สื่ออินเดีย Business Standard รายงานข่าวว่า รัฐบาลอินเดียมีแผนสร้างระบบปฏิบัติการของตัวเองชื่อ IndOS เพื่อลดการพึ่งพาระบบปฏิบัติการจากต่างชาติ
ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดของ IndOS ออกมามากนัก มีเพียงว่ากระทรวงไอทีของอินเดีย (Ministry of Electronics and Information Technology หรือ MeitY) กำลังร่วมกับสตาร์ตอัพและสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนา OS ตัวนี้อยู่
แอปเปิลเตรียมเปิดร้าน Apple Store สาขาแรกในประเทศอินเดีย โดยพบประกาศรับสมัครงานหลายตำแหน่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Apple Store เช่น หัวหน้าทีมดูแลร้านค้า, เจ้าหน้าที่ Genius Bar และระบุว่าทำงานที่อินเดีย
ทั้งนี้แอปเปิลไม่ได้ระบุเมือง หรือสถานที่ตั้งของร้าน Apple Store ชัดเจน แต่พบข้อมูลจาก LinkedIn ในบางตำแหน่งที่แอปเปิลรับพนักงานไปแล้ว ระบุพื้นที่ทำงานมีทั้งเมืองมุมไบ และนิวเดลี
แอปเปิลพูดถึงการเปิด Apple Store ในอินเดียมาหลายปีแล้ว โดยล่าสุดคือเมื่อปี 2020 ที่ซีอีโอ Tim Cook บอกว่าไม่อยากให้คนอื่นมาดำเนินการขายสินค้าแทนบริษัท และบอกกำหนดการคือปี 2021 แต่ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการระบาดของโควิด 19
หน่วยงานของรัฐบาลอินเดีย ได้ออกร่างกฎหมายเพื่อควบคุมเกมออนไลน์เป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อแยกเกมเพื่อความบันเทิง กับเกมที่มีรูปแบบการพนันให้ชัดเจน โดยเฉพาะเกมที่มีการใช้เงินในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกเสนอขึ้นมา จากการเติบโตของตลาดเกมออนไลน์บนมือถือในอินเดีย ซึ่งมีเสียงโจมตีว่าหลายเกมมีลักษณะเข้าข่ายใช้วิธีแบบการพนัน เพื่อทำให้ผู้เล่นติด ทั้งนี้ขั้นตอนถัดไปคือการพิจารณาและผลักดันออกเป็นกฎหมายต่อไป
ในรายละเอียดของร่างนอกจากระบุรูปแบบเกมที่เข้าข่ายการพนัน ยังกำหนดรายละเอียดอื่น เช่น การยืนยันตัวตนผู้เล่น (KYC) รวมถึงกำหนดให้ผู้เล่นต่ำกว่า 18 ปี ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
หน่วยงานดูแลมาตรฐานของอินเดีย Bureau of Indian Standards (BIS) กำหนดมาตรฐานพอร์ตชาร์จของโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊กเป็น USB-C มีกำหนดบังคับใช้เดือนมีนาคม 2025
BIS เคยหารือเรื่องนี้มาก่อนแล้วในเดือนพฤศจิกายน รอบนี้คือได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดเวลาของ EU ที่บังคับใช้ USB-C สิ้นปี 2024 (โน้ตบุ๊กให้ถึงปี 2026)
ที่มา - Business Standard
สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เปิดเผยข้อมูลว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในอินเดียหลอกเงินพลเมืองสหรัฐอเมริกา เฉพาะช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาความเสียหาย 1.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 350,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากปีที่แล้วที่อยู่ที่ราว 6,900 ล้านเหรียญ ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและหลงเชื่อได้ง่าย โดยได้เงินจากผู้สูงอายุไปแล้วกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
