บริษัทวิจัย VisionMobile ได้รับทุนจากโครงการ Webinos ของ EU ให้ศึกษารูปแบบการจัดองค์กรของโครงการโอเพนซอร์สชื่อดังจำนวน 8 โครงการ
ทาง Vision Mobile ได้พิจารณาปัจจัยต่างๆ หลายอย่าง เช่น สิทธิการเข้าถึงซอร์สโค้ด การกำหนดแนวทางโครงการ ชุมชนนักพัฒนา ฯลฯ แล้วจัดทำดัชนีความเปิดกว้างในการบริหารโครงการ (Open Governance Index) มีคะแนนเต็ม 100
ผลก็คือ Eclipse เป็นโครงการที่มีความ "เปิด" ตามดัชนี OGI มากที่สุดคือ 84% ส่วนโครงการที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ Android 23%
คะแนนของทั้ง 8 โครงการ
กรณีของ Android ได้คะแนนดังนี้
ทางผู้วิจัยได้สรุปว่าแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างมากกว่า มักจะประสบความสำเร็จในระยะยาว โดยยกตัวอย่างของ Eclipse, Linux, Mozilla, WebKit ว่ามันพิสูจน์ตัวเองเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม มีกรณีของ Android ที่ "ปิด" มากที่สุด กลับประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะระบบปฏิบัติการมือถือ ซึ่ง VisionMobile บอกว่าความสำเร็จของ Android ไม่เกี่ยวกับความเป็นโอเพนซอร์สมากนัก แต่เป็นเพราะชื่อเสียงและการสนับสนุนทางการเงินของกูเกิล และ "ราคา" ในการใช้งานต่างหาก
ตัวเอกสารฉบับเต็มยังมีรายละเอียดอีกมาก ผู้สนใจเรื่องการจัดการโครงการโอเพนซอร์สควรอ่าน ดาวน์โหลดได้ที่ VisionMobile
ที่มา - Ars Technica
Comments
เห็นด้วยกับบทความนะ Android ที่คนพูด ๆ กัน ว่าเปิดกว้าง ๆ นี่ไม่ได้น่าจะหมายถึง Opensource แม้คนจะพูดว่าใช่ก็ตาม
แต่พอถามรายละเอียดจริงๆ ว่าเปิดอะไร ก็ดันพูดว่าเปิดให้ปรับแต่ง.... มันใช่ opensource ตรงไหนฟระ!!?
ไปโหลดโค๊ดมา Compile ใช้งานก็ได้ครับ
จะให้ถูกต้องเรียกว่า open source แต่ไม่ open development ครับ
ดีกว่าปล่อยเรื่อง fragmentation เอาไว้นะครับ
samsung ใหญ่แค่ใหน ?
https://youtu.be/6Afpey7Eldo
+65535 !
Open Source โหลด Source เพิ่ม Driver แล้ว Complie ได้อย่างอิสระ จะเพิ่ม Code ตรงส่วนใหนก็ได้ แต่จะปิดที่แนวทางพัฒนาที่ไม่ได้เปิดเผยมากนักจนกว่าจะเปิดตัว และ Code หลายๆส่วนต้องแกะเอง
ผมว่าบทความนี้ไม่ถูกชะทีเดียวนะครับ โดยมาวัดกันที่เวอร์ชั่น honeycomb. อย่างเดียว
ชึ่งเค้าจะปล่อยทั้งหมดก็version ice-cream เมื่อมันมีความสมบูรณ์จริงๆ
และตอนนี้googleก็เป็นหนึ่งรายใหญ่ที่สนับสนุนeclipse ผมว่าบทความนี้มันbias อ่ะครัย
ถ้ามองย้อนลงไปก่อนถึง honeycomb Google ก็releaseหมดนี่ครับ ต้องเข้าใจว่าhoneycombมันไม่พร้อมที่จะปล่อยจริงๆ
ตกลงเป็นบทความ/ ผลการศึกษาวิจัย มันเอียงหรือมันไม่ถูกใจ?
Eclipse :)
เพราะ Google ดันแท้ๆ
ถ้าไม่ปิดก็ไม่รอดสู้ไม่ไหว แต่ก็ต้องนำเสนอว่าเปิด(กว่า)เพื่อให้ดึงดูด
ชื่อ : Not Available at this Moment (N/A)
ต้องดูหลายๆ ปัจจัยประกอบ เช่น ทิศทางการพัฒนา อาจจะต้องถูกเก็บเอาไว้ เพราะในตลาดมีคู่แข่งสูง (และดุเดือด) รวมทั้งมีผลกระทบต่อคู่ค้า (จะได้เป็นรายละเอียด ในส่วนที่ปรับแต่งเพิ่มเติมกันไป ให้เป็นเอกลักษณ์ เพื่อประโยช์ในทางพานิชย์ ของคู่ค้า แต่ละรายด้วย)
แต่กรณีชุมชนนักพัฒนานี่ เพิ่งรู้ว่ามี 555 ^^'
my blog
iOs = 0%
ต่างกันแค่ 23 % ?
