Amazon Web Services
Amazon ประกาศเพิ่มตัวเลือกให้เครื่อง EC2 C5 ซึ่งเป็นเครื่องประเภทที่นิยมใช้ในงานที่ต้องการการคำนวณปริมาณมาก โดยเพิ่มตัวเลือกขนาด instance อีกสองแบบ คือ 12xlarge และ 24xlarge พร้อมกับตัวเลือกเครื่องแบบ bare metal ซึ่งเครื่องทั้งหมดรันบนซีพียู Intel Xeon Scalable รุ่นที่สอง โค้ดเนม Cascade Lake
สำหรับเครื่อง c5.12xlarge มี logical processor ทั้งหมด 48 ตัว, เมมโมรี่ 96GiB, แบนด์วิดท์แบบ EBS-Optimized 7Gbps และแบนด์วิดท์สำหรับเครือข่าย 12Gbps
Amazon Lightsail เป็นบริการของ AWS ที่ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงบริการคลาวด์ได้ง่ายขึ้น เช่นการสร้างเว็บบน WordPress แต่ในการใช้งานจริงๆ การดูแลเว็บมีกระบวนการต้องดูแลมากกว่านั้น เช่นการจัดการสำรองข้อมูลเว็บ, อัพเดตซอฟต์แวร์และปลั๊กอินต่างๆ, ไปจนถึงการจัดการ SEO ตอนนี้ทาง AWS ก็ร่วมมือกับ GoDaddy มาให้บริการเสริมส่วนที่ AWS ไม่ได้ทำให้แล้ว
การร่วมมือครั้งนี้ลูกค้า AWS จะสามารถใช้ Lightsail สร้าง WordPress Bundle เพื่อสร้างเว็บและใช้บริการ GoDaddy Pro Sites ได้ด้วย โดยบริการ Pro Sites จะดูแลตั้งแต่การอัพเดตทั้งตัวเว็บ ธีม และปลั๊กอิน, การสร้างไฟล์สำรอง, มอนิเตอร์ประสิทธิภาพเว็บ, และการปรับปรุง SEO
ที่ประชุมผู้ถือหุ้น Amazon ลงคะแนนเสียงต่อมติอนุญาตให้บริษัทขายเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า (Amazon Rekognition) ให้กับหน่วยงานรัฐบาลต่อไป หลังจากมีผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมได้สำเร็จ
Amazon Rekognition เป็นเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าที่เริ่มจากบริการตรวจจับหาใบหน้าคนดัง และยังสามารถใส่ฐานข้อมูลใบหน้าลงไปได้เอง ทำให้หน่วยงานรัฐสามารถตรวจจับบุคคลผู้อยู่ในความสนใจเป็นพิเศษเพื่อติดตามตัวได้ ที่ผ่านมาเทคโนโลยีกลุ่มตรวจจับใบหน้าถูกวิจารณ์ว่าอาจเป็นเครื่องมือให้หน่วยงานรัฐจับตามองกลุ่มผู้เห็นต่าง เช่นกูเกิลเองก็ยังไม่มีบริการนี้เพราะกังวลต่อเนื่องนี้
เมื่อปลายปีที่แล้ว AWS เปิดตัว Ground Station บริการให้เช่าสถานีภาคพื้นสำหรับรับข้อมูลจากดาวเทียมส่งเข้าคลาวด์ หลังจากเปิดให้บริการแบบพรีวิวมาสักระยะ วันนี้ AWS Ground Station ก็ได้เข้าสู่สถานะ GA แล้ว
วิธีใช้ AWS Ground Station ผู้ใช้จะต้องเพิ่มดาวเทียมเข้าไปในบัญชี AWS โดยจะต้องให้ NORAD ID และข้อมูลอื่น ๆ และใช้เวลารอตามกระบวนการ 2 วัน จากนั้นให้เลือกสถานีภาคพื้นที่จะรับข้อมูลจากดาวเทียม โดยการเลือกสถานีจะต้องขึ้นกับวงโคจรของดาวเทียมและเวลาที่จะรับข้อมูล
Amazon ประกาศปรับวิธีคิดเงินระบบ AWS Config ซึ่งเป็นระบบที่รวมการตั้งค่าทั้งที่ AWS กำหนดให้และการตั้งค่าแบบที่ผู้ใช้กำหนดเอง จากเดิมที่คิดเงินจากจำนวนคอนฟิกที่แอคทีฟ มาเป็นการคิดตามจำนวนครั้งในรันคอนฟิกแทน โดยจะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้
