Science

ประชากรโลกทะลุหลัก 6,666,666,666

tags:

จำนวนประชากรโลกโดยประมาณของ World POPClock Projection (เป็นสถิติของสำนักทะเบียนราษฎร์สหรัฐ) ทะลุหลัก 6,666,666,666 คนไปเรียบร้อยแล้วในวันนี้ (ดูตัวเลขปัจจุบัน) ด้วยอัตรานี้ตำราเรียนคงต้องเปลี่ยนจาก 6 พันล้านมาเป็น 7 พันล้านคนในอีกไม่นาน ประชากรโลกผ่านหลัก 6 พันล้านคนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1999

และที่สอดคล้องกันโดยบังเอิญ จำนวน IPv4 ที่ว่างอยู่ ลดลงต่ำกว่า 666,666,666 ในวันนี้เช่นกัน จำนวนล่าสุดดูได้ที่ IPv4 Exhaustion Counter

จำนวนประชากรในประเทศไทย ตัวเลขของกรมการปกครอง ณ ธันวาคม 2007 คือ 63,038,247 คน ส่วนตัวเลขเดือนมีนาคม 2008 ของสำนักทะเบียนราษฎร์สหรัฐ คือ 65,493,000 คน

จำนวน node ใน Blognone เองก็เกือบแตะ 7777 แล้ว ใครจะได้ไปต้องติดตามชม

ที่มา - Slashdot

ไอคิวเพิ่มได้จากการทำงาน

tags:

งานวิจัยจาก Duke University เผยว่า แม้ตอนเป็นวัยรุ่นเราจะมีไอคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ไหน ถ้าเลือกงานถูกก็จะทำให้ไอคิวสูงขึ้นได้

งานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบค่า IQ ของผู้เข้าร่วมจำนวน 1,036 คน ระหว่าง IQ ตอนอายุ 20 ต้นๆ (โดยใช้ข้อมูลจากการทดสอบไอคิว ตอนเข้าประจำการกองทัพสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2) กับ IQ ในปัจจุบัน (50 ปีให้หลัง) และทำการเปรียบเทียบลักษณะงานที่ทำหลังจากปลดประจำการ พบว่ากลุ่มที่ทำงานที่ต้องอาศัยสติปัญญา (เช่นงานที่ต้องทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน (multi-tasking) หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการจัดระบบ รวมถึงงานที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ) และงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับผู้คน มี IQ เพิ่มขึ้น ในขณะทีกลุ่มที่ทำงานใช้แรงงานจะมี IQ ต่ำลง

ทั้งนี้นอกจากจะมี IQ สูงขึ้นแล้ว กลุ่มที่ทำงานแบบใช้่สมอง มีความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อม (เช่นโรคอัลไซเมอร์) น้่อยลงด้วย

ที่น่าสนใจก็คือ IQ ที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับค่า IQ ตั้งต้น คือ แม้แต่กลุ่มที่มี IQ ตอนหนุ่มๆอยู่ในช่วงต่ำสุด (อยู่ใน fourth quartile) ถ้าไปทำงานที่ต้องใช้สมอง ก็ยังมีค่า IQ สูงขึ้นขนาดติดอันดับต้นๆ และมีสมองที่มีสุขภาพดีได้

แบบนี้สินะครับ ที่เขาเรียกว่า “หัวเราะทีหลังดังกว่า” :)

ที่มา: Time
บทคัดย่อ: วารสาร Neurology

จำลองซูปเปอร์โนวาด้วยซูปเปอร์คอมพิวเตอร์

tags:

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกจะใช้เวลาประมวลผล 22 ล้านชั่วโมงต่อหนึ่งหน่วยการประมวล ฟิสิกส์ของการระเบิดของดวงดาว โดยทีมงานจะใช้เครื่อง Blue Gene/P ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ ห้องทดลองแห่งชาติ Argonne เพื่อวิเคราะห์รูปแบบ 4 แบบของซุปเปอร์โนวา รวมถึงการสร้างภาพจำลองของการเผาไหม้ด้วยไฟเทอร์โมนิวเคลียร์ของดาวแคระขาว โดยเวลาที่ได้ระบุข้างต้นเป็นการคำนวนของ กระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกาด้วย โปรแกรม INCITE

