ขณะนี้อัตราการผลิต Tesla Model 3 เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับเกิดปัญหาใหม่ที่ฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้ คือลานจอดรถหน้าโรงงานเต็มเพราะส่งมอบรถไม่ทัน ซึ่ง Tesla ได้แก้ปัญหานี้โดยการส่งรถจากโรงงานไปถึงบ้านลูกค้าเลย
การส่งมอบรถแบบใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า factory-to-customer delivery system โดยโรงงานจะเอารถยนต์ที่ผลิตเสร็จขึ้นรถเทรลเลอร์และขับไปส่งให้ลูกค้าถึงบ้านโดยตรง ซึ่งในการทดสอบครั้งแรกมี Elon Musk ไปส่งมอบรถให้ด้วยตนเอง
กระบวนการส่งมอบรถแบบปกตินั้นมีขั้นตอนอยู่จำนวนหนึ่ง คือจากลานจอดหน้าโรงงานต้องขนไปยังโชว์รูม หรือศูนย์ส่งมอบรถ และรอให้ลูกค้ามารับอีกที แต่หากผลิตเสร็จแล้วขนไปหาลูกค้าเลยก็อาจระบายของได้เร็วขึ้น
หลังรถยนต์ไฟฟ้า Nissan LEAF ประสบความสำเร็จอย่างสูง ล่าสุดนิสสันเปิดตัว Nissan LEAF NISMO ที่ดึงเอาแผนก Nissan Motorsport มาร่วมพัฒนาและปรับแต่ง ออกมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทรงสปอร์ต พร้อมวางจำหน่ายวันนี้ในญี่ปุ่น
LEAF NISMO เป็นการปรับแต่งจาก LEAF รุ่นใหม่ที่เปิดตัวปีที่แล้ว มาในดีไซน์ใหม่ที่สปอร์ตขึ้น ดีไซน์ภายนอกใช้แอโรพาร์ทแบบ double layered wings ที่เป็นลักษณะเฉพาะของรถนิสโม ที่ช่วยเพิ่มแรงกด โดยไม่ลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านอากาศ มาพร้อมล้อที่ถูกออกแบบมาเฉพาะเพื่อลดแรงต้านของอากาศขนาด 18 นิ้ว
Nissan ดูจะเป็นค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นที่จริงจังกับรถยนต์ไฟฟ้าค่อนข้างมาก เห็นได้จากการทำตลาด Nissan LEAF มาตั้งแต่ปี 2010 และเปิดตัวรุ่นที่ 2 ในปี 2017 ที่จะมีขายในประเทศไทยด้วย
ล่าสุด Brian Maragano ผู้บริหารฝ่ายการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้ระบุว่า Nissan จะเปิดตัว LEAF E-Plus รุ่นปี 2019 ที่จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นจากปัจจุบัน แต่เขาไม่ได้บอกว่าจะใช้แบตเตอรี่ความจุเท่าใด อย่างไรก็ตาม Nissan เคยเผลอปล่อยข้อมูลว่า LEAF รุ่นใหม่จะใช้แบตเตอรี่ขนาด 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง รวมถึง EVTEC ผู้ผลิตตู้ชาร์จไฟจากสวิตเซอร์แลนด์ก็เคยปล่อยข้อมูลแบบเดียวกัน โดย LEAF รุ่นปัจจุบันใช้แบตเตอรี่ขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง
Einride สตาร์ทอัพจากสวีเดนได้เปิดเผย T-Log รถบรรทุกไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่ถูกออกแบบมาไว้สำหรับบรรทุกไม้ซุงโดยเฉพาะ โดยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Einride เลือกใช้แพลตฟอร์มจาก NVIDIA รองรับการขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ระดับ 4 ควบคุมทางไกลได้ด้วยรีโมทคอนโทรล
T-Log สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากสุด 16 ตัน แบตเตอรีขนาด 200kWh ที่ Einride ระบุว่าสามารถวิ่งได้ราว 200 กิโลเมตร ถูกออกแบบมาให้รองรับการวิ่งแบบออฟโร้ด รวมถึงพื้นที่ในป่าด้วย
หลังเป็นข่าวลือมาพักใหญ่ๆ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Tesla ได้เซ็นหนังสือความร่วมมือกับเมืองเซี่ยงไฮ้ว่าจะสร้างโรงงานแห่งใหม่ในชื่อ Gigafactory 3 แล้ว