แก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้มีวิธีหลอกลวงทั้งในรูปแบบของการมาหลอกคุยสร้างความสัมพันธ์และหลอกให้โอนเงินให้และในรูปแบบหลอกว่าเป็นผู้ให้บริการช่วยเหลือไอที
CNBC อ้างแหล่งข่าวสองรายที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลอินเดีย เผยว่าแอปเปิลได้ติดต่อหารือ เพื่อศึกษาแนวทางย้ายฐานการผลิต iPad มาที่อินเดีย แต่ยังไม่มีข้อสรุปตอนนี้
ปัจจุบันแอปเปิลมีการผลิต iPhone 14 ที่เป็นรุ่นปัจจุบันบางส่วนในอินเดีย จากก่อนหน้านี้โรงงานในอินเดียจะเน้นการผลิต iPhone รุ่นเก่าเป็นหลัก ข่าวการย้ายฐานการผลิต iPad จากจีนมาที่อินเดียเพิ่มเติม จึงสะท้อนการเร่งเพิ่มสายการผลิตที่นี่ให้มากขึ้น
Wall Street Journal รายงานว่าแอปเปิลกำลังเริ่มย้ายซัพพลายเชนบางส่วนออกจากประเทศจีนให้เร็วขึ้นจากเดิม โดยจะย้ายไปอินเดียและเวียดนาม รวมถึงลดการพึ่งพาการจ้างโรงงานของ Foxconn ลงจากเดิม
เหตุผลเป็นเพราะนโยบาย zero-COVID ของรัฐบาลจีน ส่งผลกระทบต่อการผลิต iPhone เข้าเต็มๆ จากกรณีคนงานในโรงงาน Foxconn ประท้วงใหญ่
ก่อนหน้านี้แอปเปิลพยายามกระจายความเสี่ยงจากฐานการผลิตในจีนอยู่แล้วจากเรื่องสงครามการค้าจีน-สหรัฐ แต่พอมีการประท้วง zero-COVID ทำให้แอปเปิลต้องเร่งย้ายฐานให้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ง่ายเพราะจีนมีจุดแข็งเรื่องเครือข่ายซัพพลายเออร์และวิศวกรการผลิต ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ไม่มีความพร้อมเท่า
อินเดียเตรียมกำหนดให้พอร์ต USB-C เป็นมาตรฐานสำหรับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อปในอนาคตอันใกล้ หลังคณะทำงาน Central Inter-Ministerial Task Force บรรลุฉันทามติในเรื่องนี้ คณะทำงานนี้ประกอบด้วยตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรม สถบันการศึกษา กระทรวงต่าง ๆ ของรัฐบาลกลางและรัฐบาลพาราณสี พร้อมด้วยบริษัทสมาร์ทโฟนอย่าง Samsung และ Apple
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคยังจัดตั้งหน่วยงานย่อยเพื่อประเมินว่าควรจะใช้มาตรฐานนี้กับการชาร์จอุปกรณ์ส่วมใส่อย่างสมาร์ทวอร์ซและหูฟังไร้สายด้วยหรือไม่ รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมยังเสนอว่าให้กระทรวงสิ่งแวดล้อม (MoEFCC) ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ USB-C ด้วย
