ไมโครซอฟท์ยังคงเดินหน้าปรับปรุง Enterprise Mode เพื่อช่วยลดปัญหาความเข้ากันได้กับเว็บเก่าภายในองค์กร ซึ่งอาจทำงานได้ไม่ดีนักเมื่อเปิดด้วยเบราว์เซอร์ที่ไม่รองรับมาตรฐานเก่าอย่าง Microsoft Edge และการปรับปรุงครั้งนี้จะมาพร้อมกับ Windows 10 Anniversary Update ที่จะออกตัวจริงกลางปีนี้
โดยได้ปรับปรุงฟีเจอร์เดิมอย่างการใช้รายการ Enterprise Mode List ในการเลือกเปิดเว็บแอพแบบเก่าด้วย IE11 และในทางกลับกันคือใช้ Enterprise Mode เลือกเปิดเว็บมาตรฐานใหม่ด้วย Microsoft Edge ด้วยการข้ามหน้าแจ้งเตือนก่อนสลับเบราว์เซอร์เป็นค่าตั้งต้น ทำให้การสลับเบราว์เซอร์เป็นไปอย่างอัตโนมัติกว่าเดิมเพื่อลดความสับสนของผู้ใช้งาน
แอพจัดการรหัสผ่าน LastPass ออกส่วนขยาย (extension) สำหรับเบราว์เซอร์ Microsoft Edge แล้ว เบื้องต้นคนที่อยากใช้งานต้องติดตั้ง Windows 10 Insider รุ่นล่าสุด 14352 เท่านั้น (ดาวน์โหลดได้จาก Windows Store)
LastPass ถือเป็นหนึ่งในส่วนขยายชื่อดังที่ไมโครซอฟท์เคยประกาศชื่อไว้ ตอนนี้ส่วนขยายที่มีให้ใช้แล้วคือ AdBlock, AdBlock Plus, Add to Pocket, OneNote และในอนาคตจะมี Amazon กับ Evernote ตามมา
ที่มา - Neowin, WinSuperSite
StatCounter บริษัทที่เก็บสถิติด้านการเข้าเว็บของอินเทอร์เน็ต เปิดเผยว่าตอนนี้ยอดการเข้าชมเว็บไซต์บนเดสก์ท็อปผ่าน Firefox นั้นมากกว่าทั้ง Microsoft Edge และ Internet Explorer รวมกันแล้ว ส่วน Chrome ยังคงเป็นอันดับ 1 อยู่
จากข้อมูลของ StatCounter ระบุว่า Chrome นั้นมีผู้ใช้นับพันล้านคนทุกแพลตฟอร์ม คิดเป็นยอด 60.5% ของ StatCounter แต่สิ่งที่น่าสนใจในสถิติรอบนี้คือ Firefox อยู่ที่ 15.6% แซง Microsoft Edge และ Internet Explorer ที่คิดรวมกันเป็น 15.5% ไปอย่างฉิวเฉียด และตามมาห่างๆ ด้วย Safari และ Opera
ไมโครซอฟท์ออก Windows 10 Insider Build 14342 อัพเดตตัวล่าสุดในสาย Redstone (ต่อจาก Build 14332 เมื่อปลายเดือนเมษายน)
ของใหม่ที่สำคัญในเวอร์ชันนี้ เน้นไปที่ตัวเบราว์เซอร์ Microsoft Edge
AdBlock และ AdBlock Plus ได้ออกส่วนเสริมสำหรับ Microsoft Edge เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากรรอให้ Microsft อนุมัติอยุ่ช่วงหนึ่ง
ปัจจุบัน Microsoft Edge ที่สามารถติดตั้งส่วนเสริมได้ยังอยู่ในช่วงพรีวิวเท่านั้น ผู้ที่จะทดสอบต้องลงทะเบียน Windows Insider Preview และอัพเดต Windows 10 ก่อน และดาวน์โหลด AdBlock กับ AdBlock Plus ได้เลย
ที่มา - Engadget
ไมโครซอฟท์เปิดให้ลองใช้งานบริการ Skype for Web บน Microsoft Edge แล้ว ซึ่งสามารถใช้งานได้แบบไม่ต้องลงปลั๊กอินเสริม โดยใช้งานร่วมกับ ORTC API และโทรได้เลยหากกำลังอยู่ในหน้าเว็บไซต์ Outlook.com, Office Online และ OneDrive