Tesla ระบุว่าจะเริ่มสร้างโรงงานแห่งใหม่ในอนาคตอันใกล้ หลังการขออนุญาตต่างๆ เสร็จสิ้น โดยการก่อสร้างจะกินเวลาราว 2 ปีก่อนจะเริ่มผลิตรถยนต์ได้ และใช้เวลาอีก 2-3 ปีก็จะผลิตได้เต็มพิกัดที่ 500,000 คันต่อปี โดยโรงงานนี้จะเป็นของ Tesla เอง ไม่ได้ร่วมกับใคร (wholly owned) ซึ่งก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าหากต้องตั้งโรงงานแบบ joint venture จะทำให้เทคโนโลยีต่างๆ รั่วไหลไปถึงจีน
ราคาหุ้น Tesla เพิ่มขึ้นเกือบ 2% หลังข่าวนี้ออกมา
รัฐบาลสหราชอาณาจักรเปิดเผยร่างกฎหมายในวันนี้ รายละเอียดเป็นเรื่องการกำหนดให้บ้านพักอาศัยที่ปลูกสร้างใหม่จะต้องมีที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ในบ้านด้วย
ร่างดังกล่าวยังครอบคลุมถึงอาคารของผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ และเสาไฟฟ้าสาธารณะที่จะต้องเตรียมที่ชาร์จไฟให้รถยนต์ไฟฟ้าด้วย
ร่างกฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการกำจัดรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้หมดไปจากประเทศภายในปี 2040 อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดการปล่อยก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์ที่สหราชอาณาจักรตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะลดลงให้ได้ 80% ภายในปี 2050 โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซในปี 1990
ขณะนี้ก็จบเดือนมิถุนายนไปแล้ว และเป้าหมายที่ Tesla ได้ตั้งไว้ว่าจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 ให้ได้ 5,000 คันต่อสัปดาห์ก็ทำได้ตามที่ตั้งไว้ โดยบริษัทได้ระบุในการยื่นแบบให้หน่วยงานกำกับว่าได้ผลิตรถ Model 3 ได้ 5,031 คันในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน
บริษัทระบุในเอกสารว่า 12 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท และพวกเขาภูมิใจในทีมงาน Tesla มาก
เมื่อวาน Elon Musk ก็ได้ทวีตว่า “7000 คัน, 7 วัน” พร้อมอีโมจิรูปหัวใจให้ทีมงาน Tesla ซึ่งตามเอกสารที่ยื่นก็ระบุว่านอกจาก Tesla Model 3 จำนวน 5,031 คันแล้ว Tesla ยังผลิต Model S และ X ได้รวมกัน 1,913 คัน ฉะนั้นรวมกันแล้วได้ 6,944 คัน (Elon น่าจะตีเป็น 7,000 คัน)
ระหว่างที่ Tesla เร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อให้ส่ง Model 3 ออกสู่มือลูกค้าได้ทันความต้องการ กลับทำให้แบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้านั้นมีไม่เพียงพอ
Yoshio Ito ประธานฝ่ายยานยนต์ของ Panasonic ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับ Tesla ที่ผลิตเซลล์แบตเตอรี่ให้รถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น เปิดเผยในงานประชุมผู้ถือหุ้นว่าการที่ Tesla เร่งการผลิตอย่างมาก ส่งผลให้ Panasonic ผลิตเซลล์แบตเตอรี่ส่งให้ไม่เพียงพอเป็นระยะๆ และ Panasonic กำลังร่วมมือกับ Tesla อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับปรุงการผลิต
นอกจาก Tesla Model Y ที่ลือกันว่าจะเป็นรถครอสโอเวอร์ไซส์เล็กกว่า Model X แล้ว Tesla ยังมีรถอีกรุ่นที่ Elon Musk เคยยืนยันว่าอยากทำมานาน นั่นก็คือรถกระบะ ล่าสุดเขาได้ทวีตเปิดรับความเห็นว่าเราอยากเห็นอะไรในรถกระบะ Tesla