สำนักข่าวรอยส์เตอร์อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตนระบุว่า Foxconn กำลังเพิ่มพนักงานในโรงงานในอินเดียจากไม่ถึงสองหมื่นคนเป็น 70,000 คน หลังจากโรงงาน iPhone ในจีนได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์เมืองเจิ้งโจว จนแอปเปิลต้องชี้แจงนักลงทุนว่าการล็อกดาวน์นี้จะกระทบต่อรายได้บริษัท
โรงงาน iPhone ในอินเดียขยายตัวมาเรื่อยๆ เมื่อปลายปี 2021 ยังประมาณกันว่ามีพนักงานอยู่ประมาณ 5,000-7,000 คนเท่านั้น แต่ต่อให้เพิ่มพนักงานเป็น 70,000 คนก็ยังเทียบไม่ได้กับโรงงานที่เจิ้งโจวที่มีพนักงานถึง 200,000 คน
สืบเนื่องจากประเด็นที่ CCI คณะกรรมการด้านการแข่งขันทางการค้าของอินเดียได้สั่งปรับเงิน Google รวม 2 ครั้งเป็นจำนวนเงินราว 10.4 พันล้านบาท โดยระบุว่าเป็นโทษปรับเนื่องจาก Google มีพฤติกรรมการทำธุรกิจที่ผูกขาดในหลายตลาดของอินเดียส่งผลให้นักพัฒนาและผู้ประกอบการในอินเดียเสียผลประโยชน์ที่พึงได้จากการแข่งขันทางการค้า
โดยนอกเหนือจากคำสั่งปรับเงินแล้ว CCI ยังได้ระบุให้ Google แก้ไขแนวทางการดำเนินงานต่างๆ รวมทั้งรายละเอียดข้อตกลงที่ Google ทำกับนักพัฒนาตลอดจนบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ที่แล้ว Competition Commission of India (CCI) คณะกรรมการด้านการแข่งขันทางการค้าของอินเดีย ได้สั่งปรับเงิน Google เป็นจำนวน 133.78 พันล้านรูปี (คิดเป็นเงินไทยราว 6.2 พันล้านบาท) ในประเด็นการผูกขาดทางการค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์ Android ล่าสุด CCI ได้มีคำสั่งปรับเงินจากประเด็นเดียวกันเพิ่มอีก 93.64 พันล้านรูปี (ประมาณ 4.2 พันล้านบาท) เท่ากับว่าภายในเดือนเดียว CCI สั่งปรับเงิน Google รวม 10.4 พันล้านบาท
Competition Commission of India (CCI) คณะกรรมการด้านการแข่งขันทางการค้าของอินเดีย ได้สั่งปรับเงิน Google เป็นจำนวน 133.78 พันล้านรูปี (คิดเป็นเงินไทยราว 6.2 พันล้านบาท) ในประเด็นการผูกขาดทางการค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์ Android
CCI ได้ออกประกาศการสั่งปรับเงินนี้ โดยอ้างถึงแนวทางที่ Google กำหนดให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ Android ต้องติดตั้งชุดแอป Google Mobile Suite ทำให้ Google ได้เปรียบเหนือผู้ให้บริการอื่นหลายอย่างในการเสนอบริการผ่านแอปบนอุปกรณ์เหล่านั้น
แหล่งข่าวของ Nikkei Asia เผยว่า Apple ให้ซัพพลายเออร์ย้ายการผลิต AirPods และ Beats บางส่วนไปผลิตที่อินเดียเป็นครั้งแรก Apple เริ่มลดการพึ่งพาการผลิตจากจีนหลังเกิดปัญหาซัพพลายเชนจากมาตรการ zero-Covid ที่จีนสั่งปิดทั้งเมืองรวมถึงจากความกดดันจากความขัดแย้งสหรัฐอเมริกา-จีน
Foxconn ซัพพลายเออร์รายใหญ่ของ Apple เตรียมตัวที่จะย้ายการผลิต Beats ไปอินเดียและคาดว่าจะผลิต AirPods ด้วยในอนาคต ส่วน Luxshare ที่ผลิต AirPods ในจีนและเวียดนามอยู่แล้ว ก็เตรียมตัวจะเริ่มผลิตในอินเดียแต่อาจจะเริ่มผลิตในอินเดียช้ากว่า Foxconn เพราะกำลังเน้นไปที่การผลิตในเวียดนาม