การคิดเงินแบบใหม่นี้ จะช่วยให้ผู้ใช้ที่มีคอนฟิกจำนวนมากประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะผู้ใช้ AWS มักจะมีคอนฟิกสำหรับตรวจสอบว่าทรัพยากรต่าง ๆ ที่รันอยู่บน AWS เป็นไปตามกฎที่ตั้งไว้หรือไม่ และถ้าไม่เป็นไปตามกฎที่ตั้งไว้จะทำอะไร (เช่น ไม่อนุญาตให้สร้างถ้าไม่มีแท็กบางอย่าง เป็นต้น)
หลังโครงการ Kubernetes ออกเวอร์ชัน 1.14 ที่รองรับ Windows container เต็มตัว เมื่อปลายเดือนมีนาคม
ทางดิสโทร Kubernetes ต่างๆ ก็เริ่มนำเวอร์ชัน 1.14 ไปใช้งาน โดยเฉพาะ Kubernetes บนคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็น Azure Kubernetes Service (AKS), Amazon EKS และ Google Kubernetes Engine (GKE) ทำให้บริการคลาวด์รายใหญ่ๆ เริ่มรองรับ Windows container กันตามมาด้วย
แต่ด้วยรอบการออกรุ่นใหม่ของ Kubernetes ทุก 3 เดือน อีกทั้งออกรุ่นย่อยที่เป็น point releases บ่อยๆ ทำให้ดิสโทรเหล่านี้เริ่มตามไม่ทัน อีกทั้งยังต้องซัพพอร์ตลูกค้าองค์กรที่ต้องการเสถียรภาพมากกว่าฟีเจอร์ใหม่ๆ ทางออกจึงเป็นการแยก release channel แบบที่เราคุ้นเคยกับ Chrome
ข่าวช็อควงการเกมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคือ Sony และ Microsoft ประกาศความร่วมมือพัฒนาเกมบนคลาวด์ร่วมกัน ทั้งที่เป็นคู่แข่งกันมายาวนานในอุตสาหกรรมเกมคอนโซล
ล่าสุดเริ่มมีรายละเอียดเบื้องหลังข้อตกลงนี้ออกมา โดย Bloomberg รายงานจากแหล่งข้อมูลวงในว่าทั้งสองบริษัทเริ่มเจรจากันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยผู้เจรจาฝั่ง Sony คือทีมบริหารของบริษัทแม่ ไม่ใช่ทีม PlayStation ที่ไม่รู้ข้อมูลของดีลนี้เลยจนกระทั่งแถลงข่าว
ตามข่าวยังบอกว่าดีลนี้สร้างความตื่นตระหนกให้พนักงานฝ่าย PlayStation อย่างมาก ถึงขั้นว่าผู้บริหารของทีมต้องเข้ามาให้คำมั่นว่า ดีลไม่กระทบต่อโครงการพัฒนา PS5 ที่กำลังเดินหน้าอยู่ในตอนนี้
Amazon ได้เปิดตัว Managed Blockchain บริการเพื่อการทำบล็อกเชนบนคลาวด์ AWS ไปแล้วตั้งแต่งาน re:Invent 2018 ซึ่งหลังจากพรีวิวมาระยะเวลาหนึ่ง วันนี้ AWS ประกาศว่า บริการ Amazon Managed Blockchain เข้าสู่สถานะ GA พร้อมสำหรับการใช้งานบนโปรดักชั่น
สำหรับการใช้งาน Managed Blockchain นั้น สามารถเข้าใช้ได้ผ่านคอนโซล, CLI หรือ API เพื่อตั้งค่าเครือข่ายบล็อกเชนข้ามบัญชี AWS โดยใช้คำสั่งง่าย ๆ รองรับทั้ง Ethereum และ Hyperledger Fabric รวมถึงหากมีสมาชิกใหม่เข้ามาในเครือข่าย ก็สามารถตั้งค่าโหนดเพื่อทำการประมวลผลและเก็บสำเนา ledger ได้ง่าย ๆ
จากรายงานเมื่อต้นสัปดาห์ว่า แอปเปิลจ่ายค่าบริการคลาวด์ AWS เดือนละ 30 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่แล้ว ก็มีรายงานที่แย้งกันออกมาจาก The Information
ข้อมูลจาก The Information ระบุว่า ในปีที่แล้ว 2018 แอปเปิลจ่ายเงินให้ AWS ตลอดทั้งปี 370 ล้านดอลลาร์ หรือราว 30 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน แต่ตัวเลขในปี 2017 แอปเปิลจ่ายเงินถึง 775 ล้านดอลลาร์ เท่ากับปี 2018 นั้น แอปเปิลจ่ายเงินค่าคลาวด์ AWS ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ไม่ได้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างรายงานก่อนหน้านี้ ทั้งยืนยันว่าแอปเปิลมีทิศทางชัดเจนว่าต้องการให้ iCloud เปลี่ยนมาใช้ศูนย์ข้อมูลของแอปเปิลให้มากที่สุด
