Facebook ประกาศเตรียมลงทุนเป็นเงินกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 33,000 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งแรกของ Facebook ในทวีปเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์
โดยศูนย์ข้อมูลอาคาร 11 ชั้น ที่มีขนาดพื้นที่กว่า 1.7 แสนตารางเมตร แห่งนี้จะตั้งอยู่ทางตะวันตกในย่าน Tanjong Kling ที่มีชื่อเรียกเดิมว่า Data Centre Park และ Facebook บอกว่าจะสร้างงานในประเทศเพิ่มกว่าหลายร้อยอัตรา นอกจากนี้ศูนย์ข้อมูลดังกล่าวยังออกแบบให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นพลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์
Facebook ให้เหตุผลที่เลือกสิงคโปร์ว่าทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม, ความสามารถของบุคลากรในประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่น
ที่มา: Facebook
Comments
สิงคโปร์จะกลายเป็นเมืองแห่ง Data center แล้ว มีหลายบริษัทเข้าไปลงทุนเยอะมาก
แต่ปัญหาที่จะตามมาคือ Singapore มีพื้นที่ไม่พอแล้วนะสิครับ ไม่รวมพื้นที่อนุรักษ์ของ Singapore ด้วย
ความล้มเหลว คือจุดเริ่มต้นสู่ความหายนะ มีผลกระทบมากกว่าแค่เสียเงิน เวลา อนาคต และทรัพยากรที่เสียไป - จงอย่าล้มเหลว
อิจฉานะ ถ้ามาตั้งในไทย คงยกระดับโปรแกรมเมอร์ไทยรุ่นใหม่ๆ ได้เยอะเลย
สมัย CAT โดนบุก ผมว่าต่างชาติผวาพอสมควร
ขนาดผมเป็นคนไทยยังอยากไปตั้งที่สิงคโปร์เลย
อย่าเอาไทยไปเทียบเขาเล้ยยยย
คนเก่งในไทยก็มีเยอะ แต่เรื่องข้อกฎหมายกับการเมืองมันทำให้ไม่น่าตั้งจริมๆ
ไทยคงไม่มีโอกาส
ดูจากเคเบิลใต้น้ำ ก็ควรตั้งที่สิงคโปร์อยู่แล้วหล่ะประเทศเกาะได้เปรียบกว่าเยอะ
มีเจ้าไหนมาลงไทยบ้างเดี๋ยวจะเปลี่ยนไปใช้
baibook ? :P
facebook บอกว่าเลือกสิงคโปร์เพราะความสามารถของบุคลากรในประเทศนี่…… ตั้งใจจะบอกอะไรกับคนแถวนี้หรือเปล่า?
ไม่ต้องมาหรอกเสียของ... ตั้งในไทยยังไง ISP ก็ไม่ไปลากสายเชื่อมต่อหรอก IIG ไทยชอบเชื่อม IX มากกว่าเพราะ peering มันเซฟกว่าไง ไม่เชื่อลองดูใน BGP สิ หรือเอาง่ายค่า ping ไป Facebook สูงเหยียบ 50-70 ms. อย่างน้อยๆ ผ่านหลาย hop มากไม่ต่ำกว่า 10 hop ได้ ดังนั้นการจะมี datacentre ใหญ่ๆ ระดับโลกมาลงในประเทศไทยคงเป็นเรื่องไกลตัวมาก เอาง่าย ๆ อย่าง Google มี DC ในสิงคโปร์ ไม่เห็นมีใครไปต่อตรงกับเขาบ้าง เห็นมีแต่ต่อผ่าน IX ทั้งนั้น มันอยู่ที่วิสัยทัศน์ และการกล้าลงทุนด้วย
ping ก็ปกติ TH->SG นี่ครับ ไม่ถึง 50-70ms
ความเห็นผมไม่เกี่ยวกับข่าวนี้นะ แต่ผมก็สงสัยว่าการต่อ IX มันแย่ยังไง เพราะการต่อ IX มันสามารถทำ peering กับผู้ให้บริการได้โดยตรงโดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่า bandwidth ซักบาท
การตั้ง Datacenter ใช้ส่วนตัวอย่าง Facebook มันไม่จำเป็นและไม่ควรต้องต่อผ่าน IIG อยู่แล้วนี่ครับ ปกติก็ทำ peering กันอยู่แล้วเพราะผู้ให้บริการอยากให้ ISP มาเชื่อมกับบริการตนเองให้มากที่สุด
IX+peering ไม่ใช่การต่อตรงเหรอครับ? ผมเข้าใจว่า IX+peering เป็นการต่อตรง ส่วน IIG ที่เป็นการต่อผ่าน Gateway ไม่ใช่การต่อตรงซะอีก?
