Jensen Huang ซีอีโอ NVIDIA ให้สัมภาษณ์ในงานสัมมนาของ DDN ซึ่งบันทึกไว้ล่วงหน้า พูดถึง DeepSeek เป็นครั้งแรก บอกว่าตลาดมีความเข้าใจผิดไปมากในการมาของ DeepSeek และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
เมื่อเดือนที่แล้ว DeepSeek เป็นหัวข้อหลักที่สร้างผลกระทบกับหุ้นของบริษัทเทคโนโลยี โดย NVIDIA ราคาหุ้นลดลงวันเดียวถึง 17% เนื่องจากนักลงทุนมองว่าปัญญาประดิษฐ์อาจไม่ต้องใช้ทรัพยากรประมวลผลมหาศาลแล้ว ในตอนนั้น NVIDIA ชี้แจงว่างานส่วนใหญ่ของ AI ยังต้องการทรัพยากรประมวลผลจำนวนมากต่อไป
Huang บอกว่าต่อให้ในอนาคตโมเดล AI จะใช้ทรัพยากรน้อยลง ก็เป็นส่วนการฝึกฝนข้อมูล แต่ Pre-Training ยังพึ่งการประมวลผลอยู่ดี และที่สำคัญคือการ Post-Training ที่เป็นหัวใจสำคัญในการไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถรอบด้าน ก็ยังจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรประมวลผลจำนวนมากต่อไป
เขาบอกว่าตลาดหุ้นมองการมาของโมเดล R1 ว่า นี่อาจเป็นการสิ้นสุดของยุค AI แล้ว ไม่ต้องใช้การประมวลผลมากมายแล้ว ซึ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะ R1 จะทำให้การนำ AI มาใช้งานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้ความต้องการทรัพยากรประมวลผลเพิ่มขึ้นตามไปอีก
ราคาหุ้น NVIDIA ล่าสุดอยู่ที่ 134.43 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14% จากราคาที่ร่วงจากข่าว DeepSeek เมื่อเดือนที่แล้ว
ที่มา: Business Insider
Comments
ตอนตกหนักๆไม่พูด คงช้อนไว้หมดแล้วสินะ ได้เวลาดันละ!
NVIDIA แถลงทันทีหลังหุ้นตก เขาพูดย้ำคำพูดเดิมของ NVIDIA ครับ
LinkedIn
ผมว่าแกพูดถูกนะครับ การใช้งาน graphic card ระดับเดียวกันกับ OpenAI อาจจะไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่การใช้งาน AI ยังไงก็เพิ่มขึ้น ที่ได้รับกระทบน่าจะเป็นขาเทรดหุ้น ส่วนบริษัทอย่าง Nvidia ยังขายการ์ดได้อีกเยอะ
..: เรื่อยไป
deep seek มันจะเปิดตลาดใหม่ ตลาด ai ส่วนบุคคลหรือเปล่า?
ใช่ครับก็เหมือนมือถือสมัยก่อนคือคนมีตังค์ใช้ ต่อมาพอถูกลง Consumer ก็เข้าถึง
ตลกตรงคิดได้ไง
คือใช่ ว่าคุณไม่อาจต้องใช้ gpu แรงๆ เพื่อทำ ai ระดับนี้ แต่ถ้าคุณใช้เทคนิคเดียวกัน กับ gpu จำนวนมากกว่า ก็สร้างได้ดีกว่า หรือเทรนได้หลายรอบกว่า
แล้วมันเป็นการแข่งเพื่อไปยัง AGI ยังไงคนมันก็ซื้อ gpu อยู่แล้ว
แต่พวก บ ai หุ้นตกน่ะไม่แปลก แต่ nvidia เนี่ยยังไปได้แน่นอน
แต่ถ้าวันนึงมี บ ai ใหญ่ๆ ไปต่อไม่ไหว (ฟองสบู่ ai แตก) อันนั้นน่ะจะขาลง nvidia ของจริง
ในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็จะเป็น AI เฉพาะทางที่ใครๆก็สามารถสร้างขึ้นมาได้ นั่นหมายความว่าจะมีจำนวน AI มากขึ้น train AI เฉพาะทางขึ้นมายกตัวอย่างเช่น medical AI ที่ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากมายมาเทรนอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ทั่วโลก แต่เทรนให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแทน
สรุปจะมีจำนวน AI มากขึ้นแต่ทรัพยากรที่ใช้ต่อ 1 หน่วยงานมันจะน้อยลง ของความที่มันเป็นเฉพาะทางมากขึ้นและความสามารถของ AI ยุคใหม่ที่ใช้ทรัพยากรน้อยลง
นี่สินะถ้าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็มองออกว่าถ้าหุ้นตกรอบนี้ยังไงก็ขึ้น เพราคนที่ขายเค้าไม่ได้อยู่ในมุมที่เข้าใจอะไรแบบนี้
ผมก็ว่านะมันใช้พลังน้อยลง แต่เดี๋ยวก็ใช้ model เยอะขึ้นมันก็ต้องการของอยู่ดี ความต้องการคนไม่น่าพอ