Tags:
Node Thumbnail

Sam Altman แนะนำนักศึกษาที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ให้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือ AI เพราะบริษัทหลายแห่งใช้ AI เขียนโค้ดมากกว่า 50% แล้ว เหมือนกับในยุคของเขาที่ต้องเขียนโค้ดให้เก่ง

Altman บอกว่าคุณสมบัติที่นักศึกษาควรมี คือความยืดหยุ่นทางจิตใจ (resilience) ความสามารถในการปรับตัว (adaptability) และความคิดเชิงอภิปัญญา (metacognition) โดยย้ำว่าให้รู้ทักษะหลากหลาย แทนที่รู้แค่บางทักษะแบบลึก ๆ หากอยากประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้วิศวกรซอฟต์แวร์ยังคงเป็นที่ต้องการ แต่ Altman คาดว่าจะไม่เป็นแบบนี้เสมอไป ตอนนี้วิศวกรซอฟต์แวร์อาจทำงานมากขึ้น แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง วิศวกรซอฟต์แวร์อาจเป็นที่ต้องการน้อยลงเพราะ AI จะเข้ามาแทนที่วิศวกรซอฟต์แวร์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้คนหันมาเขียนโค้ดแบบ Vibe กันมากขึ้น Altman จึงย้ำคำแนะนำที่ให้เชี่ยวชาญเครื่องมือ AI เพื่อสร้างหลักประกันให้กับอาชีพในอนาคต

การใช้ AI เขียนโค้ดกลายเป็นหัวข้อสำคัญในหมู่ผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เช่น Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic คาดว่า AI จะเขียนโค้ด 90% ภายในหกเดือน และเขียนโค้ดทั้งหมดภายในหนึ่งปี ส่วน Kevin Weil หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ OpenAI คาดว่า AI จะเขียนโค้ดได้ดีกว่ามนุษย์ภายในสิ้นปีนี้

ที่มา: Business Insider

Sam

Get latest news from Blognone

Comments

By: tontan
ContributorAndroidSymbianUbuntu
on 31 March 2025 - 16:47 #1337235
tontan's picture

ถ้าจะให้ดีกว่าแค่ “ใช้“ คือ “สร้าง“ ครับ โดยเฉพาะสายวิทย์/วิศวะคอมพิวเตอร์ แค่นี้ AI ก็ไม่สามารถจะเข้ามาแทนที่วิศวกรซอฟต์แวร์ได้


บล็อก: wannaphong.com และ Python 3

By: btoy
ContributorAndroidWindows
on 31 March 2025 - 16:56 #1337238
btoy's picture

ซอร์ฟแวร์ที่ใช้งานกันจริงๆเนี่ย ผมว่ามันซับซ้อนกว่าแค่ส่วนของ code นะที่สั่งให้ AI เจนให้ได้ สุดท้ายพอจะทำเป็นระบบจริงๆ ก็ต้องนำ code ต่างๆไป deploy ทดสอบและผ่านขั้นตอนอีกเยอะ ยังไงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ computer science ก็สำคัญ


..: เรื่อยไป

By: incredibles
iPhoneWindows PhoneAndroidUbuntu
on 31 March 2025 - 19:23 #1337246

เรื่อง AI เขียนโค้ดนี่ใครแตะทีไรก็เอาโปรแกรมเมอร์หัวร้อนได้ทุกครั้ง แบบทุกคนพร้อมจะหวดใครก็ตามที่พูดว่า AI เขียนโค้ดแทนมนุษย์ได้ ทั้งที่พูดกันตรงๆว่าหลายๆคนที่หัวร้อนก็ล้วนใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด ช่วยแก้บั๊กกันทั้งนั้น โดยเฉพาะบรรดาจูเนียร์ที่ไปทัวร์ลงเนี่ย เอาตรงๆผมเห็นหลายคนแทบจะเอา AI มาเขียนโค้ดแทนตัวเองเลยด้วยซ้ำ

จริงๆแล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องดีนะที่โปรแกรมเมอร์ด้วยกันลุกขึ้นมาปกป้องอาชีพตัวเอง แต่เวลาปกป้องมากๆในใจมันจะกลายเป็นแรงต้านแทน พอแรงต้านเยอะๆ การเปลี่ยนแปลงมันจะไม่เกิด บริษัทที่เน้นผลิตนวัตกรรมใหม่ๆส่วนใหญ่ก็ล้วนหาวิธีลดแรงต้าน

