ประเด็นเรื่องการ์ดจอ GeForce RTX ซีรีส์ 40 ราคาแพงขึ้นจากเดิม ยังมีการถกเถียงกันอยู่เรื่อยๆ โดย Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ให้เหตุผลว่าต้นทุนของแผ่นเวเฟอร์นั้นแพงขึ้นกว่าเดิม
ช่องยูทูบสายฮาร์ดแวร์ Moore's Law is Dead ให้ข้อมูลที่ยังไม่ยืนยันว่า จีพียูคู่แข่ง AMD RDNA 3 ที่จะเปิดตัว 3 พฤศจิกายน จะได้เปรียบกว่าในเรื่องราคา เพราะต้นทุนค่าผลิตถูกกว่า
AMD ประกาศลดราคาจีพียู Radeon RX ซีรีส์ 6000 ที่เป็นสถาปัตยกรรม RDNA 2 เพื่อเตรียมรับการเปิดตัว Radeon RX 7000 สถาปัตยกรรม RDNA 3 วันที่ 3 พฤศจิกายน
ราคาที่ปรับลดลงแตกต่างกันในแต่ละรุ่น โดยรุ่นบนสุด Radeon RX 6950 XT เดิม 1099 ดอลลาร์ ลดเหลือ 949 ดอลลาร์ (ลด 150 ดอลลาร์) ส่วนรุ่นล่างสุด Radeon RX 6400 เดิม 159 ดอลลาร์ ลดเหลือ 149 ดอลลาร์ (ลดแค่ 10 ดอลลาร์) ทั้งหมดนี้เป็นราคา MSRP ที่ AMD แนะนำ ราคาขายจริงๆ ขึ้นกับผู้ผลิตแต่ละรายอีกทีด้วย
ในงานเปิดตัว GeForce RTX ซีรีส์ 40 "Ada Lovelace" ที่เริ่มด้วย 4090 และ 4080 นอกจากประเด็นเรื่องการกินไฟ (ค่า TDP) ที่เพิ่มขึ้นแล้ว อีกเรื่องที่โดนวิจารณ์หนักคือราคาเปิดตัว (MSRP หรือราคาที่แนะนำให้ขาย) ที่เพิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับ GeForce เจนก่อนๆ เช่น ซีรีส์ 30 หรือ ซีรีส์ 20
ก่อนหน้านี้ EVGA ประกาศถอนตัวจากธุรกิจการ์ดจอ โดยอ้างเหตุขัดแย้งกับ NVIDIA ล่าสุด Igor's Lab เว็บไซต์สายฮาร์ดแวร์พีซีและเกมมิ่งเผยเบื้องหลังของการถอนตัวนี้ ว่าจริงๆ มีต้นตอมาจากการจัดการต้นทุนในแง่การผลิตของ EVGA มากกว่า จนทำให้กำไรต่อหน่วยค่อนข้างต่ำ
Igor อ้างว่าในกระบวนการผลิตการ์ดจอ EVGA จะจ้างบริษัทอื่นในการผลิตบอร์ด AIB, พัดลมระบายความร้อน ไปจนถึงกระบวนการผลิตทั้งหมด ขณะที่ EVGA จะดูแลแค่ในแง่การ R&D เท่านั้น ทำให้ต้นทุนสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ทำเองทั้งหมด โดยคาดว่ากำไรต่อหน่วยของ EVGA อยู่ที่ราว 5% ขณะที่คู่แข่งอยู่ที่ราว 10%
AMD ประกาศวันแถลงข่าวจีพียู Radeon รุ่นใหม่ ใช้สถาปัตยกรรม RDNA 3 ในวันที่ 3 พฤศจิกายน
ก่อนหน้านี้ AMD เคยประกาศข้อมูลเบื้องต้นของ RDNA 3 หรือ Navi 3x แล้วว่า มีประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีขึ้น 50% จาก RDNA 2 ในปัจจุบัน, และใช้กระบวนการผลิต 5nm
คาดว่า AMD จะใช้ชื่อ Radeon RX 7000 ทำตลาด เพราะนับต่อจาก Radeon RX ซีรีส์ 6000 ในปัจจุบัน อยู่แล้ว แถมเลขจะมาเท่ากับซีพียู Ryzen 7000 ที่เพิ่งเปิดตัวด้วย
NVIDIA เปิดตัวการ์ด RTX 6000 สำหรับเวิร์คสเตชั่น ใช้ชิปสถาปัตยกรรม Ada Lovelace เป็นการอัพเกรดจาก RTX A6000 ที่ออกมาสองปีแล้ว ทาง NVIDIA ระบุว่าประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้น 2-4 เท่าตัวจากการ์ดรุ่นเดิม
จุดเด่นของการ์ดรุ่นใหม่ คือ RT core รุ่นที่ 3, Tensor core รุ่นที่ 4 ฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ได้เร็วขึ้นเท่าตัว พร้อมกับรองรับ FP8 บนการ์ดใช้หน่วยความจำ GDDR6 ขนาด 48GB เท่ากับรุ่นเดิม ตัวการ์ดสามารถแยกการ์ดไปใช้ใน virtual machine ได้
ตอนนี้ยังไม่ประกาศราคา และจะวางขายจริงเดือนธันวาคมนี้
NVIDIA เปิดตัวจีพียู GeForce RTX ซีรีส์ 40 ตามนัดหมาย ใช้โค้ดเนม Ada Lovelace ตรงตามข่าวลือก่อนหน้านี้ และถือเป็นครั้งแรกที่ NVIDIA ใช้โค้ดเนมทั้งชื่อ-นามสกุลของนักวิทยาศาสตร์ จากเดิมที่ใช้แต่นามสกุลอย่างเดียว
GeForce RTX ซีรีส์ 40 ยังคงสถาปัตยกรรมหน่วยประมวลผล 3 ชนิด แบบเดียวกับที่ใช้มาตั้งแต่ซีรีส์ 20 ได้แก่
NVIDIA และเพื่อนร่วมวงการคือ Arm และ Intel ออกมานำเสนอฟอร์แมต 8-bit floating point (FP8) สำหรับคำนวณทศนิยมเพื่องาน Deep Learning ให้ประหยัดทรัพยากรการประมวลผลขึ้นกว่าเดิม
EVGA ผู้ผลิตการ์ดจอชื่อดังค่าย NVIDIA ประกาศออกจากธุรกิจการ์ดจอพร้อมยุติการทำธุรกิจร่วมกับ NVIDIA แล้ว เหตุขัดแย้งกับ NVIDIA
ข่าวนี้มาจากช่อง YouTube สองช่องคือ JayzTwoCents และ Gamers Nexus ที่ได้พูดคุยกับ Andrew Han ซีอีโอของ EVGA โดย Han ระบุว่าสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะ NVIDIA มักไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลชิปรุ่นใหม่กับผู้ผลิตเร็วพอ และหลายครั้งที่ผู้ผลิตทราบราคาชิปพร้อมๆ กับการประกาศสู่สาธารณะ รวมถึง NVIDIA ออกการ์ดรุ่น Founders Edition ที่มักจะตัดราคาการ์ดของผู้ผลิตรายอื่นอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดที่ NVIDIA บังคับผู้ผลิตหลายด้านเช่นเพดานราคาที่ขายได้และการห้ามปรับสเปกการ์ด เช่นห้ามเพิ่มหน่วยความจำ
ที่ผ่านมา อินเทลเปิดตัวจีพียู Arc สำหรับโน้ตบุ๊ก, Arc Pro สำหรับโน้ตบุ๊ก ส่วนจีพียูเดสก์ท็อปตระกูล Arc ยังมีวางขายเพียงรุ่นเดียวคือ A380 ที่เป็นตัวล่างสุด (แถมช่วงแรกก็มีปัญหาไดรเวอร์)
วันนี้อินเทลออกมาประกาศสเปกของ Arc รุ่นเดสก์ท็อปทั้ง 4 ตัว แม้ยังไม่ประกาศวันวางขายแต่ก็น่าจะใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
NVIDIA ยื่นรายงานต่อ ก.ล.ต. สหรัฐ ว่าได้รับคำสั่งจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ กำหนดเงื่อนไขห้ามส่งออกจีพียูเซิร์ฟเวอร์ระดับสูงคือ NVIDIA A100 และจีพียูรุ่นใหม่ H100 ไปยังประเทศจีน (รวมฮ่องกง) และรัสเซีย จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลก่อน
คำสั่งของรัฐบาลสหรัฐยังกำหนดว่าจีพียูของ NVIDIA ในอนาคตที่มีสมรรถนะเทียบเท่า A100 ขึ้นไป จะต้องขอใบอนุญาตเช่นเดียวกัน
เหตุผลของรัฐบาลสหรัฐคือป้องกันการนำชิปเหล่านี้ไปใช้ในการทหาร หรือถูกส่งต่อเพื่อใช้ในการทหารของจีนและรัสเซีย
Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ยอมรับแต่โดยดีในงานแถลงผลประกอบการไตรมาส 2/2022 ที่รายได้เพิ่มเพียง 3% ว่าบริษัทมีสต๊อกจีพียูเกมมิ่งมากเกินไป และแนวทางของบริษัทคือการขายสต๊อกออกไปในราคาที่ถูกลง
Huang บอกว่าตอนนี้มีโปรแกรมร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อระบายของค้างสต๊อกออกในราคาที่เหมาะสม และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวจีพียูรุ่นใหม่
เขายังบอกว่าจีพียูสถาปัตยกรรม Ampere (GeForce 30 ในปัจจุบัน) คือจีพียูที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของบริษัท แต่ก็ตื่นเต้นกับจีพียูรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว
มาถึงวันนี้ อินเทลยังไม่สามารถวางขายการ์ดจอแยก Intel Arc เวอร์ชันเดสก์ท็อปได้ตามแผน (เดิมทีบอกขายภายในไตรมาส 2) ตอนนี้ยังมีเพียงจีพียูรุ่นล่างสุด Intel Arc A380 วางขายแค่รุ่นเดียว แถมรีวิวก็ออกมาแย่เพราะปัญหาบั๊กของไดรเวอร์ และมีปัญหาประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่เก่าสักหน่อย
สัปดาห์ที่ผ่านมา Lisa_Pearce ผู้บริหารฝ่ายกราฟิกของอินเทล ต้องออกมาเขียนบล็อกยอมรับว่าคุณภาพของไดรเวอร์มีปัญหาจริง และชี้แจงในประเด็นต่างๆ ดังนี้
อินเทลขึ้นประกาศหน้าเว็บไซต์ว่า จีพียูรุ่นใหม่ๆ ของตัวเอง ได้แก่ จีพียูออนบอร์ดในซีพียู 12th Gen และจีพียูแยกตระกูล Arc จะไม่รองรับ DirectX 9 (D3D9) อีกต่อไป เป็นผลให้ไม่สามารถเล่นเกมเก่าๆ ที่ต้องพึ่งพา DirectX 9 ได้แบบเนทีฟ แต่ยังสามารถเล่นได้ผ่านอีมูเลเตอร์กราฟิก D3D9On12 ของไมโครซอฟท์ ที่ใช้วิธี mapping DirectX 9 บน DirectX 12 และมีอยู่แล้วบน Windows 10 โดยเพิ่งเปิดเป็นโอเพนซอร์สในปี 2021
เก็บตกประเด็นจาก การแถลงผลประกอบการเบื้องต้นของ NVIDIA ที่รายได้ฝั่งเกมตกหนัก 33% ซีอีโอ Jensen Huang ยอมรับว่ามีสต๊อกสินค้าจีพียูเหลือมากเกินไป และเมื่อเจอปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้สต๊อกยิ่งเหลือเยอะเข้าไปอีก สิ่งที่บริษัททำคือคุยกับพาร์ทเนอร์ในการ "ปรับราคาขาย" ลงมาเพื่อเคลียร์สต๊อกคงค้าง
Colette Kress ซีเอฟโอของ NVIDIA ให้ข้อมูลว่าบริษัทต้องทำสัญญาผลิตล่วงหน้ากับโรงงาน เพื่อจองโควต้าการผลิตในระยะยาว ตั้งแต่ช่วงที่ชิ้นส่วนขาดแคลนมากๆ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปเร็วมาก ชิ้นส่วนไม่ขาดแคลนเท่าเดิม และความต้องการสินค้าลดลงแทน
อินเทลเปิดตัวจีพียู Intel Arc รุ่นแรก A-Series สำหรับคอนซูเมอร์มาตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ประสบปัญหาสินค้าวางจำหน่ายล่าช้า จนตอนนี้ก็ยังไม่สามารถขายได้ในวงกว้าง
แต่ดูท่าอินเทลไม่สนใจเรื่องการวางขายแต่อย่างใด และเดินหน้าเปิดตัว Intel Arc Pro A-Series สำหรับกลุ่มคนทำงานสายกราฟิกและเวิร์คสเตชันต่อทันที
