Pat Gelsinger อดีตซีอีโออินเทล แสดงความเห็นในคืนวันจันทร์ที่ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังแตกตื่นกับข่าว DeepSeek จนทำให้หุ้นเทคราคาปรับลดลงมาก โดยเฉพาะ NVIDIA ที่ลดลงวันเดียวถึง 17% โดยเขามองว่าตลาดหุ้นกำลังเข้าใจสถานการณ์ผิด
Gelsinger บอกว่ากรณีของ DeepSeek เป็นการย้ำเตือนในกฎ 3 ข้อ ซึ่งพวกเราต่างรู้กันอยู่แล้วคือ
ที่มา: Business Insider
Wisdom is learning the lessons we thought we already knew. DeepSeek reminds us of three important learnings from computing history:1) Computing obeys the gas law. Making it dramatically cheaper will expand the market for it. The markets are getting it wrong, this will make AI…
— Pat Gelsinger (@PGelsinger) January 27, 2025
Comments
นี่สิมองขาด เสียดายแทน Intel จริง รออีกนิดก็จะกลับมาได้อยู่แล้ว ผมเห็นต่างอยู่เรื่องเดียว คือ ผู้ชนะอาจไม่ใช้ DeepSeek แต่เป็น Service Platform ที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้มากที่สุด
ใครจะชนะต่อจากนี้ไม่รู้แต่ผู้รับผลิตชิปคนดีไซน์ชิปคนขายชิป พวกนี้คือทำกำไรล้วนๆและทำกำไรไปแล้ว
ใช่ เพราะตอนนี้ GPU ของ Intel ArchMage ที่ดูท่าไปได้ดี ก็จากคนนี้
มีแต่พวกพ่อค้า แม่ค้า ซิป GPU เท่านั้นแหละที่ ANTI เรื่องพวกนี้ พอมีเทคโนโลยีที่ทำให้ใช้ Resourced น้อยกว่าเดิม = รายได้หาย
แยกแยะAnti,กับการแสดงความเห็นจากการวิเคาะห์โดยใช้เหตุผลหน่อยเถอะ Antiมันใช้กับพวกที่เกลียดต่อต้านโดยไม่มีเหตุผลที่ดีรองรับและกระทำการแย่ๆต่อสิ่งที่Antiรวมถึงการคอมเม้นวิจารย์ที่ไม่สร้างสรรค์เน้นด่าทออย่างเดียว
ถ้ามองจริงๆก็ตามนั้นจริงๆนะแต่เพราะระกับการกระจายตัวใช้งานชิปมันจะมากขึ้นไปอีกไม่ได้จำเป็นต้องว่าใช้แต่ตัว Top แล้ว
อย่าเพิ่งออกมาเตือนสิ อยากให้ตลาดตกใจมากกว่านี้อีก จะได้ช้อน ;-;
ขึ้นแล้วจ้า น่าจะช้อนกันไปแล้ว
ผมคิดผิดที่ซื้อ cpu ultra core 7 265KF มา
แรงก็ไม่แรง ดีแต่เย็นลง แต่ก็ไม่เท่า AMD จนรู้สึกว่า เอาเงินไปซื้อ AMD ดีกว่า
แต่เข้าใจว่า โปรแกรม AI ฝั่ง intel ทำงานได้ดี กับ nvidia และเกมต่างๆ ก็รองรับดีกว่า แต่ด้วยพลัง AMD ที่มาได้สุด แต่ผมก็ติดว่า wifi7 กับ thunderbolt 4 กลับมีแค่ใน intel ฝั่ง AMD ระบบ wifi7 ยังไม่เสถียร และ thunderbolt เป็นเทคโนโลยีของ intel แต่เรื่องความแรงดุจปิศาจพลังดิบ อย่าง X3D series ของ AMD นี่สิของจริง
อ่านแล้วก็เกิดหลายคำถามในหัว wifi7กับthunderbolt4นี่เอาจริงๆผมว่าเกินความจำเป็นสำหรับuserทั่วไปอยู่ ไม่รู้ว่ามีการใช้งานแบบไหนที่ต้องใช้แบนวิธระดับนั้นในตอนนี้ที่ใช้งานจริงๆอะนะไม่ใช่มานั่งbenchmark แล้วusb4ก็ไม่ได้ใช้งานต่างกันทำงานได้เหมือนกันหมดไม่มีเหตุผลอะไรต้องthunderbolt4เท่านั้น ส่วนwifi7นี่ก็ต้องมีเร้าเตอร์ที่ตอนนี้โครตแพงแล้วถามว่าใช้งานอินเตอร์เน็ตบ้านแพ็คเกจเท่าไหร่ใช้ถึงwifi7เหรอ? เพราะแพ็กเกจระดับบนสุดของแต่ละค่ายตอนนี้เอาจริงๆwifi6eก็ยังวิ่งได้อยู่เลย แล้วWi-Fi 7ไม่เสถียรมันเกี่ยวไรกับAmdทำไมไม่ไปด่าคนทำชิปWifiเพราะข่าวฝั่งintelเรื่องปัญหาชิปwifi7ก็มี
.
