Chrome และ Edge เตรียมถอดการเข้ารหัส TLS แบบ TLS_RSA_WITH_3DES_EDE_CBC_SHA
ออกจากระบบ ทำให้อาจจะเข้าเว็บเก่าๆ ที่ใช้กระบวนการเชื่อมต่อแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป
3DES (อ่านว่า ทริป-เปิล-เดส) เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขความอ่อนแอของกระบวนการเข้ารหัสแบบ DES ที่มีกุญแจเพียง 56 บิต โดยเพิ่มกุญแจเป็น 168 บิต หรือสามเท่าของ DES การเข้ารหัสนี้เข้าเป็นมาตรฐาน RFC1851 ในปี 1995
ไมโครซอฟท์เขียนบล็อกอธิบายการทดลองสร้าง "โหมดปลอดภัยสุดๆ" (Super Duper Secure Mode) ของ Microsoft Edge โดยใช้แนวคิดสุดขั้วคือปิดการทำงานของ JIT (Just-In-Time Compilation) ในเอนจิน V8 ของ Chromium ไปเลย เพื่อลดพื้นที่ในการถูกโจมตี (attack surface)
แนวคิดของไมโครซอฟท์คือ JIT ของ Chromium ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ (ข่าวเก่า 1, ข่าวเก่า 2) เกิดบั๊กจำนวนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และหากดูสถิติช่องโหว่ความปลอดภัย (CVE) ของเอนจิน V8 หลังปี 2019 เป็นต้นมา มีช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับ JIT คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของช่องโหว่ V8 ทั้งหมด
บริษัทผู้พัฒนาเบราว์เซอร์ 4 รายใหญ่คือ Apple, Google, Microsoft, Mozilla ประกาศตั้งกลุ่ม WebExtensions Community Group (WECG) เพื่อให้ส่วนขยายของเบราว์เซอร์ทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น
ระบบส่วนขยายของเบราว์เซอร์ในปัจจุบันอิงจากแนวทางของ Chrome เป็นหลัก กรณีของ Edge ที่ใช้เอนจิน Chromium คงไม่มีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้มากนัก ส่วน Firefox หันมาใช้ฟอร์แมตแบบ Chrome ในปี 2015 และ Safari เป็นรายล่าสุดที่ตามมาในปี 2020
การเปลี่ยนแปลงเอนจินของ Edge ตัวเก่า (EdgeHTML) มาเป็น Chromium ส่งผลให้การเรนเดอร์ฟอนต์บน Windows เปลี่ยนไป เพราะ Chromium มีระบบเรนเดอร์ฟอนต์ของตัวเองที่เหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม แต่ต่างจากแอพบน Windows ตัวอื่นๆ
ล่าสุดไมโครซอฟท์ปรับปรุง Edge ให้สามารถใช้เอนจินเรนเดอร์ฟอนต์ของ Windows ได้แล้ว เบื้องหลังการทำงานจะใช้ DirectWrite และการเรนเดอร์แบบ ClearType ข้อดีคือเห็นฟอนต์แบบเดียวกันกับแอพอื่นๆ และตั้งค่าระดับความเข้ม (contrast) ของฟอนต์ใน Settings ทีเดียวแล้วเปลี่ยนทั้งหมด
ไมโครซอฟท์ประกาศออก Edge WebView2 เวอร์ชันเสถียรสำหรับ .NET/WinUI หลังออกรุ่นเสถียรสำหรับ Win32 ไปก่อนแล้ว