ในเวลานี้จะมีข้อจำกัด ดังนี้
ผู้ที่สนใจจะต้องใช้ Microsoft Edge ที่มาพร้อม EdgeHTML เวอร์ชัน 13.10586 หรือใหม่กว่า ส่วนเบราว์เซอร์อื่นๆ อย่าง Google Chrome และ Mozilla Firefox จะตามมาในอนาคต
ที่มา - Skype Blogs
ไมโครซอฟท์เผยว่า Microsoft Edge บน Windows 10 Anniversary Update จะหยุดเล่นคอนเทนต์ Flash ที่ไม่ได้อยู่ตรงกลางหน้าเว็บโดยอัตโนมัติ (อาทิ โฆษณาที่มักอยู่ด้านข้างของหน้าเว็บ) เพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลเว็บ ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถคลิกที่คอนเทนต์ดังกล่าวเพื่อให้ทำงานได้เอง
ฟีเจอร์นี้ถูกเพิ่มลง Windows 10 รุ่นทดสอบ 14316 แล้ว ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ที่ถูกเพิ่มมาด้วย อาทิ ลากโฟลเดอร์มาวางบนเว็บอย่าง OneDrive, Dropbox และ Google Drive เพื่ออัพโหลดทั้งโฟลเดอร์ได้ เรียกดู favorites แบบ tree view ได้ เป็นต้น (changelog)
ที่มา: Microsoft Edge Dev Blog
ที่งาน Microsoft Edge Web Summit ไมโครซอฟท์เผยว่ามีการใช้งานเบราว์เซอร์ Microsoft Edge กว่า 150 ล้านอุปกรณ์ในทุกเดือน พร้อมกับเปิดตัว RemoteEdge บริการสตรีมเบราว์เซอร์ Edge ไปยังเครื่องบนระบบปฏิบัติการ Mac และ Linux
ไมโครซอฟท์ยังเผยฟีเจอร์ใหม่ของ Edge อาทิ
เว็บไซต์ ZDNet ได้ข้อมูลแผนการพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ Edge ของไมโครซอฟท์ จากการนำเสนอในงาน Build พบว่า Edge กำลังจะมีฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง (บางอย่างเคยมีใน IE แต่หายไปตอน Edge ออกใหม่ๆ)
ที่มา - ZDNet
หลังจาก AdBlock Plus ประกาศทำส่วนขยาย (extension) ให้กับ Microsoft Edge เมื่อปลายปีที่แล้วก็ยังไร้วี่แววส่วนขยายดังกล่าวถึงแม้ไมโครซอฟท์จะปล่อย Windows 10 รุ่นทดสอบ 14291 ที่ Microsoft Edge รองรับส่วนขยายมาแล้วก็ตาม
ล่าสุด มีการสอบถาม Adblock Plus ทางทวิตเตอร์ และได้รับคำตอบว่าทีมงานรอไมโครซอฟท์อนุมัติให้ปล่อยส่วนขยายดังกล่าวเท่านั้น
ก็คงต้องตามกันว่า Adblock Plus จะลง Microsoft Edge เมื่อไรครับ
ที่มา: @AdblockPlus ผ่าน WinBeta
Jacob Rossi วิศวกรในทีมพัฒนา Microsoft Edge เผยว่า ทีมงานกำลังทำเครื่องมือพอร์ตส่วนขยาย (extension) ของ Chrome ลง Microsoft Edge แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าจะปล่อยเครื่องมือดังกล่าวเมื่อไร
อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีการเปรียบเทียบส่วนขยายของ Microsoft Edge กับของ Chrome ซึ่งพบว่าการแปลงส่วนขยายของ Chrome เป็นของ Microsoft Edge นั้นง่ายมาก แค่เปลี่ยน "chrome" เป็น "msBrowser" และแก้ไขโปรแกรมเล็กน้อยเท่านั้น
ที่มา: @jacobrossi ผ่าน WinBeta
วันนี้ ไมโครซอฟท์ปล่อย Windows 10 รุ่นทดสอบ 14291 โดยมีของใหม่ที่สำคัญคือเบราว์เซอร์ Microsoft Edge รองรับส่วนขยาย (extension) แล้ว รายละเอียดเพิ่มเติมมีดังนี้ครับ
ไมโครซอฟท์จะอิงตัว API สำหรับส่วนขยาย ตามสเปกที่พัฒนาโดย W3C Browser Extension Community Group ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้าง API ส่วนขยายที่ใช้ได้กับเบราว์เซอร์ทุกตัว โดยสถานะตอนนี้ Edge ยังรองรับ API เพียงบางส่วนจากที่วางแผนไว้
ในอนาคต ไมโครซอฟท์จะเปิดให้ดาวน์โหลดส่วนขยายของ Edge จาก Windows Store แต่ตอนนี้ผู้ใช้ต้องดาวน์โหลดไฟล์ส่วนขยายจากเว็บไซต์ Edge Extensions ไปติดตั้งเองแบบ sideload ก่อน ตอนนี้มีส่วนขยายให้ลองใช้งาน 3 ตัวคือ Microsoft Translator, Mouse Gestures, Reddit Enhancement Suite
ทีมพัฒนา Bing ประกาศการอัพเกรดฟีเจอร์ให้กับ Office และเบราว์เซอร์ Microsoft Edge ที่จะมาช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ด้วยการผนวกความสามารถในการค้นหารูปภาพด้วย Bing ให้กับชุดแอพพลิเคชันดังกล่าว
การใช้งานฟีเจอร์นี้บนแอพพลิเคชันในชุด Office 2013 และ Office 2016 ก็เพียงแทรกรูปจากปุ่ม Online Pictures ก็จะปรากฏตัวเลือกการค้นหารูปด้วย Bing ซึ่งจะแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้เลือกแทรกรูปลงในงานของตัวเองได้ง่ายขึ้น ด้วยการแสดงลิงค์ต้นทาง, ขนาดของภาพ และยังสามารถเลือกกรองเอาเฉพาะรูปภาพที่มีการระบุสัญญาอนุญาต (อย่าง Creative Commons) เท่านั้นได้อีกด้วย
หนึ่งในโหมดปัจจุบันของเบราว์เซอร์ที่หลายๆ คนอาจจะใช้ คือโหมดส่วนตัวที่มักจะไม่มีการเก็บข้อมูลในการเข้าชมและติดตามผู้ใช้งาน (แต่ละเบราว์เซอร์มีชื่อเรียกต่างออกไป เช่น incognito) ซึ่ง Microsoft Edge เบราว์เซอร์หลักของ Windows 10 ก็มีความสามารถนี้ (เรียกว่า InPrivate) แต่นักวิจัยด้านความปลอดภัย กลับพบว่า InPrivate นั้น ไม่ได้ลบข้อมูลการเข้าเว็บระหว่างที่ใช้จริง
Ashish Singh นักวิจัยด้านความปลอดภัย ระบุว่าข้อมูลระหว่างการเข้าชมเว็บจะถูกเก็บไว้ในไฟล์ที่เรียกว่า "WebCache" และรายชื่อของเว็บที่ใช้จะถูกบันทึกในตารางที่มีชื่อว่า "Container_n" ที่บรรจุข้อมูลของเว็บที่เราเข้าชม ร่วมกับเว็บที่เราเปิดในโหมดปกติทั่วไป
ไมโครซอฟท์ปล่อย Windows 10 รุ่นทดสอบ 11102 ให้กลุ่มผู้ใช้ Fast ring ทดสอบแล้ว หลักๆ คือ เพิ่มฟีเจอร์แสดงประวัติหน้าที่เคยเปิดผ่านการกดคลิกขวาตรงแถบปุ่มถอยหลัง บน Microsoft Edge (ภาพประกอบดูได้ท้ายข่าว)