Russia is just nazi who accuse the others for being nazi.
someone once said : ผมก็ด่าของผมอยู่นะ :)
เทสในกรุงเทพหรือเปล่า? ผมอยู่ต่างจังหวัดครับ ต่างจังหวัดจะสูงกว่านี้ครับ ทุกวันนี้ผมเล่นเกมเซิร์ฟเวอร์สูงสิงคโปร์ค่าปิง 200 ต้นๆ เลย ใจหายว้าวเลย
ผมว่าบางเจ้า bandwidth ก็ฟรีจริงๆ แต่บางเจ้าไม่ฟรีเช่น BKNIX ไม่อย่างนั้นในตารางนี้ ทำไมตัวเลขมันกำหนดแบบแปลกล่ะครับ? จริงไหม? มันต้องมีค่าเช่าช่องสัญญาณ ฯลฯ
ใช่ครับ ผมเห็นด้วยนะ ถ้ามี FB DC ในประเทศ ป่านนี้เขาก็ลากตรงเข้า ISP ไปแล้ว แต่ต่างประเทศมันมีเรื่องการลงทุนเช่าช่องสัญญาณ ไปเปิดบริษัททำ terminal ที่สิงคโปร์ ฯลฯ จิปาถะ ต้นทุนสูง IIG ไทยเลยเลือกไปเกี่ยวสายเคเบิลแล้วลากเข้าไทย เพื่อเช่าเคเบิลที่มีอยู่แล้วไปอย่างเซฟๆไงครับ แล้วถามว่า เคเบิลสายนั้นลากไปไหนก็ไปลง IX ในสิงคโปร์ หรือฮ่องกง ด้านนั้นถ้าดูจากตาราง BGP มันก็จะเห็นแค่ว่า IIG เรานั้นต่อแค่ IX รอบบ้านเราเพื่อ peering เท่านั้น
ถ้าเปรียบเทียบกัน IX+Peering ก็เหมือนสายการบินที่บินเข้า Hub แล้วส่งผู้โดยสารให้สายการบิน codeshare ครับ แน่นอนว่ามันต้องนานหน่อย เพราะคุณต้องไปรอเที่ยวบิน codeshare ที่ hub ก่อนถูกไหม? บางทีเที่ยวบิน codeshare เที่ยวนั้นเต็มคุณก็ต้องรอต่อไป แต่ถ้า IIG ต่อตรงไป Facebook เลย มันก็จะเร็วกว่านี้ เพราะต่อตรงไม่แชร์กับใคร เหมือนเที่ยวบินที่บินตรงสู่จุดหมายปลายทาง คือมันรับประกันว่าเราถึงปลายทางแน่นอน
ในความคิดของผมคือ มันจะไม่ IIG ซักเจ้าเลยที่ทำบริษัทร่วมกันเพื่อต่อตรงแบบที่ว่าเพื่อการสื่อสารที่ดีกว่าของคนไทย เพราะดูๆ แล้วคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นทุกปีครับ
อันนี้คุณเข้าใจสลับกันหรือเปล่าครับ IX คือการต่อตรงโดยไม่ผ่าน 3rd party gateway(ที่คุณเรียกว่า hub) นะครับ ซึ่งการต่อแบบนี้ทุกเจ้าทำกับ Datacenter รายใหญ่ๆหมดครับ
ส่วน International Internet Gateway หรือ IIG ที่เนี่ย มันคือการต่อผ่าน Gateway(ที่คุณเรียกว่า Hub สายการบิน) นะครับ
การต่อ IX ระหว่าง ISP กับ Datacenter/CDN มักจะเป็นการต่อแบบ peering ครับ ซึ่ง peering เนี่ยแปลได้ว่าฟรี ส่วนการต่อกับโครงข่ายของผู้ให้บริการ IP จะเป็นการต่อแบบ IP transit ซึ่งเสียตังครับ
ส่วนที่คุณว่าทำไมอันนั้นอันนี้เสียตัง ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าค่าใช้จ่ายของเครือข่าย IP มันมี 2 ส่วนคือค่า upstream ที่ ISP ที่โหลด ต้องจ่ายให้ ISP ที่ถูกโหลด หรือจ่ายให้กับ Transit ISP ที่เป็นตัวกลาง ซึ่งการเชื่อมต่อโดยตรงแบบ IX+peering จะไม่มีค่าใช้จ่ายตรงนี้