WebView2 เป็นการนำเอนจินแสดงผลของ Edge (ที่ข้างในเป็น Chromium อีกที) มาฝังในแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อใช้เรนเดอร์หน้าเว็บภายในแอปนั้น สามารถใช้ได้กับแอปหลากหลาย ทั้งแบบเนทีฟ ไฮบริด และเว็บแอป เช่น Win32 C/C++, .NET WPF/WinForms, WinUI 3 (Project Reunion)
ไมโครซอฟท์ประกาศว่า Internet Explorer 11 เวอร์ชันสุดท้ายของเบราว์เซอร์ Internet Explorer บนเดสก์ท็อป Windows 10 จะหยุดการสนับสนุนตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2022 เป็นต้นไป พร้อมคำประกาศที่ชัดเจนว่าอนาคตของ Internet Explorer บน Windows 10 ก็คือ Microsoft Edge นั่นเอง
สำหรับผู้ใช้งานเว็บเก่าที่ยังต้องการคุณสมบัติใน Internet Explorer สามารถเปิดใช้ IE mode บน Edge ทดแทนได้ ซึ่งไมโครซอฟท์บอกว่า IE Mode นี้จะยังรองรับไปจนถึงปี 2029
ทั้งนี้บริการ Microsoft 365 และแอปอื่นที่เกี่ยวข้อง จะเริ่มหยุดการสนับสนุนบน Internet Explorer 11 ตั้งแต่ 17 สิงหาคม ปีนี้
ไมโครซอฟท์ออก Windows 10 Insider Preview Build 21364 ของใหม่ที่สำคัญคือ WSL ออกรุ่นรองรับโปรแกรม GUI (WSLg) ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว
แต่ใน Insider ตัวนี้ยังมีของใหม่ที่น่าสนใจคือ Task Manager ได้ฟีเจอร์ใหม่สองอย่าง อย่างแรกคือ "Eco mode" ที่ผู้ใช้สามารถสั่งจำกัด (throttle) ทรัพยากรของโพรเซสนั้นๆ ลงได้ เหมาะสำหรับกรณีที่เราสังเกตว่าโพรเซสนั้นๆ กินทรัพยากรสูงเกินไป และอยากจัดสรรทรัพยากรให้โพรเซสอื่นๆ แทน
ต่อเนื่องจากข่าว Vivaldi, Brave ประกาศไม่ใช้วิธีตามรอยแบบ FLoC ที่กูเกิลใช้ใน Chrome เว็บไซต์ The Verge จึงสอบถามไปยังเบราว์เซอร์ตัวอื่นๆ ว่าจะพัฒนาเทคนิคตามรอย FLoC ด้วยหรือไม่
Opera บอกว่ายังไม่มีแผนจะเปิดใช้ฟีเจอร์ FLoC ที่มีโค้ดอยู่ใน Chromium แต่ก็บอกว่าเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้
Firefox บอกว่ายังไม่มีแผนจะใช้ฟีเจอร์ตามรอยใดๆ สำหรับการโฆษณาในตอนนี้ และคิดว่าไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลผู้ใช้เยอะขนาดนี้เพื่อมายิงโฆษณา
ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์ทดสอบใช้งาน Kids Mode ในบราวเซอร์ Microsoft Edge ล่าสุดเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ในการเปิดใช้งานให้คลิปที่โปรไฟล์ จะมองเห็นเมนู Browse in Kids Mode สามารถเลือกอายุได้สองระดับคือ 5-8 ปี หรือ 9-12 ปี
กูเกิล-ไมโครซอฟท์ประกาศความร่วมมือระหว่างทีม Chrome และ Edge แก้ปัญหาเรื่องเว็บเบราว์เซอร์แต่ละตัวแสดงผลมาตรฐานเว็บไม่เหมือนกัน ใช้ชื่อโครงการว่า #Compat2021
โครงการนี้จะอ้างอิงข้อมูลจาก Web DNA (Web Developer Needs Assessment) ที่ริเริ่มโดย Mozilla สำรวจความเห็นของนักพัฒนาเว็บ และพบว่ามีปัญหาสำคัญ 5 ประการคือ CSS Flexbox, CSS Grid, CSS position: sticky, CSS aspect-ratio property, CSS transforms ที่พฤติกรรมของแต่ละเบราว์เซอร์ต่างกัน