แต่ในเวอร์ชันนี้ก็ยังมีบั๊กบางจุด ได้แก่
ไมโครซอฟท์ประกาศผ่านบล็อกของตัวเองว่า ทางบริษัทจะจัดงานสัมมนาเกี่ยวกับ Microsoft Edge ครั้งที่ 2 ในวันที่ 4 เมษายน ที่้เมือง San Francisco ประเทศสหรัฐอเมริกา และจะเปิดให้ลงทะเบียนแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ในงานก็จะมีการพูดคุยในเชิงเทคนิคอย่างเช่น ChakraCore เอนจินจาวาสคริปต์ของตัวเบราว์เซอร์ และพบปะกับทีมงานผู้พัฒนาของไมโครซอฟท์
ที่มา - Microsoft Edge Dev Blog
ต่อเนื่องจากข่าว ไมโครซอฟท์เปิดซอร์ส Chakra เอนจินจาวาสคริปต์ของ Edge วันนี้ซอร์สโค้ดถูกอัพโหลดขึ้น GitHub เรียบร้อย ภายใต้ชื่อโครงการ ChakraCore และใช้สัญญาอนุญาตแบบ MIT
หลังจากนี้ ไมโครซอฟท์จะพัฒนา ChakraCore โดยเปิดรับแพตช์จากนักพัฒนาภายนอก ตัว ChakraCore เป็นเอนจินจาวาสคริปต์ที่ทำงานได้แบบสแตนด์อโลน ไม่ต้องรันผ่าน Edge/IE เสมอไป และไมโครซอฟท์ก็เตรียมพัฒนาให้มันทำงานบนลินุกซ์ได้ในเร็วๆ นี้ (ดิสโทรทดสอบจะเป็น Ubuntu 15.10)
ที่มา - Microsoft Edge Dev Blog
ไมโครซอฟท์มีฟีเจอร์ SmartScreen ช่วยให้ผู้ใช้ IE, Edge และ Windows ปลอดภัยจากมัลแวร์และเว็บไซต์หลอกลวง (phishing) มาได้สักระยะแล้ว (ฟีเจอร์นี้เหมือนกับ Google Safe Browsing ของฝั่งกูเกิล)
ล่าสุดไมโครซอฟท์ขยายความสามารถของ SmartScreen ให้เตือนภัยเว็บไซต์ที่พยายามเจาะเครื่องผู้ใช้งานผ่านช่องโหว่ 0-days ของซอฟต์แวร์บนเครื่อง (เช่น Flash/Java) ด้วย โดยไมโครซอฟท์ใช้วิธีเทียบ URL ของเว็บไซต์ที่เราเข้าชมกับฐานข้อมูลความปลอดภัยของไมโครซอฟท์เอง ถ้าหากพบว่าเป็นเว็บอันตราย หน้าเว็บจะไม่ถูกโหลดและเรนเดอร์ (เพราะเรนเดอร์ปุ๊บ โดนเจาะทันที) แต่จะแสดงหน้าจอเตือนภัยสีแดงแทน
ใกล้เข้ามาทุกทีกับส่วนขยายของ Microsoft Edge ที่จะมาในปี 2016
ล่าสุดตัวบล็อคโฆษณาชื่อดัง AdBlock Plus ก็ออกมายืนยันแล้วว่าจะลง Edge แน่นอน ส่วนระยะเวลานั้นยังบอกว่า Coming Soon อยู่ครับ
คาดว่าไมโครซอฟท์น่าจะเริ่มพูดคุยกับผู้พัฒนาส่วนขยายชื่อดังบางเจ้าแล้ว และน่าจะมีส่วนขยายหลายตัวพัฒนาเสร็จพร้อมกับการเปิดตัวฟีเจอร์นี้
ทวิตเตอร์ @h0x0d ซึ่งเปิดเผยข่าวความเคลื่อนไหวของไมโครซอฟท์อย่างต่อเนื่อง เผยหน้าเว็บรายละเอียดของส่วนขยาย (extension) สำหรับเบราว์เซอร์ Microsoft Edge โดยหน้าเว็บข้างต้นเผยส่วนเสริมสองตัว คือ Pinterest และ Reddit Enhancement Suite
@h0x0d เปรียบเทียบส่วนขยายของ Microsoft Edge กับส่วนขยายของ Chrome และพบว่าการแปลงส่วนขยายของ Chrome เป็นส่วนขยายของ Microsoft Edge นั้นง่ายมาก แค่เปลี่ยน "chrome" เป็น "msBrowser" และแก้ไขโปรแกรมเล็กน้อยเท่านั้น