555+
ผิดแฮะ ฮ่าๆๆ
เวลาดูสาวชอบดูสาวขาวๆ Sex Sex เวลาดู Notebook ชอบแบบ"ถึกๆดำๆ"
Twitter : @Zerntrino
G+ : Zerntrino Plus
เปรียบเทียบแบบนี้ไม่ถูกนะ เพราะเขาแสดงจุดยืนมาตั้งแต่แรกแล้วว่า "ปิด"
+1 ครับ
oxygen2.me, panithi's blog
Device: HP Zbook, iPad Pro, iPhone 15PM, iPhone 16+, Nothing Phone 1
ลองเปิดหมดสิครับ
เจอ android กลายพันธุ์แหง่ๆ
ขนาดนี้ยังปวดหัวกับ fragmentation
ถ้าเปิดหมดจริงๆเนี่ย เหอๆแค่นึกก็ปวดหัวแล้วครับ :D
เวลาดูสาวชอบดูสาวขาวๆ Sex Sex เวลาดู Notebook ชอบแบบ"ถึกๆดำๆ"
Twitter : @Zerntrino
G+ : Zerntrino Plus
fragmentation มันเกิดเพราะตัว device ไม่ใช่เหรอครับ
^
^
that's just my two cents.
ครับผม ก็ผมหมายถึงปวดหัวกับ Device ไม่พอ
ยังต้องมาปวดหัวกับ android กลายพันธุ์ต่างๆด้วยอะครับ
แล้วกรอบพัฒนานี้ไม่มีทิศทางชัดแน่อะครับ เหอๆ
เวลาดูสาวชอบดูสาวขาวๆ Sex Sex เวลาดู Notebook ชอบแบบ"ถึกๆดำๆ"
Twitter : @Zerntrino
G+ : Zerntrino Plus
เรื่อง "กลายพันธุ์" หรือ derivative นี่ถือเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของโอเพนซอร์สเลยนะครับ จริงๆ พวก ROM Mod ต่างๆ ก็น่าจะนับได้
การกลายพันธุ์จะช่วยให้นวัตกรรมเกิด ในกรณีที่ความเห็นของนักพัฒนากับเจ้าของโครงการไม่ตรงกัน ก็แยกสายกันทำ ใครดีคนนั้นก็อยู่ได้เอง กรณีที่แยกกันก่อนแล้วมารวมกันก็เคยเกิดขึ้นแล้ว Compiz/Beryl
ในแง่ผู้บริโภค fragmentation ไม่ใช่สิ่งที่พึงประสงค์ แต่ derivative != fragmentation เสมอไป มีวิธีควบคุมคุณภาพหลายอย่าง เช่น กำหนดเรื่องสิทธิการใช้แบรนด์ (Debian ไม่มี Firefox เพราะไม่ผ่านมาตรฐานของ Mozilla จึงต้องนำโค้ดไปคอมไพล์เป็นชื่ออื่นแทน)
การกลายพันธุ์ไปในทางทีดี ผมว่าเรียกว่า วิวัฒนาการ ได้นะครับ
คิดถึงเรื่องกฎการอยู่รอดเลย
เรื่องกลายพันธุ์ มองดีมันก็ดีนะ
มองอีกแบบมันจะเหมือน Linux Distro
ที่ออกมามากจนแข่งกันเอง เวลามีปัญหากันก็แตกไลน์ (คล้ายๆ open office / liber office )
แข่งจนเขรอะ เลอะเทอะมาก มีไม่กี่ตัวที่ไปได้สวย
แตกเยอะ กลายพันธ์แบบ Linux ก้อไม่ไหวนะครับ ทุกวันนี้ผู้ผลิต Hardware แทบจะไม่อยาก Support Linux เลย เพราะเรื่อง Fragmentation นี่แหละ อย่าง Ubuntu เองแค่ข้าง Distro หรือ Version ก้อทำให้มีปัญหาใช้ Hrdware บางตัวไม่ได้แล้ว
โดยเฉพาะ Sound Card นี่โดนจนปวดหัว
Destination host unreachable!!!
จริงๆ แล้วนอกจากเรื่อง fragmentation ก็มีเรื่อง "ความลับ" อีกครับ
ตามกฏของ opensource คือใครใช้ opensource ก็ต้องเปิด source ด้วยเช่นกัน อย่างการ์ดจอเนี่ยจะเห็นได้บน Linux นั้นไดรเวอร์การ์ดจอมันล้าหลังมาก ก็เพราะสาเหตุนี้แหละครับ
อันนี้ผมจำมาจากคนในนี้อีกทีแหละครับ นานมากแล้ว
อันนี้ข้อมูลจากไหนหรือครับว่าผู้ผลิต Hardwareไม่อยาก support Linux เพราะการมีหลายๆดิสโทร?
