ไมโครซอฟท์เคยประกาศไว้เมื่อเดือน พ.ค. ว่าจะเปลี่ยนเอนจิน WebView ของ Windows มาใช้ Chromium แทน EdgeHTML ตัวเดิม เช่นเดียวกับที่เปลี่ยน Microsoft Edge ไปเรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้เอนจิน WebView2 ที่พัฒนาบน Chromium เข้าสถานะ GA (generally available) แล้ว ไมโครซอฟท์ยังออก WebView2 SDK ให้แอพพลิเคชันที่เป็น Win32 C/C++ สามารถเรียกใช้ได้ (การมี SDK ให้ดาวน์โหลดแยกต่างหาก ทำให้ซัพพอร์ตย้อนกลับไปถึง Windows 7)
ส่วนแอพพลิเคชันกลุ่ม .NET และ WinUI 3.0 จะเข้าสถานะ GA ในอีกไม่ช้า
เมื่อต้นเดือนตุลาคมไมโครซอฟท์ได้ประกาศออกส่วนขยาย Microsoft Edge Tools สำหรับ Visual Studio Code เครื่องมือซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการตรวจสอบและดีบักเว็บ ด้วยการดึง DevTools พร้อมหน้าเว็บจากเบราว์เซอร์ Microsoft Edge (Chromium) มาแสดงผลให้นักพัฒนาเรียกใช้งานได้จากภายใน VS Code ได้โดยตรง
ส่วนขยาย Microsoft Edge Tools เป็นรุ่นใช้งานจริง (general availability) ของ Elements for Microsoft Edge ซึ่งเปิดให้ทดสอบมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังได้ผนวกเอาความสามารถของ Network for Microsoft Edge มาไว้ภายใต้ส่วนขยายเดียวกัน
ไมโครซอฟท์ประกาศทดสอบรองรับ Manifest V3 สเปคส่วนเสริมเบราว์เซอร์ที่ออกโดยกูเกิล โดย Manifest V3 จะถอด API บางส่วนออกจนทำให้ตัวบล็อคโฆษณาหลายยี่ห้อใช้งานไม่ได้ อย่างไรก็ดีไมโครซอฟท์สัญญาว่าจะแก้ข้อจำกัดนี้ก่อนจะถอด API เดิมไปจริงๆ
API เดิมที่ตัวบล็อคโฆษณาใช้งานกันคือ Web Request API ที่เปิดให้ส่วนเสริมสามารถดัดแปลงแก้ไขข้อมูลเว็บก่อนแสดงบนเบราว์เซอร์ได้ ขณะที่ Manifest V3 เพิ่ม Declarative Net Request API ที่เป็นการใส่กฎเพื่อให้เบราว์เซอร์เป็นคนดัดแปลงแก้ไขข้อมูลเอง แนวทางนี้ลดความเสี่ยงส่วนเสริมที่อันตรายลงไปแต่ก็แลกกับความยืดหยุ่นที่น้อยลง โฆษณาสเปคของกูเกิลกำหนดให้ใส่กฎแก้ไขข้อมูลได้ไม่เกิน 30,000 ข้อ
Microsoft Edge ออกเวอร์ชัน 86 ตามรอบของ Chromium 86 โดยมีฟีเจอร์เฉพาะของตัว Edge เองดังนี้
ไมโครซอฟท์ประกาศเปิด Microsoft Edge สำหรับลินุกซ์ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดเดือนตุลาคมนี้ โดยยังเป็นเวอร์ชั่น Dev preview และจะเปิดให้ดาวน์โหลดจากเว็บ Microsoft Edge Insider แม้ตอนนี้ยังไม่ระบุว่ารองรับดิสโทรอะไรบ้างแต่หน้าจอที่โชว์มาก็เป็น Ubuntu
Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์ระบุว่า Microsoft Edge บนลินุกซ์จะเปิดทางให้นักพัฒนาสามารถทดสอบบน Edge ได้เหมือนกันไม่ว่าจะอยู่บนแพลตฟอร์มใด โดยนอกจากการปล่อย Edge บนลินุกซ์แล้วไมโครซอฟท์ยังเตรียมปล่อย WebView2 สำหรับการพัฒนาเดสก์ทอปแอป ให้เป็นสถานะ GA ภายในปีนี้
Microsoft เผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหยุดซัพพอร์ตเทคโนโลยี Flash Player บนเบราว์เซอร์ของ Microsoft ทั้งหมด โดยจะเริ่มการตัดซัพพอร์ตตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป
สำหรับ Microsoft Edge รุ่น Chromium จะปิด Flash Player เป็นค่าเริ่มต้นตั้งแต่ธันวาคมนี้ ซึ่งถ้าใครใช้ Flash Player รุ่นเก่ากว่าอัพเดตเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตัวเบราว์เซอร์จะบล็อคไม่ให้เปิดใช้งาน Flash Player และกรณีของผู้ใช้เบราว์เซอร์เก่าของ Microsoft ทั้ง Edge รุ่นก่อน Chromium และ IE11 ทาง Microsoft จะหยุดออกแพทซ์ความปลอดภัย Flash Player ให้ผู้ใช้เบราว์เซอร์กลุ่มนี้ตั้งแต่เดือนธันวาคม
ไมโครซอฟท์ออก Edge เวอร์ชัน 85 ตามรอบการออกของ Chromium ฟีเจอร์ใหม่เฉพาะของ Edge ได้แก่
Microsoft Edge ตัวใหม่พลังเอนจิน Chromium เริ่มกระจายให้ผู้ใช้ Windows ในวงกว้างผ่าน Windows Update มาสักพัก ก็ได้เวลาที่ไมโครซอฟท์ประกาศแผนการหยุดซัพพอร์ตเบราว์เซอร์ตัวเก่า ทั้ง Edge Legacy และ Internet Explorer 11
กรณีของ Microsoft Edge Legacy จะหยุดอัพเดตแพตช์ความปลอดภัย ในวันที่ 9 มีนาคม 2021 ซึ่งถือเป็นวัน end of life
ส่วน IE11 ที่ยังต้องใช้เปิดเว็บแอพองค์กรรุ่นเก่าๆ ไมโครซอฟท์ยังไม่กำจัดทิ้ง แต่แนะนำให้ใช้ Edge แล้วเปิด IE mode แทน เพื่อประสบการณ์และความปลอดภัยที่ดีกว่า
หลังจากที่ได้ประกาศว่าจะเพิ่มฟีเจอร์เก็บรวบรวมหน้าเว็บหรือ Collections ให้กับ Microsoft Edge บนมือถือมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เมื่อปลายเดือนที่เพิ่งผ่านมาไมโครซอฟท์ก็ได้ปล่อยอัพเดตฟีเจอร์ดังกล่าวให้กับ Edge บนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS เป็นที่เรียบร้อย
ในส่วนของการใช้งานบนมือถือก็ไม่ต่างไปจากบน Edge เวอร์ชันเดสก์ทอปเท่าไรนัก กล่าวคือ Collections จะมีฟังก์ชันหลักเป็นสมุดโน้ตสำหรับเก็บรวบรวมหน้าเว็บ ที่สามารถจัดเป็นหมวดหมู่ได้ที่ผู้ใช้ตามต้องการ
Microsoft Edge เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ 2 อย่าง
ทั้งสองฟีเจอร์จำเป็นต้องใช้ Microsoft Edge Insider Build 85.0.561.0 และ Windows 10 Insider Preview Build 20175 ขึ้นไป
หลังจากเริ่มปล่อย Microsoft Edge ตัวใหม่ที่ใช้เอนจิน Chromium ให้กับลูกค้าทั่วไปผ่าน Windows Update มาได้ระยะหนึ่ง ไมโครซอฟท์ก็ได้ประกาศแผนที่จะขยายการปล่อย Edge ตัวใหม่ไปยังพีซีในภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ โดยจะเริ่มต้นภายหลัง 30 ก.ค. นี้
เปลี่ยนจากแผนเดิมเมื่อเดือน ม.ค. ที่ไมโครซอฟท์เคยออกเอกสารชี้แจ้งว่าจะไม่อัพเกรด Edge ตัวใหม่ให้อุปกรณ์ที่เข้าข่ายใช้งานในองค์กรซึ่งรวมถึงพีซีภาคการศึกษาและภาคธุรกิจให้อัตโนมัติ
ผู้ใช้ Reddit ชื่อว่า orcusmorcus รายงานถึงพฤติกรรมของเบราว์เซอร์ Microsoft Edge ว่าขณะที่กำลังติดตั้งและตัวติดตั้งขึ้นถามว่าต้องการดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์อื่นหรือไม่ เขากลับเห็นบุ๊กมาร์กจากไฟร์ฟอกซ์ของเขาประกฎขึ้นบนเบราว์เซอร์ทันที
เมื่อต้นเดือนนี้ เราเห็นไมโครซอฟท์เริ่มปล่อย Microsoft Edge ตัวใหม่ผ่าน Windows Update สำหรับ Windows 10
