มีรายงานจากผู้ใช้ Facebook และ Instagram ทั่วโลก พบปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ โดยข้อมูลจาก Downdetector เริ่มมีรายงานปัญหาตั้งแต่เวลา 22:00น. ตามเวลาในไทย สำหรับ Facebook, Instagram และ Facebook Messenger ส่วน WhatsApp ที่เป็นบริการในเครือ Meta เช่นกัน ไม่มีรายงานปัญหา
อาการที่พบคือไม่สามารถล็อกอินใช้งานได้ แม้ป้อนรหัสที่ถูกต้อง
จากปัญหาดังกล่าวทำให้เทรนด์ของประเทศไทยบน X หรือ Twitter เดิม อันดับ 1-2 ตอนนี้คือ #เฟสล่ม และ #ไอจีล่ม
ถึงตอนนี้ Meta ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดปัญหาที่เกิดขึ้น
บัญชีผู้ใช้งาน Threads @whimchic โพสต์สิ่งที่เขาพบว่า Facebook ได้เริ่มทดสอบการโพสต์ข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-post) โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกให้โพสต์ใน Facebook นั้น ไปโพสต์ในบัญชี Threads ที่เชื่อมต่อไว้ได้ด้วย แบบเดียวกับที่สามารถเลือกให้โพสต์ Facebook ไปโพสต์ลงใน Instagram ได้ด้วย
ตัวแทนของ Meta ยืนยันการทดสอบนี้ โดยบอกว่าจำกัดผู้ใช้งานกลุ่มเล็กเท่านั้น และมีผลเฉพาะการโพสต์จากแอปใน iOS รวมทั้งไม่มีผลกับกลุ่มผู้ใช้งานประเทศ EU ที่มีการควบคุมความเป็นส่วนตัว โดยสามารถโพสต์แชร์ไปที่ Threads ได้ ทั้งโพสต์ข้อความและโพสต์ลิงก์
Mark Zuckerberg เล่าชีวิตส่วนตัวในรายการ Morning Brew Daily (ตอนเดียวกับ ข่าวนี้ และ ข่าวนี้) หลังได้รับคำถามว่า เขามีสไตล์การบริหารบริษัทอย่างไร หลังเปิดบริษัท Facebook/Meta มานาน 20 ปีแล้ว (เริ่มก่อตั้งปี 2004)
Mark ตอบว่าในตอนแรกสุดนั้นเขาไม่ได้มีความตั้งใจเปิดบริษัทเลย เขาแค่ชอบสร้างสิ่งต่างๆ เท่านั้น (I like building stuffs) เขาไปเรียนมหาวิทยาลัยโดยตั้งเป้าว่าจบไปคงไปเป็นวิศวกรในไมโครซอฟท์ อย่างไรก็ตาม แม่ของเขาเคยดักคอเอาไว้ว่า เดี๋ยวลูกก็ไปเปิดบริษัท ซึ่งเขายืนกรานว่าไม่ทำแน่ๆ และแม่ของเขาก็เคยปรามาสว่าเขาต้องเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยแน่นอน
Meta ประกาศปรับปรุงรายละเอียดของการซื้อบูสต์โพสต์ หรือโฆษณาใน Facebook และ Instagram ผ่านแอปบน iOS โดยจะมีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก 30% ของราคาที่กำหนดไว้ มีผลตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป
ค่าธรรมเนียมที่ Meta คิดเพิ่มนี้เป็นผลจากกฎใหม่ที่แอปเปิลประกาศสำหรับ App Store ในปี 2022 ซึ่งกำลังจะมีผล ที่ระบุว่าการซื้อบูสต์โพสต์ จะต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบ In-App Purchase ของแอปเปิล และแอปเปิลจะหักค่าธรรมเนียม 30% ทุกรายการ จึงทำให้ Meta ประกาศเก็บคิดค่าธรรมเนียมส่วนนี้กับลูกค้าเพิ่มเติมนั่นเอง
Meta ประกาศแนวทางขึ้นป้ายกำกับ (label) บอกว่าภาพที่โพสต์ในระบบ Facebook, Instagram, Threads สร้างด้วย AI เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ป้ายกำกับนี้จะเริ่มใช้งานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า (coming months)
