ไมโครซอฟท์ออก Windows 11 Insider Preview Build 25309 (Dev Channel) ของใหม่ที่สำคัญคือออกแบบตัวปรับระดับเสียง Volume Mixer ใน Quick Settings ใหม่ สามารถปรับระดับเสียงแยกตามแอพได้โดยไม่ต้องเข้าหน้า Settings
ในยุคของ Windows 10 ตัวปรับระดับเสียงตัวเก่ารองรับการตั้งค่าแยกตามแอพอยู่แล้ว คลิกที่ไอคอนลำโพงแล้วสามารถปรับเสียงแยกรายแอพได้เลย แต่พอมาเป็นยุค Windows 11 ไมโครซอฟท์ออกแบบตัวปรับระดับเสียงใหม่ ตัดความสามารถนี้ออกไป หากต้องการตั้งค่าแยกรายแอพ ต้องเข้าไปยังหน้า Settings > System > Sound > Volume mixer หลายขั้นตอน
การดีไซน์ตัวปรับระดับเสียงใหม่รอบนี้ ยังรวมตัวเลือก Output Device และ Spatial Audio (ถ้าฮาร์ดแวร์รองรับ) ไว้ในหน้าเดียวกันเพื่อความสะดวกด้วยเลย
Build 25309 ยังปรับแก้ UI จุดเล็กๆ อีกหลายจุด แต่ที่น่าสนใจคือ File Explorer เพิ่มปุ่มไอคอน Pizza เข้ามาในทูลบาร์ ซึ่งไม่มีฟีเจอร์ใดๆ แต่เป็นการบอกเวอร์ชันของ File Explorer เวอร์ชันใหม่ที่เปลี่ยนมาใช้ WinUI 3 แทน WinUI 2 เท่านั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสนุกๆ ที่เราคงได้เห็นกันเฉพาะตอนเป็น Insider
ที่มา - Windows Insider Blog
Comments
ใช้ตัวคุมเสียงของ xbox จนชินแล้วทำไมพึ่งจะมาาาาาาา
win 11 นี่คงรอยาวๆ กว่าจะน่าใช้
ตั้งแต่win11มานี่เมนูคือเพิ่มขั้นตอนการเข้าทุกแทบทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นเมนูคลิกขวา , volum mixer ,
พวก settingต่างๆคือกดหลายขั้นตอนมากกว่าจะถึงหน้าที่ต้องการวุ่นวายไปหมด
จริง อะไรที่เข้าง่ายๆ กลับใช้ยากขึ้น
ms ออกแบบ ui โดยไม่สนใจ ux ของผู้ใช้งานมาสักพักแล้ว
+1 ถ้าจะใช้งานจริง ๆ แบบเร็ว ๆ Win10 ยังดีกว่าอยู่
ผมลองไป 11 หลายรอบแล้วก็กลับมาตายรังที่ 10 เหมือนเดิม ตอนนี้ไม่คิดจะลองละ - -* ใช้ไปยาว ๆ รอ 12 แล้วกัน
กลับกันผมใช้ชนชินไม่กลับ 10 ละครับ เหมือนตอนนี้ Update เข้าที่เข้าทางขึ้นเยอะเลย
+1
เป็นราคาที่ต้องจ่ายของการเขียนส่วนต่างๆ ใน OS ใหม่จาก Win32 MFC ของเดิมมาเป็น WinUI แล้วไมโครซอฟท์ดันถือโอกาส redesign ใหม่อีกด้วยเลยนั่นล่ะครับ (แทนที่จะเขียนใหม่ให้หน้าตาคล้ายๆ ของเดิม)
คลิกขวา คือ การเข้าเมนูลัด หรือฟังก์ชั่นเพิ่มเติม อย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้คลิกแรกไม่เจอ ต้องคลิกสองที WTF! ตั้งแต่ Settings แล้ว เอาเมนูไปซ่อนไว้หมด หาไม่เจอสักอย่าง ต้องพิมพ์หา ไม่ใช่ทุกคนที่เป็น Geek รู้ว่าเมนูมันชื่ออะไร
แตกไฟล์ที่ไม่ใช่ .zip ต้องคลิก 2 ทีถึงจะได้ ของเก่าคลิกทีเดียวจบ เพื่อ...
