมพันไว้กับ AI อย่างสุดตัว ทุ่มเงินไปมหาศาล
แต่ดันมามีคนทำให้สิ่งที่ลงทุนไปมหาศาล เข้าถึงได้ ด้วยราคาที่ถูกลง อนาคต ไมโครซอฟท์คงมีคู่แข่งเยอะขึ้น
เพราะต้นทุนที่ถูกลง ทำให้มีคนพร้อมจะลงทุนได้ง่ายขึ้น
ต้องดูว่านักพัฒนา AI เชื้อสายเอเชียในเมกา จะมีความจงรักภัคดีต่อเมกาแค่ใหน ตามข่าวลือ นักพํฒนา AI เชื้อสายเอเชียในเมกาก็ปาไปครี่งแล้ว
มองขาดมาก เห็นแบบนี้จริงๆ
ชาวเน็ตไทยยังวนเวียนกับเรื่องเทียนอันเหมิน
นั่นสิครับ เป็นอะไรกันมากไหม 55
WE ARE THE 99%
บริการเกี่ยวกับจีน ยังไงก็ต้องลองว่ามัน block หรือเปล่าเป็นปรกติ
เคสนี้คือชัดว่า block ในระดับก่อน process เลย 😅
ขนาด Gemini ของกูเกิล อะไรที่สุ่มเสี่ยงหรือลากเข้าการเมือง Block เลยเหมือนกันครับ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมขยันลองของกันเหลือเกิน บางคนใช้คำหลบเลี่ยงแล้ว AI ไม่บล็อกก็มี อย่าง เทียนอันเหมัน ที่หมอแมวในเฟซบุ๊คจงใจเล่นมา ก็ยังบล็อกไม่หมด
แค่มนุษย์คนนึงที่อยากรู้เกี่ยวกับวงการไอที
เอาจริงๆ มันมีงานวิจัยเรื่อง AI bias, ฝึก AI จนมีแนวคิดแปลกๆ รวมไปถึงพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงแหละครับ
ผมถือเป็นเรื่องขำๆ สนุกๆ จริงๆ พอมีอะไรใหม่ๆ ออกมา คนก็พยายามหลอกล่อ AI แหละ เป็นเรื่องดีสำหรับวงการเพื่อเอาไปปิดช่องโหว่ต่อไป
ตัว model ของ deepseek , เหมือนจะไม่ได้ block
https://x.com/xanderatallah/status/1881456463786512737
ซึ่งผมก็ตอบไปด้านบนแล้ว ว่ามันน่าจะตอบกลับมาแบบยังไม่ทันได้คิดเลย ซึ่งก็น่าจะ block (filter) ที่ระดับ api ก่อนเข้าไป process ที่ model
แปะตัวอย่าง ผลลัพธ์จริง เพิ่มเอาไว้ , เผื่อใครผ่านไปมา จะได้ไม่ต้องเดา .. แต่ก็ยังขี้เกียจทำเป็น link หรือแปะรูป , ก้อปแปะเอาละกันนะครับ 😅
ปล. ไงก็ open released , ใครกังวล ก็มีหลายที่เอาไป hosted แทนให้ละ .. ทำหน้า chat ครอบใหม่ให้เรียบร้อย , ใครผ่านมาเห็น อันนี้ก็ถือว่าบอกเล่าไว้ว่ามีตัวเลือกที่ใช้ได้แบบสบายใจอยุ่ ( สำหรับ ai code หลายตัว , ในตอนนี้ คือเป็น #1 combination อยู่ )
ผมยังคิดว่าในอนาคตจีนอาจจะสามารถบิดเบือนเรื่องนี้ให้กับคนรุ่นถัดไปได้เลยด้วยซ้ำ
อนาคตใครคุม AI ก็บิดได้หมดเลย ให้ข้อมูลผิดๆ ถูกๆ มั่วๆ สูตรปลอมๆ ก็โจมตีฝั่งตรงข้ามได้ เป็นห่วงเด็กรุ่นใหม่ๆ พึ่ง AI มากไปในตอนเรียก
in other words .. data center will be coal mine of ai ( รึ steam engine) 🤔
การปกครองประเทศที่มีคนพันล้าน ก็มักเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องแสดงพระเดช
การสังหารครั้งนั้น คนจีนก็รู้เลย กำลังเล่นกับอะไร ไม่กล้าแตกแถวอีกเลย
พี่ไม่เชีย Copilot หน่อยเหรอครับ
ตอนนี้ฝั่ง USA กับ China แข่ง AI
ส่วน EU เห็นแต่ข่าวเน้นปรับตังค์เอาเงินอย่างเดียว
Mistral?