อินเทลประกาศบนหน้าเว็บ ว่าปรับสถานะของจีพียูออนบอร์ดรุ่นเก่าๆ (ชื่ออย่างเป็นทางการคือ Intel Graphic "Gen9" แต่ใช้กับซีพียู Core รุ่นเก่านับตั้งแต่ Gen 6-10 รวมถึง Celeron, Pentium, Atom ยุคเดียวกัน) เป็น legacy software support
ความหมายคือ ไดรเวอร์ของจีพียูเหล่านี้ได้ยังได้อัพเดตต่อ แต่มีเฉพาะการแก้บั๊กสำคัญและช่องโหว่ความปลอดภัยเท่านั้น ไม่มีการออกไดรเวอร์ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือรองรับเกมที่ออกใหม่ตั้งแต่วันแรก (Day0 Game Support) อีกแล้ว โดยไดรเวอร์จะเปลี่ยนรอบการอัพเดตมาเป็นรายไตรมาสแทน
Sam Naffziger ผู้บริหารของ AMD ไปให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ VentureBeat เรื่องเป้าหมายการปรับปรุงประสิทธิภาพต่อพลังงานหรือ performance per watt ให้ดีขึ้น 30 เท่าภายในปี 2025 (เดิมทีคือ 25 เท่าในปี 2020 ที่ทำสำเร็จแล้ว)
สิ่งที่ Naffziger ให้สัมภาษณ์เป็นภาพรวมแนวทางของบริษัทเรื่องประสิทธิภาพของชิปต่างๆ แต่ที่เป็นประเด็นน่าสนใจขึ้นมาคือ ในสไลด์แผ่นหนึ่งของ Naffziger เป็นการคาดการณ์อัตราการใช้พลังงานของจีพียูที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็วในช่วงหลัง โดยวัดค่า Thermal Design Power (TDP) จะเพิ่มเป็น 600W ในช่วงนี้ และจะแตะ 700W ในเร็ววัน (สุดปลายแกน X คือปี 2025)
ภาวะตลาดคริปโตซบเซายังส่งผลกระทบต่อราคาการ์ดกราฟิกต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานสำรวจในสหรัฐฯ พบว่าราคาการ์ดกราฟิกรุ่นยอดนิยมหลายรุ่นเริ่มราคาต่ำกว่าราคาตั้ง (Manufacturer's Suggested Retail Price - MRSP) เดือนนี้รายงานสำรวจในจีนก็พบว่าการ์ดทุกรุ่นทั้ง NVIDIA และ AMD ราคาต่ำกว่าราคาตั้งทั้งหมด แม้ส่วนต่างกับราคาตั้งจะมากน้อยต่างกันไป
รุ่นท็อปสุดของ NVIDIA คือ RTX 3090Ti นั้นราคาเหลือ 9,499 หยวน หรือประมาณ 50,000 บาท ต่ำกว่าราคาตั้งในจีน 38% ขณะที่รุ่นท็อปฝั่ง AMD คือ RX 6950XT นั้นราคาอยู่ที่ 7,859 หยวน ต่ำกว่าราคาตั้งเพียง 6.4% เท่านั้น แต่รุ่นรองลงมาคือ RX 6900XT นั้นกลับมีราคาอยู่ที่ 4,999 หยวน ต่ำกว่าราคาตั้งถึง 37.5%
Arm เปิดตัวชุดวงจรสำหรับผลิตอุปกรณ์เต็มรูปแบบ หรือ Total Compute Solution รุ่นที่สอง (TCS22) ประกอบด้วยซีพียู, ส่วนกราฟิก, และคอร์สำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เช่น โมเด็มในซีพียู
ซีพียูออกใหม่สองตัว และอัพเดตเพิ่มเติมอีกหนึ่งตัว ได้แก่
เว็บไซต์ Tom's Hardware ติดตามราคาขายปลีกการ์ดจอในร้านค้าออนไลน์ (ของสหรัฐอเมริกา) หลายแห่งรวมถึงบนการ์ดมือสองบน eBay พบว่าราคาการ์ดจอลดลงอย่างต่อเนื่อง และการ์ดหลายรุ่นก็ขายถูกกว่าราคาแนะนำ (Manufacturer's Suggested Retail Price หรือ MSRP) ของผู้ผลิตแล้ว
ปัจจัยสำคัญมาจากตลาดคริปโตแตกซบเซาลงนิดหน่อย ทำให้ราคาการ์ดจอลดลงประมาณ 15% ในเดือนพฤษภาคม และลดลงอีกราว 5-10% ในครึ่งแรกของเดือนมิถุนายน