Meta ออก Facebook Graph API v19.0 มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ Facebook Groups API ที่ใช้เข้าถึงเนื้อหาใน Facebook Groups ถูกปรับสถานะเป็น "ล้าสมัย" (deprecated) และจะปิดการใช้งานในอีก 90 วันข้างหน้า
Meta อธิบายว่าที่ผ่านมา เครื่องมือโซเชียลภายนอกหลายตัวเรียกใช้ Groups API สำหรับให้เพจส่ง Private Replies ไปยังบุคคลที่โพสต์ใน Groups โดยตรง ซึ่ง Meta บอกว่าจะเปิดช่องทางใหม่ให้นักพัฒนาแอพโซเชียลเหล่านี้ใช้งานโดยไม่ต้องผ่าน Groups API
อย่างไรก็ตาม TechCrunch รายงานว่าเครื่องมือจัดการโซเชียลหลายตัวยังใช้ Groups API สำหรับโพสต์ข้อความอัตโนมัติลง Groups แบบตั้งเวลาล่วงหน้า ซึ่งการปิด API นี้จะทำให้ช่องทางนี้ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป กระทบกับลูกค้าจำนวนมาก
Facebook มีอายุครบ 20 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จากจุดเริ่มต้นของโปรแกรมนำข้อมูลนักศึกษามาจัดระเบียบใหม่ จนมาถึงการเป็นบริษัทชื่อ Meta Platforms เพื่อมุ่งสู่โลกเสมือนยุคใหม่ พร้อมมูลค่ากิจการที่เพิ่งทำสถิติสูงสูดมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
Mark Zuckerger ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Facebook และ Meta ปีนี้นอกจากเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เป็นรูปที่เขาใช้ตั้งแต่ยังเป็น TheFacebook ก็โพสต์คลิปวิดีโอย้อนเวลาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของ Meta โดยบอกว่าตลอดเส้นทาง มีผู้คนอัศจรรย์มากมายเข้าร่วมและสร้างสิ่งเจ๋ง ๆ เพิ่มขึ้นตลอด ตอนนี้เราก็ยังเป็นเช่นนั้น และจะมีสิ่งดี ๆ ออกมาอีก
Meta รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2023 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 40,111 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นรายได้จากโฆษณา 38,706 ล้านดอลลาร์ รายได้อื่นของแอป 334 ล้านดอลลาร์ และรายได้ Reality Labs 1,071 ล้านดอลลาร์ โดยมีกำไรสุทธิ 14,017 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้เฉพาะธุรกิจ Reality Labs ยังคงขาดทุนมากขึ้นเป็น 4,646 ล้านดอลลาร์
Mark Zuckerberg ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Meta กล่าวในแถลงผลประกอบการว่าเป็นอีกไตรมาสที่ดี ทั้งจากชุมชนและธุรกิจที่ยังคงเติบโต โดยบริษัทมีความก้าวหน้าทั้งด้าน AI และ Metaverse
จำนวนผู้ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกเดือน (MAUs) เพิ่มขึ้นเป็น 3,065 ล้านบัญชี ส่วนจำนวนรวมทุกแพลตฟอร์มในเครือมี 3.98 พันล้านคน
Meta ประกาศว่าเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ของกลุ่มประเทศ EU หรือ Digital Markets Act (DMA) จึงได้เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานในการควบคุมบริการและฟีเจอร์ต่าง ๆ มีผลเฉพาะผู้ใช้งานในประเทศกลุ่ม EU, EEA และสวิตเซอร์แลนด์
ทางเลือกที่เพิ่มเติมมามีดังนี้
