Research
ราคาน้ำมันกำลังถึงจุดสูงสุด?
Submitted by lew on 7 July, 2008 - 22:34. tags:ไม่ได้มาฟันธงอะไรแต่อย่างใด แต่งานวิจัยล่าสุดจากการร่วมมือของมหาวิทยาลัย ETH Zurich กับมหาวิทยาลัย East China ได้แสดงการวิเคราะห์ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังเข้าใกล้จุดสูงสุดในเร็วๆ นี้
งานวิจัยในชื่อ “The 2006-2008 Oil Bubble and Beyond.”(PDF) เป็นความพยายามที่จะศึกษาต้นเหตุของวิกฤติราคาน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ จากจุดเริ่มต้นของฟองสบู่ราคาน้ำมันนี้ที่เกิดจากการลดกำลังผลิตลงในช่วงปี 2006 ที่สวนทางกับความต้องการของตลาดโลกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในปี 2007 เป็นต้นมากำลังผลิตนั้นเริ่มตามความต้องการได้ทัน แต่ราคาก็ยังแปรผันอยู่มาก
ปัจจุบันนี้กำลังผลิตน้ำมันในตลาดโลกมีสูงกว่าความต้องการประมาณห้าแสนบาร์เร็ลต่อวัน แต่ความสมดุลระหว่างความต้องการและกำลังผลิตนั้นกลับมีผลเพียงเล็กน้อยต่อราคาน้ำมัน แต่การส่งตัวจากการย้ายเงินลงทุนจากแหล่งอื่นๆ เช่นเทคโนโลยีการสื่อสาร, และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดปัญหา Sub-prime ไปแล้ว จนถึงการอ่อนตัวของค่าเงินดอลลาร์ทำให้นักลงทุนหันมาเก็งกำไรใน future ของราคาน้ำมันแทน
ผมลองดูกราฟแล้วทีมวิจัยคาดกว่าราคาน้ำมันจะหันหัวลงประมาณไตรมาสสามของปีนี้ หวังว่าคงไม่มีข่าวอะไรมากระตุ้นให้มันขึ้นไปอีกรอบนะ
ที่มา - PhysOrg
นาซ่าเริ่มวิจัยการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศในอวกาศ
Submitted by lew on 2 July, 2008 - 01:44. tags:เมื่อพูดถึงการพยากรณ์อากาศ เราคงคิดถึงฝนตกหรือแดดออกกันเป็นหลัก แต่ความจริงแล้วสภาพภูมิอากาศในอวกาศก็มีผลต่อชีวิตของเราไม่น้อย โดยเฉพาะลมสุริยะ (Solar Wind) ที่มีผลต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าและเคยเป็นต้นเหตุให้ไฟดับในแคนาดากว่าเก้าชั่วโมงในปี 1989 สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล ตอนนี้นาซ่าจึงเริ่มโครงการ Solar Shield ที่จะวิจัยสร้างโมเดลในคอมพิวเตอร์เพื่อพยากรณ์สภาพลมสุริยะ
โครงการนี้อาศัยข้อมูลดิบจากดาวเทียม SOHO และโครงการ Advanced Composition Explorer (ACE) และมีเป้าหมายที่จะพยากรณ์ในสองระดับคือระยะยาวหนึ่งถึงสองวัน และระยะสั้นประมาณครึ่งชั่วโมง
โครงการนี้อยู่ในขั้นการทดสอบและประเมินผล คาดว่าหลังจากใช้งานได้แล้วเราอาจจะเห็นหน่วยงานอื่นมารับผิดชอบการพยากรณ์ต่อไป
“พยากรณ์อากาศวันพรุ่งนี้ กรุงเทพฯ มีเมฆมาก ฝนตกโดยทั่วไป และลมสุริยะแรงมาก ควรพกร่ม และปิดคอมพิวเตอร์ก่อนออกจากบ้าน”
ที่มา - PhysOrg
ความพยายามของมนุษย์ในการค้นหาสารที่มีคุณสมบัติทดแทนเม็ดเลือดแดงเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น
Submitted by zybernav on 17 June, 2008 - 03:06. tags:วารสารทางการแพทย์ Journal of Trauma เดือนมิถุนายน ได้ตีพิมพ์เกี่ยวกับผลการใช้สารทดแทนเลือด ในระยะที่ 3 (Phase III) เป็นครั้งแรก
การทดลองนี้ นำโดย UCLA ทำการเปรียบเทียบการใช้สารทดแทนเลือด กับเลือดปกติที่ได้จากการบริจาค ในประเทศสหรัฐอเมริกา อัฟริกาใต้ และทวีปยุโรป เป็นเวลา 6 สัปดาห์ โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมในการวิจัยนี้เป็นจำนวน 688 คน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเกี่ยวกับกระดูก (Orthopedic surgery) และจำเป็นต้องได้รับเลือด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้รับเลือดตามปกติ 358 คน และกลุ่มที่ได้รับสารทดแทนเลือดนี้ 350 คน
สารทดแทนเลือด ที่มีชื่อว่า HBOC-201 นี้ ผลิตโดยบริษัท Biopure Corporation โดยทำการสกัดจากวัว ข้อดีของ HBOC-201 นี้คือ สามารถเก็บไว้ได้ 3 ปีที่อุณหภูมิห้อง และไม่จำเป็นต้องทำการตรวจความเข้ากันได้กับเลือดของผู้ป่วย (cross-matched)