AWS ประกาศเปิด Region ใหม่บนเกาะฮ่องกง นับเป็น AWS Region ที่ 8 ในเอเชียแปซิฟิก โดยฮ่องกงจะมีทั้งหมด 3 Availability Zone
การเปิด Region ในฮ่องกงครั้งนี้จะชนกับ Alibaba Cloud และ Tencent Cloud ที่มีส่วนแบ่งในพื้นที่ค่อนข้างเยอะ โดย Werner Vogels ซีทีโอของ Amazon ระบุว่าการเปิด Region ในฮ่องกง จะช่วยลดความหน่วงที่ลูกค้าจะต้องเชื่อมต่อไปยังโตเกียวหรือสิงคโปร์ จาก 100ms เหลือเพียง 10ms ขณะที่ลูกค้า AWS รายใหญ่ๆ ในฮ่องกงก็ค่อนข้างเยอะด้วยเช่นกัน
แม้ว่า Apple และ Amazon จะเป็นคู่แข่งกันในฝั่งธุรกิจฝั่งผู้บริโภค แต่ฝั่งด้านธุรกิจด้านองค์กรนั้น Apple ยังคงจ่ายเงินให้ Amazon เรื่อยมา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านคลาวด์ AWS ซึ่ง CNBC รายงานว่า Apple จ่ายเงินค่า AWS ถึงราวเดือนละ 30 ล้านดอลลาร์ เพื่อส่งบริการออนไลน์ต่าง ๆ สู่ผู้ใช้ ซึ่งมากพอที่จะทำให้ Apple เป็นลูกค้ารายสำคัญของ AWS
แหล่งข่าวของ CNBC ระบุว่า ตัวเลข 30 ล้านดอลลาร์เป็นค่าเฉลี่ยต่อเดือนของไตรมาสแรกของปีนี้ โดย Apple จ่ายมากขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเมื่อปีที่แล้วทั้งปี Apple จ่ายให้ AWS เป็นเงินราว 350 ล้านดอลลาร์ แต่ถ้าปีนี้ทั้งปี Apple ใช้ AWS ด้วยอัตราเดียวกับไตรมาสแรก เท่ากับว่าทั้งปี Apple อาจต้องจ่ายให้ AWS ถึง 360 ล้านดอลลาร์
ช่องโหว่ Heartbleed ครบรอบ 5 ปีที่มีการรายงานต่อสาธารณะในวันนี้ Colm MacCárthaigh วิศวกรด้านเน็ตเวิร์คและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ AWS ก็ออกมาทวีตถึงประสบการณ์ในวันนั้น
Heartbleed เป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถอ่านหน่วยความจำในเซิร์ฟเวอร์ได้ ความพิเศษของมันคือการโจมตีทำได้ง่ายอย่างยิ่ง ทำให้คาดได้ว่าหลังจากช่องโหว่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว จะมีการโจมตีภายในเวลาอันสั้น เทียบกับช่องโหว่อื่นที่แม้จะร้ายแรง เช่น สามารถรันโค้ดบนเครื่องเหยื่อได้ แต่การโจมตีมักมีความซับซ้อน ทำให้เกิดการโจมตีจริงหลังรายงานออกมาแล้วระยะหนึ่ง
Canonical บริษัทผู้พัฒนาลินุกซ์ Ubuntu ประกาศความร่วมมือกับ AWS นำบริการ Greengrass มารันบน Ubuntu ผ่านแพ็กเกจแบบ snap โดยได้รับซัพพอร์ตจากทาง AWS เอง
การติดตั้งหลักๆ มีเพียงสองขั้น คือการติดตั้งแพ็กเกจ aws-iot-greengrass
และการคอนฟิกใบรับรองสำหรับ Greengrass จากนั้นก็สามารถสั่ง deploy ฟังก์ชั่น lambda ลงมาจากคลาวด์ของ AWS ได้เลย
เนื่องจากเป็นงาน IoT หลังการติดตั้งแล้ว ผู้ใช้อาจจะต้องคอนฟิกเพิ่มเติมเพื่อให้ snap สามารถเข้าถึงพอร์ตต่างๆ เช่น serial หรือ GPIO ได้ โดยทาง Ubuntu มีเอกสารออกมาให้พร้อมกัน
