Global Warming

นักวิจัยชี้ความอ้วนอาจมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น

tags:

Phil Edwards และ Ian Roberts นักวิจัยของ London School of Hygiene and Tropical Medicine ได้ชี้ให้เห็นว่าประชากรที่มีภาวะน้ำหนักเกินจนถึงอ้วน อาจมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น จากการทำให้ความต้องการอาหาร และพลังงานเพิ่มมากขึ้น

นักวิจัยทั้งสองคนนี้ชี้ให้เห็นว่าคนทั่วไปต้องการพลังงานในการดำรงชีวิตประมาณ 2510 แคลอรี่ต่อวัน ในขณะที่คนอ้วนต้องการพลังงานถึง 2960 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งสูงกว่าคนทั่วไปถึง 18 % โดยพลังงานที่ต้องการมากกว่า หมายถึงปริมาณอาหารที่ต้องรับประทานมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการทำการเกษตรมากขึ้น เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น (20 % ของก๊าซเรือนกระจกมาจากภาคเกษตรกรรม) ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น

นอกจากนี้น้ำหนักที่มากของคนอ้วนยังส่งผลโดยตรงต่อภาคการขนส่ง เพราะยานพาหนะต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ทำให้มีการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ส่งผลให้โลกร้อนขึ้นเช่นเดียวกัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าในปัจจุบันมีคนอย่างน้อย 400 กว่าล้านคนทั่วโลกอยู่ในภาวะอ้วน (BMI > 30) และในปี 2015 ประชากร 2,300 ล้านคนจะอยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน (BMI > 25) โดย 700 ล้านคนในนั้นจะอยู่ในภาวะอ้วน

ว่าแล้วก็ไปออกกำลังกาย และลดการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่์กันดีกว่า

ที่มา - YAHOO! NEWS, The Lancet (ต้องใช้รหัสผ่านในการเข้าอ่าน)

หมายเหตุ BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกาย คือค่าที่คำนวณโดยการเอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง มีหน่วยเป็น กิโลกรัมต่อเมตรยกกำลังสอง (คำนวณออนไลน์ได้ที่ NHBI) ค่าปกติคือ 18 - 25 สำหรับคนตะวันตก และ 18 - 23 สำหรับคนเอเชีย

แม้ว่า โลกจะร้อน แต่น้ำมันแพง : ยุโรป เริ่มหันกลับไปใช้พลังงานจากถ่านหิน

tags:

Enel ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศอิตาลี ได้ตัดสินใจดัดแปลงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของตัวเอง ในเมือง Civitavecchia จากการใช้น้ำมันเป็นการใช้ถ่านหิน ทำให้สัดส่วนของการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินของบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 50% และเพิ่มอัตราส่วนของทั้งประเทศ จาก 14% เป็น 33% ด้วยเหตุผลว่าราคาของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติทีจะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย

ถ่านหิน เป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่ขึ้นชื่อว่า ก่อให้เกิดมลภาวะมากเป็นอันดับต้น ๆ ในบรรดาเชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ โดยการปล่อยก๊าซ sulfur dioxide, nitrous oxide และ CO2 ที่เป็นตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แม้ว่าจะมีความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอนขึ้นมาเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนออกสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ก็ยังอยู่ในขั้นทดลอง ซึ่งยังไม่สามารถรับรองผลในการใช้กับโรงงานขนาดใหญ่ได้ และมีต้นทุนที่สูงจนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ก็ยังมีการคาดการณ์แบบหวังน้ำบ่อหน้าว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้ได้จริงในปี 2015-2020 ซึ่งหน่วยงานทางด้านสิ่งแวดล้อมได้แสดงความเป็นห่วงว่าอาจจะช้าเกินไป

นอกจากภาระด้านเทคโนโลยีในการลดการปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศแล้ว การสร้างพื้นที่สำหรับกักคาร์บอนเอาไว้ใต้ดิน และการป้องกันการรั่วไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยุโรปต้องหันกลับมาใช้ถ่านหินอีกครั้ง เนื่องจากนโยบายการไม่สนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์มากกว่า

นอกจากประเทศอิตาลีแล้ว ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ยังมีโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่รอเปิดตัวอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง

ที่มา NYTimes, blognone

Google ชวนทุกคนปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

tags:

Google ได้ทำการเปลี่ยนสีของหน้าเว็บเพจ Google เป็นสีดำ เพื่อแสดงให้เห็นถึงโครงการประหยัดพลังงานซึ่งจะมีขึ้นทั่วโลก ซึ่งมีชื่อโครงการว่า “Earth Hour