อันนี้ความเห็นส่วนตัวของผมบ้างเรื่องการเลือกintel
ส่วนตัวผมก็เลือกซื้อintelไม่ได้เหตุผลเพราะอะไรมันแรงกว่ากันดีกว่ากันแต่ผมถนัดใช้intelมาโดยตลอดขี้เกียจมานั่งศึกษาbios settingของAmdใหม่แล้วมาแจ็คพอตได้gen13ที่มีปัญหาชิปintelแคลชหนักซึ่งแรกๆก็ไม่เป็นใช้งานมาปีกว่าเริ่มออกอาการเลยแคลชรัวแคลชไม่หยุดจนต้องมานั่งปรับsettingลดคล็อกลดไฟกันวุ่นวายกว่าจะสเถียรเลิกแคลชเลิกดับจะส่งเคลมก็ไม่สะดวกเพราะต้องใช้งานทุกวันไม่สะดวกมานั่งรอเคลมเป็นเดือนเนื่องจากไม่มีเครื่องสำรองใช้ genใหม่ที่ออกมาไม่แรงขึ้นเท่าที่ควรแต่ถ้าเทียบกับgenเก่าที่ลดคล็อกลดไฟลงไปผมว่าน่าจะดีกว่าอยู่ดีนะ 🤣
ขอเสริมความเห็นเรื่อง WiFi7 หน่อยแล้วกันครับ บางคนอาจจะมองว่ามันเป็น future proof ก็ได้ครับ แบบว่าซื้อมาแล้ว อีก 3-5 ปีค่อยได้ใช้งานตอนราคา Access Point ถูกลง หรือบางคนอาจจะกำลังมองหา solution ในการทำงานบน NAS ที่ต้องใช้ bandwidth สูง แต่ไม่อยากลากสายแลน เพราะ WiFi ไม่จำเป็นต้องใช้กับ Internet อย่างเดียวครับ
thunderbolt4 สำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็ต่อจอหลายๆจอไงครับ
พูดถึงเฉพาะlaptop นะฝั่ง AMD มีปัญหาเรื่องการต่อจอนอกหลายๆจอมากจุกจิก เลือกจอ บางจอเคยจอได้แล้วกลับมาต่อไม่ได้ ในขณะที่ฝั่ง intel แทบไม่มีปัญหานี้ และ bandwidth ที่กว้างขึ้นทำให้ต่อdock เพิ่มได้อีกหลายจอ เช่น 4k 60Hz 4 จอพร้อมกัน สำหรับคนใช้latop ทำงาน(เพราะของบริษัท)แล้ว Intel มันตอบโจทย์มากกว่า
wifi7 เดี๋ยวก็ได้ใช้ครับ มันก็เหมือนตอน wifi5->wifi6 นั่นแหละ ราวๆ1-2ปีrouter ราคาถูกที่แถมมากับISPก็รองรับครบหมดแค่ bandwidth และการประมวลผลอาจจะไม่เท่าตัวแพง
ทุกครั้งที่ผมท้วงคนที่อยากได้เทคล่าสุดสูงสุดว่าใช้งานเกินจำเป็นมักจะมีคอมเม้นแย้งแบบยกตัวอย่างพวกcase super userออกมาเพื่อให้รองรับกับการใช้งานตลอดโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความเป็นจริงหรือการใช้งานจริงเลย แน่นอนผมไม่เถียงว่าอะไรที่ใหม่กว่ามันก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว แต่จุดที่ผมจะชี้ให้ดูคือการใช้จริงเคสใช้งานจริงๆมองดูว่าคุณได้ใช้งานมันมั้ยมันคุ้มกับการที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มรึเปล่าถ้าuserไม่ได้ใช้มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าต้องจ่ายหลายหมื่นเพื่อสิ่งนั้นๆ บางทีก็ให้เหตุผลว่าเผื่ออนาคตซึ่งผมบอกเลยว่าอุปกรณ์เทคมัน"ไม่ต้องเผื่อ"ถ้าคุณไม่ได้ใช้งานมัน ณตอนนั้นก็ไม่ต้องไปเผื่อมัน เพราะในอนาคตตอนทีคุณพร้อมใช้งานมันแล้วถึงตอนนั้นราคามันก็ถูกลงมากรวมถึงยังมีอุปกรณ์เทคใหม่ๆมาให้เลือกซื้อด้วย ส่วนเรื่องthunderboltกับusbผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่ามันใช้ได้แทบจะแทนกันทุกอย่างแล้วแต่ถ้าจะเสกcaseให้มันใช้ไม่ได้ก็ตามนั้นครับ
ความเป็นจริง คือคนใช้business laptop ย่อมคาดหวังการเชื่อมต่อที่สะดวกไงครับ ตลาดenterprise ถึงยังขายแต่ intel ไม่แปลกใจหรือทำไมช่างแตกต่างกับตลาดgamer?
เคสใช้งานจริงในการทำงาน คือถ้าทำไม่ได้ ก็คือทำงานไม่ได้ หรือประสิทธิภาพการทำงานลดลงครับ ไม่ใช่แค่ไม่สะดวก ผมเองเคยใช้ laptop AMD แล้วเจอปัญหาจุกจิกสุดๆ(เรื่องต่อจอผ่านUSB typeCนี่แหละ) บางอย่างมันแก้ได้ต้องไปนั่งอ่านforumในเนทแต่เสียเวลาทำงานครับ
หรือคคห.ข้างบน X3D ไปเล่นเกมแรงๆ นี่ก็คงไม่ใช่เคสตัวอย่างของคนส่วนใหญ่
คนเรามักคิดจากมุมของตัวเองผมก็ยกตัวอย่างจาก real-world case ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้
สุดท้ายก็ต้องดูว่าคนส่วนใหญ่ต้องการอะไร ตลาดก็จะไปทางนั้นครับ
ผมคิดว่าคนเราให้คุณค่าในสิ่งต่างๆไม่เท่ากันครับ คนที่เลือกไม่เหมือนคุณก็ไม่ใช่คนผิด คำว่าคุ้มของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
laptop เครื่องนึงใช้กันยาวๆครับ 3-5ปีเปลี่ยน ไม่ได้เปลี่ยนบ่อยเหมือน pc ไว้เล่นเกม ฉะนั้นการเลือก future proof ไว้ก็เป็นความคุ้มค่าอีกมุมหนึ่ง
ป.ล. Thunderbolt4 แม้จะเข้ากับ USB4 แต่bandwidth ก็ไม่เท่ากันนะครับ ยังไม่นับว่า laptop AMD ส่วนใหญ่ให้มาแค่ port เดียวในขณะที่Intel รุ่นเล็กๆยังให้2 portมาแล้ว(ต่อจอแยกและรับไฟได้อิสระ)
ผมก็คิดจากการใช้งานของuserที่ผมตอบนั่นแหละ เพราะดูซื้อมาเล่นเกมเป็นหลักแล้วก็ไม่ได้สเป็คท็อปสุดก็ไม่น่าจะใช้งานถึงระดับsuper user แต่คนอื่นหยิบcase A B C อะไรเวอร์วังมาเต็มก็งง เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าการใช้งานความต้องการของแต่คนละก็ย่อมต่างกันรวมถึงงบก็ต่างกันการจัดสเป็คให้เหมาะสมกับการใช้งานไม่ใช่งานมโนนั้นเป็นสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ใช่จัดคอมworkstationแต่เอามาเล่นเกม หรือจัดคอมเกมเมอร์ไปนั่งทำงาน
ผมคิดว่า ตลาดระดับกลางระหว่าง user ทั่วไป กับ super user แบบที่คุณพูด มันเกิดขึ้นมาแล้ว และมันต้องการสิ่งเหล่านี้ไม่แพ้กับ super user เท่าไหร่นะครับ