AWS ปล่อยส่วนเสริม AWS Toolkit for Visual Studio Code สำหรับการพัฒนา CloudFormation และ Lambda ได้จากใน VSCode สามารถดีบั๊กและดีพลอยโค้ดขึ้นคลาวด์ได้เลยในตัว
ตัวปล๊กอินเป็นโอเพนซอร์สแจกโค้ดบน GitHub สัญญาอนุญาตเป็น Apache 2.0 กระบวนการติดตั้งนอกจากการติดตั้งปลั๊กอินแล้ว ยังต้องใช้ AWS CLI, Docker, และ AWS SAM CLI
ตอนนี้ยังเป็นเวอร์ชั่นพรีวิว ฟีเจอร์ยังขาดอยู่จำนวนมาก บน GitHub เองมี open issue อยู่ถึง 101 รายการ ส่วนมากเป็น feature request แต่ถ้าใครพัฒนา Lambda บ่อยๆ ก็น่าจะพอใช้งานได้แล้ว
AWS เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Deep Learning Containers หรือ DL Containers เป็นฟีเจอร์ที่ AWS จะทำอิมเมจของ Docker สำหรับใช้งานประเภท deep learning พร้อมกับคอนฟิกด้านในอิมเมจไว้ให้เรียบร้อย เพื่อให้หยิบมาใช้งานได้โดยไม่ต้องเริ่มทำอิมเมจเองใหม่ตั้งแต่ต้น
สำหรับอิมเมจเหล่านี้ AWS ได้ทำการคอนฟิกให้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้ใช้หยิบมาใช้งานได้เลย ทั้งผ่าน ECS, EKS หรือ EC2 ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งอิมเมจเหล่านี้มีให้เลือกบน AWS Marketplace และ ECR ซึ่งผู้ใช้สามารถนำมาใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งจะนำมาใช้เลยก็ได้ หรือจะคอนฟิก, ใส่ไลบรารี, ใส่แพคเกจเพิ่มก็ได้เช่นกัน
Amazon ได้เปิดให้ใช้งานสตอเรจคลาสใหม่ Amazon S3 Glacier Deep Archive ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นเก็บข้อมูลระยะยาวอย่างคงทนและปลอดภัย โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องเก็บข้อมูลไว้ในระยะยาวมากและแทบไม่ได้เรียกใช้เลยนานหลายปี หลังจากเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
สำหรับการเก็บข้อมูลของ S3 Glacier Deep Archive คือจะเก็บข้อมูลไว้ที่ 3 Availability Zones หรือมากกว่า และเรียกข้อมูลได้ภายใน 12 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า โดยสตอเรจคลาสนี้ออกแบบมาเพื่อทดแทนการเก็บข้อมูลลงเทป (tape drive) โดยผู้ใช้จะได้ไม่ต้องยุ่งยากในการจัดการ หรือไมเกรตข้อมูลไปยังสื่อใหม่ ๆ
Amazon ประกาศเปิดตัว Open Distro for Elasticsearch เป็นโครงการเพื่อยกระดับซอร์สโค้ดของ Elasticsearch และ Kibana โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ Elasticsearch เป็นโอเพ่นซอร์ส 100%
Elasticsearch นั้นเป็นเอนจินสำหรับการค้นหาและการวิเคราะห์ ปัจจุบันนิยมใช้งานเป็นเสิร์ชเอนจิน, การวิเคราะห์ log สำหรับ web, มอนิเตอร์แอพแบบเรียลไทม์ และการวิเคราะห์ clickstream ซึ่ง Amazon ระบุว่าตอนแรก Elasticsearch ถูกสร้างเป็นโอเพ่นซอร์สเต็มตัว แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาช่วงหลังส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่ จึงเกิดโครงการ Open Distro for Elasticsearch ขึ้นมา
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Open Distro for Elasticsearch (บางอย่างมีให้บริการใน Amazon Elasticsearch Service แล้ว) เช่น