ไมโครซอฟท์ปรับรอบการออกรุ่นของ Microsoft Edge เป็น 4 สัปดาห์ ตามประกาศของ Chrome/Chromium ก่อนหน้านี้
Edge จะยังเดินตามรอยของ Chrome โดยออกรุ่น Extended Stable อัพเดตทุก 8 สัปดาห์ สำหรับลูกค้าองค์กรที่ไม่อยากอัพเดตบ่อยๆ การเปลี่ยนแปลงจะมีผลใน Edge เวอร์ชัน 94 เช่นเดียวกับ Chrome
ประกาศของ Edge ทำให้ตอนนี้เบราว์เซอร์ยอดนิยม 3 ตัวคือ Firefox, Chrome, Edge เปลี่ยนมาใช้รอบ 4 สัปดาห์กันหมดแล้ว
ที่มา - Microsoft Edge
ไมโครซอฟท์เริ่มทดสอบใช้งานบราวเซอร์ Edge Chromium บน Xbox แล้ว ผู้ใช้งานกลุ่ม Alpha Skip-Ahead สามารถเข้าใช้งานได้เลย การทดสอบใช้งานช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์อื่นๆ บนคอนโซล Xbox One หรือ Xbox Series S / X เข้าถึงเกมในรูปแบบ web base ได้ หรือเข้าใช้งานเว็บไซต์ Discord ได้ดียิ่งขึ้น
ไมโครซอฟท์ออก Edge 89 ตามรอบการออกของ Chrome 89 ของใหม่ที่สำคัญในเวอร์ชันนี้มีด้วยกัน 3 อย่าง
เริ่มจากแท็บแนวตั้ง (vertical tabs) ที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อที่ด้านข้างของหน้าจอ (เหมือนกับของ Opera) และสามารถสลับไปมาได้ระหว่างแท็บแนวตั้ง-แนวนอน
ปัจจุบัน เมื่อเข้าเว็บไซต์ เบราว์เซอร์จะมีป๊อปอัพขอแสดงการแจ้งเตือน ซึ่ง Microsoft ระบุว่าจากการสำรวจพบว่าผู้ใช้รำคาญการแจ้งเตือนลักษณะนี้ ช่วงหลัง Microsoft จึงเพิ่มฟีเจอร์สั่งปิดการแจ้งเตือนหรือ quiet notification requests ตั้งแต่ Edge 84 แต่ก็พบว่าผู้ใช้บางกลุ่มก็ยังต้องการการแจ้งเตือนนี้อยู่บ้าง Microsoft พยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ คือพยายามหาตรงกลางระหว่างแสดงทั้งหมดหรือไม่แสดงทั้งหมดเลย โดยเลือกใช้ข้อมูล crowdsource มาใช้พิจารณา เรียกว่า adaptive notification requests
ไมโครซอฟท์กำลังทดสอบการใช้งาน เบราวเซอร์ Edge สำหรับเด็กอายุ 5-12 ปี หรือ Kids Mode กำลังเปิดทดสอบในกลุ่มผู้ทดสอบ Edge Insiders ในช่อง Dev และ Canary
Kids Mode มาพร้อม Bing SafeSearch ป้องกันการติดตามจากการ track โฆษณาต่างๆ เด็กๆ ไม่จำเป็นต้องสร้างบัญชีผู้ใช้งาน เท่ากับว่าสามารถเข้าใช้งานในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่ไม่ใช่ของตนได้ และหากเข้าเว็บที่ปลอดภัยแก่เด็ก แต่ถูกปิดกั้นไว้ไม่ให้เข้า ก็สามารถสร้างคำร้องเพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ได้ สำหรับผู้ปกครอง สามารถสร้างรายการเว็บไซต์ที่ปลอดภัยบน Kids Mode ได้
ไมโครซอฟท์ประกาศแผนการถอด Microsoft Edge Legacy ตัวเก่าออกจาก Windows 10 ในเดือนเมษายน 2021