การเผาไหม้บนดาวแคระขาวอาจเริ่มเกิดขึ้นโดยการเผาไหม้เอง (deflagration) หรือ เกิดการระเบิดขึ้น (detonation) “ลองจินตนาการถึงสระที่เต็มไปด้วยน้ำมันแล้วขว้างไม้ขีดไฟเข้าไป การเผาไหม้ที่เกิดขึ้นในสระคือการเผาไหม้แบบ deflagration ส่วนแบบ detonation ก็เหมือนถือระเบิดที่จุดแล้วไว้ในมือ แล้วปล่อยให้มันระเบิด” กล่าวโดย Jordan

ในรูปแบบจำลอง ของแฟลชเซ็นเตอร์ (Flash center) การเผาไหม้เองจะเริ่มที่แกนกลางของดาว การเผาไหม้นี้ก่อให้เกิดจุดร้อนของเถ้าถ่านที่จำนวนน้อยมากที่จะลอยขึ้นมาจากแรงยกตัว ซึ่งคล้ายกับ สไตโรโฟม(Styrofoam)ที่จมในอ่างน้ำ

ที่มา - จาก foosci.com โดย slashdot.com

นาโนมอเตอร์ที่เร็วที่สุดมาแล้ว

tags:

ก้าวกระโดดที่ใหญ่มากสำหรับการทำนาโนแมชชีน เมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอริโซน่า ได้พัฒนานาโนมอเตอร์แบบใหม่ที่มีพลังมากว่าแบบเดิมถึง 10 เท่าและจะตีพิมพ์ลงวารสาร ACS Nano ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้

ในการศึกษาครั้งนี้นักวิจัยได้มองนาโนมอเตอร์แบบเก่าที่เรียกว่า “catalytic nanomotors” ซึ่งมีทอง ทองคำขาวเป็นสายไฟขนาดนาโน และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นพลังงาน แต่มอเตอร์นี้มีการวิ่งที่ช้ามากและประสิทธิภาพต่ำที่จะใช้ เพราะวิ่งได้แค่ 10 ไมโครเมตรต่อวินาที ด้วยการพัฒนาคาร์บอนนาโนทูบขึ้นมาทำให้กลุ่มนักวิจัย ได้นำคาร์บอนนาโนทูบใส่เข้าไปใน ทองคำขาวเมื่อดูถึงประสิทธิภาพพบว่ามีกำลังเร่งถึง 60 ไมโครเมตรต่อวินาที เมื่อเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มาเป็นไฮดราซีน (เชื้อเพลิงจรวด) สามารถเร่งความเร็วขึ้นไปได้อีกจนอยู่ที่ 94 - 200 ไมโครเมตรต่อวินาที

ซึ่งการวิจัยชิ้นนี้เข้าใกล้การสร้างวัตถุที่มีพลังงานเป็นของตัวเองระดับนาโนในการขนส่งต่าง ๆ

ที่มา - จาก foosci.com โดย Physorg.com

อ้างอิง - ภาพวิดีโอการวิ่ง

ต้นฉบับ - Carbon-Nanotube-Induced Acceleration of Catalytic Nanomotors

Pixie dust: ผงมหัศจรรย์ช่วยงอกนิ้ว

tags:

นาย Lee Spievak ชายวัย 69 ผู้สูญเสียนิ้วไปจากอุบัติเหตุกลับมามีนิ้วงอกสมบูรณ์อีกครั้งจากการใช้ผงมหัศจรรย์ pixie dust
หลังจากที่ถูกใบพัดของเครื่องบินจำลองเฉือนนิ้วหายไป 1/2” โดยไม่สามารถหาชิ้นส่วนส่วนที่ถูกตัดเพื่อนำกลับมาต่อใหม่ได้ นาย Lee แทบจะสิ้นหวัง แต่โชคดีที่น้องชายของเขาซึ่งทำงานอยู่ในวงการ regenerative medicine ได้ส่งผงมหัศจรรย์ดังกล่าวมาให้เพื่อใช้โรยที่แผลเพื่อการรักษา สี่สัปดาห์หลังจากนั้นนิ้วของเขาก็กลับมามีสภาพสมบูณ์ดังเดิม

Pixie dust (ชื่ออย่างเป็นทางการคือ Extracellular matrix) ทำมาจากเนื้อเยื่อกระเพาะปัสสาวะสุกร มีคุณสมบัติช่วยสร้างเนื้อเยื่อแทนที่จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ถูกคิดค้นจากห้องแล็บของมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์ก

ในอนาคตเราคงจะได้เห็นการใช้งานผงมหัศจรรย์นี้เพื่อรักษาผู้ป่วยในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ

ที่มา: Engadget, BBC News, CBS News

ผู้หญิงงดอาหารเช้ามีโอกาสได้ลูกสาวมากกว่าลูกชาย

tags:

งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Exeter และ Oxford เผยสุภาพสตรีที่ลดความอ้วนหรืองดอาหารเช้าเป็นประจำ มีสิทธิ์ได้ลูกสาวมากกว่าลูกชาย ซึ่งงานนี้ได้ตีพิมพ์ลงวารสาร journal Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences

งานวิจัยชิ้นนี้เผยให้เห็นความเกี่ยวข้องระหว่างลักษณะการรับประทานอาหารของสุภาพสตรีมีผลต่อเพศทารกที่จะเกิดมา โดยหามารดารับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูงจะมีผลให้ได้เพศชาย งานวิจัยนี้เป็นการอธิบายว่าทำไมประเทศที่พัฒนาแล้วทำไมถึงมีทารกเพศชายเกิดมาน้อยกว่า ซึ่งนั้นเกิดจากสตรีในประเทศนั้นนิยมทานอาหารไขมันต่ำ ซึ่งในประเทศอุตสาหกรรมมีผลที่บอกว่า จะมีเด็กชายเกิดแค่ 1 ใน 1000 ทารกที่เกิดมาเท่านั้น

การที่มนุษย์งดอาหารเช้าทำให้เกิดภาวะ น้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งระดับน้ำตาลจะเป็นตัวกำหนดเพศอีกด้วย (โครโมโซมของเพศชายจะกำหนดเพศทารก) หากระดับน้ำตาลสูงแล้วจะทำให้ตัวอ่อนที่มีโครโมโซม XY อยู่รอดได้ แต่หากระดับน้ำตาลต่ำ ตัวอ่อนเพศชายจะไม่สามารถเจริญได้ ซึ่งทำให้ภาวะนี้เหมาะกับการเจริญของตัวอ่อนเพศหญิงแทน แต่กลไกที่แท้จริงยังคงต้องศึกษาต่อไป

การศึกษานี้ศึกษาโดยคุณแม่ท้องแรกจำนวน 740 คน โดย 56% ที่รับอาหารแคลลอรี่สูงจะได้เพศชายเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับประทานอาหารแคลลอรี่ต่ำจะมีเพียง 45% และเมื่อดูถึงวิวัฒนาการก็สอดคล้องกันว่าเพศชายจำเป็นต้องได้พลังงานมากกว่าเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

งานวิจัยนี้ยังเป็นสัญญาณเตือนในอนาคตถึงการเปลี่ยนแปลงของเพศชายต่อเพศหญิง ในประเทศที่พัฒนาแล้วว่าจะมีเพศหญิงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้งานวิจัยเก่ายังบ่งชี้ว่ามลภาวะ และสารเคมียังมีผลต่อเพศอีกด้วย

ที่มา -foosci.com

ต้นฉบับ - reuters.com

เก็บไฮโดรเจนด้วยซิลิคอนนาโนทิวบ์

tags:

ในหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งเชื่อกันว่า การใช้คาร์บอนนาโนทิวบ์ (Carboon Nanotube) น่าจะเป็นความหวังใหม่ในการกักเก็บไฮโดรเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell)

แต่จนถึงปัจจุบัน การพัฒนาคาร์บอนนาโนทิวบ์ ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ของกระทรวงพลังงานสหรัฐ ในการใช้กักเก็บไฮโดรเจน ทำให้ความต้องการที่ใช้วัสดุที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ยังคงมีความจำเป็นต่อไป

นักวิจัยชาวจีน Dapeng Cao ได้เสนอความคิดที่จะใช้ ซิลิคอนนาโนทิวบ์ (Silicon Nanotube) แทนที่จะเป็นคาร์บอนเหมือนแต่ก่อน โดยข้อมูลจากการจำลองโครงสร้างทางโมเลกุล พบว่า การใช้ซิลิคอนจะสามารถกักเก็บไฮโดรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า การใช้คาร์บอนนาโนทิวบ์ โดยเป็นการเปรียบเทียบ ในภาวะการใช้งานของเซลล์เชื้อเพลิงในปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างไร ข้อเสนอนี้ก็ยังเป็นแค่แบบจำลอง ยังคงต้องรอการพิสูจน์ในทางปฏิบัติต่อไป