Sheryl Sandberg อดีตซีโอโอ Meta และ Facebook ประกาศว่าหลังจากลาออกจากตำแหน่งซีโอโอมาระยะเวลาหนึ่ง เหลือเฉพาะบทบาทหน้าที่กรรมการบอร์ดบริษัท เพื่อดูแลการส่งต่องานให้กับทีมบริหารใหม่ ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาได้พิสูจน์ว่า Meta มีความพร้อมสำหรับอนาคตแล้ว จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะถอยออกมาอีกก้าว
โดย Sheryl Sandberg จะลาออกจากกรรมการบอร์ดของ Meta และรับตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัท มีผลตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta ได้แสดงความเห็นขอบคุณในโพสต์ของ Sandberg ถึงการมีส่วนร่วมที่พาบริษัทและชุมชนเดินทางมาตลอดกว่า 14 ปี
มีรายงานฟีเจอร์ใหม่ในแอป Facebook บนสมาร์ทโฟนชื่อว่า Link History มีผลเฉพาะการใช้งานผ่านแอปบน iPhone และ Android โดย Meta ระบุว่าฟีเจอร์นี้กำลังทยอยอัพเดตให้ผู้ใช้งานทั่วโลก ฉะนั้นบางคนอาจยังไม่เห็นฟีเจอร์นี้ในตอนนี้
การทำงานก็เป็นไปตามชื่อโดย Facebook จะแสดงประวัติลิงก์ที่ผู้ใช้งานเคยเปิดดูผ่านเบราว์เซอร์ภายในแอป (In-app browser) เก็บข้อมูลย้อนหลัง 30 วัน
Meta ประกาศเริ่มเปิดการส่งข้อความใน Messenger และ Facebook เป็นการเข้ารหัสแบบ End-to-End แล้ว มีผลกับผู้ใช้งานทุกคนทั้งการแชทและการโทรแบบส่วนตัว ตามที่บริษัทเคยประกาศไว้ว่าจะมาภายในปีนี้
Messenger เริ่มรองรับการส่งข้อความเข้ารหัสมาตั้งแต่ปี 2016 แต่เป็นแบบผู้ใช้งานต้องเปิดเอง (opt-in) ซึ่งเหตุผลที่ใช้เวลานานมากกว่าจะเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นได้กับทุกคน เพราะต้องแก้ไขโครงสร้างการจัดการข้อความด้านหลัง รวมถึง Messenger เองก็มีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มมาโดยตลอด
ถึงแม้กระแสเปิดตัวของใหม่ AI วันนี้จะอยู่ที่ Gemini ของกูเกิล แต่ Meta ก็ประกาศของใหม่เกี่ยวกับ AI ด้วยเช่นกันนั่นคือ Imagine with Meta AI เครื่องสำหรับสร้างรูปภาพด้วย prompt ที่แยกออกมาใช้งานโดยเฉพาะ ไม่ได้ไปรวมกับบริการตัวอื่น ซึ่งเหมือนกับ DALL-E, Midjourney หรือ Stable Diffusion ทำงานบนโมเดล Emu ที่ใช้สร้างรูปภาพ
Imagine with Meta AI ยังเปิดให้ใช้งานแบบจำกัดเฉพาะผู้ใช้ในอเมริกาเท่านั้นผ่าน imagine.meta.com
Facebook Messenger และ Instagram สามารถส่งข้อความ DM ข้ามแอปกันได้มาตั้งแต่ปี 2020 โดยตอนนั้น Facebook (ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นชื่อ Meta) บอกว่าเพื่อให้ผู้ใช้ Instagram ได้ประสบการณ์ใช้งาน Messenger บนระบบส่งข้อความ Instagram
ผ่านไป 3 ปี เปลี่ยนใจแล้ว
ข้อมูลในหน้าซัพพอร์ตของ Instagram ปรับปรุงล่าสุดระบุว่า การแชทข้ามแอประหว่าง Instagram กับ Facebooke Messenger จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป มีผลตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2023 เป็นต้นไป
Meta ยืนยันรายงานข่าวว่าบริษัทได้ยุบแผนก Responsible AI (RAI) หรือฝ่ายที่ดูแลด้านความปลอดภัยของ AI ต่าง ๆ ที่มีการใช้งานในแพลตฟอร์ม โดยพนักงานในฝ่ายนี้จะย้ายไปอยู่กับฝ่ายที่ดูแลผลิตภัณฑ์ Genarative AI หรือบางส่วนไปอยู่ส่วน Infrastructure ของ AI แทน