ในเดือนเมษายนนี้ ไมโครซอฟท์จะใช้อัพเดตเดือนรอบปกติ (Patch Tuesday) วันที่ 13 เมษายน 2021 ลบ Edge ตัวเก่าออกจากระบบ และติดตั้ง Edge ตัวใหม่ให้อัตโนมัติ (หากยังไม่มี) โดยอัพเดตนี้จะมีผลตั้งแต่ Windows 10 v1803 ขึ้นมาจนถึง Windows 10 v20H2 ตัวล่าสุดในปัจจุบัน
ตัวเอนจินเรนเดอร์เว็บ EdgeHTML ของ Edge ตัวเก่า จะยังถูกซัพพอร์ตต่อไปบน Windows 10 แต่ไมโครซอฟท์ก็แนะนำให้ใช้เอนจิน Edge WebView2 ที่พัฒนามาจาก Chromium แทนแล้ว
ไมโครซอฟท์ออก Edge 88 Stable (ตามหลัง Chrome 88 Stable) โดยมีฟีเจอร์ใหม่ชุดใหญ่ดังนี้
ผู้ใช้ Chrome บางคนอาจเคยใช้ส่วนขยาย The Great Suspender ให้แท็บที่ไม่ได้ใช้งาน "หลับ" ไปเพื่อประหยัดซีพียูและแรม ตอนนี้ Microsoft Edge กำลังมีฟีเจอร์แบบเดียวกันแต่มากับตัวเบราว์เซอร์เลย
ฟีเจอร์นี้ของ Edge ชื่อว่า sleeping tabs เริ่มเปิดใช้แล้วใน Edge 88 Beta วิธีการทำงานคือแท็บที่ไม่ได้เปิดใช้นานๆ (ค่าดีฟอลต์คือ 2 ชั่วโมง แต่กำหนดค่าเองใน Settings > System ได้ตั้งแต่ 5 นาที-12 ชั่วโมง) จะถูกทำให้หลับไป และจะถูกปลุกขึ้นมาเมื่อเราคลิกที่แท็บนั้นอีกครั้ง
หลังจากไมโครซอฟท์ได้ออก Edge WebView2 SDK ตัวช่วยเรนเดอร์หน้าเว็บบนแอพวินโดวส์ล่าสุดที่มาเปลี่ยนมาใช้เอนจิน Chromium ให้กับแอพพลิเคชั่นแบบ Win32 C/C++ มาได้ระยะหนึ่ง
ตอนนี้ก็มาถึงคราวของแอพวินโดวส์ที่พัฒนาด้วย .NET กันบ้าง เมื่อไมโครซอฟท์ได้ประกาศออกรุ่นใช้งานจริงของ WebView2 SDK สำหรับแอพพลิเคชั่นตระกูล .NET เป็นที่เรียบร้อย
ทำให้การพัฒนาแอพวินโดวส์ทั้งแบบ WinForms และ WPF ซึ่งมีการฝังการแสดงผลจากเว็บแอพ สามารถเปลี่ยนมาใช้ WebView2 SDK เพื่อใช้ประโยชน์จากเอนจิน Chromium ที่เรนเดอร์หน้าเว็บได้ตรงกับเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่ในท้องตลาดได้แล้ว
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ Edge รอคอยกันมากที่สุดคือ การซิงก์ History และ Open Tabs แบบข้ามอุปกรณ์ ที่ขึ้นโชว์ในหน้า Settings มานานแต่ไม่สามารถใช้ได้สักที
ล่าสุดไมโครซอฟท์เริ่มเปิดฟีเจอร์นี้แล้วใน Edge 88 Dev ที่จะเข้าสถานะ Beta ในเร็ววันนี้ (ตอนนี้ Edge Stable คือเวอร์ชัน 87) ผมลองใช้กับ Edge Dev ก็พบว่าสามารถใช้งานได้แล้วจริงๆ
ไมโครซอฟท์ยังเพิ่มเมนู History ไว้ข้างแถบ address bar (ติดกับไอคอนดาว Favorite) เพื่อให้ย้อนดูแท็บจากเครื่องอื่นได้ง่ายๆ และสามารถปักหมุดเมนูนี้เป็น sidebar ได้ถ้าต้องการ
ฟีเจอร์ใหม่อย่างอื่นใน Edge 88 คือรองรับการแสดงผล PDF แบบ 2 หน้าคู่กัน, ให้ Edge ช่วยตั้งรหัสผ่านให้, รองรับการดูวิดีโอแบบ picture-in-picture บน macOS เป็นต้น