บางคนไม่กล้าใช้ AI ที่ออฟฟิศ ต้องแอบกลับไปแก้บั๊กที่บ้านเพราะกลัวคนอื่นรู้ว่าตัวเองหาบั๊กเองไม่เจอ ในขณะที่เพื่อนข้างๆใช้ AI แก้บั๊กเสร็จตั้งแต่ 10 โมงเช้าแล้ว บางคนบอกคนอื่นว่าตัวเองเขียนโค้ดเองทั้งๆที่ Generated comment จาก AI โพล่มาให้เห็นโต้งๆ

ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วง เพราะการเอา AI มาช่วยมันไม่ได้เป็นการบอกว่าคุณคือโปรแกรมเมอร์ที่โง่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องต่อต้าน และถ้่าใช้ดีๆมันเหมือนเป็น Companion ที่ทำให้เราทำงานไวขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มันไม่ได้มา Replace อาชีพของพวกเราหรือทำให้พวกเราดูด้อยคุณค่าลง ตราบใดที่พวกเรารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่และส่งมอบผลงานที่มีคุณภาพได้ครับ

By: Fzo
ContributorAndroid
on 31 March 2025 - 23:44 #1337263 Reply to:1337246
Fzo's picture

+1024


WE ARE THE 99%

By: tekkasit
ContributorAndroidWindowsIn Love
on 31 March 2025 - 21:07 #1337252
tekkasit's picture

ตอนนี้มันยังเป็นแค่ระดับเครื่องมือ ตอนนี้อาจจะระดับ junior developer หรือไปชนกับงานไม่ซับซ้อนอย่างที่ low-code, no-code ทำได้ ที่น่ากังวลคือ ความเร็วในการพัฒนาของ LLM มันเร็วแบบก้าวกระโดด ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าในอีกสองถึงห้าปีข้างหน้า มันอาจจะไปได้ไกลขนาดไหน

By: suriyan2538
Contributor
on 1 April 2025 - 08:10 #1337273
suriyan2538's picture

ผมว่าความเป็นไปได้มีสูงมาก
เพราะผมเคยให้ AI ช่วยผมสร้างโมดูลใน Drupal จนใช้ได้มาแล้ว ทั้งที่ความรู้เรื่องโค้ดผมอ่อนสุดๆ ไปเลย
เพียงแต่ไม่ใช่ว่าพอ AI ทำออกมาแล้วมันจะใช้ได้เลย มันต้องเอาไปลองใช้ดูก่อน ว่าได้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้เกิดจากอะไร แล้ว ถ้าไม่รู้ก็ถาม AI อีกที พอ AI แก้แล้วก็เอาไปใช้อีกรอบ ทำวนซ้ำไปเรื่อยๆ แต่เราก็ต้องคุยกับ AI ให้ถูกทางด้วย ไม่อย่างงั้นสุดท้ายแล้วการทำงานของ AI ก็จะวนไปวนมา สุดท้ายก็อาจทำให้งานไม่ไปได้ได้เหมือนกัน


สาวก Drupal และ Backdrop CMS ไม่ใช่ใคร ก็ผมนี่แหละ

By: iqsk131 on 1 April 2025 - 11:32 #1337287

ผมมองว่า AI ก็เป็นเครื่องมือเหมือนกล้องถ่ายรูปแหละ

คือกล้องถ่ายรูปเนี่ย ต่อให้ไม่มีความรู้อะไรเลย ก็สามารถกดชัตเตอร์และสร้างรูปภาพออกมาได้

แต่คนที่ใช้กล้องถ่ายรูปสร้างรายได้ ส่วนใหญ่ก็ต้องมีความรู้เรื่องกล้องและเรื่องศิลปะต่างๆ ไม่ว่าจะแสงสี การจัดองค์ประกอบต่างๆ และอื่นๆไม่มากก็น้อย ไปจนถึงต้องมีทักษะอื่นๆเพิ่มเติมอย่างการแต่งรูปหรือตัดต่อด้วย

