ช่วงหลังธุรกิจจำนวนมากเริ่มมีการเก็บข้อมูลเพื่อทำ data mining กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่มีการทำ data mining เพื่อทำตลาดกันเป็นเรื่องปรกติในทุกๆ ธุรกิจ รวมไปถึงตลาดยาที่มีกฏหมายให้บริษัทยาต้องเก็บข้อมูลใบสั่งยาเอาไว้ แต่บริษัทยากลับนำข้อมูลเหล่านี้ไปขายให้กับบริษัทรับทำ Data Mining เพื่อนำไปประมวลผล แล้วนำผลที่ได้กลับมาขายบริษัทยาอีกครั้งเพื่อนำไปทำตลาด
แต่ในปี 2007 รัฐ Vermont ก็ผ่านกฏหมายการทำ data mining ห้ามไม่ให้บริษัทยาขายข้อมูลใบจ่ายยาเหล่านี้ เว้นแต่จะได้รับการยินยอมจากคนไข้ ทำให้บริษัทรับทำ data mining เหล่านี้ต้องหยุดทำธุรกิจในรัฐ Vermont ทั้งหมดเพราะหากขออนุญาตจากคนไข้ ย่อมยากที่จะได้รับการยินยอม
เครื่องมือใหม่ของบริษัทเหล่านี้คือการฟ้องต่อศาลสูงสุด (Supreme Court) สหรัฐฯ โดยร้องว่ากฏหมายดังกล่าวเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญข้อแรกของสหรัฐฯ ที่ให้ความคุ้มครองสิทธิในการพูด (freedom of speech) โดยระบุว่าข้อมูลที่ได้จากการทำ data mining นั้นเป็นการแสดงความเห็นทางธุรกิจ (commercial speech) และต้องได้รับการคุ้มครอง
การฟ้องร้องเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้วในศาลแขวง (District Court) แต่คำพิพากษาตัดสินให้รัฐ Vermont ชนะและกฏหมายมีผลต่อไป ทางออกของบริษัทเหล่านี้จึงเหลือศาลสูงสุดสหรัฐฯ ซึ่งจะเริ่มพิจารณาคดีในวันนี้
ประเด็นความเป็นส่วนตัวและการประมวลผลข้อมูลเช่นนี้เป็นประเด็นที่ต่างประเทศมีปัญหาและเกิดคดีความกันมากขึ้นเรื่อยๆ บ้านเราในตอนนี้กฏหมายในส่วนนี้ยังไม่มีกฏหมายโดยตรงออกมา อาจจะเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจะมีการปกป้องในส่วนนี้อย่างไรบ้าง
ที่มา - Fierce Phama
Comments
เทอมหน้าผมมีเรียน data mining พอดี ^O^ เห็นรุ่นพี่ว่ากันว่ามันน่าปวดหัวยิ่งนัก
ผมไม่แน่ใจ แต่ถ้ามันทำให้เป็น anonymous ได้คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่กระมัง