Elon ทวีตเมื่อคืนว่าอยากเห็นอะไรในรถกระบะ Tesla โดยเขามีฟีเจอร์บางอย่างอยู่ในใจแล้วแต่ยังอยากเปิดรับความเห็นเพิ่มเติม จากนั้นเขาได้ทวีตต่อว่ามันจะมาพร้อมมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ และจะมีแรงบิดสูงมาก รวมถึงจะใช้ระบบช่วงล่างแบบปรับความแข็ง/นุ่มตามน้ำหนักบรรทุกด้วยระบบถุงลม นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าจะมีปลั๊กไฟแบบ 240 โวลต์ที่รองรับการใช้งานหนัก เพื่อใช้กับเครื่องมือช่าง (power tools) ต่างๆ ได้ทั้งวันขณะปฏิบัติงานนอกสถานที่โดยไม่ต้องมีเครื่องปั่นไฟอีก
ต้องดักก่อนว่าที่ให้คนทั่วไปมาประกอบรถนี่ไม่ได้หมายถึง Tesla อยากหาแรงงานมาเพิ่มอัตราการผลิตรถ Tesla Model 3 ให้ได้ตามเป้านะครับ แต่เป็นการประกอบเพื่อประสบการณ์เฉยๆ โดยเรื่องมีอยู่ว่าทวิตเตอร์ของเว็บไซต์ Model 3 Owners Club ได้ทวีตว่ามีซีอีโอบริษัทรถยนต์คนไหนที่ทำแบบนี้อีกบ้าง พร้อมอ้างถึงกระทู้ที่มีคนมาเล่าประสบการณ์จากในโรงงาน Tesla ว่าเจอ Elon Musk ขันน็อตอยู่ในสายการผลิต
หลังจากนั้น Elon ก็ได้มาตอบทวีตว่าเขาคิดอยากเปิดทัวร์โรงงานเต็มรูปแบบพร้อมให้ลูกทัวร์มาลองประกอบรถยนต์บางส่วน เพื่อจะได้เข้าใจว่าแต่ละชิ้นส่วนมารวมกันอย่างไร ซึ่งเขาคิดว่ามันจะสนุกมากสำหรับตัวเขาเอง ต่อมา Fred Lambert บรรณาธิการใหญ่เว็บไซต์ Electrek ได้ทวีตหยอดกลับไปหา Elon ว่าถ้าให้เจ้าของได้ประกอบรถตัวเองคงจะเจ๋งกว่ามาก ซึ่ง Elon ก็ตอบว่ามันคงจะจัดการยาก แต่ก็อาจเป็นไปได้ (ไม่รู้ว่าตอบแบบขอไปทีหรือเปล่า เพราะ Elon ก็ไม่ค่อยปฏิเสธอะไรอยู่แล้ว)
เมื่อเดือนที่แล้ว Elon Musk ได้เผยรายละเอียดของ Tesla Model 3 แบบมอเตอร์คู่สองแบบ คือมอเตอร์คู่ธรรมดา (Dual motor) และมอเตอร์คู่แบบประสิทธิภาพสูง (Dual motor performance) แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะขายจริงเมื่อไหร่
ล่าสุดเขาทวีตรูปรถรุ่นดังกล่าวในสีแดง และบอกว่า Tesla Model 3 แบบมอเตอร์คู่ประสิทธิภาพสูงคันแรกกำลังออกมาจากสายการผลิตแล้ว พร้อมกล่าวชมทีมงาน Tesla ว่าสามารถสร้างสายการผลิตใหม่ทั้งเส้นได้ภายใน 3 สัปดาห์ทั้งที่มีจำนวนคนจำกัด
Tesla ยังมีรถยนต์อีกรุ่นที่อยู่ในคิวเปิดตัว นั่นคือ Tesla Model Y ซึ่งเรายังไม่ทราบข้อมูลอะไรเกี่ยวกับมันมากนัก โดยล่าสุด Tesla ได้ปล่อยภาพสเก็ตช์ของรถรุ่นดังกล่าวออกมาเพิ่ม หลังปล่อยรูปแรกออกมาเมื่อปีที่แล้ว
จากภาพก็ยืนยันข้อมูลเดิมที่ว่า Model Y จะเป็นรถครอสโอเวอร์ที่เล็กกว่า Model X แต่ก็ใหญ่กว่า Model 3 ซึ่งเรายังไม่เห็นส่วนของประตูรถที่เคยมีข่าวลือว่าจะเป็นประตูปีกนก (falcon wing doors) แบบ Model X
นอกจากนี้ระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวาน Elon Musk ยังได้กล่าวถึง Model Y ว่าจะไม่ใช้หนังสัตว์เป็นส่วนประกอบเลย แม้แต่ในพวงมาลัยก็ตาม พร้อมหยอกว่า “ถ้ามันมีพวงมาลัยน่ะนะ” ข้อมูลเรื่องหนังสัตว์นี้จึงเป็นข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน
Tesla เปิดตัว Tesla Roadster รุ่นที่ 2 เมื่อปลายปี 2017 โดยใช้สีแดงเป็นสีหลักในการประชาสัมพันธ์