ที่มา - Jusci.net via Physorg

ปฏิบัติการพายุปักกิ่ง: เป้าหมายของจรวดคือฝน

tags:

จีนเตรียมใช้ปืนใหญ่ยิงจรวดและเครื่องบินรบในการป้องกันพิธีเปิดโอลิมปิกจากฝน ซึ่งการทำครั้งนี้หวังว่าจะช่วยทำให้เมฆนั้นกระจายตัว ก่อนที่ฝนนั้นจะทำให้บุคคลสำคัญระดับสูงซึ่งจะชมพิธีเปิดอยู่ในส่วนที่ไม่มีหลังคาเรียกว่ารังนกนั้นตัวเปียก

เจ้าหน้าที่ของจีนเชื่อว่ามีโอกาสกว่า 47% ที่ฝนจะตกในวันที่ 8 สิงหาคมซึ่งเป็นวันจัดพิธีเปิดพอดี และ 6% คาดว่าจะตกเป็นห่าใหญ่ และจะพยายามให้เมฆที่ก่อตัวนั้นคลายความชื้นก่อนถึงปักกิ่งให้ได้ ทีมงานมากกว่า 100 ชีวิตที่ประจำอยู่ 21 สถานีรอบ ๆ เมืองจะมีเวลาเตือนล่วงหน้า 10 นาทีก่อนที่จะยิงจรวดและปืนใหญ่ที่บรรจุ ซิลเวอร์ ไอโอได (Silver Iodide) ซึ่งจะไปทำให้ฝนนั้นตกก่อนที่จะถึงสนามได้ และ จะมีเครื่องบินรบ 3 ลำ เตรียมพร้อมที่จะโปรยตัวเร่งเพื่อให้ฝนตกจากกลุ่มเฆมนั้น

ทางการจีนลงอัดฉีดงบเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะไป 500,000 เหรียญเพื่อทำให้ฝนตกมา 5 ปีแล้ว และจะลองทดสอบในเดือนมิถุนายนและกรกฏาคมนี้

หัวหน้าศูนย์ดัดแปลงสภาพอากาศจีนเชื่อว่าทีมงานของเธอสามารถป้องกันฝนที่ตกปรอย ๆ ได้แน่นอน แต่อาจไม่มีพลังที่จะไปต่อสู้กับฝนระดับพายุได้แน่นอน

เธอหวังว่าพระเจ้าคงจะไม่ส่งฝนมาวันนั้นเลย

ที่มา - foosci.com via reuters.com

นักฟิสิกส์สามารถจำลองการเกิดพายุบนดาวพฤหัสไว้บนฟองสบู่ได้

tags:

นักฟิสิกส์สามารถจำลองการเกิดพายุบนดาวพฤหัสไว้บนฟองสบู่ได้ โดยสามารถทำให้เกิดได้แม้กระทั่ง “จุดแดงยักษ์” (จุดสีแดงที่เห็นได้อย่างชัดเจนบนดาวพฤหัส) การจำลองดังกล่าวใช้หลักการพาความร้อน หรือการถ่ายเทความร้อนภายในระบบที่เป็นของไหล ทีมวิจัยได้รายงานไว้ใน Physical Review Letters ฉบับวันที่ 7 เมษายน 2008 ไว้ว่าเมือพวกเขาได้ให้ความร้อนที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรของฟองสบู่ และทำให้ขั้วของฟองสบู่เย็นลง พลศาสตร์ภายในฟองสบู่ที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะคล้ายกับรูปแบบการพาความร้อนบนผิวของดาวพฤหัสเป็นอย่างมาก เจ้าฟองสบู่พายุนี้ยังสามารถช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพลศาสตร์ที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศโลกและใ้ต้ผิวโลกได้เช่นกัน

ตามไปดูรูปสวยๆได้จากที่มานะครับ

ที่มา - ScienceNOW, Original Paper form PRL “Thermal Convection and Emergence of Isolated Vortices in Soap Bubbles”

ใครว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้?

tags:

งานวิจัยล่าสุดระบุว่าเงินสามารถซื้อความสุขได้จริงๆครับ… ด้วยการใช้เงินนั้นเพื่อคนอื่น หรือบริจาคให้กับการกุศล