คนเขียน code แต่ก่อนจอเดียวก็ได้ แต่เดี๋ยวนี้เขาก็สนใจข่าว ให้ ai ช่วย คุยกับคนนั้นคนนี้ กับลูกค้า หรือแม้แต่เขียนแค่ code อย่างเดียว ก็มีจำนวนไม่น้อยที่อยากใช้ 2 จอ แต่ก่อนก็ไม่นะ จอเดียวกันเยอะ เดี๋ยวนี้อ 2 จอมันเยอะขึ้นพอจะเป็นตลาดใหม่
คนอื่น ๆ ไม่ว่าจะ gamer หรือทำงานด้านอื่น ๆ เดี๋ยวนี้เริ่มมีตลาดใหมม่คือ content creator คือ ผนวกอาชีพเดินเข้ากับการคิดเนื้อหา และตัดต่อ ซึ่งจะใช้คอมรุ่นล่าง ๆ จอเดียวทำก็ได้ครับ แต่ทำนานนะ กินเวลามาก ไม่สะดวก ใครก็อยากได้ 2 จอเป็นอย่างน้อยเวลาตัดต่อ ไม่ต้องนับ super user ที่จะใช้ 4 จอกันเป็นเรื่องปกติ
ผมไม่เคยสนใจสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มาแต่แรก Intel, Wifi สเป็คใหม่ ๆ หรือการเชื่อมต่อความเร็วสูง จนผมเริ่มทำภาพ เริ่มตัดต่อ จากงานอดิเรกที่เริ่มรู้สึกว่า มันขัดนิด ๆ ทนเอา จนเริ่มจริงจังแต่ยังไม่ใช่อาชีพ ก็พบว่าสิ่งที่ดีกว่า ทำให้งานดีขึ้น เร็วขึ้น เวลาเยอะขึ้น คิดงานได้หลากหลาย ทางเลือกมากขึ้น
ปัจจุบันทำงานจริงจังระดับหนึ่ง งานยังไม่ดีมาก แต่สิ่งที่ผมมองคือ Mac รุ่นใหม่ ๆ ที่รองรับการเชื่อมต่อใหม่ ๆ เพราะงานจริง ๆ ของพวกผม มันกินสเป็คมากกว่าที่คนตัดต่อทั่วไปต้องการเยอะมากหลายเท่า จากที่ผมเคยประนีประนอมเรื่องนี้ จนกลายเป็นว่า เสียน้อยเสียง่าย ๆ ไปเลย และงานไม่ดีขึ้น ตอนนี้เลยคิดว่า มันจริงอย่างมากที่จะต้องใช้ของพวกนี้สำหรับงานที่ยังไม่เรียกตัวเองว่า super user นะ แต่ก็พอเรียกว่า ตั้งใจจริง ทำมันเป็นอาชีพจริงจัง และหวังจะพัฒนางานตนเอง
ส่วนคนทั่ว ๆ ไปที่เป็นงานอดิเรกทำเงินเยอะ หรือทำเงินน้อย พวกเขาพบข้อจำกัดพวกนั้นทุกคนที่ทำแน่นอนครับ
เพจตัวอย่างผลงานถ่ายภาพ / วีดีโอ
หาซื้อได้ที่ราคาปกติเหรอครับ ผมนั่งรีเฟรชมาหลายวัน ของหมด ในแอพขายของก็มีแต่ราคามหาโหด
Wi-Fi 7 มันไม่แค่หาการ์ดมาเสียบก็ใช้ได้แล้วเหรอครับ ถึงขั้นผูกับ CPU ด้วยเลยเหรอครับ
น่าจะหมายถึง BIOS AMD ตัวใหม่ๆ แบบ AM4/AM5 ถ้าเสียบการ์ด WiFi 7 ของ Intel แล้วจะไม่ POST
ปล. มีคนลองบน Broad AM2 หรือ Pi 5 ก็ใช้ได้ปกติ
ที่จริงมันก็มี workload บางแบบที่เร็วกว่า AMD นะครับ พวกงานที่ใช้คอร์ดเยอะ ๆ นี่ได้เปรียบพอดูเลยล่ะ
อยากรู้ว่า OpenAI กับ Google สามารถเอาวิธีของ DeepSeek มาประยุกต์ รวมกับทรัพย์พยากรณ์ที่มีแล้วมันจะทิ้งห่าง DeepSeek ได้มั้ย?