ล่าสุดที่งานประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวาน Tesla ได้เซอร์ไพรซ์คนที่มาร่วมงานด้วยการนำรถรุ่นดังกล่าวในสีขาวที่ไม่เคยมีใครเห็นมาจอดโชว์ด้วย โดยไม่แน่ชัดว่าเป็นรถที่ขับได้จริงหรือไม่ แต่เว็บไซต์ Electrek คาดว่าน่าจะเป็นเพียงโครงรถที่ใช้งานไม่ได้ แต่ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนมากกว่า Tesla Model 3, S, X และรถบรรทุก Tesla Semi ที่มาจอดโชว์ในงานเช่นกัน
Tesla เปิดตัว Model 3 เมื่อเดือนเมษายน 2016 โดยเปิดให้จองรถรุ่นดังกล่าวพร้อมวางเงินมัดจำ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้รับยอดจองถล่มทลายถึง 250,000 คันภายในสามวัน
ล่าสุด Second Measure บริษัทวิเคราะห์และวิจัยด้านการตลาดรายงานว่าหลังผ่านมาสองปี มีลูกค้าในสหรัฐอเมริกาที่วางมัดจำจอง Tesla Model 3 ได้ถอนจองและขอเงินคืนไปแล้วราว 23% หรือเกือบ 1 ใน 4 ของยอดจองทั้งหมด ซึ่งเหตุผลอาจมาจากการที่ Tesla ไม่สามารถผลิตรถได้ทันตามเป้าที่วางไว้ ทำให้ลูกค้าไม่อาจรอได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตามโฆษกของ Tesla ได้ออกมาบอกว่าตัวเลขดังกล่าวผิดไปจากตัวเลขที่ Tesla มี แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ายอดถอนจองขณะนี้เป็นเท่าไหร่
เป็นเรื่องอีกครั้งกับโหมด Autopilot บน Tesla Model S ที่ขับชนรถตำรวจที่จอดอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนคนขับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น
ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่โหมด Autopilot ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ โดยก่อนหน้านี้ที่เพิ่งเกิดไล่ๆ กันก็มีการขับชนรถดับเพลิงที่จอดอยู่ในรัฐยูทาห์, Model 3 ในกรีซหักขวาเอง เป็นต้น
นอร์เวย์เป็นประเทศที่ตื่นตัวเรื่องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอันดับต้นๆ ของโลกซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากการผลักดันของรัฐบาลด้วย อย่างการออกกฎหมายแบนการขายรถน้ำมันในปี 2025 ไปจนถึงมีสถานีชาร์จที่รองรับทุกมาตรฐาน
ทำให้คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักหากเดือนที่แล้ว สัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาด (นับรวม Plug-in Hybrid-PHEV) ขึ้นมาเกินครึ่งที่ 52% แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการส่งมอบของ Tesla ในยุโรปที่เพิ่มขึ้น
Hypermiling คือวิธีการขับรถให้ได้ระยะทางมากที่สุดจากปริมาณเชื้อเพลิงเต็มถังของรถคันหนึ่งๆ ซึ่งมักจะตัดการใช้งานส่วนต่างๆ บนรถที่ไม่จำเป็นออกเพื่อประหยัดพลังงานที่สุด ซึ่งล่าสุดมีผู้ใช้ Model 3 ทดสอบ Hypermiling สามารถทำระยะทางได้ทั้งหมด 606.2 ไมล์ (975 กม.) จากการชาร์จเพียง 1 ครั้ง ซึ่งเป้าที่พวกเขาตั้งไว้คือราว 1,086 กิโลเมตร
ความเร็วที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 32-48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับวนอยู่ในเส้นทางราว 1.6 กิโลเมตร มีหยุดบ้างบางช่วงเพื่อเข้าห้องน้ำและหาอะไรกิน สรุปใช้เวลาทั้งหมดราว 32 ชั่วโมงโดยไม่เปิดแอร์ ซึ่งผู้ทดสอบทวีตบอกด้วยว่าบางช่วงอุณหภูมิในรถขึ้นไปสูงถึงราว 42 องศาด้วยซ้ำ ซึ่งการทดสอบนี้มี Live บน YouTube ด้วย
ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มเข้ามาในไทย เราเห็นเอกชนหลายเจ้าเริ่มขยายโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐเองก็ใช่ว่าจะไม่สนใจเสียทีเดียว อย่างน้อยก็มีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่มี PEA Volta Platform โครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถไร้คนขับ
โครงการ PEA Volta Platform มีแผนจะติดตั้งสถานีทั้งหมด 11 สถานีตามเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ (มีเสร็จไปบ้างแล้ว) แบ่งเป็นที่สำนักงานใหญ่ กฟภ. 1 สถานี, อยุธยา 1 สถานี, หัวหิน 3 สถานี, พัทยา 2 สถานี, โคราช 2 สถานีและนครปฐม 1 สถานี
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยียานยนต์ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่ ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมที่เราเริ่มสัมผัสได้บ้างแล้วคือรถยนต์ไฟฟ้า ที่ทั้งค่ายรถอเมริกัน ยุโรปและเอเชียเริ่มเข็นกันออกสู่ตลาด
บ้านเราอาจจะยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ในประเทศที่กำลังรณรงค์พลังงานสะอาดอย่างจีน รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมค่อนข้างมาก และมีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นจำนวนมาก โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ คือ BYD และล่าสุดก็มีผู้นำเข้ามาขายในไทยแล้วด้วย
(อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ รู้จัก BYD บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากจีน ที่ทำมากกว่าแค่รถยนต์)
นิตยสาร Consumer Reports ได้ทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 ซึ่งเป็นรุ่นต่ำสุดและตั้งเป้าเป็นรถที่คนส่วนใหญ่ซื้อไหว โดยพวกเขารายงานว่าพบปัญหาใหญ่เรื่องเบรค ทำให้ไม่สามารถแนะนำรถรุ่นนี้แก่ผู้บริโภคได้
พวกเขารายงานว่าทดสอบเบรคจากความเร็ว 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (96 กม./ชม.) หลายครั้ง พบว่าครั้งหนึ่งใช้ระยะทางถึง 152 ฟุต หรือ 46.33 เมตร กว่ารถจะหยุดนิ่ง ซึ่งถือว่าแย่กว่ารถยุคนี้ที่พวกเขาเคยทดสอบมามาก และระยะเบรคประมาณนี้ก็ไกลกว่ารถกระบะ Ford F-150 ที่หนักราว 2.4 ตันอยู่เกือบ 7 ฟุต (Tesla Model 3 หนัก 1.6 ตัน)
เมื่อวานนี้ช่วงเย็นตามเวลาประเทศไทย เจ้าชายแฮร์รี่แห่งราชวงศ์อังกฤษและเมแกน มาร์เคิล ได้เข้าพิธีเสกสมรส ณ โบสถ์เซนต์จอร์จ พระราชวังวินด์เซอร์ ใกล้กรุงลอนดอน โดยหลังจากงานเลี้ยงพระราชทานที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองเป็นองค์ประธานจบลง ทั้งคู่ได้เดินทางไปยังฟร็อกมอร์เฮาส์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองที่เชิญเฉพาะพระบรมวงศานุวงศ์ ครอบครัว พระสหาย และเพื่อนสนิทของคู่บ่าวสาวเท่านั้น
การเดินทางจากพระราชวังวินด์เซอร์ไปยังฟร็อกมอร์เฮาส์ของคู่บ่าวสาวมีความพิเศษตรงที่ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ (คู่บ่าวสาว) ได้เลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า Jaguar E-Type Concept Zero ซึ่งเดิมเป็นรถคลาสสิกที่สร้างขึ้นในปี 1968 โดยตอนนั้นใช้ชื่อรุ่นว่า E-Type เฉยๆ
Tesla ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟด่วนของตัวเอง หรือที่เรียกว่า Supercharger เพื่อรองรับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเว็บไซต์ Electrek เคยรายงานว่าเฉพาะไตรมาสแรกของปี 2018 Tesla เปิดสถานีชาร์จเพิ่มถึง 121 สถานี นับเป็นสถิติใหม่