อินเดียได้ออกข้อกำหนดให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาอื่นที่จะทำตลาดในอินเดียให้รองรับระบบนำทางด้วยดาวเทียมของอินเดียที่ชื่อ NavIC (Navigation with Indian Constellation) (หรือก็คือระบบ GPS ที่เป็นของอินเดียเอง) เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2023 เป็นต้นไป
มาตรการผลักดันการใช้งานระบบ NavIC ล่าสุดที่กำหนดให้ผู้ผลิตชิปและผู้ผลิตอุปกรณ์พกพาสำหรับขายในอินเดียให้ผนวกชิปรองรับการใช้งานกับดาวเทียม NavIC นั้นย่อมเพิ่มโจทย์ในการทำงานให้บริษัทไอที ทั้งเรื่องต้นทุนชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งจะต้องทำงานแข่งกับเวลาให้ทันเดือนมกราคมปีหน้า
หลังจากเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา Apple ได้เริ่มผลิต iPhone 14 ในอินเดียแล้วหลังผ่านมาไม่ถึง 3 สัปดาห์ จากก่อนหน้านี้ที่มีรายงานว่า Apple วางแผนว่าจะเลื่อนมาผลิตในอินเดีย 2 เดือนหลังเปิดตัว
ปกติ Apple มักจะเริ่มผลิตในอินเดียภายหลังจากการเปิดตัวไปราว 6-9 เดือน แต่ Apple ได้ร่วมมือกับบริษัทซัพพลายเออร์เพื่อเร่งการผลิตในอินเดียและลดความล่าช้าจากการผลิตในจีน
Foxconn ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ของ Apple ก็กำลังศึกษาวิธีการขนส่งชิ้นส่วนจากจีนเพื่อมาผลิตยังอินเดียโดยต้องคำนึงถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานการเก็บความลับสินค้าของ Apple ร่วมด้วย
Rishad Premji ประธานบริษัท Wipro ผู้ให้บริการไอทีรายใหญ่ของอินเดีย ไปพูดในงานสัมมนาผู้บริหาร AIMA โดยพูดถึงประเด็นการที่พนักงานไปรับงานนอก (moonlighting) ว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเขาไล่พนักงานออกไปแล้วถึง 300 ฐานไปรับงานนอกจากบริษัทคู่แข่ง
ตัว Premji เคยทวีตถึงเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่าการรับงานนอกเป็นการโกง (cheating) จนกลายเป็นการเปิดประเด็นว่าตัว Premji เองก็ทำงานหลายองค์กรไปพร้อมกัน แม้ว่าองค์กรส่วนมากจะเป็นบริษัทในเครือของ Wipro เอง และอีกส่วนเป็นองค์กรภายใต้มูลนิธิ Azim Premji Foundation ที่สร้างจากเงินบริจาคของ Azim Premji ผู้ก่อตั้ง Wipro ผู้เป็นพ่อของ Rishad Premji
Proton VPN เป็นผู้ให้บริการ VPN รายล่าสุด ที่ประกาศปิดเซิร์ฟเวอร์ในอินเดีย หลังจากทางการมีข้อกำหนดให้ผู้ให้บริการ VPN ในประเทศ ต้องเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อลูกค้า, อีเมล, IP ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยต้องเก็บข้อมูลอย่างน้อย 5 ปี และให้ข้อมูลกับหน่วยงานดูแลเมื่อมีการร้องขอ
ก่อนหน้านี้ ExpressVPN ก็ประกาศปิดเซิร์ฟเวอร์ในอินเดีย รวมถึงผู้ให้บริการ VPN หลายรายก็ใช้แนวทางนี้ นั่นคือลูกค้ายังใช้งานได้ตามเดิม แต่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งในประเทศ