ในยุคที่ผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่แข่งกันตั้งศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ภูมิภาคที่ดูเหมือนถูกลืมคือแอฟริกา แม้เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตสูงมากก็ตาม
ล่าสุดไมโครซอฟท์ประกาศตัวว่าเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกที่เข้าไปยังแอฟริกาแล้ว โดยตั้งศูนย์ข้อมูลในแอฟริกาใต้ 2 เมืองพร้อมกันคือ Cape Town และ Johannesburg (แยกเป็น 2 region คือ South Africa East/West) รวมถึงขยายลิงก์เชื่อมโยงไปยังประเทศอียิปต์ เคนยา ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ และแองโกลา
ประกาศของไมโครซอฟท์รอบนี้ เป็นการตัดหน้า AWS ที่เคยประกาศเมื่อเดือนตุลาคม 2018 ไว้ว่าจะตั้งศูนย์ข้อมูลที่ Cape Town แต่ยังทำไม่เสร็จ
AWS มีแพลตฟอร์มหลักในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ขึ้นคลาวด์คือระบบปฎิบัติการ FreeRTOS วันนี้ก็ประกาศรองรับสถาปัตยกรรม RISC-V เพิ่มเติม
ตอนนี้เคอร์เนล FreeRTOS มีคอนฟิกตัวอย่างสำหรับรองรับอีมูเลเตอร์ RISC-V แล้วหลายตัว เช่น OpenISA VEGABoard, HiFive, Microchip M2GL025 Creative Board
สถาปัตยกรรม RISC-V ได้รับความสนใจมากขึ้นเพราะเป็นสถาปัตยกรรมโอเพนซอร์สเต็มรูปแบบ ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าไลเซนส์รายชิปเหมือนสถาปัตยกรรมอื่นๆ เปิดทางให้ผู้ผลิตสามารถผลิตชิปราคาถูกและมีการปรับแต่งได้อิสระ ที่ผ่านมาบริษัทขนาดใหญ่เช่น Western Digital ก็ประกาศเตรียมย้ายไปใช้สถาปัตยกรรม RISC-V ทั้งหมดพร้อมกับออกแบบชิปเองแล้วแจกเป็นโอเพนซอร์ส
AWS เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ Elastic File System หรือ EFS คือ EFS Infrequent Access ซึ่งเป็น storage class ใหม่ในราคาถูกลงราว 85% สำหรับการเก็บไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานบ่อย ๆ มาเก็บไว้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
สำหรับไฟล์ที่จะเก็บเข้ามาใน EFS Infrequent Access นี้จะเน้นไฟล์กลุ่มที่ขนาด 128 KiB หรือใหญ่กว่าที่ไม่ได้เข้าใช้งานหรือแก้ไข (ไม่นับการแก้ไข metadata) อย่างน้อย 30 วัน ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิด lifecycle management เพื่อให้ระบบทำงานอัตโนมัติ
เนื่องจากไฟล์ EFS Infrequent Access นั้นมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า ก็จะมีข้อแลกเปลี่ยนคือไฟล์ที่อยู่ในคลาสนี้จะมี latency ในการอ่านไฟล์ที่สูงอยู่ในระดับสองหลักมิลลิวินาที ในขณะที่คลาสปกติจะอยู่ที่หนึ่งหลักมิลลิวินาที
เมื่อปลายปีที่แล้ว Amazon เปิดตัว Corretto หรือ OpenJDK เวอร์ชันของตัวเอง เพื่อใช้ทดแทน Java 8 SE ที่ Oracle เริ่มคิดเงินค่าใช้งาน
