sms
วุฒิสภาสหรัฐฯ ส่งจดหมายขอคำชี้แจงที่ค่าส่ง SMS แพง
Submitted by lew on 14 September, 2008 - 21:57. tags:วุฒิสมาชิก Herb Kohl ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการว่าด้วยการค้าผูกขาดของวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์ไร้สายสี่รายใหญ่ทั่วประเทศซึ่งมีส่วนแบ่งรวมกันเกินร้อยละ 90 เพื่อให้อธิบายว่าทำไมค่ารับและส่ง SMS ในสหรัฐฯ จึงมีราคาสูงมาก อีกทั้งยังแพงขึ้นเท่าตัวในช่วงสามปีที่ผ่านมา
จดหมายฉบับดังกล่าวแสดงข้อสังเกตว่าต้นทุนในการส่ง SMS นั้นน่าจะต่ำกว่าการให้บริการในส่วนอื่นๆ เช่นเสียงและข้อมูลอินเทอร์เน็ตมาก แต่กลับมีค่าบริการที่แพงกว่าหลายเท่าตัว และนับแต่มีการรวมตัวของผู้ให้บริการหลายครั้ง Sprint เป็นบริษัทแรกที่เริ่มขึ้นค่าบริการ SMS ไปถึงเท่าตัวตามด้วยบริษัทอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
ในจดหมายขอให้ทั้งสี่บริษัทแสดงโครงสร้างต้นทุนของค่าให้บริการ SMS เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสมเหตุสมผลของการขึ้นค่าบริการไปเท่าตัวนี้ ตลอดจนปริมาณการใช้งาน, และเปรียบเทียบโครงสร้างราคาระหว่างบริษัทของตนกับบริษัทของคู่แข่งให้วุฒิสภาได้รับทราบ
ผมไม่พูดถึงงานของวุฒิสภาบ้านเราแล้วกัน
ที่มา - ArsTechnica, U.S. Senator
SMS ในสหรัฐขึ้นราคาเท่าตัว
Submitted by mk on 3 July, 2008 - 14:53. tags:นอกจากราคาน้ำมันจะขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์แล้ว ในสหรัฐอเมริกา ราคา SMS ก็เพิ่มขึ้นสูงไม่แพ้กัน นับจากปี 2005 ถึงปัจจุบัน SMS ขึ้นราคามาแล้วอีกหนึ่งเท่าตัว
เดิมที SMS ในสหรัฐคิดข้อความละ 10 เซนต์ หลังจากนั้นขึ้นมาเป็น 15 และเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เครือข่าย Sprint Nextel เป็นผู้นำการขึ้นราคามาเป็น 20 เซนต์ ซึ่งส่งผลให้ AT&T กับ Verizon Wireless ขึ้นราคาตามมาให้เท่ากัน ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออีกรายที่เหลืออยู่คือ T-Mobile เพิ่งประกาศปรับราคาตาม โดยมีผลสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการมือถือจะมีโปรโมชันรวม SMS เข้ามาในค่ารายเดือนอยู่บ้าง แต่แนวโน้มการขึ้นราคาก็ไม่ต่างกัน สัญญาของผู้ใช้ iPhone รุ่นแรกแบบเดือนละ 59.99 ดอลลาร์นั้นรวม SMS 200 ข้อความมาให้ แต่พอเป็น iPhone 3G ถ้าอยากได้ต้องจ่ายเพิ่มอีก 5 ดอลลาร์ (ถือว่าเป็นค่าชดเชยเงินที่ AT&T ต้องจ่ายให้แอปเปิล)
อัตราการส่งข้อมูลผ่าน SMS ถือว่าแพงมากเมื่อเทียบกับบริการส่งข้อมูลอื่นๆ ผ่านมือถือ มีคนคำนวณว่าถ้าดาวน์โหลดเพลง MP3 หนึ่งเพลงผ่าน SMS แทน GPRS จะต้องเสียเงินถึง 6,000 ดอลลาร์ต่อเพลง ข่าวนี้ใกล้เคียงกับข่าวเก่า ค่าส่ง SMS แพงกว่าค่ารับภาพจากดาวเทียม Hubble สี่เท่าตัว
SMS ขึ้นราคา แต่ค่าตัวน้องยังเหมือนเดิม?