โดนมากับตัวนี่แหละครับ โดยเฉพาะ Creative โพสเข้า Support ถามหา Driver ทีไรไม่เงียบก้อบอกให้ใช้ Open Driver หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ แล้วก้อใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ใช้ไม่ได้แบบเสียงไม่ออกนะครับ แต่ใช้ไม่ได้แบบเสียง 4.1 ,5.1 ไม่ออก พอถามถึง Driver ตรงตัว ก้อบอกว่าไม่มีโครงการที่จะทำ ให้ตายเถอะโรบิน
Destination host unreachable!!!
อ้อ เพราะว่าถ้าทำ driver มา support linux ก็ต้องเปิดเผย source code ด้วยนี่เอง ทำให้ความลับของผลิตภัณฑ์ถูกเปิดเผยหมด เค้าก็เลยไม่อยากทำกัน
Blognone เคยลงข่าวว่าการ์ดจอยี่ห้อนึง (พูดตรงๆ ว่าผมจำไม่ได้) แค่ hack driver (Windows) ก็เปิดความสามารถของการ์ดจอตัวท็อปได้
ขนาด Driver บน Windows ยังโดน hack ได้ แล้วถ้าเป็นแบบเปิดซอร์สก็ลองคิดดูครับ
** จริงๆ แล้วทางผู้ผลิตก็มีการพัฒนาไดรเวอร์ป้อน Linux นะครับ แต่ว่าเปิดความสามารถไม่หมด
หาข่าวเจอแล้วครับ ไดรเวอร์การ์ดจอ ATI รุ่นโอเพนซอร์สมีประสิทธิภาพดีขึ้นมาก
ขยายความอีกนิด เหตุผลคือว่าถ้าไปเปิดซอร์สแล้ว ค่ายคู่แข่งก็รู้ไต๋เราได้น่ะครับ
น่าจะเป็นคอมเมนต์ผมมั๊ง(ผมก็ไปก๊อบอันเก่ามาอีกที)
เรื่องรู้ไต๋ก็เรื่องหนึ่งครับ ในความเห็นของผมเป็นเรื่องเล็กมาก ปัญหาคือบริษัทพวกนี้มักซื้อเทคโนโลยีจากบริษัทอื่นๆ มา ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะติดสัญญาอนุญาตที่ไปซื้อมา เช่น ขายได้ห้ามเปิดซอร์ส
ปัญหานี้เป็นปัญหาเดียวกันกับสมัย Sun จะเปิดซอร์สของ Solaris และ Java ครับ
lewcpe.com, @wasonliw
อันนี้ไม่จริงแน่ๆ ครับ เพราะมีบริษัทหลายแห่งให้โหลด binary driver ที่ไม่เปิดซอร์สมาใช้ (เช่น NVIDIA) ซึ่งก็มีข้อดีคือรองรับฟีเจอร์เยอะ แต่ข้อเสียคือดิสโทรเอาไปรวมลำบาก
กรณี firefox กับ debian นี่ ตอนแรก คิดว่าเป็นเพราะ สัญญาอนุญาติ ของ firefox และเรื่อง เครื่องหมายทางการค้า ซะอีก debian ถึงใช้ชื่ออื่น
firefox เองก็มี versionที่เป็นของ GNU จริงๆเหมือนกัน ชื่อว่า Icecat
Opensource - Hackintosh - Graphic Design - Scriptkiddie - Xenlism Project
มีประเด็นทั้งสองฝ่ายครับ แต่จุดแตกหักอยู่ที่ Mozilla ไม่ยอมให้ Debian ใช้เครื่องหมายการค้า เพราะถือว่า Debian "แพตช์มากเกินไป" จนแตกต่างจาก Mozilla ต้นฉบับ ซึ่งเหตุผลของ Debian ก็คือ Debian พยายามจะใช้ไลบรารีต่าง ๆ จากระบบ ไม่ใช่ copy โค้ดเหล่านั้นเข้ามาในตัวทั้งหมดแบบที่ Mozilla ทำ และอีกเรื่องคือ Debian ต้องรองรับเครื่องสถาปัตยกรรมต่าง ๆ หลากหลายกว่าที่ Mozilla รองรับมาก จึงมีแพตช์ที่เกี่ยวกับ portability เพิ่มเติม ซึ่งส่งไปให้ Mozilla แล้ว Mozilla ไม่เคยสนใจที่จะรับ ธุระไม่ใช่ ประมาณนั้น
แต่เรื่องนี้อาจจะจบในเร็ววัน เพราะ Mike Hommey ซึ่งเป็นนักพัฒนา Debian ที่ดูแลแพกเกจ iceweasel ได้เข้าไปทำงานกับ Mozilla แล้ว และเริ่มทำให้มีการรวมแพตช์จาก Debian เข้าไปมากขึ้นเรื่อย ๆ (เช่น เรื่อง speed ของ Firefox 6)
สำหรับผู้ใช้แค่ user ธรรมดาอย่างผม "เสรี" คงมีความหมายแค่ "ฟรี" น่ะครับ
ถ้า android "ฟรี" แล้ว "ดี" พอใช้งาน user ธรรมดาคงไม่ได้ใส่ใจกับ "ระดับ" ของความเปิดเท่าไหร่
ขณะที่ eclipse ก็ยอดเยี่ยม แต่ plugin ที่ยอดกว่าต้องเสียเงิน (เข้าใจและยอมรับ แต่...)