ลอง NanaZip (fork มาจาก 7-Zip) ดูครับ
Dev บริษัทไมโครซอฟท์ทำงานช้าจนหน้าตกใจ ส่ง feedback ไปก็ไม่สนใจ เข้าใจพวก UI เป็นการพยายามตะเป็น Windows 8 อีกรอบโดยการหันไปโฟกัสแท็บเล็ต เลยทำให้ทุกอย่างใหญ่บวมกินหน้าจอ เลยค้องตัดเมนูบางอย่างออก และตัว taskbar เขียนขึ้นมาใหม่ ฟังก์ชั่นการทำงานเลยกระท่อนกระแท่น แต่ build หลังๆกับตัว beta เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ก็ใช้เวลานานเกินกับบริษัทที่มีพนักงานเป็นแสน
การใช้จำนวนคนเยอะ ๆ สำหรับงานใด ๆ มันไม่ได้สเกลเป็นแบบลิเนียร์น่ะครับ
งานที่ใช้หนึ่งคนทำเสร็จใน 1000 ปี เพิ่มคนเป็น 1000 คน ก็อาจจะใช้เวลาสัก 200 ปี ก็ได้
แล้วผมว่าพนักงานเป็นแสนนี่ ไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ทีม Windows เผลอ ๆ น่าจะมีไม่ถึง 10% แล้วก็ได้ เพราะไม่ได้เป็นทีมที่สร้างรายได้ขนาดนั้นแล้ว
ผมเข้าใจว่าแบบ่งทีมกันทำ แต่น่าจะควรโฟกัสสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนคือประสิทธิภาพการทำงาน
ใน commutnity ก็เคยมีคนสงสัย เพราะชอบไปอัพเดทแอพที่ไม่มีคนใช้หรือเปลี่ยนไอคอนใหม่
พวกแอพ welcome feedback insiderhub ที่อัพเดททีลงบทความใหญ่โต
แต่ OS ยังกระท่อนกระแท่น ซึ่งทางไมโครซอฟก็บอกว่าแยกกันทำ ทำให้เห็นถึงไมโครซอฟไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
โชคดีมากที่ไม่มีคู่แข่ง เพราะสิบปีกว่าที่ผ่านมา ไม่โครซอฟทำแบบนี้มาตลอด ซึ่งในวงการมือถือเลยตายสนิท
ิปล.อยากเปลี่ยนไปใช้ mac จะได้หมดปัญหา แต่โปรแกรมที่ใช้ทำงานอยู่บน windows ทั้งหมดเลยต้องทนใช้ไป
ปล2. เคยใช้ ios ทึ่งกับความเร็วในการทำงานมาก ยิ่งใช้ dev build อัพเดทเปลี่ยนหน้าตาไปเลยทุกสัปดาห์ บั๊กนิดหน่อยอัพเดททันทีพรุ่งนี้
windows เคยแจกบั๊กใน insider ประมาณ taskbar หาย นี่รออัพเดทแก้ไปเลย 2 สัปดาห์ และจะโดนด่าจากผู้มีความรู้ว่า ไปใช้ insider ทำไมมันสำหรับนักพํฒนา น่าปวดหัว
เรื่องวุ่น ๆ ของวัยรุ่นวินโดวส์
ผมคลิกขวาที่รูปลำโพงด้านขวาล่าง เลือก Open volume mixer แค่ 2 ครั้งเหมือนสมัย Windows เก่าๆ เป๊ะนะครับ ต่างกันแค่แทนที่จะได้หน้าต่างแยกมันจะไปเปิดใน Settings ที่บางทีใช้ตั้งค่าอย่างอื่นอยู่ด้วย
ใช้ win11 แบบที่ taskbar มัน combine ไอคอนหมด ก่อนหน้านี้คิดว่าไม่ได้เลย ยังไงก็ไม่ได้ เราจะทำงานได้ยังไงเมื่อทุกวินโดวมารวมกัน กว่าจะเอาเมาส์ไป hover นู่นนี่ เสียเวลาสุดๆ ต้องไปหาแอปมาลงให้มันเหมือนเดิม
แต่มีช่วงนึงทนใช้ไป แล้วก็ใช้ Task view (win+tab) เป็นตัวเสริม
เอาจริงๆ ใช้แบบนี้มาหลายเดือนก็เริ่มชินละ แฮ่...
(แต่ถ้าไม่มี task view ก็ไม่รอดนะ)
เหมือน ms ตั้งใจให้เราใช้มือซ้ายเยอะๆ เช่น win+tab , win+พิมพ์ชื่อโปรแกรม
ใช้ Windows 10 ต่อดีไหม แล้วเพิ่มฟีเจอร์ที่ยังไม่มีเอา
ให้ผมย้อนไปใช้ Windows 10 ตอนนี้ผมก็ไม่ไหวนะครับ 😢
แต่ถ้ายังไม่ได้อัปเกรดมา 11 ก็แนะนำให้อยู่ต่อไปก่อนครับ 😂
ผมยังใส่เบอร์ 10 อยู่ครับ เป็นศูนย์หน้าตัวเป้าต่อไป
..: เรื่อยไป
เพื่อนผมบอก ถ้า MS ไม่บังคับก็จะไม่ไป Windows 11 ซึ่งผมคิดว่าเขาคิดถูกแล้วล่ะ 555
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว อยากให้ทำฟีเจอร์พวก Speaker/Headphone Profiling ด้วย จะเยี่ยมมากเลยครับ