การวิจัยครั้งนี้พบว่า การใช้ HBOC-201 สามารถลดความจำเป็นในการใช้เลือดลงได้ 59% โดยที่สามารถให้ผลการรักษาที่ดีได้ ในกลุ่มคนไข้ที่มีอายุน้อยกว่า 80 ปี
ส่วนผลข้างเคียงนั้น พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่ได้รับ HBOC-201 (5%) เทียบกับ ผู้ป่วยที่ได้รับเลือด (3%) ในกลุ่มที่ต้องการเลือดปริมาณมาก (ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ) ส่วนความผิดปกติอื่น ๆ ที่ไม่เป็นอันตรายที่พบก็คือ สีผิวมีการเปลี่ยนแปลง ความดันเลือดสูงขึ้น และความผิดปกติของเอนไซม์ในเลือดบางชนิด
จากผลวิจัยนี้ ผู้วิจัยมีความเห็นว่า HBOC-201 นี้มีประโยชน์ในกรณีที่ไม่สามารถให้เลือดกับผู้ป่วยได้ เนื่องจากภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ และผู้นับถือบางศาสนาที่ไม่สามารถรับเลือดจากผู้อื่นได้
ความพยายามในการคิดค้นสารทดแทนเลือด เกิดขึ้นจากความขาดแคลนเลือดในการใช้รักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ที่มา Journal of Trauma, Physorg
มุมแดงได้เปรียบกว่าในการแข่งขัน
Submitted by lew on 15 June, 2008 - 02:02. tags:เรื่องปรกติเวลาที่เราเล่นเกมออนไลน์หลายๆ เกมคือการเลือกสีเพื่อแบ่งทีม และดูเหมือนว่าสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดสองสีคือแดงกับน้ำเงินเช่นเดียวกับการแข่งขันกีฬาหลายๆ อย่าง แต่งานวิจัยล่าสุดอาจจทำให้การเลือกสีเป็นประเด็นมากขึ้นเมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโฮเพนเฮเกนประเทศเดนมาร์กได้ศึกษาการแข่งขันเกม Unreal Tournament 2004 และพบว่าทีมแดงนั้นมีโอกาสชนะถึงร้อยละ 55 จากการแข่งขันทั้งหมด 1,347 เกม
งานวิจัยนี้สอดคล้องกับสถิติการแข่งขันในโอลิมปิกปี 2004 ที่มุมแดงก็มักเป็นฝ่ายชนะอีกเช่นกัน
แต่ยังไม่มีงานวิจัยแฮะ ว่าเลือกตำรวจหรือผู้ก่อการร้ายใครชนะมากกว่ากัน
ที่มา - Citizen Times
การผ่าท้องคลอด อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหอบหืดในเด็ก
Submitted by zybernav on 13 June, 2008 - 22:20. tags:นักวิทยาศาสตร์จาก University of California ได้รายงานถึงการค้นพบ ความแตกต่างของระบบภูมิคุ้มกันที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ในช่วงแรกเกิด โดยทำการตรวจตัวอย่างเลือดที่ได้จากสายสะดือเด็กแรกเกิดโดยวิธีผ่าท้องคลอด (Cesarean section) จำนวน 50 คน และเด็กที่ตลอดโดยวิธีธรรมชาติ 68 คน โดยเด็กทั้งหมด มีพ่อ หรือแม่คนใดคนหนึ่งมีประวัติของโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืด พบว่า เด็กที่คลอดโดยวิธีผ่าท้องคลอด มีจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด regulatory T-cells น้อยกว่า และมีระดับของสารในระบบภูมิคุ้มกันอย่าง Interleukin-4 และ Interleukin-13 มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่คลอดโดยวิธีธรรมชาติ
โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า ระดับของ Interleukin-13 ในเลือด ที่เพิ่มขึ้น มีความสำคัญต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ และผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ และหอบหืดส่วนหนึ่งเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเม็ดเลือดขาวชนิด regulatory T-cells
จากการค้นพบนี้คณะผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานว่า วิธีการคลอดมีผลต่อปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งอาจจะเป็นคำอธิบายของการค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการผ่าท้องคลอดกับโรคหอบหืดซึ่งมีการค้นพบมาก่อนหน้านี้
ที่มา Physorg,
เด็กอยู่ฟาร์ม ลดโอกาสเป็นโรคหอบหืด