ที่ผ่านมาทางการอินเดียได้ข้อกำหนดเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์หลายหัวข้อ ซึ่งเป็นการควบคุมอินเทอร์เน็ตในระดับเดียวกับจีนและรัสเซีย
บริษัทสัญชาติอินเดีย Vedanta และ Foxconn ประกาศร่วมลงทุนมูลค่า 19.4 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสร้างโรงงานเซมิคอนดักเตอร์แห่งแรกในอินเดียในรัฐคุชราต โรงงานจะเริ่มผลิตได้ภายในปี 2024
บริษัททั้ง 2 ได้ลงนามกับรัฐบาลรัฐคุชราตเพื่อโรงงานเพื่อผลิตชิปและหน้าจอ โดย Vedanta ถือหุ้น 63% และ Foxconn ถือหุ้น 37% ในส่วนการผลิตชิป ส่วนฝั่งการผลิตกระจกสำหรับหน้าจอ Vedanta เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด
Shellios Technolabs บริษัทสตาร์ทอัพในกรุงเดลี ประเทศอินเดียผลิตหมวกนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ (หมวกกันน็อค) ที่สามารถฟอกอากาศเพื่อป้องกันมลพิษโดยใช้ชื่อว่า PUROS
หมวกนิรภัยมีระบบกรองอากาศอยู่ที่ด้านท้ายหมวก ประกอบด้วยพัดลมมอเตอร์บัสเลส BLDC รวมถึงตัวกรองอนุภาคที่มีประสิทธิภาพสูง (HEPA) และวงจรไฟฟ้าที่จะดึงอากาศจากภายนอกเข้าสู่ระบบกรองก่อนที่จะเข้าถึงตัวผู้ขับขี่ วัสดุภายนอกทำจากไฟเบอร์กลาสทำให้มีความทนทานเป็นพิเศษ
The New York Times เขียนบทความพิเศษที่ชี้ว่า บริษัทเทคโนโลยีใหญ่หลายเจ้าเริ่มทยอยเคลื่อนย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศจีนแล้วโดยมีสาเหตุจากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนตั้งแต่สงครามการค้าสมัยประธานาธิบดี Donald Trump และกดดันมากขึ้นหลัง Nancy Pelosi เยือนไต้หวัน ไปจนถึงค่าแรงของจีนที่แพงมากขึ้น และกำแพงภาษีที่มีมาตั้งแต่สมัย Trump
นอกจากนี้ การหยุดชะงักของซัพพลายเชนจากมาตรการ Zero-Covid ที่ล็อคดาวน์ทั้งเมืองตั้งแต่ 2020 และปัจจุบันก็ยังมีอยู่เนืองๆ ทำให้โรงงานในจีนหลายแห่งถูกปิดยังทำให้บริษัทเทคโนโลยีกังวลว่าจะเกิดปัญหาด้านซัพพลายเชนอีกในอนาคต
นาย Rajeev Chandrasekhar รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเทคโนโลยีของอินเดียปฏิเสธว่า รัฐบาลอินเดียไม่ได้มีแผนที่จะควบคุมไม่ให้มีการนำสมาร์โฟนราคาถูก (กลุ่มราคาตั้งแต่ประมาณ 5,300 บาทลงไป) จากบริษัทสัญชาติจีนมาขายในอินเดีย หลังจากมีรายงานจาก Bloomberg ว่าอินเดียกำลังศึกษาแนวทางที่จะควบคุมการนำเข้าสมาร์ทโฟนราคาถูกจากจีน
บริษัทวิจัยตลาดสมาร์ทโฟน Counterpoint เผยว่าบริษัทสมาร์ทโฟนของจีนอย่าง Xiaomi และ Realme ครองตลาดมือถือในอินเดีย ส่วนบริษัทผลิตสมาร์ทโฟนราคาถูกของอินเดียเองอย่าง Micromax, Lava และ Karbonn กลับมีส่วนแบ่งการตลาดน้อยมากหลังสมาร์ทโฟนที่นำเข้าจากจีนมีประสิทธิภาพสูงกว่าและสามารถขายในราคาถูกกว่า
Meta ในฐานะบริษัทแม่ของ WhatsApp ประกาศความร่วมมือกับ JioMart เครือข่ายร้านค้าปลีกในอินเดีย เพื่อให้บริการสั่งซื้อสินค้าแบบครบวงจร ทั้งหมดสามารถทำได้ผ่าน WhatsApp สำหรับผู้ใช้ในอินเดีย