ผมคิดว่า AI ในอนาคตก็เหมือนกัน ทั้งในวงการโปรแกรมเมอร์และวงการศิลปะเลย สุดท้ายแล้วคนที่มีความรู้ก็จะใช้เครื่องมือได้ดีกว่าคนที่ไม่มีอยู่ดี เพราะงั้นคนที่มีความรู้ถ้าปรับตัวใช้เครื่องมือได้ก็ไม่มีทางตกงานหรอก เพราะงั้นผมเห็นด้วยกับการเพิ่มเข้าไปในหลักสูตรตั้งแต่ตอนนี้ครับ

ตอนนี้ AI มักจะถูกโปรโมทในแง่แม้ไม่มีความรู้ไม่มีทักษะก็สร้างงานได้ ซึ่งก็ไม่แปลกที่จะเจอแรงต้านในหลายๆด้าน (เข้าใจว่าตอนกล้องถ่ายรูปมาใหม่ๆ ก็ถูกโปรโมทและโดนแรงต้านในลักษณะเดียวกัน) แต่คิดว่าถ้ามืออาชีพเริ่มหันมาใช้กันมากขึ้น และผลลัพท์ที่ได้มันแตกต่างจากมือสมัครเล่นอย่างเห็นได้ชัด ภาพลักษณ์เรื่องนี้ก็จะค่อนๆหายไปเอง

ปล. ไม่รู้ว่าสายศิลปะเป็นยังไง แต่สายโปรแกรมเมอร์นี่ต่อให้ไม่มี AI ยังไงก็ต้องปรับตัวให้ทันสมัยตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะงั้นถ้าจะตกงานเพราะเรื่องปรับตัวไม่ได้ ต่อให้ไม่มี AI ก็ตกอยู่ดี

By: raindrop
ContributoriPhoneWindows PhoneWindows
on 1 April 2025 - 14:58 #1337302 Reply to:1337287

สายดีไซน์สัมผัสมาก่อนแล้วครับ ส่วนตัวผมก็มองคล้ายๆ กันคือคนที่รอดคือคนที่มองมันเป็น toolsๆ นึงใน workflow มองมันเป็นผู้ช่วยคิดงาน ทำงาน คนเก่งก็ยิ่งเก่งเข้าไปอีก

แต่กลุ่มที่เค้ายังชินกับ way of working แบบเดิมก็ยังมีอยู่ รวมถึง process การทำงานขององค์กรต่างๆ ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนมากนัก (และบางกลุ่มก็ยังมี elite mindset ว่าทำแบบเดิม แบบชั้นนี่ดีกว่า พิสูจน์มาแล้ว ฯลฯ) แต่คิดว่ามันคงเป็นยังงั้นได้อีกไม่นาน เพราะการ disrupt คราวนี้มันก้าวกระโดดมากๆ ถ้าเมื่อก่อนก็จะแบบ นี่นะ ปีนี้ซอฟต์แวร์นี้มีฟีเจอร์ใหม่นะ กุ๊กๆ กิ๊กๆ เอามาใช้ก๊อกๆ แก๊กๆ นิดๆ หน่อยๆ ได้ เรียกว่าช้ากว่าเยอะมาก

ถ้ายังมีสิ่งที่คนที่มีประสบการณ์ยังได้เปรียบก็คือเรื่องประสบการณ์ วิธีการแก้ปัญหา หรือถ้าวงการออกแบบก็เรื่องนามธรรมอย่างเรื่อง taste นี่แหละ ที่เอไอมันสอนกันไม่ได้ เพราะมันมาจากประสบการณ์ส่วนตัว แต่เรื่อง tools ยังไงๆ มันก็ต้องรู้ไว้ ถึงไม่ใช้ก็ให้พอรู้ว่า เดี๋ยวนี้มันทำยังงี้ได้แล้วนะ เพราะนายทุนเขาก็อยากลดคอส(ไม่ว่าจะยุคไหน) แล้วเราจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้งาน creative เราได้ยังไง

ส่วนกลุ่มที่ใช้เอไอ แต่ไม่ได้มีความสนใจในเรื่องนั้นๆ ไม่ได้สนใจศาสตร์และศิลป์ ทำเพราะหาเงินลูกเดียวหรือลดคอสลูกเดียว พวกนี้ยกไว้(ไกลๆ)😂