ฟีเจอร์ใหม่อีกอย่างของ Microsoft Edge ที่เป็นฟีเจอร์เล็กๆ แต่น่าจะแก้ปัญหาให้คนจำนวนมากคือ friendly URL เป็นการคัดลอกลิงก์แล้วสั่ง Paste > Plain Text ซึ่งจะได้ข้อความที่เป็นลิงก์แทน (ข้อความจาก site title + ลิงก์) แทนการแปะข้อความเป็น URL ยาวๆ เหมือนของเดิม
ผู้ใช้งาน Edge สามารถเลือกวิธีการ Paste ได้สองแบบว่าจะเป็น URL (เหมือนของเดิม) หรือเป็น Plain Text โดยเลือกตั้งค่าดีฟอลต์ได้ด้วยว่ากด Ctrl+V แล้วจะเป็นแบบไหน
ไมโครซอฟท์ประกาศฟีเจอร์ใหม่ให้ Edge ทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ หากเราเข้าเว็บไซต์ช็อปปิ้งหรืออีคอมเมิร์ซที่มีระบบคูปองลดราคา Edge จะขึ้นป้ายบอกในช่อง URL ว่าเว็บไซต์นี้มีคูปองลดราคาใดบ้างที่เราสามารถใช้ได้ทันที
ไมโครซอฟท์บอกว่าการค้นหาคูปองหรือโค้ดลดราคาต้องใช้พลังงานเยอะ และส่วนใหญ่เมื่อเจอคูปองจะพบว่าใช้ไม่ได้แล้ว ฟีเจอร์นี้จึงออกมาช่วยค้นหาคูปองให้อัตโนมัติ พร้อมให้กดใช้งานได้ทันที
ฟีเจอร์นี้ยังใช้ได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ใช้ได้กับ Edge เวอร์ชันเดสก์ท็อปและ iOS ส่วนเวอร์ชัน Android กำลังตามมา
ไมโครซอฟท์ประกาศข่าวฟีเจอร์ใหม่ของ Edge Chromium ว่าสามารถรับข้อความแจ้งเตือน (notification) จากเว็บไซต์ต่างๆ ได้ แม้ปิดเบราว์เซอร์อยู่
ฟีเจอร์นี้เคยมีบน Edge ตัวเก่า แต่หายไปใน Edge ตัวใหม่ ซึ่งไมโครซอฟท์นำกลับมาเรียบร้อยแล้ว ประโยชน์ที่สำคัญของมันคือการรันเว็บแอพแบบ PWA ที่ปักหมุดไอคอนไว้บนทาสก์บาร์ ก็จะเห็นจำนวนข้อความแจ้งเตือนผ่าน badge ที่ลอยทับบนไอคอนได้ด้วย
การเปลี่ยนแปลงมีผลตั้งแต่ Edge 85 (notification) และ Edge 87 (badge) เป็นต้นไป บน Windows 10 20H1 เป็นต้นไป ฝั่งของนักพัฒนาเว็บก็สามารถเรียกใช้งานได้ผ่าน Push API, Notification API และ Badging API
เอกสารซัพพอร์ตของไมโครซอฟท์ระบุว่า ใน Microsoft Edge 87 รุ่นเสถียรรุ่นหน้า จะมีอัพเดตที่เปลี่ยนค่าของ Internet Explorer ในเครื่อง ให้การใช้ IE เปิดเว็บบางเว็บที่อยู่ใน incompatibly list จะกลายเป็น redirect มาเปิดด้วย Edge แทน
เว็บไซต์ที่อยู่ใน incompatibly list เหล่านี้ถือว่าเป็นเว็บสมัยใหม่ที่ไม่รองรับ IE แล้ว ในรายการตอนนี้มีทั้งหมด 1,156 เว็บ ตัวอย่างได้แก่ Facebook, Instagram, Twitter, Google Drive, Microsoft Teams, Yahoo Mail, ESPN เป็นต้น
ไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลด Microsoft Edge for Linux ตามที่เคยสัญญาไว้
Microsoft Edge for Linux ยังเป็นรุ่นทดสอบ Dev Channel มีแพ็กเกจทั้งแบบ .rpm และ .deb ใช้งานได้บน Ubuntu, Fedora, Debian, openSUSE สามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์แยกมาติดตั้งเอง (จาก Edge Insider) หรือจะผ่าน repository ของไมโครซอฟท์ ก็ได้เช่นกัน