ค่าใช้จ่ายส่วนที่ 2 คือค่าโครงข่ายครับ กรณีคุณจ้างบริษัทอื่นให้วางโครงข่าย+ดูแล ก็จะต้องจ่ายให้บริษัทอื่นตรงนี้(เช่น BKNIX ที่คุณว่ามา) หรือถ้าจะวางโครงข่ายเอง(ซึ่งส่วนมาก ISP ที่มี IIG ของตัวเองมักมีศักยภาพตรงนี้อยู่แล้ว) ก็วางเองดูแลเองครับ
Russia is just nazi who accuse the others for being nazi.
someone once said : ผมก็ด่าของผมอยู่นะ :)
ผมไม่มั่นในว่า ความหมายตรงกันไหมนะครับ? ผมเข้าใจว่า
Internet Exchange-IX คือ Internet Exchange Point ระดับ layer 2
ส่วน Internet Gateway ที่บ้านเราเรียกๆ ความจริงคือ Internet Exchange Point แต่เป็นระดับ layer 3 ซึ่ง layer 3 มันจะมีการประมวลผลเพื่อเปลี่ยนเส้นทาง
มันจะได้เป็น ISP --peering/transite--> IIG --peering--> EQIX --peering/transit--> Facebook
ซึ่งขา IIG --peering--> IX เนี่ย IIG อาจให้ bandwidth 100 Gbps
ส่วน EQIX --peering/transit--> Facebook ต่อ bandwidth 100 Gbps
แต่อย่าลืม IX ก็ต้องมีหลาย ISP/gateway/IX มา peering รวมกันถูกต้องไหมครับ? ดังนั้นมันต้องแชร์ bandwidth ขาไป IX -> Facebook และไม่มีสิ่งที่รับประกันว่า ใน Peak time เช่นช่วงหัวค่ำ ที่จะเกิดคอขวดและจะมี ping และค่า latency ที่สูงขึ้น IIG จะไม่ได้ bandwidth เท่ากับ IIG ลากเคเบิลตรงไปหา Facebook เอง ถูกต้องไหมครับ? ตามที่ผมบอกว่า
จะได้เป็น ISP --peering/transit--> IIG --peering--> Facebook ซึ่งผมคิดว่า เราไปขอ peering เกาะ Facebook ฟรี เขาน่าจะยอมให้เกาะฟรีๆ อยู่นะครับ เพราะลูกค้าคนไทยของเฟสบุ๊คก็ลำดับต้นๆ ของโลกซะด้วยสิ
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย
ผมก็ไม่รู้สิครับ ว่าเขาตกลงกันยังไง? ใครรู้เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับ Net Neutrality ด้วยสิครับ ใครจะไปรู้ครับ Facebook อาจจะเรียกเก็บผู้ที่จะมาเชื่อมต่อก็ได้ จริงไหม? อยากใช้ก็จ่ายมา หรือ EQIX อาจจะเรียกเก็บค่า priority จาก Facebook ก็ได้ อยากไฟล์ไหลลื่นก็จ่ายมา เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างสองฝ่ายตกลงพึ่งพอใจซึ่งกันและกัน คุณคงไม่คิดว่า IX เอกชน เช่น EQIX จะให้ peering ฟรีๆ ใช่ไหมครับ? Core Switch ตัวนึงก็ไม่ได้ถูกๆ นะครับ แถมเขามีเคเบิลใต้น้ำของเขาอีกต่างหาก ถ้าบริการฟรีบอกผมด้วยนะ ผมก็อยากไปขุดเอาข้อมูลธุรกิจเหมือนกันว่า เอาเงินมาจากไหน?
