Palmer Luckey ผู้ก่อตั้งบริษัท Oculus ในฐานะผู้นำแห่งวงการ Virtual Reality (VR) ออกมายอมรับว่าเทคโนโลยีด้าน VR ในปัจจุบันยังไม่ดีพอและยังมีราคาแพงอยู่ สถานะยังเป็นแค่ต้นแบบที่สามารถทำงานได้จริง (primitive proof of concept) แต่เป็นสัญญาณที่ดีว่าเทคโนโลยี VR ในอนาคตจะสามารถสร้างประสบการณ์เสมือนจริงเต็มรูปแบบ (immersive) โดยไม่ต้องใส่แว่นใหญ่ๆ แบบนี้อีกต่อไป
เขายังให้สัมภาษณ์ว่าการที่คนจะเข้าใจ VR ได้ต้องเคยลองสวมแว่นและเข้าไปอยู่ในโลก VR สักครั้งก่อน มิฉะนั้นอธิบายอย่างไรก็ไม่มีทางเข้าใจความสำคัญของ VR ถึงแม้คนบางกลุ่มที่เคยลอง VR แล้วอาจรู้สึกว่าเทคโนโลยีนี้ไม่มีอนาคต แต่เขาก็เชื่อว่าเมื่อราคาของเทคโนโลยีถูกลง คุณภาพดีขึ้น คนเหล่านี้จะเปลี่ยนใจเอง
ที่มา - Gamespot
Comments
อารมณ์เหมือนๆผมไม่เคยจับ Smart Phone เลย นึกยังไงก็ไม่เห็นภาพว่ามันจะคุ้มราคาตรงไหน ใช้ฟีเจอร์โฟนธรรมดาทั่วไปก็โทรได้เหมือนกัน สุดท้ายได้ลองจับกับมือถึงรู้ว่า 'ความแตกต่าง' มันเป็นยังไง เข้าใจเลยว่าทำไมมันคืออุปกรณ์แห่งอนาคต (ของ ณ เวลานั้น ซึ่งยังไม่แพร่หลายเท่าตอนนี้) ดังนั้นเห็นด้วยที่ว่าต้องไปสัมผัสเองก่อน
แต่กว่าราคาจะลงมาถึงช่วงคนทั่วไปจับต้องได้ง่าย ไม่รู้ต้องใช้เวลาแค่ไหน นี่ล่ะที่เฝ้ามองแนวโน้มอยู่ตลอด
สำหรับผมอีกอย่างที่น่าสนใจ คือเห็นด้วยกับวิศัยน์ทัศน์ John Carmack
ถ้าติดตามกันตลอด จะรู้ว่าเขานำส่วน Oculus Rift mobile อยู่ (เบื้องหลัง Gear VR ก็ Oculus ร่วมมือกับ Samsung) ซึ่งเขามองว่า ตลาดอุปกรณ์พกพา จะเป็นส่วนสำคัญสำหรับตลาด VR มากในอนาคต ลองหาข้อมูลแล้วคิดดูดีๆ ผมว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก :3
ถ้าเรื่องมือถือมันจะเป็นการทำสิ่งยากให้กลายเป็นสิ่งง่ายดูแล้วผลตอบแทนมันก็สมน้ำสมเนื้อจับต้องได้มากกว่าเลยง่ายที่จะเป็นที่ยอมรับ แต่ว่าตอนนี้สิ่งที่ VR กำลังพยายามอยู่คือการสร้างประสบการณ์ในการใช้งานให้ง่ายขึ้น แต่ปัญหาคือมันยังไม่ง่ายพอและผลตอบแทนที่จะได้รับมันยังไม่ดูเป็นรูปธรรมอยู่ ก็หวังว่าจะมีใครสักคนที่สามารถพาเทคโนโลยีนี้ก้าวข้ามจุดที่ว่าได้
ช่วงปี 2009 ตอน stereo 3d เริ่มเข้ามา จนถึงตอนนี้มันก็ยังอยู่ในโรงหนังนะ น้อยคนครับที่จะมานั่งใส่แว่นดูหนังที่บ้านเป็นเรื่องปกติเพราะการดูหนัง stereo 3d ในโรงภาพยนตร์ให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าทั้งเรื่องของความใหญ่และระบบเสียง แม้ว่าทีวี 3d จะแพร่หลายแล้วก็ตาม จากที่ทำงานในวงการด้าน video, cg, vfx ผมได้รับการว่าจ้างงานด้านนี้น้อยมาก หรือแม้แต่สำรวจจากบริษัท cg ใหญ่ๆ ก็ไม่ค่อยจะเห็นมีงาน stereo 3d ออกมากันซักเท่าไหร่ (มีบ้างพวก ads ในโรงหนังก่อนฉายหนัง stereo 3d) การจะทำให้มัน mass แพร่หลายเหมือนการที่เรานั่งดูทีวีเป็นเรื่องปกตินี่ยากมาก ทุกวันนี้มีใครเล่นเกมส์ stereo 3d มั้ยครับ หรือดู content ใน youtube แบบ stereo 3d รึป่าว คำตอบคือมีแต่คงน้อย สรุปคนก็ยังนิยมรับชม content video แบบเดิมๆ คือ 2d นี่แหละ เพราะใส่แว่นนานๆ นี่เวียนหัวเอาเรื่อง
กลับมามองที่ vr tech กันบ้าง ถ้าเอาไปเทียบกับ stereo 3d คงไม่ได้ เพราะมันคนละประสบการณ์ในการรับชม ผมคิดว่าถ้าอนาคตมันเล็กลงกว่านี้อาจจะได้รับความนิยมก็เป็นได้ ส่วนตัวมองว่า content ยังน้อย ถามว่าทำไมน้อย ก็เพราะผลิตยากและค่าใช้จ่ายสูงนี่แหละครับ ถ้าให้เทียบกับการผลิตงาน video แบบปกติแล้ว stereo 3d จะมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 2 เท่า ส่วน vr คงประมาณ 3-4 เท่า
เพื่อนผมซื้อทีวี 3d มา ผมห้ามเพราะรู้ว่ามีของให้ดูน้อย ... ก็ไม่เชื่อ
ซื้อมาตั้งแพงแต่ไม่กี่วันก็เลิกไช้บอกว่า ไม่ชอบแว่น ไม่สะดวก มืด
samsung ใหญ่แค่ใหน ?
https://youtu.be/6Afpey7Eldo
ต้องใช้ของ LG เหมือนแว่นกันแดด
ตอนนั้นผมก็จะซื้อแล้ว แต่ผมคงโชคดีมั๊ง ??
วันนั้น นานแล้ว หลายปีแล้ว มีงานขาย TV รวมมิตรของห้างแฟชั่น ไอส์แลนด์
ผมกด ATM ในมือมีเงินสด 60,000 บาท
เดินไปบูท Sony LG Philips
คนขายเค้าบอกว่า งานนี้ จัดตามโปรบัตรเครดิตครับ
รูดบัตร ลด
เงินดส ไม่ลด คิดเต็มราคาป้าย
เลยไม่ได้ซื้อ 555
Give me cheap and give me porn.
ก็รอพี่ทำให้มันถูกลงเนี้ยละครับ