แอปเปิลเผยแพร่ OpenELM (Open-source Efficient Language Models) ชุดโมเดล AI ภาษาขนาดใหญ่ (LLM) แบบโอเพนซอร์ส ที่สามารถทำงานได้บนอุปกรณ์ ไม่ต้องเชื่อมต่อกับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Hugging Face
OpenELM มีทั้งหมด 8 โมเดล เป็น 4 โมเดลที่ยังไม่ถูกเทรน และอีก 4 โมเดลที่ผ่านการเทรนปรับแต่งมาแล้ว ขนาดพารามิเตอร์มีตั้งแต่ 270M ถึง 3B
ในรายละเอียดงานวิจัยที่เผยแพร่ แอปเปิลบอกว่า OpenELM ใช้วิธีจัดสรรพารามิเตอร์ในแต่ละเลเยอร์โมเดลเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ผลลัพธ์ที่ได้คือโมเดลทำงานแม่นยำขึ้น 2.36% เมื่อเทียบกับ OLMo แต่ใช้โทเค็นที่ยังไม่ถูกเทรนน้อยกว่าสองเท่า
โมเดล AI ที่สามารถรันได้บนอุปกรณ์ขนาดเล็ก เป็นอีกทิศทางหนึ่งที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่พยายามผลักดัน เมื่อวันก่อนไมโครซอฟท์ก็เปิดตัว Phi-3 ที่สามารถรันบนโทรศัพท์ได้
ที่มา: VentureBeat
Comments
เรื่อง R&D พวกนี้ถือเป็นจุดเด่นของ Apple พอสมควร กับ MS, Meta และ Google ก็เช่นกัน แนวคิดรัน AI ที่รันแบบ local ได้ก็เป็นแนวทางที่ Apple เดินมานานพอควร ตั้งแต่ Siri อาศัยความแรงของ Apple AXX กับ MX ที่รันได้เหนือกว่าทุกเจ้าในตลาดมานาน ตั้งแต่ยุค A10 ที่ใส่ Neural Engine มาพยายามประมวลผลทุกอย่างในเครื่องนับจากนั้น ดังนั้น Apple ไม่เคยล้าหลัง AI ถ้าติดตามข่าวสาย AI ที่ไม่ได้มาจาก MS Google Meta อย่างเดียว
บล็อก: wannaphong.com และ Python 3
ถ้ายกเลิก หรือตัดคำว่าความเป็นส่วนตัวออกของผู้ใช้งานออกทิ้งไปทั้งหมด Apple คงนำทุกอย่างบนโลกนี้ไปได้แล้ว น่าเสียดายครับ
+1 ใช่ครับ จริง ๆ นอกจาก Apple ก็ไม่มีใครเดินเส้นทางนี้เลยนะครับ ซึ่งถือเป็นจุดขายหลักของ Apple เลย และหลายคนใช้สินค้า บริการของ Apple อยู่ก็เพราะเหตุผลนี้ ขณะเดียวกัน ถ้า Apple ลงทุน R&D กับแนวทางนี้ไปเรื่อย ๆ จนสามารถทำ AI มันรันบนมือถือ นาฬิกาได้ดีมาก ๆ แบบ local ถือปฏิวัติวงการเลยนะครับ นอกจากนี้ในด้าน R&D เฉพาะ AI (ย้ำว่า AI) ก็เห็น Apple ปล่อยของ กับปล่อย paper สิ่งที่ R&D AI ตลอด ให้นักวิจัยที่อาจเป็นคู่แข่งไปอ่านกับวิจัยต่อได้อยู่นะครับ
บล็อก: wannaphong.com และ Python 3
ต้องคิดว่าถ้าอันนี้คือจุดขายที่ทำให้ Apple เป็นอย่างปัจจุบันด้วยล่ะก็ การยกเลิกอาจจะทำให้ไม่เติบโตเท่านี้ก็ได้
หรือถ้าจะเปลี่ยนใจยกเลิกตอนนี้ มันก็คงมีอิมแพคด้านลบเหมือนกัน
การที่เค้าเป็นผู้นำอยู่ในปัจจุบันก็เป็นเพราะสิ่งเค้าเป็นอยู่อย่างปัจจุบันเช่นกัน
แต่เอาจริงๆ ไม่มีใครรู้หรอก อยากให้ Apple ยกเลิกนโยบายแบบนี้เหมือนกันจะได้รู้ไปเลย
สมเป็น เอเปิล เรื่องความเป้นส่ว่นตัวสำคัญ ไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้เลย
ดีครับ ประหยัดค่า Server ได้เยอะ