บางทีก็มีผลกับความรู้สึกเหมือนกันครับ (แหะ ๆ)
ในระยะยาวจะเป็นไงหละหนิ
Blognone = 138.1 news/w เยอะมากๆ
มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะแยะไปหมดเลยแฮะ
symbian เปิดมากกว่า android อีกแน่ะ
แต่ก็นะ... จะทิ้งกันแล้วนี่นา...
+1 lol ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก ขึ้นไปเช็คเปอร์เซ็นต์อีกที lol ต่อ
อย่าได้เอ็ดไปเชียว Symbian,Qt นี่ก็ยังเป็นขวัญใจของชาว Embeded เลยทีเดียวนะครับ :)
ยังไม่มีโอกาสใช้ android เลย ใช้แต่ Symbian 555+
ลุ้น MeeGo
+1 รอ Meego เหมือนกันครับ
Destination host unreachable!!!
คงไม่ใช่อาทิตย์ต่อมาทาง VisionMobile ออกมายอมรับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องโกหก นะ
สำหรับผม Android ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่า software พวกที่แจกฟรีแล้วมี banner แปะไว้ให้ developer มีรายได้แทนการขาย
ส่วนใครยังคิดว่า android เป็นโลก opensource ที่เปิดกว้างอิสระเสรี ก็จินตนากันไปละกันครับ
Like
ส่วนเจ้าอื่นเป็นโปรแกรมที่วางขายแต่ก็มี banner เช่นกัน
samsung ใหญ่แค่ใหน ?
https://youtu.be/6Afpey7Eldo
อันนี้สับสนระหว่างตัวระบบปฏิบัติการ Android กับตัวแอพบน Android หรือเปล่าครับ?
ที่นี่เราคุยกันด้วยความรู้นะครับ ไม่ใช่จินตนาการส่วนตัว
......
Android ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่า software """พวก""" ที่แจกฟรีแล้วมี banner แปะไว้ให้ developer มีรายได้แทนการขาย
อุปมาอุปไมยครับ
แปลให้อีกที
หมายถึง software ที่เหมือนจะฟรี แต่ก็หากินแฝงอยู่ข้างในอีกที
ผมยังไม่เคลียร์อยู่ดีครับ รบกวนอธิบายหน่อย ผมรับรองด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ว่าจะไม่ bias ครับ (ชู 3 นิ้ว)
ผมเป็นแฟนคลับคุณก็เพราะเพราะแบบนี้แหละ ^^
ไม่เข้าใจ ถามกันดีๆก็ได้
คำอุปมาอุปไมย เป็นคำพูดในเชิงต่อว่าหรือเปรียบเปรย (ทั้งในทางดีทางร้าย) โดยผู้พูดยกเอาสิ่งแวดล้อมมาเทียบเคียงให้ผู้ฟังเห็นจริงไปตามนั้นซึ่งมักจะมีคำว่า เป็น เหมือน อย่าง เท่า ราวกับ ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมหรือคำวลีอยู่ในประโยค
เช่น ขรุขระเหมือนผิวดวงจันทร์ คอทองแดง ใจแข็งเหมือนหิน
ที่คุณบอกมาผมว่าเป็นการ "ดริฟท์" ครับ
ทำไมมีผมอ่านแล้วเข้าใจแบบนี้แต่แรกอยู่คนเดียวเลยล่ะครับ
อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้รู้สึกเคารพเทิดทูนระบบเปิด opensource อะไรมากนัก (แต่ก็ไม่ได้เกลียด) อ่านแล้วก็ตีความไปตามตัวอักษรตามปกตินะครับ ที่อ้างพจนานุกรมหลักภาษามาก็เหมือนจะถูกแต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียวเพราะนั่นก็แค่ phrase อธิบายสั้น ๆ สำหรับความหมายของคำว่า "อุปมาอุปไมย" หรือเปล่าครับ ซึ่งอันที่จริงแล้วการเปรียบเทียบนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้คำเปรียบเทียบดังกล่าวแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น "แข็งเป็นหิน" ก็เป็นการเปรียบเทียบเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่พูดถึงอยู่นั้นแข็งเทียบเท่าหินจริง ๆ ซึ่งถ้ามองกลับในประโยคตั้งต้นแล้วก็จะเห็นคำว่า "ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่า" ทำหน้าที่เปรียบเทียบอยู่เหมือนกันนะครับ
อันนี้ก็แล้วแต่คนจะตีความแล้วกันครับ แต่ในเมื่อมันมีช่องว่างให้ตีความไปในทางไหนก็ได้ ผมว่าคนที่เขียนไว้แบบนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ ผู้ส่งสารก็ออกมาบอกเจตนาความหมายของคำที่เขียนไปแล้วคนอื่นก็ยังไปหาว่าเขา drift อีก อ่านแล้วรู้สึกตะขิดตะขวงกับเป้าหมายของ "การสื่อสาร" ยังไงไม่รู้เหมือนกันครับ
แต่ผมเชื่อว่าถ้าให้คนเชี่ยวชาญหลักภาษามาอ่านจะเข้าใจได้ว่า "ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่า" ไม่ได้มีความหมายเดียวกันกับคำว่า "เป็น" และยิ่งไปกว่านั้นในบางครั้งคำว่า "เป็น" เองก็ไม่ได้มีความหมายว่า "เป็น" จริง ๆ อีกด้วย
That is the way things are.