ขอบคุณครับ ชื่อไม่คุ้นเลย ในหน้าข่าวเจอเลย 😅
ตกใจเหมือนกันฮะ พูดถึงปุ๊บมาเฉยเลย 😂
พาดหัว คือ , อาจเป็นชัยชนะของวงการเทคฯ ? .. พาดหัวต้นทาง , ใช้ win ไม่ใช่ winner
ย่อหน้ารอง คือ .. Satya Nadella asserted DeepSeek’s David to the established AI sector’s Goliath could actually be good news for the tech industry as a whole.
Microsoft บอกว่า Copilot จะรองรับ DeepSeek ในไตรมาสถัดไป และเตรียมพบกับ Core.AI จาก Microsoft ในปีหน้า 555 เอาจริงนะ ความเห็นส่วนตัวผมมองว่า Microsoft วางตัวเองเป็น Service Platform ดังนั้นอนาคตตัว core ai จะมีตัวเลือกให้เราเลือกได้ว่าจะใช้อะไรอยู่แล้ว อาจมีหลายราคา หลาย package หลายยี่ห้อ แต่ก็ต้องทำงานผ่าน AI Frontend ของ Microsoft เนื่องจาก Microsoft เองมี Application ที่มีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่ง AI มันทำหน้าที่ในการช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ง่าย และสะดวกขึ้นไม่ได้มาแทนที่ Application ของ Microsoft ซักหน่อย
อนาคต Copilot และ Application ของ Microsoft จะไม่ได้รองรับแค่ OpenAI แต่จะรองรับเกือบทุกยี่ห้อ ที่ได้รับความนิยม โดยอาจให้ผู้ใช้เลือกเป็น Package เสริมนอกเหนือจาก Package หลักที่เป็น OpenAI และท้ายสุด Microsoft ก็จะพัฒนา AI ของตัวเอง ออกมาแทนที่ OpenAI ในที่สุด แต่ก็ยังคงรองรับการเชื่อมต่อกับ AI ตัวอื่น การตลาด AI มันมีหลาย Layer ทาง Microsoft เขาเลือกแล้วว่าจะอยู่ Layer ติดต่อผู้ใช้ ดังนั้นผลกระทบของ DeepSeek แทบไม่มีผลกับ Microsoft เลย รวมถึง Google ด้วย แถมเป็นประโยชน์กับผู้ให้บริการเหล่านี้ในการที่จะสามารถมีตัวเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้กับผู้ใช้งาน
ส่วน OpenAI ก็ไม่ต้องห่วงเขาหรอก เขามีที่ซบแล้ว รัฐบาลสหรัฐหนุนหลังเต็มตัวแน่นอน และอาจเป็น Core AI ให้ทั้งหน่วยงานรัฐ และทางการทหาร เพื่อให้ตัวเองมีที่ยืนในสงคราม AI ครั้งนี้ จนกว่าจะพัฒนา core ของตัวเองให้รีดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานได้ดีกว่าปัจจุบัน ยังมีเวลาอีกตั้ง 4 ปี ที่ทรัมป์ยังดำรงตำแหน่ง ถึงแม้ตลาด Consumer จะหายไป แต่ก็ได้ตลาดภาครัฐมาแทน ยกเว้นจะไปสะดุดขาตัวเองล้มนั่นแหล่ะ นั่นก็อีกเรื่องนึง
ส่วน Microsoft ในระยะยาวก็ Win-Win ทั้งสองตลาด 555 เพราะตัวเองก็มีหุ้นใน OpenAI เหนือเมฆไหมล่ะ แล้วจะให้ CEO เขาเครียดเรื่องอะไร ? ผมเห็นภาพ CEO ของ Microsoft ยิ้มกรุ้มกริ่มมาแต่ไกลเลย สบาย สบาย ตลาดนี้สุดท้ายก็จะมี Microsoft ,Apple, Google และบริษัทจากจีนมาสู้กันอยู่ดี กลุ่มนี้มองแนวโน้มไปทางเดียวกัน คือ ไม่ได้มองแค่ core ai แต่มองเป็น platform ให้บริการ