นอกจากซีพียูแกน Zen 5 AMD ยังเปิดตัวสถาปัตยกรรมจีพียูใหม่ ทั้งฝั่งคอนซูเมอร์คือ RDNA 3/4 และฝั่งลูกค้าองค์กรคือ CDNA 3 มาพร้อมกัน
ข้อมูลของจีพียูสถาปัตยกรรม RDNA 3 หรือ Navi 3x ยังมีไม่เยอะนัก บอกแค่ว่าตั้งเป้าให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีขึ้น 50% จาก RDNA 2, ใช้กระบวนการผลิต 5nm ไม่ระบุค่าย, ปรับสถาปัตยกรรมย่อยของตัว compute unit (CU) ใหม่ แต่ไม่บอกว่าอย่างไร และใช้ Infinity Cache รุ่นใหม่
Navi 3x ยังไม่ระบุวันเปิดตัวแน่ชัด แต่น่าจะเป็นช่วงปลายปี 2022 จากนั้นเราจะเห็น RDNA 4 หรือ Navi 4x ตามมาราวปี 2023
เว็บไซต์ Tom's Hardware ลองแกะสเปกจีพียูของชิป Apple M2 ที่เปิดตัวเมื่อวานนี้
ชิป M2 ใช้ซีพียูแบบ 4+4 เหมือนเดิม แต่ใช้สถาปัตยกรรมของแกนตัวใหม่ ส่วนจีพียูระบุว่าเป็นแกนรุ่นใหม่เช่นกัน แล้วเพิ่มจำนวนคอร์เป็น 10 คอร์ (เทียบกับ 8 คอร์ใน M1 รุ่นมาตรฐานที่ไม่ใช่ Max/Ultra) โดยมีสมรรถนะแรงขึ้นเป็น 3.6 TFLOPS จากของเดิม 2.6 TFLOPS หรือแรงขึ้น 35% จาก M1
อินเทลมีจีพียูสำหรับคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงชื่อ Ponte Vecchio ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 โดยจะใช้กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Aurora ของกระทรวงพลังงานสหรัฐ มีกำหนดเสร็จช่วงปลายปี 2022
จีพียู Ponte Vecchio (นำชื่อมาจากสะพานโบราณในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี) มีแนวคิดใหม่ๆ หลายอย่าง นอกจากใช้สถาปัตยกรรม Xe ตามแนวทางจีพียูอินเทลสมัยใหม่ ยังนำแนวคิดเรื่อง tile หรือชิปย่อยๆ ที่ทำงานหน้าที่ต่างกัน ผลิตคนละโรงงานกัน (บาง tile ผลิตโดย TSMC) นำมาประกบกันแบบแนวตั้ง เป็นแพ็กเกจชิปที่อินเทลเรียกว่า Foveros รายละเอียดสามารถอ่านได้จากบทความเรื่อง Ponte Vecchio
ถึงแม้ Ponte Vecchio ที่ใช้ในเครื่อง Aurora ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ล่าสุดอินเทลเปิดตัวจีพียูรุ่นที่สองแล้ว ใช้ชื่อว่า Rialto Bridge ซึ่งเป็นสะพานโบราณในเมืองเวนิส
อินเทลเปิดตัวจีพียู Arc อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม โดยเริ่มจากจีพียูฝั่งโน้ตบุ๊กก่อน แต่สินค้ากลับต้องเลื่อนวางขายเพราะปัญหาซัพพลายเชนและซอฟต์แวร์ ทำให้ตอนนี้ยังไม่มีโน้ตบุ๊กที่ใช้ Arc วางขายจริงๆ ในตลาด
แต่ล่าสุดเริ่มมีโน้ตบุ๊กที่ใช้ Arc วางขายแล้วในประเทศจีนคือ Machenike รุ่น Dawn ขนาดหน้าจอ 16" ทำให้เราได้เห็นเบนช์มาร์คของ Arc ที่รันโดยผู้ใช้จริงๆ (ไม่ได้มาจากฝั่งอินเทล)
เบนช์มาร์คที่มีผลออกมาเป็น 3DMark ชุดทดสอบ Timespy และ Fire Strike โดยเป็นของ Intel Arc A730M รุ่นรองท็อปของโน้ตบุ๊ก (รุ่นท็อปสุดคือ Arc A770M) ได้ผลลัพธ์ที่ราว 10,000 และ 23,000 คะแนนตามลำดับ