ล่าสุด Amazon Corretto 8 ที่เทียบเท่า OpenJDK 8 (เป็นเวอร์ชัน 8u202) มีสถานะเป็น Generally Available (GA) พร้อมใช้งานแล้ว สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ทั้งบน Windows, macOS, Linux รวมถึงระบบปฏิบัติการ Amazon Linux 2 และมีเวอร์ชัน Docker image ให้ด้วย
Amazon ระบุว่าจะพัฒนา Corretto 11 ซึ่งเทียบเท่า Java 11 ที่เป็นรุ่น LTS ตามมาต่อไป
AWS เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน Network Load Balancer คือ TLS Termination เพื่อให้ load balancer ทำการ terminate การเชื่อมต่อแบบ TLS แทนการให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น backend ทำงานนี้
การใช้ TLS Termination ที่ตัว Network Load Balancer โดยตรง มีข้อดีคือจะทำให้ผู้ใช้จัดการใบรับรองได้ง่ายขึ้น คือแทนที่จะกระจายใบรับรองไปตามเครื่องเซิร์ฟเวอร์หลาย ๆ ตัว ก็เปลี่ยนเป็นการวางใบรับรองไว้ที่ load balancer ที่เดียว ซึ่งถ้าใช้ร่วมกับ AWS Certificate Manager ด้วยแล้ว ระบบก็จะจัดการใบรับรองให้อัตโนมัติ
AWS เปิดตัว Neo-AI โครงการโอเพ่นซอร์สใหม่ที่พัฒนาเครื่องมือสำหรับการ optimize โมเดล machine learning เพื่อการดีพลอยบนแพลตฟอร์มที่หลากหลายโดยเฉพาะการรันบน edge device ซึ่ง AWS ใช้เทคโนโลยีที่ทางบริษัทพัฒนา SageMaker Neo บริการ machine learning บน AWS มาพัฒนา Neo-AI นี้ด้วย
Neo-AI สามารถใช้โมเดลจาก TensorFlow, MXNet, PyTorch, ONNX และ XGBoost จากนั้นก็ทำการ optimize ได้ ซึ่ง AWS ระบุว่า Neo-AI สามารถทำให้โมเดลเร็วขึ้นกว่าเดิมได้สูงสุดถึง 2 เท่าโดยไม่เสียความแม่นยำ ซึ่งตัวเครื่องมือนี้รองรับฮาร์ดแวร์ชิพจากทั้ง Intel, Nvidia และ ARM ซึ่งจะซัพพอร์ต Xilinx, Cadence และ Qualcomm ในอนาคตด้วย
AWS เปิดตัวบริการใหม่ WorkLink สำหรับการแปลงเว็บภายในองค์กรให้พนักงานที่อยู่นอกเครือข่ายบริษัทสามารถเปิดใช้งานได้โดยไม่ต้อง VPN โดยอาศัยการเรนเดอร์หน้าเว็บใหม่ให้กลายเป็น SVG เพื่อป้องกันการนำข้อมูลออก
การแปลงเว็บให้กลายเป็นเว็บอาจจะดูแปลก แต่สำหรับหน่วยงานที่มีกฎการกำกับดูแลสูงๆ เช่น บริการสุขภาพ หรือบริการทางการเงิน จำเป็นต้องมีมาตรการสำหรับป้องกันไม่ให้พนักงานสำเนาตัวข้อมูลดิบออกไปได้ โดยข้อความทั้งหมดไม่สามารถเลือกข้อความได้ (เพราะกลายเป็นภาพ SVG ไปแล้ว) และ WorkLink ไม่อนุญาตให้กดดาวน์โหลดไฟล์ พฤติกรรมโดยรวมคล้ายกับการทำ remote desktop เข้าไปใช้งานแอปภายใน
AWS ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อว่า Backup ซึ่งเป็นระบบจัดการแบคอัพของเซอร์วิสต่าง ๆ บนคลาวด์ AWS รวมถึง Storage Gateway ที่ต่อกับ on-premise รวมถึงทำระบบแบคอัพอัตโนมัติในที่เดียว
ฟีเจอร์ของ AWS Backup เช่น สร้างแผนการแบคอัพตามเงื่อนไข, มอนิเตอร์สถานะของการแบคอัพ, ตรวจสอบ compilance, ค้นหาและรีสโตร์แบคอัพ ซึ่ง AWS Backup รองรับการสั่งแบคอัพหลาย ๆ ระบบ ไม่ว่าจะเป็น EBS volume, EFS file system, RDS, DynamoDB รวมถึง Storage Gateway ที่เชื่อมต่อกับ volume บน on-premise ได้ด้วย โดยสามารถแบคอัพเข้าไปเก็บไว้ใน S3 และกำหนดให้แบคอัพเก่าไปอยู่ใน Glacier ได้