ดังนั้นในโลกนานาชาติมันไม่ได้อะไรที่ฟรีไปซะทั้งหมดนะครับ มันมีด้านมืดๆ เทาๆ อยู่ ถ้าคุณเป็น IIG Noname อยากต่อฟรีก็ต้องมีอะไรที่มีค่าเท่ากันไปแลกเปลี่ยนครับ นอกจาก IX ที่เป็นสาธารณะจริงๆ เช่น SGIX หรือ BKNIX อันนี้ ผมก็ชื่นชมครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ยกระดับเป็น BKIX ไปเลย ดึง Google ดึง Microsoft ดึงมหาวิทยาลัยในไทยมาร่วม ผมว่าจะสร้างโอกาสให้คนไทยได้นะครับ
ประเด็นของผมเลยก็คือ
1.จะเป็นไปได้ไหม? ที่ TIG เชื่อมต่อไป Facebook เลยโดยไม่ผ่านตัวกลางเช่น Equinix Singapore หรือ SGIX แบบที่กัมพูชาทำบ้าง
2.
หมายถึงว่า ในอนาคตประเทศไทยจะมีการนำทรัพยากรของ IIG ที่มีอยู่ของหลายๆ IIG มารวมกันเพื่อสร้าง IX ที่ใหญ่ที่สุดในการเชื่อมต่อ IX ต่างประเทศไหม?(ที่ผมในลางๆ คือ CAT IIG + TOT IIG ณ ตอนนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดไหม?) เพื่อลดต้นทุน
ผมไม่ทราบนะครับว่า ในทางปฎิบัติจะทำได้ไหม? เพราะผมก็ไม่ได้อยู่ในสายธุรกิจพวก network physical ซะด้วย คุณ McKay นอกนั้นผมก็เข้าใจเหมือนๆ กับที่คุณอธิบายมา
ไม่เข้าใจว่าคุณมอง IIG เป็นมุมมอง layer ไหนนะครับ ทำไมคุณถึงเอา layer 2 ไปวิ่งบน layer 3 ที่เป็น layer ต่ำกว่าได้
โดยปกติ IIG ทั้งตัวมันเองประกอบไปด้วยตั้งแต่ layer 1 - layer 5 (- layer7) มันถึงชื่อว่า Gateway ครับ การที่ IX ไปวิ่งบน IIG ไม่ได้หมายความว่ามันต้องวิ่งหรือ route ผ่าน network ของ EQIX ครับ มันแค่วิ่งบน layer 1 ของ IIG เฉยๆ อันนี้ดูตาม Network Map ได้ครับ จะเห็นว่า IIG ต่อผ่าน Facebook/Google/MS ที่อยู่ด้านซ้ายโดยตรง(Twitter อยู่ด้านขวา) ส่วน EQIX(SG) ที่มี link จำนวนมากจะอยู่ด้านล่าง แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามันเป็นคนละ route กันครับ
หรือถ้าไม่เข้าใจลอง tracert ได้ครับ
ปล. ping ไป router ที่มันเยอะระดับ 2-3ms นี่เพราะผมใช้ powerline นะครับ
Russia is just nazi who accuse the others for being nazi.