สรุปว่าคุณก็ยังสับสนระหว่าง Android OS กับ Android App อยู่เหมือนเดิมสินะครับ
ผมเข้าใจว่าประมาณนี้นะ
Android OS => Open source => Free => ได้รายได้จาก โฆษณาและบริการอื่นๆ
เมื่อเทียบกับ
App Free ทั้งหลาย (ไม่ใช่เฉพาะ Android App) ที่ติด banner มาเพื่อหารายได้
2 อย่างนี้ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไร
และ Android OS เองก็ไม่ได้เปิดกว้างอิสระอะไรขนาดนั้น
อันนั้นคุณคิดเองมั้งครับ
ครับ ผมอาจจะคิดไปเอง แล้วคุณล่ะ คิดเองหรือป่าวว่าเค้าสับสน
Android OS มันหากินข้างในอย่างไรหรือครับ?
lewcpe.com, @wasonliw
ธุรกิจครับ อีกอย่างหลายๆผู้ผลิตที่เอา Android ไปใช้ ก็คงทำการบ้านมาพอสมควรครับ เค้าย่อมรู้อยู่แล้วว่าต้องเสียอะไรเพื่อได้อะไร
ข้อนี้ก็รู้ๆกันไม่น่าเป็นประเด็น
Blognone = 138.1 news/w เยอะมากๆ
ตัว app บน android ไม่ได้เป็น opensource นะครับ
ตัว OS ต่างหากที่เป็น opensource
เวลาดูสาวชอบดูสาวขาวๆ Sex Sex เวลาดู Notebook ชอบแบบ"ถึกๆดำๆ"
Twitter : @Zerntrino
G+ : Zerntrino Plus
dev ก็ขาย App ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องติดโฆษณา
น่าจะเข้าใจผิดจริง ๆ น่ะละ่
ปล. iOS ก็เป็นงี้เหมือนกัน
คุณพระ...
คิดว่าคุณ ninja ไม่ได้สับสนหรอก ผมเข้าใจว่าที่จะสื่อคือประมาณนี้ ทุกวันเราเข้า GG แล้วค้นหาข้อมูลใช่ไหมฟรีไหมครับ นั่นแหละคุณเป็นลูกค้าเขาแล้ว เวลาเปิดดูฟรีทีวี อย่าเพิ่งเปลี่ยนช่องไปไหนนะครับ(รอดูสปอนเซอร์ผมก่อน) อีกเดี๋ยวเรามีสิ่งที่น่าสนใจมากๆ มานำเสนอครับ
เห็นด้วยเหมือนกันนะ และความรู้ต้องมาพร้อมกับจินตนาการด้วย
เชิญไปจินตนาการที่อื่นละกันครับ
คนนี้ก็สับสนพอกัน -_-''
อยากบอกว่าผมเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการสื่อนะ
แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมบางคนที่ไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด ทำไมไม่ถามกันดีๆ นะ ทำไมต้องพูดกัดเค้าด้วย
เข้าใจที่คุณจะสื่อครับ
ประมาณว่าภาพลักษณ์ Android ในสายตาคนทั่วไปดูเปิดกว้าง เสรี ใจดีมาก แต่จริงๆแล้วมันก็เป็นธุรกิจแบบหนึ่งเช่นกัน ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร
ใช่เหลอ ตอนนี้นัก Develop หลายๆคนสามารถซื้อ Board arm 9 มาลงและเขียนโปรแกรม Android เพื่อรองรับงานบางงานเพื่อขายโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียวสำหรับ OS และไม่มี Banner แปะ แม้แต่Pixelเดียว และที่สำคัญผู้ใช้งานอาจจะไม่รู้เลยว่าคือ Android
อย่าด่าพวกผมเลยครับ ผมก็ต้องใช้เิงินจริงๆไปซื้อข้าวกินครับไม่ได้โหลดข้าวฟรีที่ไหนมากินได้ ถ้าไม่่มีช่องทางนี้ก็จะไม่มีแอพหลายตัวเกิดได้เลยครับเพราะบนแพลตฟอร์มนี้ผู้บริโภคไม่ินิยม"ซื้ิอแอพ"ครับเน้นของฟรีมากกว่า
จับเอาคำว่า Free กับ Opensource รวมกันแบบนี้ก็แย่หนะสิครับ
มันคือธุรกิจครับ ถ้าจะพูดว่ามันไม่เสรีเลยก็ไม่ถูกครับ เพราะมันมีส่วนที่เสรีอยู่มากกว่าระบบปิด แต่ถามว่าเปิดแค่ไหน ก็ตามเนื้อหาข่าวครับ
Blognone = 138.1 news/w เยอะมากๆ
ซึ่ง VisionMobile บอกว่าความสำเร็จของ Android ไม่เกี่ยวกับความเป็นโอเพนซอร์สมากนัก แต่เป็นเพราะชื่อเสียงและการสนับสนุนทางการเงินของกูเกิล และ "ราคา" ในการใช้งานต่างหาก
.................