วิธีการสั่งซื้อสินค้าก็ทำได้ไม่ยุ่งยาก โดยผู้ใช้งานพิมพ์ทักว่า Hi ในเบอร์ติดต่อของ JioMart จะเข้าสู่รายการแคตาลอกสินค้า กดสินค้าลงตะกร้า และจ่ายเงิน ทั้งหมดสามารถทำได้จบภายในแอปเดียว
Mark Zuckerberg กล่าวว่าแชตสำหรับธุรกิจ เป็นพื้นที่ซึ่งมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอีกหลายปีข้างหน้า จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตเราจะเห็น WhatsApp เพิ่มฟีเจอร์ใหม่จนเป็นซูเปอร์แอปมากขึ้น
มีรายงานว่าแอปเปิลวางแผนผลิต iPhone รุ่นใหม่ของปีนี้หรือ iPhone 14 ในอินเดียเร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาแอปเปิลก็ผลิต iPhone รุ่นใหม่แต่ละปีในอินเดียบางส่วนอยู่แล้ว แต่จะเริ่มสายการผลิตหลังเปิดตัว 6-9 เดือน โดยชุดแรกจะเริ่มผลิตจากโรงงานในจีนก่อน แต่คราวนี้จะลดเหลือเพียง 2 เดือนเท่านั้น
นักวิเคราะห์หลายรายให้ความเห็นว่า แอปเปิลเองพยายามจะลดการพึ่งพาการผลิต iPhone สินค้าทำเงินหลักของบริษัท จากโรงงานในจีนเท่านั้น เนื่องจากปัญหาล็อกดาวน์ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการย้ายการผลิตมาทำได้ไม่ง่ายเพราะซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องอยู่ที่นั่น ในเบื้องต้นแผนการผลิต iPhone 14 ที่อินเดีย ยังใช้วิธีนำเข้าชิ้นส่วนหลักจากจีนอยู่
มีรายงานจาก Bloomberg อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง เผยว่าทางการอินเดียกำลังศึกษาแนวทาง เพื่อควบคุมไม่ให้มีการขายสมาร์ทโฟนราคาถูกที่นำเข้าจากจีน โดยมองกลุ่มที่ราคาต่ำกว่า 12,000 รูปี ว่าเป็นรุ่นที่ราคาถูก (ประมาณ 5,300 บาท)
หากอินเดียผลักดันแนวทางดังกล่าว แบรนด์สมาร์ทโฟนของอินเดียที่มีทำราคาถูกก็จะได้ประโยชน์ ซึ่งมีหลายแบรนด์เช่น Micromax, Lava, Karbonn รวมถึงผู้เล่นรายใหญ่ที่เพิ่งเข้าตลาดอย่าง Jio PhoneNext ขณะที่แบรนด์ใหญ่จากจีนซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มนี้มากกว่าครึ่งอย่าง Xiaomi และ Realme ก็จะได้รับผลกระทบ
ไตรมาสที่ผ่านมาสมาร์ทโฟนกลุ่มราคาต่ำกว่า 12,000 รูปี คิดเป็น 31% ของสมาร์ทโฟนที่ขายได้ในอินเดีย
เกม PUBG Mobile ถูกรัฐบาลอินเดียแบนในฐานะ "เกมจีน" (ทำโดย Tencent) ไปเมื่อปี 2020 ภายหลังในปี 2021 ต้นสังกัด Krafton ที่เป็นบริษัทเกาหลีใต้ แก้เกมด้วยการลงมาทำตลาดเองโดยตรง กลับเข้าไปยังอินเดียด้วยชื่อใหม่ Battlegrounds Mobile India (BGMI) ได้สำเร็จ
แต่ความสำเร็จของ Krafton มีอายุเพียงปีกว่าๆ เท่านั้น เพราะล่าสุดเกม BGMI ถูกถอดออกจาก App Store และ Play Store ในอินเดียแล้ว
โฆษกของกูเกิลบอกกับ TechCrunch ว่าการถอดเกม BGMI เป็นเพราะได้รับคำสั่งจากรัฐบาลอินเดีย และได้แจ้งไปยัง Krafton แล้ว ส่วนโฆษกของ Krafton ระบุว่าทราบเรื่องแต่ยังรอคำชี้แจงจากรัฐบาลอินเดียว่าเหตุผลคืออะไร