ล่าสุดไมโครซอฟท์ออกอัพเดต Microsoft Edge ให้ผู้ใช้ Windows 7 SP1 และ Windows 8.1 ด้วยเช่นกัน ในแง่ตัวเบราว์เซอร์คงไม่มีอะไรต่างกัน แต่กรณีของ Windows 7/8.1 ไม่มี Edge ตัวเดิมมาให้ด้วย การมาถึงของ Edge ตัวใหม่จึงไม่ได้มาแทน Edge ตัวเดิม แต่เป็นเบราว์เซอร์ตัวใหม่ที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือจาก Internet Explorer 11 โดยจะไม่เปลี่ยนค่าดีฟอลต์ของระบบด้วย
จากข่าวเก่า Microsoft Edge เริ่มใช้ระบบหน่วยความจำแบบใหม่ Segment Heap ลดการใช้แรมลง 27% ระบบหน่วยความจำแบบ Segment Heap เดิมทีใช้กับแอพที่เขียนแบบ UWP เท่านั้น โดยไมโครซอฟท์เพิ่งเปิดใช้แอพแบบ Win32 ใช้งานได้ด้วยใน Windows 10 v2004 โดยมี Edge เป็นแอพตัวแรกที่ใช้งาน
การที่ Edge พัฒนาบน Chromium ทำให้เบราว์เซอร์ตระกูลนี้ตามมาใช้ Segment Heap ได้ไม่ยากนัก ที่สำคัญคือไม่ต้องรอกันนาน ไม่ต้องเรียกร้องอะไรให้เหนื่อย เพราะวิศวกร Chrome ประกาศแล้วว่าจะเปลี่ยนมาใช้ Segment Heap ด้วย
ไมโครซอฟท์ประกาศแผนการพัฒนาฟีเจอร์ชุดใหญ่ให้ตัวอ่าน PDF ของ Microsoft Edge ตัวใหม่ที่อิงจากตัวอ่าน PDF ของ Chromium ซึ่งมีฟีเจอร์น้อยกว่า Edge ตัวเก่าอยู่พอสมควร ฟีเจอร์หลายอย่างเป็นการเขียนใหม่โดยอิงจากฟีเจอร์เดิมที่ผู้ใช้เรียกร้องกันเข้ามา
ฟีเจอร์ที่ไมโครซอฟท์ประกาศว่าจะพัฒนา (แต่ยังไม่ระบุช่วงเวลา) ได้แก่
ไมโครซอฟท์ประกาศแผนการออก Windows 10 อัพเดตถัดไป โค้ดเนม 20H2 ที่จะใช้เลขเวอร์ชันว่า version 20H2 อีกเหมือนกัน เลิกใช้ระบบเลขเวอร์ชันแบบ "ปี+เดือน" (เช่น v1909 หรือ v2004) แล้ว แต่จะยังมีชื่อเรียกอัพเดตแบบยาวๆ (เช่น May 2020 Update) อยู่
ไมโครซอฟท์ให้เหตุผลว่า เลือกตั้งชื่อเวอร์ชันเป็น 20H2 เพียงอย่างเดียวเพื่อลดความสับสนของผู้ใช้และพาร์ทเนอร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีทั้งการเรียกแบบครึ่งปี (20H1) และแบบเจาะจงเดือนที่ออก (2004)
ไมโครซอฟท์ประกาศเริ่มปล่อย Microsoft Edge Chromium ให้ผู้ใช้ Windows 10 ผ่าน Windows Update
ก่อนหน้านี้ คนที่อยากใช้ Microsoft Edge ตัวใหม่ที่เป็น Chromium ต้องดาวน์โหลดเองเท่านั้น และยังสามารถใช้ Edge ตัวเก่า-ใหม่ควบคู่กันไปได้
ตอนนี้ไมโครซอฟท์จะเริ่มปล่อย Edge ตัวใหม่ผ่าน Windows Update โดยจะมีผลกับ Windows 10 v1803 ขึ้นไป เมื่อติดตั้งแล้ว ข้อมูลใน Edge ตัวเก่าจะถูกย้ายมายัง Edge ตัวใหม่ให้อัตโนมัติ และ Edge ตัวเก่าจะถูกซ่อนไม่ให้มองเห็น (แต่ยังไม่ถูกลบออกจากระบบ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ OS)
ไมโครซอฟท์อธิบายของใหม่ใน Windows 10 May 2020 Update (v2004) มีประเด็นที่น่าสนใจคือ ระบบจัดการหน่วยความจำแบบใหม่ที่เรียกว่า segment heap
เดิมที ระบบหน่วยความจำของ Windows มีแบบเดียว เรียกว่า NT heap ใช้กันมาตั้งแต่ Windows NT แต่พอถึงยุคของ Windows 10 ก็เริ่มมีระบบ segment heap ที่จัดการหน่วยความจำก้อนเล็กๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพียงแต่จำกัดเฉพาะแอพแบบ UWP เท่านั้น (ถ้าเป็นแอพ Win32 จะยังใช้ NT heap)
ไมโครซอฟท์เผยความร่วมมือกับกูเกิล พัฒนาให้เว็บเบราว์เซอร์สาย Chromium ทั้งหมด (รวมถึง Chrome และ Edge) รองรับตัวตรวจสะกด Windows Spellcheck เมื่อใช้งานบนวินโดวส์