ที่ผมสนใจคือ .NET มากกว่า น่าสนใจนะถ้าทำให้ .NET สามารถสั่งให้ core ai พ่น component กลางอากาศ ได้โดยไม่ต้องไปเขียน code โปรแกรมเลย ใช้แค่ภาษาธรรมชาติของคนนี่แหล่ะคุยกับ core ai ซึ่งมันจะ amazing และเปลี่ยนทุกอย่างของจริงเลยล่ะ ถ้าทำได้ นั่นหมายถึงว่าทุกอย่างในโลกดิจิทัลจะเป็น dynamic ทั้งหมดไม่มีอะไรตายตัว ผู้ใช้สามารถออกแบบโปรแกรมสำหรับใช้งานของตัวเองได้ โดยคุยกับ core ai แค่นั้น ซึ่งผมว่าเขาทำได้นะ เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลา
ตอบยาวมากจนนึกว่าใช้ ai เขียน
ปีหน้าก็ไม่แน่ครับ คนตอบอาจเป็น AI ที่ใช้ตรรกะ วิธีคิดแบบเดียวกับผมก็ได้ 555
ms นี่ position ตัวเองเป็น ตัวกลาง สุดๆ , approach หลัก คือทำ unified layer สำหรับ user level .. ai บน web , ก็เป็น ตัวตั้งตัวตี
คนเริ่ม , ตัวหลักๆ ก็มี คนไทย ด้วย .. ดูชื่อได้ใน สเปค , https://www.w3.org/TR/webnn/
ส่วน .net .. ถ้าจะทำ dynamic code ก็ใช้ reflection ได้อยู่แล้ว , จะทำก็ให้ core engine เป็นตัวกลาง คน/ai แล้วเอามาเข้า reflection ( แต่ประเด็นอาจจะอยู่ที่จะไว้ใจ code จาก ai ได้กี่โมง -- อันนี้ก็อาจจะเป็นโจทย์ให้ .net ทำ sandbox framework ที่ใช้ง่ายๆ มาหน่อย )
ไม่รู้ว่าบ.อื่นๆ เขาเน้นประสิทธิภาพเลยอัดชิปเยอะๆ แรงๆ เข้าไปเรื่อยๆ โดยไม่แคร์พลังงานเท่าไรหรือเปล่านะ ถึงไม่ได้พัฒนาไปในด้านที่ใช้พลังงานให้คุ้มค่า
The Dream hacker..
เพราะมันยากกว่าฮะ พอไม่โดนบีบมากๆ เข้าก็เลือกทางที่ง่ายกว่าไปก่อน
แบบที่เคยได้ยินกันว่า ถ้าเงินแก้ปัญหาได้แล้วมีเงินอยู่ก็ไปทางนั้นก่อน
เห็นว่าใช้ ptx เลย , ใครจะมาเล่นท่านี้กัน .. dev ยาก แล้ว , จะไป scale deploy ด้วยท่า utilize cloud ก็ยากอีก .. breakthrough จิงๆ ของ deepseek , อาจจะเป็นการรื้อ low-level arch กับ toolchain
https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/deepseeks-ai-breakthrough-bypasses-industry-standard-cuda-uses-assembly-like-ptx-programming-instead
รอบนี้ low-level ขนาดนี้แล้ว .. รอบต่อไปอาจจะได้ workflow ใหม่ , แล้วเปลี่ยนจากชิปของ Nvidia เป็น Huawei แทน .. จากนั้นถ้าไม่ได้จะทำสุดยอด model ก็ตัด Nvidia ได้ละ , หากแค่จะทำ model ไว้ใช้งานก็ใช้ Huawei พอ
https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/huawei-adds-deepseek-inference-support-for-its-ascend-ai-gpus