จริงๆเหรอครับ ???? ผมคิดว่าเป็นการสรุปที่อคติ
VisionMobile บอกว่าการที่ android ประสบความสำเร็จเกิดจาก
1."ชื่อเสียง" ในโลกมือถือผมว่า Nokia ก็ยังดังกว่า google นะ แล้วทำไม Nokia ถึงตกต่ำ???
2."การสนับสนุนทางการเงิน" มีโครงการไหนดังๆ ไม่มีคนสนับสนุนบ้าง???
3."ราคา" คิดว่าราคามือถือ Android มีตั้งแต่ราคาต่ำไปยันราคาแพงเพราะอะไรครับ???? ไม่ใช่เพราะโอเพนซอร์สเหรอ???
ถ้าผมคิดผิดรบกวนแย้งพร้อมให้เหตุผลได้เลยครับ
ไม่ได้ถึงกับเห็นต่างนะครับ เรียกว่าเห็นอีกมุมละกัน
ชื่อเสียง ไม่ได้หมายความว่าดังกว่าแล้วจะประสบความสำเร็จกว่า ดังกว่าแแต่ไม่พัฒนา ย่ำอยู่กับที่ถึงเป็นยักษ์ก็กลายเป็นยักษ์ที่ล้มเสียงดังครับ ชื่อเสียงของกูเกิลเป็นเครื่องรับประกันได้ในระดับนึงว่า จะมีบริการต่างๆ ของกูเกิลให้ใช้ "ฟรี" และกูเกิลก็เป็นยักษ์ใหญ่ซึ่งใหญ่คนละแบบกับโนเกียครับ โนเกียก็แค่ใหญ่ในวงการมือถือ แต่กูเกิลนี่แกมีสิ่งสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จทางการตลาดครับ นั่นคือ "ข้อมูลความต้องการของลูกค้า" ซึ่งกูเกิลเก็บสะสมมานาน
หลายโครงการมีคนสนับสนุนก็จริง แต่กูเกิลเงินหนากว่าแน่นอนครับ เพราะโครงการต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ต้องทำมือถือตัวต้นแบบออกมาขายอีก ในช่วงแรกๆ ก็ไม่มีใครให้ความสนใจเท่าไรหรอกครับ ซึ่งในช่วงนี้ถ้าเงินไม่ถึง โครงการอาจพับเอาง่ายๆ ครับ
ผมงงมากว่าเหตุผลของคุณมันเกี่ยวกันยังไง, มือถือมีหลายราคาเพราะเป็น opensource? ไม่ใช่มั้งครับ... เพราะแต่ก่อนมือถือก็ไม่มีระบบ opensource ก็เห็นมีหลายราคา มองง่ายๆ คือ Nokia 1100 ราคา 850 บาทกับ Vertu ตัวละกี่หมื่นผมก็จำไม่ได้ .... มันไม่ใช่ opensource ถูกมั้ยครับ
เหตุผลทางด้านราคานี้ผมว่า VisionMobile พูดถูกต้อง และดูมีน้ำหนักที่สุด เพราะราคามันมีหลายระดับ ทำให้เข้าถึงตลาดได้หลายระดับ คุณมีเงินแค่สามพันกว่าบาทก็เป็นเจ้าของ smartphone ได้แล้ว แถม os ก็ไม่ใช่กระจอกๆ เพราะเป็น os ของ google ซึ่งเป็น os ตัวเดียวกับมือถือราคาสองหมื่นกว่าบาท
สังเกตุตรงที่ผมเน้นครับ มันตอบคำถามเกือบครบทุกข้อ
"os ก็ไม่ใช่กระจอกๆ เพราะเป็น os ของ google ซึ่งเป็น os ตัวเดียวกับมือถือราคาสองหมื่นกว่าบาท"
อันนี้แหละครับ ใจความสำคัญ เพราะ Android
ทำให้มือถือที่เราๆท่านๆใช้พอเทียบเคียงกับ iOS ได้บ้างไงครับ
ถึงแม้ HW จะไม่เท่า แต่พวก android features+app
มันทำให้ มือถือราคา5พัน เป็นมากกว่ามือถือราคา5พันครับ
มันเป็นทางเลือก หากตอนนี้ไม่มี android
ผมก็ต้องยังใช้ iPhone แน่นอน
เวลาดูสาวชอบดูสาวขาวๆ Sex Sex เวลาดู Notebook ชอบแบบ"ถึกๆดำๆ"
Twitter : @Zerntrino
G+ : Zerntrino Plus