เดิมที Chromium ใช้ตัวตรวจสะกดโอเพนซอร์ส Hunspell ซึ่งใช้ในโครงการโอเพนซอร์สดังๆ หลายตัว (เช่น Firefox, LibreOffice) แต่ถ้าเทียบกันแล้ว Windows Spellcheck เหนือกว่ามากทั้งในแง่ฟีเจอร์ ภาษาที่รองรับ และความแม่นยำ สามารถตรวจสะกด URL, ที่อยู่อีเมล และตัวย่อต่างๆ ได้ (ในขณะที่ Hunspell จะมองว่าเป็นคำผิดทั้งหมด)
หลังจาก Microsoft Edge ย้ายมาใช้เอนจิน Chromium เสร็จสมบูรณ์ ก็ได้เวลาที่ไมโครซอฟท์จะทยอยเปลี่ยนเอนจิน EdgeHTML ของเดิมมาเป็น Chromium มากขึ้น
เอนจิน EdgeHTML ฝังมากับ Windows 10 และยังไม่ถูกนำออกในเร็ววัน เพราะถูกเรียกใช้ในแอพพลิเคชันอื่นๆ ที่ต้องการเรนเดอร์หน้าเว็บอีกต่อหนึ่งผ่าน Microsoft Edge WebView อีกที
สิ่งที่ไมโครซอฟท์เพิ่มเข้ามาคือ Microsoft Edge WebView2 ที่เปลี่ยนมาใช้ Chromium แทนให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ข้อดีสำหรับนักพัฒนาคือการที่มันใช้เอนจิน Chromium ที่นิยมอยู่แล้ว ปัญหาเรื่องการเรนเดอร์หน้าเว็บจึงหมดไป
ไมโครซอฟท์เปิดฟีเจอร์ของ Microsoft Edge รุ่นต่อไป โดยปรับรูปแบบการใช้งานให้สะดวกขึ้น
หลังกูเกิลกลับมาออก Chrome 81 จากที่ต้องหยุดออกรุ่นใหม่ไปช่วงหนึ่ง ฝั่ง Microsoft Edge ที่ใช้เอนจิน Chromium ก็ออกเวอร์ชัน 81 ตามมา
ของใหม่ในเวอร์ชัน 81 มีไม่มากนัก เน้นไปที่การแปลภาษา DevTools เท่านั้น ในมุมของผู้ใช้งานคงไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไร ส่วน Edge เวอร์ชันหน้าจะข้ามเลข 82 เช่นเดียวกับ Chrome โดยจะเป็นเลขเวอร์ชัน 83 เลย
ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์เพิ่งประกาศฟีเจอร์ใหม่ชุดใหญ่ให้ Edge ที่จะทยอยเพิ่มเข้ามาใเวอร์ชัน Insiders เร็วๆ นี้
โครงการ Chromium ประกาศปรับดีไซน์ของ "ฟอร์ม" บนหน้าเว็บ (ปุ่ม ตัวเลือก แถบเลื่อน ฯลฯ) ที่เดิมสไตล์ต่างกันคนละทิศทาง ให้ดูเป็นไปในแนวทางเดียวกันมากขึ้น
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างทีม Google Chrome และ Microsoft Edge มาช่วยกันออกแบบ โดยตั้งใจให้ดีไซน์ใหม่เป็นสากลมากขึ้น ใช้ได้กับทุกระบบปฏิบัติการ มีความแบนราบ (flat) ตามสมัยนิยม ลดการไล่สี (gradient) จากโลกยุคก่อนลงมา
Net Applications รายงานสถิติเว็บเบราว์เซอร์ประจำเดือนมีนาคม 2020 มีจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจคือ ส่วนแบ่งตลาดของ Microsoft Edge สามารถแซงหน้า Firefox ได้แล้ว ขึ้นมาเป็นเบราว์เซอร์อันดับสองของโลกเดสก์ท็อปแล้ว
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Edge มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นคือ Edge ตัวใหม่พลัง Chromium ออกรุ่นเสถียร และไมโครซอฟท์ก็ทยอยปล่อยอัพเดตให้ผู้ใช้ Windows 10 กัน
Microsoft Edge ประกาศแผนการยกเลิก TLS 1.0 และ 1.1 ในเวอร์ชัน 84 ที่จะออกในเดือนกรกฎาคม 2020 โดยผู้ที่จำเป็นต้องใช้ TLS 1.0/1.1 ยังสามารถเปิดกลับคืนได้อยู่ (ปิดเป็นค่าดีฟอลต์)
ส่วน IE11 และ Edge ตัวเก่า (ปัจจุบันเรียก Edge Legacy) จะปิดการทำงานของ TLS 1.0/1.1 ในเดือนกันยายน 2020