งานวิจัยดังกล่าว (ตีพิมพ์ในวารสาร Science ฉบับวันที่ 21 มีนาคม 2008) ระบุว่า จากการสำรวจรายได้ และการใช้จ่ายของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 632 คน พบว่าการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียวที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับระดับความสุข คือการใช้จ่ายเพื่อสังคม (เช่นซื้อของขวัญให้คนอื่น หรือบริจาคให้การกุศล) ซึ่งพบว่ามีผลในระดับที่ใกล้เคียงกับการได้ขึ้นเงินเดือนเลยทีเดียว และเมื่อทำการเปรียบเทียบระดับความสุขก่อนและหลังได้รับโบนัสของพนักงานบริษัทจำนวน 16 คน พบว่ากลุ่มที่ใช้เงินโบนัสส่วนใหญ่เพื่อคนอื่น ก็มีความสุขเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ใช้จ่ายเพื่อตัวเอง

ยังไม่จบแค่นี้ครับ… ทีมวิจัยทีมเดิม จาก Harvard Business School และ University of British Columbia,Vancouver ยังได้ทดลองต่อ โดยการสุ่มให้เงิน 5$ หรือ 20$ กับนักศึกษาจำนวน 46 คน
แล้วบอกให้กลุ่มแรกเอาไปใช้ซื้อของให้ตัวเอง และอีกกลุ่มให้เอาไปซื้อของให้เพื่อน
ซึ่งก็ได้ผลว่า กลุ่มที่ถูกมอบหมายให้เอาไปซื้อของให้เพื่อน มีระดับความสุขสูงกว่ากลุ่มที่ใช้เงินเพื่อตัวเองเช่นกัน

ที่น่าสนใจก็คือ ระดับความสุขที่เพิ่มขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับจำนวนเงินที่ได้รับ หรือจำนวนที่ใช้ไป
แปลว่าแค่ได้ใช้เงินเพื่อคนอื่นก็ช่วยเพิ่มความสุขได้แล้วครับ จะมากหรือน้อยไม่สำคัญ

ปล. ใครอ่านข่าวนี้แล้วอยากมีความสุขก็ส่งเงินมาให้ผมได้นะครับ :P

ที่มา: Nature News, Scientific American
บทคัดย่อ: Science: Spending Money on Others Promotes Happiness

นักวิทยาศาสตร์เกือบกักเก็บแอนติอะตอมได้แล้ว

tags:

แอนติอะตอมที่พูดถึงนี้ คือแอนติอะตอมแบบง่ายๆ อย่างแอนติไฮโดรเจนอะตอมครับ แอนติอะตอมคืออะตอมเวอร์ชันปฏิสสาร ฉะนั้น แอนติไฮโดรเจนอะตอมจึงประกอบไปด้วย แอนติโปรตอน และโพสิตรอนอย่างละหนึ่งตัวครับ

ปัญหาหนึ่งอยู่ที่แอนติโปรตอน เพราะต้องผลิตมาจากการยิงอนุภาคชนกันด้วยพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค เวลาจะนำมารวมกับโพสิตรอนจึงต้องทำให้พลังงานลดลงก่อน แล้วกักตัวทั้งสองไว้ในกับดักให้ two become one …

กับดักที่ว่า (Penning trap) ใช้ได้กับอนุภาคที่มีประจุอย่างเดียวครับ เมื่อแอนติโปรตอนประจุลบ รวมกับโพสิตรอนประจุบวกแล้ว ทั้งสองก็จะหนีกันออกมาได้ เพราะเป็นกลางทางไฟฟ้า และยังมีพลังงานจลน์สูงอยู่จากแอนติโปรตอน แต่ไปไหนไม่ได้ไกลก็ไปชนเข้ากับผนังของอุปกรณ์ที่ทดลองซึ่งเป็นสสารปกติ พากันสูญสลายหายไปทั้งคู่สสารและปฏิสสารครับ (annihilation) กลายเป็นอนุภาคอื่นๆ ขึ้นมาแทน

แพทย์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบผ่านทางช่องคลอด

tags:

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2551 ทีมศัลยแพทย์จาก University of California San Diego Medical Center ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบผ่านทางช่องคลอดของผู้ป่วย เป็นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา (ข่าวไม่ได้ระบุว่าเคยมีที่ประเทศอื่นมาก่อนรึเปล่าครับ)