ลองหาคำว่า Transformer ดูครับ แล้วคุณจะได้คำตอบว่า Google กับ OpenAI จะทำได้หรือไม่ ? ส่วนตัวผมบอกเลยว่าทำได้ เพียงแต่มันก็มีขีดจำกัดของอัลกอริทึ่ม deep learning ถ้ามีนักวิจัยที่ทำลายขีดจำกัดของอัลกอริทึ่มนี้ได้ก็จะเข้าสู่ยุคถัดไป
DeepSeek เขาปรับปรุงวิธีการที่ทำให้การ train มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ยังไม่ได้ทำลายขีดจำกัดของอัลกอริทึ่ม deep learning
ปล. ทาง DeepSeek เขาก็ใช้ข้อจำกัดของอัลกอริทึ่ม deep learning นี่แหล่ะมาเป็นตัว tuning วิธีการให้มันไม่ต้องใช้ปริมาณข้อมูลมากจนเกินความจำเป็น ทำให้ลดการใช้พลังงานลงได้
พูดดี
ที่หุ้น ai infra ร่วงวันก่อน , ก็แค่ คลั่งกังวล กันเกินเหตุ .. แต่เคสแบบ gloo นี่ , model builder and partner คงแอบหนาวกันอยุ่
https://techcrunch.com/2025/01/27/former-intel-ceo-pat-gelsinger-is-already-using-deepseek-instead-of-openai-at-his-startup-gloo/
Gelsinger told TechCrunch that R1 is so impressive, Gloo has already decided not to adopt and pay for OpenAI. Gloo is building an AI service called Kallm, which will offer a chatbot and other services.
“My Gloo engineers are running R1 today,” he said. “They could’ve run o1 — well, they can only access o1, through the APIs.”
===========================================
จะแก้ทาง , ยังไงกันนะ ? .. พากันปล่อย model ที่เทียบเท่า o1 distilled ให้ใช้ฟรี , แล้วขาย addon service แทนกันเอา ?
คล้ายพวก saas ที่ต่อยอดจาก opensrc , แล้วมีปล่อย community edition ขนานกันไป .. รายได้คงหดเยอะอยู่ , แต่ ecosystem ก็จะโตได้อีกเยอะเลย .. หา partner ทำ end-to-end/intermediate solution , แล้วกิน ส่วนแบ่ง แทน ? .. แนวๆ marketplace ก็มีทำไว้อยู่แล้ว , แต่ที่ผ่านๆ มา ยังไม่ค่อยได้เน้น ?
r1 เหมือนจะให้ใช้แบบ commercial ได้เลย , แต่ว่า scope ที่ใช้งานได้จริงมันก็ยังไม่เท่า o1 หรอก ( แถมในมือก้อมี o3 ละ ยังพอหายใจแล้วเย่อกับจีนได้อีกเป็นปี , ส่วน gemini think นี่ ไม่รู้เลยว่าเป็นไงบ้าง ) .. ประเดิมด้วย bundle distilled กับ os/office/edge/onedrive/mail/github/vs แล้วก็ใช้ marketplace ต่างๆ ของ ms ไปเลย , ถือว่า offload ให้ user แบก compute power ส่วนนึงไป ( แต่เคลมขาย privacy แบบ apple , ใครอยากใช้แบบ advance ก็จ่ายเพิ่ม แล้วจะช่วยเชื่อมกับ cloud อย่างเนียนๆ ให้ )
ไงถ้าราคาไม่ต่างจนโหด , คนทั่วไปคงอยากเลี่ยง agent จากจีน กันมั้ง .. ใครเริ่มไว , ก็มี agent memory ของ user เป็นตัวประกันเพื่อ lock เอาไว้ ( แต่หวังว่าจะเข้าข่าย data portability ของ eu นะ , เพราะจริงๆ ก็ไม่อยากโดน lock )