Submitted by zybernav on 7 June, 2008 - 21:29. tags:เด็กที่อาศัยอยู่ในฟาร์ม มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหอบหืดน้อยกว่า เด็กที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบอื่น ๆ เช่น แถบที่อยู่อาศัย ในเมือง หรือแม้แต่ เมืองชนบท
จากการสำรวจเด็กที่ไม่เป็นโรคหอบหืด ที่อายุน้อยกว่า 12 ปี จำนวน 13,524 คน ของ Canadian National Longitudinal Survey of Children and Youth (NLSCY) ที่ตีพิมพ์ลงใน Journal Respirology พบว่า อุบัติการณ์สะสมของการเกิดโรคหอบหืดของเด็กที่อยู่ในฟาร์ม มีเพียง 2.3% เมื่อเทียบกับ 5.3% ในกลุ่มที่อาศัยอยู่ชานเมือง และ 5.7% ในกลุ่มที่อาศัยอยู่ในเมือง
จากการค้นพบนี้ ทำให้ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานว่า สิ่งแวดล้อมแบบฟาร์มส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายบางอย่างที่ส่งผลลดกลไลการอักเสบที่ทำให้เกิดโรคหอบหืดลงได้
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการศึกษาในทำนองเดียวกันที่ประเทศออสเตรียเมื่อหลายปีก่อน
แต่เนื่องจากการศึกษานี้มีตัวแปรที่ไม่สามารถควบคุมได้อยู่เต็มไปหมด ทำให้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าให้ย้ายครอบครัวไปอยู่ในฟาร์ม
กินผัก ผลไม้ ดื่มชา ลดความเสี่ยงมะเร็งปอด
Submitted by zybernav on 29 May, 2008 - 23:41. tags:Dr. Zuo-Feng Zhang นักวิจัยจาก University of California ตีพิมพ์ผลการวิจัย เกี่ยวกับ ผลของการบริโภค ผัก ผลไม้ ชา สามารถลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็งปอดได้ ลงในวารสารวิชาการ Cancer
เป็นที่ทราบกันดีว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของมะเร็งปอด ถึง 90% ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำการคัดเลือก ผู้ป่วยมะเร็งปอด 558 คน และผู้ที่ไม่เป็นมะเร็งปอด 837 คน แล้วทำการตรวจสอบประวัติการกินอาหาร ของกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่ม
ผลปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมการวิจัยที่กินอาหารในที่มีสารอาหารกลุ่ม flavonoids สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดได้ โดยคาดว่าสารที่มีผลมากที่สุดคือ สารที่มีชื่อว่า catechin, kaempferol และ quercetin ซึ่งพบในอาหารผัก ผลไม้ หลายชนิด ชาดำ และชาเขียว โดยอาศัยกลไกต้านฤทธิ์ของการสูบบุหรี่ที่ทำให้ DNA เสียหาย
ในงานวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยให้ความเห็นว่า เป็นเพียงการเริ่มต้นไปสู่การศึกษาที่ใหญ่มากขึ้น และเปรียบเทียบในมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่มีผลจากการสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน เช่น มะเร็งระบบศีรษะและคอ และมะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะ ปริมาณการบริโภคอาหาร flavonoids สูงเหล่านี้ที่เหมาะสมที่จะลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้มากที่สุด รวมทั้งการศึกษาเกี่ยวกับผลของ flavonoids ในระดับเซลล์ในห้องทดลองเพิ่มเติมอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ ผู้วิจัยคนเดียวกัน ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยเกี่ยวกับผลของชาเขียว ในการป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมาแล้ว
ที่มา
ไต้หวันค้นพบกลไกของไวรัสไข้เลือดออก ที่อาจเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยช็อค
Submitted by zybernav on 23 May, 2008 - 01:06. tags:ตามความรู้เดิมที่มีอยู่คือ เชื้อ dengue virus ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดไข้เลือดออกนั้นมี 4 สายพันธุ์ด้วยกัน และไข้เลือดออกนั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อเข้าไปเป็นครั้งที่ 2 (secondary infection) ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าเกิดจากการกระตุ้นสาร cytokines ที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมากเกินไป
ทีมนักวิจัยจากไต้หวัน จาก National Yang-Ming University ค้นพบกลไกที่เชื่อว่ามีส่วนทำให้เชื้อ dengue virus ทำให้ผู้ติดเชื้อเกิดอาการของไข้เลือดออก (dengue hemorrhagic fever) และช็อค (dengue shock syndrome) ขึ้นผ่านทางปฏิกิริยาระหว่างตัวเชื้อไวรัสเอง กับโมเลกุลที่มีชื่อว่า CLEC5A ที่อยู่บนเซลล์เม็ดเลือดขาว
จากการทดลองให้การรักษาหนูที่ติดเชื้อ dengue virus ด้วย antibodies ที่ขัดขวางการจับกันระหว่างเชื้อ dengue virus กับ CLEC5A พบว่าสามารถลดกลไกการกระตุ้นอาการอักเสบได้ แต่ก็ยังมีการอักเสบที่เกิดจากกลไกภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นตามปกติอยู่
แม้ว่าการค้นพบนี้จะเป็นเพียงการทดลองในสัตว์ทดลองก็ตาม แต่ก็เป็นการเปิดทางให้กับการคิดค้นวิธีการรักษาโรคไข้เลือดออก เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้เลือดออกนี้ต่อไป
ปัจจุบันมีผู้ป่วยไข้เลือดออกที่เสียชีวิต 24,000 คน จาก 50 ล้านคน ต่อปี
ที่มา Physorg
เครื่องมือใหม่ตรวจ Autism ในเด็กอายุ 9 เดือนได้สำเร็จ
Submitted by lew on 21 May, 2008 - 10:30. tags:ความลำบากของการรักษาอาการ Autism ประการหนึ่งคือการตรวจพบที่ทำได้ค่อนข้างล่าช้า โดยทั่วไปแล้วพ่อแม่จะสังเกตความผิดปรกติได้เมื่อลูกมีอายุ 18 ถึง 24 เดือน และการตรวจอย่างชัดเจนนั้นทำได้ที่อายุตั้งแต่ 2 ถึง 4 ปี โดยหากพบอาการช้าอาจจะทำให้มีผลกระทบในระยะยาวได้
ในงานประชุมวิชาการ 7th Annual International Meeting for Autism Research in London นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย McMaster ได้นำเสนอการใช้เทคโนโลยีจับตำแหน่งดวงตามาใช้ในเด็กอายุเพียง 9 ถึง 12 เดือน และสามารถแยกแยะเด็กที่มีอาการ Autism ได้อย่างแม่นยำ
วิธีการที่นักวิจัยเสนอนี้ทำโดยการให้เด็กมองลูกบอลที่กำลังเด้งไปมาในจอคอมพิวเตอร์ แล้วใช้กล้องความเร็วสูงจับภาพนัยตาของเด็กว่ากำลังมองไปในทิศทางใด โดยการตรวจใช้เวลารวมเพียง 10 นาทีเท่านั้น
ยังไม่ยืนยันว่าจะมีการนำมาใช้ในวงกว้างเมื่อใหร่ แต่ไม่น่าจะนานมากเพราะเป็นแค่การนำเด็กมามองจอคอมพิวเตอร์ ไม่ได้มีการให้ยาใดๆ
ที่มา - PhysOrg
สื่อต่างประเทศตีความงานวิจัยเกี่ยวกับอันตรายของโทรศัพท์มือถือผิดพลาด
Submitted by lew on 21 May, 2008 - 10:07. tags:เมื่อวานนี้สื่อต่างประเทศหลายสำนักพากันเล่นข่าวที่นักวิจัยสหรัฐฯ และเดนมาร์คพบความเกี่ยวข้องระหว่างพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือและความผิดปรกติทางอารมณ์ของลูก
ทีมงานวิจัยสำรวจพฤติกรรมหลายด้านของแม่ระหว่างการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกเมื่อเข้าโรงเรียน พบว่าการใช้โทรศัพท์มีความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญกับความผิดปรกติทางอารมณ์และสังคมของลูก
อย่างไรก็ตามทีมงานวิจัยได้ออกมาระบุว่า งานวิจัยนี้ไม่ได้มีข้อสรุปว่าคลื่นวิทยุจากโทรศัพท์มือถือเป็นสาเหตุสำคัญแต่อย่างใด โดยสาเหตุที่แท้จริงอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่นแม่ไม่ให้ความสำคัญกับลูกเท่าที่ควรอยู่แล้วจึงโทรศัพท์มากขึ้น เป็นต้น และแม้การใช้โทรศัพท์มือถือจะมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ แต่ก็มีตัวแปรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน อากาศเป็นพิษ, อาหารการกิน, และการได้รับตะกั่ว
งานนี้นับว่าสื่อต่างประเทศหลายค่ายฉะกันเองสนุกสนาน เร็วๆ นี้เราคงได้เห็นบทความขอโทษกันอีกล็อตใหญ่พอสมควรทีเดียว