การยุบฝ่าย RAI นี้ เป็นไปตามแผนการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามแผนงานของ Meta ในปีนี้ ที่นำไปสู่การยุบแผนก หรือปลดพนักงานออกจำนวนมาก อย่างไรก็ตามตำแหน่งงานที่ดูแลความปลอดภัยของ AI ว่าสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีซึ่งพัฒนา AI ให้ความสำคัญ
Meta ประกาศเพิ่มเครื่องมือใหม่สำหรับครีเอเตอร์ Facebook Reels หลายอย่าง โดยเครื่องมือที่น่าสนใจคือ Reels A/B Testing ซึ่ง A/B Testing เป็นวิธีการทดสอบโดยปรับแต่งค่าต่าง ๆ แล้วนำเสนอกระจายกลุ่มผู้รับออกไปพร้อมกัน เพื่อดูว่ารูปแบบไหนที่คนให้ความสนใจมากที่สุด มีการใช้งานแพร่หลายทั้งในวงการ UX, คอนเทนต์ และการตลาด
Reels A/B Testing เปิดให้ครีเอเตอร์สามารถเลือกตั้งค่าที่แตกต่างสูงสุด 4 รูปแบบในคอนเทนต์เดียวกัน โดยตอนนี้สิ่งที่ปรับแต่งได้คือแคปชั่นกับภาพธัมเนล (เลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่ง) จากนั้น Reels จะแสดงผลในรูปแบบที่แตกต่างนี้กับผู้ชม แล้วรายงานผลลัพธ์ให้ครีเอเตอร์ในระยะเวลาทดสอบ 30 นาที ว่าตัวเลือกใดที่ได้ผลตอบรับสูงสุด จากนั้นจะปรับมาแสดงผลด้วยตัวเลือกนั้นเว้นแต่จะไปแก้ไข
Facebook และ Instagram เปิดบริการจ่ายเงินเพื่อปิดโฆษณา ซึ่งมีเฉพาะในเขตสหภาพยุโรปเท่านั้น เริ่มเปิดให้ใช้งานในเดือนพฤศจิกายนนี้
ผู้ใช้ Facebook และ Instagram ในภูมิภาคเหล่านี้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้บัญชีแบบฟรี มีโฆษณาต่อไป หรือจะสมัครสมาชิกในราคา 9.99 ยูโร/เดือน (สมัครผ่านเว็บ) หรือ 12.99 ยูโร/เดือน (ผ่านแอพ iOS/Android ที่ต้องจ่ายส่วนแบ่งให้แอปเปิล/กูเกิล) เพื่อแลกกับการไม่ต้องมีโฆษณา
บริษัท Meta บอกว่ายังเชื่อมั่นในแนวทางบัญชีฟรี หารายได้จากโฆษณาเหมือนเดิม แต่เมื่อต้องปฏิบัติตามกฎของยุโรปก็ยินดีปฏิบัติตาม
ที่มา - Meta
ที่ผ่านมามีประเด็นเรื่องเพจปลอมแล้วยิงโฆษณาหลอกลวงประชาชนมาโดยตลอด ที่เด่นๆ และเห็นกันบ่อยหน่อยก็กรณีเพจอมตะปลอมหรือเพจ ดร. นิเวศน์ เหมวิชรวรากรปลอม ชักชวนลงทุน จนถึงขนาดกระทรวงดิจิทัลออกมาขู่จะบล็อคแพลตฟอร์ม
Meta รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2023 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 34,146 ล้านดอลลาร์ กำไรสุทธิก็เพิ่มขึ้นเป็น 11,583 ล้านดอลลาร์ ปัจจัยหลักจากรายได้ที่เพิ่มสูง และค่าใช้จ่ายที่ลดลง 7% เป็นผลจากการปลดพนักงานชุดใหญ่
รายได้เฉพาะส่วนธุรกิจโฆษณาสะท้อนการเติบโตได้สูงอยู่ที่ 33,643 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% และเป็นสถิติใหม่สูงสุดของบริษัท นับจากสถิติสูงสุดเดิมในไตรมาส 4 ปี 2021
จำนวนผู้ใช้งานเฉพาะ Facebook แบบเป็นประจำทุกเดือน (MAUs) เพิ่มเป็น 3,049 ล้านบัญชี ส่วนจำนวนผู้ใช้งานรวมทุกแอปในเครือเป็นประจำทุกเดือน (Family Monthly Active People - MAP) มี 3.96 พันล้านคน
ปัจจุบันมีรูปแบบการหลอกลวงเกิดขึ้นจำนวนมาก ทาง Meta ประเทศไทยออกมาพูดถึงมาตรการการรับมือปัญหาภัยลวงออนไลน์ มีการร่วมมือกับกระทรวง DE และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดตัวแคมเปญ #StayingSafeOnline ให้ความรู้เท่าทันภัยทางออนไลน์
