Mozilla ประกาศเพิ่ม "เงื่อนไขการใช้งาน" (Terms of Use) ให้กับ Firefox ให้เหมือนกับแอพหรือเว็บไซต์อื่นๆ ทั่วไปที่ผู้ใช้ต้องกดยินยอมก่อนใช้งาน
Terms of Use (ToS) อันนี้มีผลเฉพาะการใช้งานตัวไบนารีของเว็บเบราว์เซอร์ Firefox และเป็นคนส่วนกับสัญญาอนุญาตโอเพนซอร์สของตัวซอร์สโค้ด ที่ยังเป็น Mozilla Public License เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
เนื้อหาส่วนใหญ่ใน Terms of Use เป็นเรื่องทั่วๆ ไป เช่น Mozilla ไม่อนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เครื่องหมายการค้า, ผู้ใช้ไม่สามารถนำ Firefox ไปฟ้องคนอื่นได้, ถ้าเกิดปัญหาขึ้นไม่สามารถฟ้อง Mozilla ได้ เป็นต้น
ประเด็นสำคัญที่เป็นดราม่ากันคือ Term of Use ระบุว่า Mozilla มีสิทธิใช้งานข้อมูลใดๆ ที่ผู้ใช้ป้อนหรืออัพโหลดลงใน Firefox ในการนำไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ตามที่ระบุใน Firefox Privacy Notice
You give Mozilla all rights necessary to operate Firefox, including processing data as we describe in the Firefox Privacy Notice, as well as acting on your behalf to help you navigate the internet. When you upload or input information through Firefox, you hereby grant us a nonexclusive, royalty-free, worldwide license to use that information to help you navigate, experience, and interact with online content as you indicate with your use of Firefox.
Mozilla ระบุว่าจะนำข้อมูลไปใช้กับฟีเจอร์ต่างๆ ของ Firefox ตามปกติ, ปรับพฤติกรรมของ Firefox ตามการใช้งานเฉพาะบุคคล และใช้กับการโฆษณา ของ Firefox เช่น หน้า New Tab
เงื่อนไขเรื่องข้อมูลใน Term of Service ของ Firefox ไม่ต่างอะไรจากเบราว์เซอร์อื่นในตลาด เช่น Chrome และ Edge ที่มีแบบเดียวกันมานานแล้ว แต่การที่ Firefox เพิ่งมาทำ Term of Service กับเขาบ้าง (หลังให้บริการมา 20 ปี) และถ้อยคำที่ดู "เล่นใหญ่" ไปสักหน่อย ทำให้ผู้ใช้ Firefox จำนวนหนึ่งมีข้อกังวลว่า Mozilla จะเคลมความเป็นเจ้าของข้อมูลของผู้ใช้หรือไม่
Mozilla ออกมาชี้แจงภายหลัง ยืนยันว่าจะไม่เคลมความเป็นเจ้าของข้อมูลของผู้ใช้ แต่ให้เหตุผลว่าต้องประกาศ Term of Use ให้ชัดเจนเพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลใน Firefox ได้
We’ve seen a little confusion about the language regarding licenses, so we want to clear that up. We need a license to allow us to make some of the basic functionality of Firefox possible. Without it, we couldn’t use information typed into Firefox, for example. It does NOT give us ownership of your data or a right to use it for anything other than what is described in the Privacy Notice.
ที่มา - Mozilla, OMG Ubuntu, Quippd
Comments
และเป็นคนละส่วน