โดยเทคนิคในการผ่าตัดนี้มีชื่อว่า “NOTES” (Natural Orifice Translumenal Endoscopic Surgery; การผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องภายใน ผ่านทางช่องเปิดตามธรรมชาติ) ซึ่งกระบวนการก็ตรงตัวตามชื่อครับ คือเป็นการผ่าตัดโดยการสอดกล้องเข้าไปทางช่องเปิดตามธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ช่องปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก แล้วเจาะรูผ่านทางช่องเปิดนั้นๆเพื่อเข้าสู่ช่องท้อง แล้วทำการผ่าตัดที่อวัยวะเป้าหมาย (เช่นไส้ติ่ง หรือถุงน้ำดี)

ซึ่งเทคนิคดังกล่าวนี้มีข้อดีคือไม่ต้องผ่าเปิดช่องท้อง หรือผ่าแผลเล็กมากๆในระดับไม่กี่มิลลิเมตร เพื่อสอดกล้องเข้าไปช่วยบอกตำแหน่งเื้ท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยลง และสร้างความเจ็บปวดน้อยกว่าการผ่าตัดตามปกติ (เมื่อให้ผู้ป่วยที่ผ่าตัดครั้งนี้ให้คะแนนความเจ็บปวดหลังผ่าตัดจาก 1-10 ปรากฏว่าเธอให้คะแนนแค่ 0.5-1 คือแทบไม่รู้สึกอะไรเลย) และนอกจากนั้นยังช่วยให้ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลงด้วย

ปล. งานนี้ผู้หญิงได้เปรียบผู้ชายครับ เพราะท่อปัสสาวะของท่านชายมีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะสอดกล้องเข้าไปได้ เลยมีช่องเปิดให้สอดกล้องเข้าไปได้น้อยกว่าผู้หญิง 1 ช่อง (ฮา)

(จะว่าไป ถ้าเกิดผ่าผ่านทางทวารหนัก แล้วเกิดเย็บช่องที่เจาะไว้ไม่ดี ของเสียทะลักเข้าช่องท้องนี่คงสยองดีพิลึกนะครับ…)

ที่มา: Science Daily
รายละเอียดเพิ่มเติมของเทคนิค NOTES: Nature Clinical Practice (โหลด PDF มาอ่านได้ฟรีครับ)

ค้นพบเชื้อแบคทีเรียที่กินยาปฏิชีวนะเป็นอาหาร

tags:

ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Science ฉบับวันที่ 4 เมษายน 2008 Guatam Dantas และคณะนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ได้ค้นพบเชื้อแบคทีเรียในพื้นดินที่สามารถย่อยสลายยาปฏิชีวนะ (หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า ยาฆ่าเชื้อ) ได้ แถมยังกินยาปฏิชีวนะเป็นอาหารหลักอีกตะหาก

ซึ่งเจ้าเชื้อดังกล่าวนี้มีความดื้อยาปฏิชีวนะสูงมาก และสามารถกินได้ทั้งยาปฏิชีวนะที่ได้จากธรรมชาติ (เช่นเพนนิซิลิน) และยาปฏิชีวนะสังเคราะห์ รวมถึงยารุ่นใหม่ๆด้วย
จากยา 18 ขนานที่ผู้วิจัยทดลองใช้ พบว่ามีถึง 13-17 ชนิดที่เจ้าแบคทีเรียนี้สามารถใช้เป็นอาหารได้

ทั้งนี้ทีมวิจัยพบว่าเชื้อที่มีคุณสมบัติดังกล่าวนี้มีอยู่หลายสายพันธุ์, พบได้ในหลายพื้นที่ และมีความเกี่ยวพันกับเชื้อที่ก่อโรคทั้งในคนและสัตว์ นอกจากนั้นเจ้าเชื้่อพวกนี้อาจจะเป็นแหล่งที่มาของยีนดื้อยาปฏิชีวนะที่พบในเชื้ออื่นๆ รวมถึงอาจทำให้เชื้ออื่นๆดื้อยามากขึ้นได้ด้วย (เนื่องจากแบคทีเรียสามารถกินซากของแบคทีเรียตัวอื่น แล้วเอายีนของแบคทีเรียตัวนั้นๆมารวมเข้าในจีโนมของตัวเองได้)

ซึ่งถ้าหากว่าเจ้าเชื้อนี้เกิดมีพิษสงในการก่อโรคร้ายแรง แล้วเกิดการระบาดขึ้นมาก็คงเป็นเรื่องใหญ่ล่ะครับ เพราะถ้ายาปฏิชีวนะทำอะไรมันไม่ได้ ก็เรียกได้ว่าแทบไม่มีทางจะทำอะไรมันได้เลย…
(นึกถึงภาพสมัยไข้ทรพิษระบาดในยุโรป ตอนยังไม่มีการค้นพบเพนนิซิลินขึ้นมาเลยล่ะครับ)