someone once said : ผมก็ด่าของผมอยู่นะ :)
ผมไม่ได้บอกว่า layer 2 ไปวิ่งบน layer 3 นี่ครับ? Internet Protocol มี 7 layer ถูกต้องอยู่แล้วนี่ครับ? ที่ผมหมายถึง คือ stack เชิง Data flow ตามภาพด้านล่างครับ
ดูรูปภาพนี้ประกอบ
Layer 1 คือ transport layer
Layer 2 คือ link layer
Layer 3 คือ internet layer
ผมบอกว่า IIG ที่ผมเห็นจาก Internet map ที่คุณอ้างนั้นเขาใช้ node หรือ router เป็น layer 3 ที่มีความสามารถในการกำหนดเส้นทางใหม่ มันเลยขึ้นใน traceroute ถ้าเป็น IX ที่ใช้ switch แบบ layer 2 มันจะไม่ขึ้น เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ 'Quiet' and 'Transparent' เช่น EQIX BKNIX ดูจากที่นี่ จะเขียนติดเลยว่า layer 2 หรือคุณลองนึกภาพในห้อง switch ของ IX ที่มีสายเคเบิลเข้ามาในห้องนี้ แน่นอนว่า มันต้องมีสวิตซ์หลายตัวเชื่อมต่อถูกไหม? ซึ่งการใช้ switch layer 2 มีข้อดีคือ รับ-ส่งเร็ว เพราะไม่ต้องปีน stack ขึ้นไปมาก ถ้าเป็น router layer 3 มันก็ขึ้นมาใน tracert โชว์เพราะมีการ adopt ชั้น Internet layer ไปประมวลเพื่อกำหนดทิศทางไงครับ
ถ้าไม่เข้าเรื่อง IX layer 2 กับ IX layer 3 แตกต่างยังไง? ดูวีดีโอ
ผมจะบอกว่า ไม่ควรดูแค่ traceroute และเอกสารแผนที่อะไรนั้น เพราะเอาเข้าจริงข้อมูลมันไม่ได้วิ่งผ่านตามที่ traceroute ได้เสมอไป ต้องลองทำ BGP ดูด้วย ว่ามันวิ่งถึงจริงหรือเปล่า และนี่คือผลลัพธ์ที่ได้จาก IP ของคุณ อ้าวไหนล่ะครับ? ที่แผนที่อินเทอร์เน็ตที่คุณอ้างถึงบอกไว้ว่า ไป peering กับ Facebook/Google/MS มีแต่ EQIX เท่านั้นเอง ดังนั้นข้อมูลอาจวิ่งจาก SBN-IIG/AWN-IIG --peering--> EQIX --peering--> Facebook ก็ได้ แต่ EQIX ใช้ switch L2 มันเลยไม่ขึ้นใน traceroute table ของคุณไงครับ คุณอาจจะไม่ทราบ
ข้อมูล switch แบบ layer 2 มันวิ่งแบบนี้ครับ
อะไรที่มันวิ่งถึงเร็วที่สุด มันจะวิ่งไปอันนั้นก่อน
ดังนั้นตาราง traceroute เราใช้อ้างอิงนั้น ส่วนมากจะใช้ได้เฉพาะคร่าวๆ เท่านั้น เพราะมันมีหลายปัจจัยประกอบกันทำให้ผลลัพธ์นั้นผิดเพี้ยนไป ยกตัวอย่างเช่น
Tracing route to one.one.one.one [1.1.1.1]
over a maximum of 30 hops:
1 <1 ms <1 ms <1 ms XXX [10.0.0.1]
2 1 ms 1 ms 1 ms node-1bep.pool-182-53.dynamic.totbb.net [182.53.XXX.XXX]
3 1 ms 2 ms 1 ms 172.17.22.229
4 * * * Request timed out.
5 7 ms 5 ms 5 ms 203.113.45.189
6 18 ms 17 ms 17 ms 203.113.44.229
7 17 ms 16 ms 16 ms 203.113.44.185
8 * * * Request timed out.
9 * * * Request timed out.
10 * * * Request timed out.
11 * * * Request timed out.
12 * * * Request timed out.
13 * * * Request timed out.
14 * * * Request timed out.
15 * * * Request timed out.
16 * * * Request timed out.
17 * * * Request timed out.
18 * * * Request timed out.
19 * * * Request timed out.
20 * * * Request timed out.
21 * * * Request timed out.
22 * * * Request timed out.
23 * * * Request timed out.
24 * * * Request timed out.
25 * * * Request timed out.
26 * * * Request timed out.
27 * * * Request timed out.