เฮเซเลีย มาร์กาเรต้า ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะด้านนโยบายเศรษฐกิจจาก Meta ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่าการตรวจจับและป้องกันสแกมบนแพลตฟอร์มของ Meta หากพบบัญชีที่มีพฤติกรรมการหลอกลวง เจ้าของบัญชีจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้ใช้งานบัญชีปลอมหรือนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเองที่ไม่เป็นความจริง หากเจ้าของบัญชีไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ตามที่กำหนด หรือหากผู้ตรวจสอบพบว่ามีการละเมิดกฎและนโยบายต่างๆ บัญชีดังกล่าวก็จะถูกลบ
รัฐแคลิฟอร์เนีย และอีก 32 รัฐฟ้อง Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram เกี่ยวกับการทำร้ายเยาวชนโดยกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มโซเชี่ยลของ Meta ถูกออกแบบ และมีฟีเจอร์ที่ทำร้ายจิตใจเยาวชน
สำนวนส่งฟ้องความยาว 233 หน้า ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย กล่าวหาว่า Meta ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐ และกฎหมายของรัฐบาลกลางที่มุ่งปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ส่วนรัฐอื่น ๆ เช่น ฟลอริดา ยูทาห์ และเวอร์มอนต์ ยื่นฟ้องแยกคดี เท่ากับว่าตอนนี้มีรัฐทั้งหมด 41 รัฐ และวอชิงตัน ดี.ซี. กำลังดำเนินการทางกฎหมายกับ Meta อยู่
ในช่วงที่ผ่านมาแพลตฟอร์มของ Meta ทั้ง Instagram และ Facebook ต่างใช้วิธีแสดงโพสต์จาก Threads แพลตฟอร์มโซเชียลตัวใหม่ที่หวังแข่งขันกับ X หรือ Twitter เดิม โดยแทรกเข้ามาในฟีด ซึ่งเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการดึงคนเข้าไปใช้งาน
ทุกวิธีการในการดึงผู้ใช้งานย่อมมีคนที่ไม่ชอบใจ แม้วิธีการนี้ไม่ใช้ของใหม่ เช่น Reels ใน Instagram ก็เคยแสดงผลบน Facebook เช่นกัน ซึ่งล่าสุดบัญชีทางการของ Threads ก็โพสต์ว่าวิธีการดังกล่าวเพื่อทำให้คนเห็นคอนเทนต์ล่าสุดใน Threads ได้โดยตรงผ่าน Facebook และ Instagram อย่างไรก็ตามบริษัทก็รับฟังฟีดแบ็กจากทุกคนในเรื่องนี้
มีรายงานว่าผู้ใช้งาน Threads บางคนเริ่มพบโพสต์ของ Threads ปรากฏในฟีดของ Facebook โดยมาเป็นแถบแบบปัดแนวนอน (carousel) ขึ้นข้อความว่า For You on Threads เพื่อดึงดูดให้เข้าไปใช้งาน Threads ที่ดูเหมือนหลายคนจะลืมไปแล้วว่าเคยมีโซเชียลนี้หวังแข่งกับ X
ก่อนหน้านี้ Meta ซึ่งเป็นเจ้าของ Threads เคยทดสอบฟีเจอร์แถบแนะนำโพสต์ใน Instagram ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ Facebook มาก่อนแล้ว แต่ดูเหมือนการตอบรับไม่ดีนักจึงเริ่มลดการแสดงผลส่วนนี้ไป
ก็คงต้องดูกันต่อไปว่าแผนนี้จะเพิ่มจำนวนการใช้งานในแพลตฟอร์มได้บ้างหรือไม่
Meta ประกาศเพิ่มความสามารถด้าน AI ช่วยสร้างเนื้อหา หรือ Generative AI สำหรับระบบโฆษณา Ads Manager เพื่อปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ตลอดจนช่วยลดเวลาในการทำงาน
ฟีเจอร์ด้าน GenAI ที่ประกาศได้แก่