โดย Google ได้มีแผนเชิญชวนให้ทุกคนทั่วโลกร่วมปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงในวันที่ 29 มีนาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 20.00-21.00 น. หากใครที่เข้า Google ก็จะพบว่า Google ได้เปลี่ยนเว็บเพจเป็นสีดำ และใช้ถ้อยคำเชิญชวนว่า “เราปิดไฟแล้ว คราวนี้ถึงทีคุณบ้าง”

และทาง Google ก็ได้มาชี้แจงรายละเอียดถึงเหตุผลว่าเพราะเหตุใด Google จึงจะไม่เปลี่ยนเว็บเพจเป็นสีดำตลอดไป หากใครสนใจโครงการ Earth Hour สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์ที่มา และอย่าลืมปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ตามเวลาดังกล่าว

ที่มา - Google Earth Hour

แบบจำลองสภาพอากาศที่ใช้อยู่ อาจไม่ถูกต้องอย่างที่คิด

tags:

สาเหตุที่ทำให้ อัล กอร์ และ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิกากาศ หรือ ไอพีซีซี ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาสันติภาพในปีนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการที่ออกมาชี้ใช้ชาวโลกเห็นถึงความสำคัญของภาวะที่โลกร้อนในปัจจุบัน ซึ่งปัจจัยที่ อัล กอร์ สามารถสรุปได้ว่าโลกของเราร้อนขึ้น ก็เนื่องมาจากการเก็บข้อมูลและแบบจำลองสภาพภูมิกาอาศที่สามารถทำนายการเกิดภาวะโลกร้อนได้

แต่งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (Virginia University) ร่วมมือกับ UHA ได้ทำการเปรียบเทียบความถูกต้องของแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ จำนวน 22 แบบจำลอง และรวมถึงแบบจำลองที่ อัล กอร์ ใช้ในการทำนายสภาวะโลกร้อนด้วย พบว่าในแบบจำลองทั้งหลายเหล่านั้น ยังมีความน่าเคลือบแคลงในด้านความถูกต้องแม่นยำในการทำนายอยู่พอสมควร

นักวิจัยได้ใช้การทำนายแนวโน้มของอุณหภูมิบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) และ แนวโน้มของอุณหภูมิในชั้นพื้นผิว ซึ่งแบบจำลองต่างๆ ต่างทำนายว่า อุณหภูมิในชั้นโทรโพสเฟียร์มีแนวโน้มที่จะสูงกว่า ซึ่งเมื่อนักวิจัยไปดูข้อมูลที่ได้จากการเก็บข้อมูลของอุปกรณ์ต่างๆ พบว่า ไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิชั้นโทรโพสเฟียร์แต่อย่างไร โดยที่อุณหภูมิในชั้นนี้ มีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิชั้นพื้นผิวซะด้วยซ้ำ

ถึงอย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้ให้ผลที่แตกต่างจากการศึกษาก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในการศึกษาก่อนหน้านี้ ต่างระบุว่า ความแตกต่างของผลลัพธ์ระหว่างแบบจำลองต่างๆ เกิดจากความผิดพลาดของข้อมูลที่ใช้ป้อนเข้าไป ไม่ใช่ข้อผิดพลาดของแบบจำลอง

สงสัยงานนี้ต้องดูกันยาวๆ ซะแล้ว

ที่มา - EurekAlert

เครื่องมือสำหรับคำนวนการใช้คาร์บอนของคุณ ... ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

tags:

องค์กรอนุรักษ์พลังงานระหว่างประเทศ (Conservation International) ได้นำเสนอวิธีใหม่ล่าสุด สำหรับการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือออนไลน์ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

วิธีการที่ทางองค์กรอนุรักษ์ระหว่างประเทศนำมาใช้ ก็คือการลดการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ของแต่ละคน โดยเปิดให้บริการเครื่องมือคำนวนปริมาณการก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ของแต่ละคน โดยเครื่องมือดังกล่าว สามารถคำนวนได้อย่างครอบคลุมถึงพฤติกรรมหรือกิจกรรมต่างๆ ที่เราได้ทำลงไป ไม่ว่าจะเป็น การกิน, การเดินทาง, การใช้น้ำมัน, การท่องเที่ยว ซึงจะคำนวนออกมาเป็นจำนวนตัน ที่เราได้ผลิดออกมาในแต่ละปี และยังคำนวนถึงเงินที่เราควรจะบริจาคเพื่อช่วยอนุรักษ์โลกของเราอีกด้วย

หากใครสนใจทำแบบทดสอบ สามารถคลิกได้ ที่นี่

ที่มา - EurekAlert

Site Search

 
Web blognone.com

User login