อธิบายตรงข้อ 3 เพิ่มเติมครับ
การที่ Android มีช่วงราคาที่กว้างเริ่มตั้งแต่สองสามพันไปยันสองหมื่นแต่ base ที่ OS เดียวกัน ผมคิดว่าเป็นผลประโยชน์ที่มาจาก opensource โดยตรงครับ
ซึ่งผมก็คิดว่าสามารถแย้งกับข้อสรุปได้ทุกเรื่อง
os อื่นราคา 15$ มันไม่ได้ทำให้แพงกว่ากันเท่าไหร่เลย เมื่อก่อน wm แบบราคาไม่สูงก็มี แต่เดี๋ยวนี้ถูกกว่าเพราะต้นทุน hardware ถูกกว่ามากกว่า
อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว
เมื่อก่อน WM ราคาเริ่มต้นที่หมื่นปลายนะครับ ที่ม้นมาถูกเพราะมันขายไม่ออกช่วงหลังๆนี่
มันไม่ได้แพงเพราะค่า OS หนิ ยุคนั้น ถึงมี OS open source มันจะถูกกว่ากี่บาท ค่า OS ที่จ่ายเพิ่มมันไม่ถึงพันนะ
ผมคิดว่าที่ราคาทุกวันนี้มือถือถูกลงได้เพราะ 1. ชิ้นส่วนถูกลง 2. คู่แข่งเยอะ แม้ android ไม่ open source ก็ทำให้มือถือถูกลง เพราะมีคู่แข่ง มีตัวเลือกดีๆ ในตลาดเพิ่มขึ้น แต่ผมไม่คิดว่าเป็นเพราะ open source อยู่ดีนะครับ
อคติทำให้คนรับเหตุผลด้านเดียว
15$ นี่เมื่อเป็นต้นทุน "ดิบ" ถือว่าแพงมากครับ นึกภาพเวลาเราเห็นต้นทุน iPhone 4 เครื่องละ 8,xxx นั่นล่ะครับ เวลาผู้ผลิตมองต้นทุนต่อเครื่องแล้วเห็นเงิน 15$ มาเป็น 10-20% ของต้นทุน เขาก็ไม่อยากใช้
lewcpe.com, @wasonliw
ผมขอหยุดนะครับเพราะผมรู้สึกว่าไม่ใช่ VisionMobile แล้วที่มีอคติ ผมมองว่าคุณอคติกับ VisionMobile มากกว่าครับ
หยุดแล้วมีสร้อยแบบนี้เหมือนมวยหมดยก คุณก็วิ่งไปฟาดปากอีกฝ่ายแล้ววิ่งกลับมุมนะครับ
ผมอคติอย่างไร กรุณาชี้แจง
จริงๆ แล้วผมก็สร้อยเพื่อให้คุณถามนี่แหละครับ เพิ่มระดับความเกรียนเล็กน้อย
ประเด็นแรกเลย คือคุณมองว่า "VisionMobile อคติ" ผมยังไม่เข้าใจว่าอคติตรงไหน ทั้งๆ ที่มันเป็นความจริงล้วนๆ เลยครับ แต่ยังขาดประเด็นหลักอีกบางประการอย่างเช่น มีความหลายหลาย, มี custom rom ฯลฯ
ประเด็นที่สอง คุณบอกว่า "เมื่อก่อน WM ราคาเริ่มต้นที่หมื่นปลายนะครับ ที่ม้นมาถูกเพราะมันขายไม่ออกช่วงหลังๆนี่" ตรงนี้ผมเห็นว่าคุณเริ่มเอาสีข้างเข้าถูแล้วครับ เพราะมือถือในยุคแรกๆ ราคาแพงกว่าหมื่นปลายอีก ไม่เกี่ยวกับการมาของโอเพ่นซอร์ส และไม่เกี่ยวกับว่ามันขายไม่ออกเลยครับ ยุคสมัยเปลี่ยน เทคโนโลยีมันถูกลง ทุกคนจับต้องได้มากขึ้น ไม่เกี่ยวกับ opensource ครับ
ประเด็นที่สาม ตอนแรกคุณไม่เห็นด้วยกับ VisionMobile ในเรื่องที่ android ได้รับความนิยมเพราะ "ราคา" แต่พอผมบอกว่ามันคือจุดแข็ง คุณก็กลับบอกว่า ก็เพราะมันเป็น opensource ไง ราคาเลยถูก มีหลายราคาให้เลือก
นั่นหมายถึงคุณก็เห็นด้วยกับ VisionMobile ซึ่งก็แสดงว่า VisionMobile เค้าก็พูดถูกแล้ว
ประเด็นที่สี่ คุณบอกว่า "ถ้าผมคิดผิดรบกวนแย้งพร้อมให้เหตุผลได้เลยครับ" แต่จากข้อสามกับข้อสอง บอกได้ว่าคุณไม่ได้ใช้เหตุผลเลยนะครับ