ที่มา: Science Magazine
บทคัดย่อ (ต้องเป็นสมาชิกถึงจะอ่านเอกสารฉบับเต็มได้ครับ)

งานวิจัยใหม่เผย หลับกลางวันแค่ 5 นาทีก็ช่วยให้ความจำดีขึ้นได้

tags:

เป็นที่รู้กันในกลุ่มนักวิจัยด้านสมองมาหลายปีแล้ว ว่าการนอนหลับทั้งก่อนและหลังการเรียนรู้นั้นมีผลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน และการอดหลับอดนอนทั้งในคืนก่อนการเรียนและหลังการเรียนมีผลให้การเรียนรู้ในวันนั้นๆแย่ลง

แต่งานวิจัยใหม่โดย Olaf Lahl และคณะจากมหาวิทยาลัย Dusseldorf ประเทศเยอรมนี (ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Sleep Research ฉบับเดือนมีนาคม 2008) พบว่า นอกจากการนอนหลับตามปกติแล้ว การงีบหลับในตอนกลางวันหลังจากการเีรียน ก็ช่วยให้จำสิ่งที่เรียนไปได้ดีขึ้นเช่นกัน

จากงานวิจัยระบุว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้งีบหลับเป็นเวลาเฉลี่ย 5-6 นาที (กลุ่ม “งีบสั้น”) สามารถจำคำศัพท์ที่เรียนไปช่วงก่อนที่จะงีบหลับได้ดีกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และกลุ่มที่ได้หลับเป็นเวลาเฉลี่ย 35 นาที (กลุ่ม”งีบยาว”) ก็สามารถจำคำศัพท์ได้เพิ่มมากขึ้นอีก

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นครั้งแีรกที่มีการทดสอบผลของการ”งีบหลับ”ในระยะเวลาสั้นมากๆ โดยงานวิจัยก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ จะให้ผู้เข้าร่วมการทดลองนอนกลางวันหลังการเรียนเป็นเวลา 1-3 ชม. ซึ่งก็พบว่าช่วยเพิ่มความจำได้เช่นกัน

ทั้งนี้ปัจจุบันยังไม่มีการวิจัยเป็นที่แน่ชัด ว่างีบหลับเป็นเวลาเท่าไหร่ถึงจะไ้ด้ผลดีที่สุด (30 นาที? 1 ชม.? ชั่วโมงครึ่ง?) แต่ในอนาคตอาจจะมีคนทำวิจัยมาให้ได้รู้กันครับ

ที่มา - Scientific American
อ่านบทคัดย่อของเอกสารงานวิจัยชิ้นนี้ได้ที่ Blackwell Synergy
(สามารถกด Full Text HTML หรือ PDF เพื่ออ่านเอกสารงานวิจัยฉบับเต็มได้ครับ)

ชิพรุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยนทรงไปตามวัตถุได้

tags:

ชิพส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะสามารถหักหรือแตกได้ง่ายดาย แต่ชิพซิลิคอนสามารถที่จะโค้งงอ ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องมือิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆได้

ชิพที่มีความยืดหยุ่นนี้ สามารถนำไปใช้ในการปลูกถ่ายสมอง การติดตามสุขภาพหรือเสื้อผ้าอัจฉริยะ โดยเจ้าชิพนี้ประกอบด้วย วัสดุที่คล้าย concertina ถักทอบนพันธะของซิลิคอนบนแผ่นยาง และได้ตีพิมพ์ลงวารสารอย่าง Science

ซึ่งการที่ชิพรุ่นที่มีมามีลักษณะแข็งจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาฝังในร่างกายมนุษย์ที่มีพื้นผิวไม่ราบเรียบตามอวัยวะต่างๆ การที่ชิพมีความยืดหยุ่นจึงทำให้สามารถมาประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย เช่นการปลูกถ่ายอวัยะต่างๆ ซึ่งตอนนี้หนึ่งในทีมวิจัยได้คิดที่จะมาประยุกต์ใช้กับถุงมือผ่าตัด ที่ทำให้ถุงมือรับรู้ถึงสัญญาณชีพ ระดับออกซิเจน ความดันเลือด

ที่มา - foosci.com via bbc.co.uk

Site Search

 
Web blognone.com

User login