ล่าสุด Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้ทวีตตอบเจ้าของรถคนหนึ่งที่ถามว่าจะเพิ่มสถานี Supercharger มาบริเวณ Woodland Hills รัฐแคลิฟอร์เนียหรือไม่ ซึ่ง Elon ตอบว่าขณะนี้ Tesla มีสถานที่ที่จะตั้ง Supercharger ที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตสร้างรวมถึงกำลังสร้างอยู่หลายพันแห่ง และจะอัพเดตแผนที่ค้นหาสถานีชาร์จใหม่ในไม่กี่วันข้างหน้า
ผู้อ่านคงเคยได้ยินคำว่า Hackathon กันมาบ้าง ส่วนมากจะเป็นการแข่งขันเขียนโปรแกรมตามโจทย์ที่ตั้งไว้และรับรางวัลกันไป ล่าสุด Elon Musk ซีอีโอ Tesla ทวีตว่าได้จัด Hackathon เพื่อแก้ปัญหาสายการผลิต Model 3 อยู่
ทวีตดังกล่าวเป็นการอ้างถึงบทความของ Ars Technica ที่บอกว่า Tesla กำลังทำผิดซ้ำรอยบริษัทรถยนต์อื่นๆ ตั้งแต่ปี 1980 เช่น GM เคยพยายามทำให้สายการผลิตเป็นแบบอัตโนมัติ เสียเงินไปมากมายและล้มเหลว ซึ่ง Elon Musk ก็บอกว่าเป็นบทความวิจารณ์ที่แฟร์ แต่พวกเขาก็กำลังแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว และตอนนี้มี Hackathon ดำเนินอยู่เพื่อแก้ 2 ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในสายการผลิต และมันกำลังไปได้สวยทีเดียว
ก่อนหน้านี้ Elon ยอมรับว่าเขาผิดเองที่ใช้หุ่นยนต์มาประกอบ Tesla Model 3 มากเกินไป
เมื่อต้นเดือนเมษายน มีข่าวว่า Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ไปนอนที่โรงงานเพื่อมาดูแลปัญหาการผลิต Tesla Model 3 ด้วยตัวเอง เนื่องจากมียอดการผลิตต่ำกว่าเป้ามานาน ซึ่งตอนนั้นนักข่าวของ The Information ได้เขียนบทความกล่าวหาว่า Doug Field ซึ่งเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla นั้นคือสาเหตุของปัญหาดังกล่าว
ต่อมา Elon ก็ทวีตตอบโต้ว่า Doug เป็นผู้บริหารด้านวิศวกรรมที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในโลกคนหนึ่ง และสาเหตุที่เขาเข้ามาดูแลสายการผลิตเองก็เพราะเป็นหน้าที่ของซีอีโอที่ต้องโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญที่สุดของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า Doug ได้หยุดพักงานที่ Tesla แล้ว โดยให้เหตุผลว่าต้องการพักผ่อนและใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งโฆษกของ Tesla ก็ระบุว่าเขาไม่ได้ลาออกจากบริษัทแต่อย่างใด
รถบรรทุกพลังไฟฟ้า Tesla Semi ถูกเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยตอนนั้นโฆษณาไว้ว่าจะวิ่งได้ไกล 800 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่ล่าสุด Elon Musk คุยว่ารถเวอร์ชันขายจริงน่าจะวิ่งได้เกือบ 965 กิโลเมตรเลยทีเดียว
ระหว่างช่วงถามตอบหลังการแถลงผลประกอบการบริษัท นักข่าวได้ขอให้ Elon แสดงความเห็นต่อคำพูดของ Martin Daum ผู้บริหารสูงสุดของธุรกิจรถบรรทุกบริษัท Daimler (บริษัทแม่ของ Mercedes-Benz) ที่เคยกล่าวว่า "หาก Tesla ทำอย่างที่พูดได้จริง (ผลิตรถบรรทุกที่วิ่งได้ 800 กิโลเมตรแม้บรรทุกเต็มพิกัด) พวกเราก็จะซื้อมา 2 คัน คันแรกเอามาแยกส่วน อีกคันเอามาวิ่งทดสอบ เพราะถ้ามันจริง ก็คงมีอะไรแซงเราไปแล้วแหละ แต่สำหรับตอนนี้ กฎของฟิสิกส์ที่เยอรมนีกับที่แคลิฟอร์เนียยังเหมือนกันอยู่นะ"