ไมโครซอฟท์ยุคใหม่อะไรก็เกิดขึ้นได้ วันนี้บริษัทประกาศโอเพนซอร์ส Chakra เอนจินจาวาสคริปต์ที่ใช้ใน Microsoft Edge แล้ว แถมประกาศว่าในอนาคตจะพัฒนาให้ทำงานบนแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่วินโดวส์ด้วย
Chakra ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับ IE ในปี 2008 (เริ่มใช้ครั้งแรกใน IE9) และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ตัวเอนจินมีฟีเจอร์สมัยใหม่อย่าง การรองรับ asm.js แถมไมโครซอฟท์ยังคุยว่ารองรับมาตรฐาน ECMAScript 6 เหนือกว่า Firefox/Chrome และมีประสิทธิภาพดีกว่าด้วยซ้ำ (ดูกราฟเบนช์มาร์คประกอบ)
ไมโครซอฟท์ประกาศเพิ่มความสามารถให้กับ Enterprise Mode บน Internet Explorer 11 เพื่อช่วยลดปัญหาความเข้ากันได้กับเว็บเก่าภายในองค์กรที่อาจยังไม่พร้อมอัพเกรดไปใช้ IE11 ในขณะที่กำหนดการเลิกสนับสนุน IE รุ่นเก่าในวันที่ 12 มกราคม 2016 กำลังใกล้เข้ามาทุกที
ไมโครซอฟท์ออกมาให้ข้อมูลของ Microsoft Edge ที่มาพร้อม Windows 10 อัพเดตใหญ่ครั้งแรก November 2015 นอกจากฟีเจอร์พรีวิวแท็บ และการซิงก์ Favorite/Reading Lists แล้ว ส่วนของเอนจิน EdgeHTML ที่นับเวอร์ชันเป็น 13.0 ยังปรับปรุงอีกหลายจุด
หลายคนอาจจะเริ่มติดใจ Microsoft Edge เบราว์เซอร์ใหม่สำหรับ Windows 10 และก็อาจสงสัยว่าเมื่อไรจะมี add-on สำหรับเบราว์เซอร์เสียที ตอนนี้ Microsoft ก็ออกมายืนยันแล้วว่า Edge จะไม่มี add-on จนกว่าจะถึงปีหน้า
Microsoft บอกว่าตอนนี้ทางบริษัทกำลังพัฒนาระบบ add-on ของ Microsoft Edge เพื่อทำให้ระบบมีความปลอดภัยและเสถียรภาพสูง ซึ่งระบบนี้จะปล่อยอัพเดตพร้อมกับ Windows 10 ในปี 2016 เท่ากับว่าตอนนี้ Microsoft Edge จะยังไม่มี add-on ไปจนกว่าจะถึงปี 2016
การที่ Edge ไม่มี add-on ทำให้การเติบโตค่อนข้างช้า โดยเฉพาะผู้ใช้ที่จำเป็นต้องใช้ add-on บนเบราว์เซอร์ในการทำงาน และเป็นหนึ่งในจุดด้อยที่สำคัญของ Edge เมื่อเทียบกับเบราว์เซอร์อื่นอย่าง Firefox และ Chrome
ถึงแม้ Microsoft Edge จะได้รับคำชมมากมายด้านพัฒนาการจาก Internet Explorer อย่างก้าวกระโดด แต่หนึ่งในฟังก์ชันสำคัญที่ยังทำให้หลายคนยังไม่ย้ายมาใช้งานคือ การรองรับส่วนเสริมเหมือนดั่งเช่น Firefox ของ Mozilla หรือ Chrome จาก Google
แต่ดูเหมือนว่าฟีเจอร์นี้อาจจะมาช้ากว่าที่คิดเมื่อ WinBeta รายงานข่าวลือจากแหล่งข่าวของตนว่าฟีเจอร์นี้จะถูกเลื่อนไปเป็นปี 2016 และจะมาพร้อมกับอัพเดต Redstone แทน เนื่องด้วยความไม่พร้อมทั้งจากฝั่งผู้พัฒนาส่วนเสริมและจากทางไมโครซอฟท์เอง
ที่มา - WinBeta