นี่แหละครับที่ผมบอกว่าคุณ "อคติ"
อันนี้หยอดไว้ให้ตัวเองดูดีนิดนึงครับ บางทีอาจเป็นที่ตัวผมเองตีความสิ่งที่คุณบอกมาผิดพลาด เหมือนหลายๆ ครั้งที่ผมเถียงกับคุณ Thaina ตั้งนานเพราะจับประเด็นและสิ่งที่เค้าต้องการสื่อผิดครับ
ก็แค่นั้นแหละครับ ผมไม่ได้บอกว่าผมคิดถูกทั้งหมด แต่ผมไม่มีปัญหากับการคิดต่าง
หากคุณจะแย้งก็บอกเหตุผลมาก็จบ
ผมก็คงไม่ต่อความยาวสาวความยืดหรอก ไม่ใช่ว่าผมเถียงไม่ออกนะแต่ผมว่าไร้ประโยชน์มากกว่า ความคิดใครความคิดมันครับ
Symbian ตอนที่ยังไม่ Opensource ก็มีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นครับ :p
Blognone ยินดีต้อนรับความเห็นแบบนี้เสมอครับ ดีกว่าพวกข้างบนๆ มาก
ข้อ 1) ต้องแยกว่าโนเกียกับกูเกิลมาจากคนละอุตสาหกรรมครับ โนเกียอยู่ในช่วงอิ่มตัวพอดี ในขณะที่กูเกิลได้รับการยอมรับมาจากอุตสาหกรรมอื่นๆ พอออก OS ที่มีบริการของกูเกิล (ที่ได้รับการยอมรับอยู่แล้ว) โมเมนตัมก็ยิ่งมา
ข้อ 2) ขึ้นกับดีกรีของการสนับสนุนครับ กรณีอย่าง Mozilla กูเกิลก็จ่ายแต่จ่ายจิ๊บๆ มากเทียบกับขนาดของบริษัท ในขณะที่ Android นี่ทุ่มสุดตัว
ข้อ 3) อันนี้ผมเขียนไม่ดีเอง "ราคา" ในที่นี้หมายถึงราคาของตัว OS ที่มีราคา "น้อยกว่าศูนย์" (นั่นคือไม่ต้องจ่ายค่า OS แถมได้เงินจากโฆษณา-บริการอื่นๆ) ซึ่งเทียบกับ OS คู่แข่งแล้วดีกว่ากันเยอะ
netbeans ละ opensoure แบบ Android รึเปล่า เพราะ netbeans ก็ oracle เป็นนคุมทิศทางเหมือนกัน สงสัยเหมือนกัน
ไม่มี OpenOffice เหรอ?
pittaya.com
แบบนี้ถ้า MeeGo ฮิตขึ้นมา Android จะยอดตกลงไปหรือเปล่าเนี่ย
รอดู N9 นะครับ ดู VDO แล้วผมว่ามันเจ๋งมาก ดีไซน์ก็สวย UI ก็แจ่ม
แต่อย่างว่าแหละครับ มันเป็นมุมมองจากคน Geek ต้องดูว่าตลาดส่วนใหญ่ตอบรับยังไง
ถ้ายอดขายไม่ดีคงมี MeeGo ให้ได้เห็นอีกสักตัวแล้วก็คงพับโครงการ (แล้วกลับไปซิมเบี้ยน?)
เพื่อนผมที่ไม่กี๊ก (หายากมาก - ผู้เขียน) บอกว่า N9 นี่น่าสนใจฮะ
แนวคิดเขาทำให้เข้าใจง่ายดีจริง แบบที่หุ่นไม่เคยทำได้
น่าเสียดายแค่ออกมาช้าไปหน่อย ถ้าออกมาซักปลายปีที่แล้วนะ!
ผมไม่มีเลยครับ เพื่อนไม่ Geek แต่ก็ชอบ Gadget TwT
มัน Geek ทั้งนั้น
โลกที่มีคนโสดเยอะๆ แบบนั้นคงเฮฮาน่าดูสินะครับ
ปล.นอกเรื่องนิหว่า
งวดนี้อ่าน comment มันส์แฮะ
อ่าน Blognone เพราะอยากอ่าน comment นี่ล่ะ
เหมือนกันครับ อยาเห็นว่าคนอื่นเค้าคิดกันยังไง
+1
แฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์ | MacThai.com
หัวข่าวที่อ่านแล้วรู้ว่า comment ข้างในต้องมันส์
+1
+1
...
จะเปนมาม่าขึ้นเวบจ่าอีกไม๊นิ
Destination host unreachable!!!
สวดยอด บล๊อก