ที่มา - CNET
ค่าส่ง SMS แพงกว่าค่ารับภาพจากดาวเทียม Hubble สี่เท่าตัว
Submitted by lew on 12 May, 2008 - 18:25. tags:นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Leicester ได้ลองตรวจสอบถึงต้นทุนของการส่ง SMS เทียบกับค่าใช้จ่ายในการรับภาพจากดาวเทียม Hubble พบว่าการส่งข้อมูลผ่าน SMS แต่ละเมกกะไบต์นั้นจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 374.49 ปอนด์อังกฤษ หลังจากนั้นเขาได้สอบถามข้อมูลไปยังองค์กรนาซ่าว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการรับภาพจากดาวเทียม Hubble นั้นเป็นเท่าใหร่ จึงได้รับคำตอบว่าอยู่ที่ 8.5 ปอนด์ต่อเมกกะไบต์
อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายของนาซ่ายังไม่ได้รวมถึงค่าบำรุงรักษา และค่าแรงของผู้ดูแลระบบ ทำให้ต้องมีการประมาณการใหม่เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าไป แต่จากการประมาณการ ค่าใช้จ่ายรวมนั้นไม่มีทางเกิน 85 ปอนด์ต่อเมกกะไบต์ไปได้ ทำให้ค่าส่ง SMS นั้นแพงกว่าอย่างน้อยๆ สี่เท่าตัว
อาจจะได้เวลาหาทางใหม่ๆ ในการส่ง SMS แล้วสินะ
ที่มา - PhysOrg
E-mail และ Text messages: ลด IQ มากกว่าสูบกัญชา
Submitted by zybernav on 14 April, 2008 - 16:48. tags:นักจิตวิทยา จาก University of London รายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับการใช้งาน text messaging และ email ที่มีผลต่อ IQ (สนับสนุนโดย Hewlett Packard) โดยแสดงผลของภาวะ Infomania หรือการหมกมุ่นอยู่กับการส่งข้อความผ่านทางช่องทางอิเล็คทรอนิกส์ต่าง ๆ (Electronics Messaging) ซึ่งมีสิ่งที่ทำให้วอกแวกเข้ามาตลอด กลายเป็นปัญหาสำคัญของคนทำงาน โดยเฉพาะผู้ชาย สมองจึงถูกกำหนดให้เตรียมพร้อมรับหลากหลายเรื่อง ตลอดเวลา (always on) แต่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับทางที่อยู่ตรงหน้าลดลง เป็นเหตุให้ IQ ลดลงแบบชั่วคราว
โดยการวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรก มีผู้เข้าร่วมการทดสอบ IQ 80 คน ซึ่งผู้วิจัยพบว่า มีการลดลงของ IQ โดยเฉลี่ยประมาณ 10 จุด (มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับการสูบกัญชา ซึ่งลดลงประมาณ 4 จุด ในขณะที่การอดนอนก็ทำให้ IQ ลดลง 10 จุด) ในส่วนที่ 2 เป็นการตอบแบบสอบถาม ซึ่งพบว่า 62% มีการ”เสพติด”การเช็คข้อความ และ e-mail ที่เกี่ยวข้องกับงาน แม้ว่าจะอยู่ที่บ้าน หรือในวันหยุด ครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ยอมรับว่า ต้องตอบข้อความนั้น ๆ ทันที และ 1 ใน 5 จะหยุดการพบปะ หรือการประชุมเพื่อตอบข้อความ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวม
ในงานวิจัยนี้ผู้วิจัยได้ให้คำแนะนำแก่องค์กรที่มอบหมาย handheld communication device ให้แก่พนักงานว่า ควรกำหนด “แนวทางการใช้งาน” ให้แก่ผู้ใช้ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะ online 24 ชั่วโมง
ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่ทำให้เราติดต่อกันได้เร็วและง่ายขึ้นเสียด้วย ว่าแต่เจ้า Twitter นี่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีเลยหรือเปล่าครับ? (— ผู้รายงาน)