28 * * * Request timed out.
29 * * * Request timed out.
30 * * * Request timed out.
Trace complete.
ว้าว... ลิงค์หาย ทั้ง ๆ ที่ 1.1.1.1 เป็น IP address ของ public dns ของ cloudflare แต่หาไม่เจอ เข้าเว็บไม่ได้ ใครเป็นมีเจ้าหน้าที่ของ TOT ฝากแก้หน่อยนะครับ เข้าไม่ได้มาหลายเดือน dns ก็ดีบ้าง เน่าบ้าง จนตอนนี้ต้องใส่ DNS ไว้ 4 ตัว TOT หลัก 2 ตัว อีก 2 ตัวนึงเป็น DNS ไว้ cache ค่า DNS ไว้ อีกตัวเป็นของกูเกิล ขอบคุณครับ
ผมเลยฝากไว้เท่านี้ โปรดอย่าถึงสาผม เพราะความคิดผมก็จะขวางโลก คิดไม่เหมือนชาวบ้านครับ
ป.ล. จากข้างบนใน hop ที่ 1 สังเกตได้ว่า จะเป็น router เลย แต่ก่อนหน้านั้น จะมีสวิตซ์อีกมากมาย แต่ trace ออกมาก็ไม่เห็น
ป.ล.2 Internet Map ที่อ้างมานั้นแค่คราวๆ ครับ ใช้ไม่ได้ในเรื่องจริง เมื่อก่อนผมก็ดูนะตอนนี้ปี 2011 สมัยกำลังติดอินเทอร์เน็ต แต่พอติดจริงใช้ไม่ได้ พอหลังจากนั้นก็มีโอกาสทำงานเกี่ยวกับ DC อยู่พักนึง ก็รู้หลายๆ เรื่องครับ
ผมเข้าใจเรื่อง layer 2 และ layer 3 ครับ ที่เอา tracrt มาให้ดูเพราะคุณบอกว่า
ซึ่งเวลาผ่าน IIG ที่เป็น transit มันขึ้น hop layer 3 อยู่แล้วครับ ยกตัวอย่างเช่น
ส่วนเรื่อง 1.1.1.1 นี่เป็นบัค Cisco ที่ TOT ใช้เองครับ AIS ไม่เป็น
ส่วนเรื่อง Equinix นี่ไม่ขอออกความเห็นต่อแล้วกันนะครับ ยอมรับจริงๆว่าความรู้ไม่ถึง หา peer ของ AS24115, AS9989 ก็แล้วเอาขนาด B/W AS24115 มาหักลบ AS32934 ก็แล้ว ก็ยังมองออกไม่ได้ตามความเป็นจริง(เช่น AWN มี link แบบ share ไป EquinixSG 100G แต่ดันมี link ไป FacebookSG 200G แบบ peering??) อาจจะเป็นแบบที่คุณบอกก็ได้ครับว่า Internet Map มันมั่ว
Russia is just nazi who accuse the others for being nazi.
someone once said : ผมก็ด่าของผมอยู่นะ :)
ถ้าจะตั้งในไทย เขาคงนึกภาพตอนม๊อบนกหวีดไปล้อมปิดตึก กสท.
เว้นแต่จะทำให้สามารถช่วยเหลือได้ด้วยตัวเอง เช่น ใช้ Solar Cell + Wind Turbine รวมระบบไฟฟ้าสำรอง พ่วงกับใช้ระบบส่งสัญญาณไร้สายขึ้นดาวเทียมหรือส่งระยะไกลไปศูนย์ที่ใกล้เคียง ไม่พึ่งพาระบบอินเตอร์เน็ตและระบบไฟฟ้าในประเทศเลย (ยกเว้นน้ำที่ต้องพึ่งพาในประเทศ นำเขามาก็แพง ไม่คุ้ม)
แต่ทำแบบนี้ก็แพงกว่าเดิมไปมาก
ความล้มเหลว คือจุดเริ่มต้นสู่ความหายนะ มีผลกระทบมากกว่าแค่เสียเงิน เวลา อนาคต และทรัพยากรที่เสียไป - จงอย่าล้มเหลว